ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 58 พริบตาเดียวเท่านั้น

            กลุ่มคนเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ของสำนัก ฝีมือระดับแถวหน้า พวกเขาไม่คิดว่าค่ายกลนี้ต้องถูกนำมาใช้ในการห้ำหั่น แต่นี่คือการทดสอบต่างหากเล่า หวังฆ่ากันเสียที่ไหน 

    “นี่มันบ้าชัดๆ เริ่มต้นกันด้วยหมากกลระดับสูงกันเลยรึไง ครามเพิ่งเลื่อนเป็นนักสิทธิ์กูรูจริงๆ แต่ด้วยนักสิทธิ์ขั้นสูงทั้ง 10 ก็สู้อย่างลำบากอยู่แล้ว หากต้องสู้กับหมากกลนี้ด้วยแล้ว นี่มันเขียงลอยฟ้าชัดๆ” พ่อบ้านวานรท้วงออกมา เพื่อให้ศิลาใช้อำนาจยับยั้งก่อนการปะทะจะเกิดขึ้น

            แต่หาได้ทำให้ศิลาขยับแต่อย่างใดไม่ ด้วยเหตุที่ผู้อาวุโสต่างๆ ล้วนมีอำนาจ หากเห็นด้วยในการประลองครั้งนี้ ครึ่งหนึ่ง เขายังพอร่วมเป็นเสียงข้างมากได้ หากแต่ตอนนี้ทุกคนเห็นด้วย เสียงของเขาไม่มีค่าอันใด

            ทั้ง 10 ล้อมวงไปยังคราม รวมพลังอิทธิไว้ที่มือ แล้วสลับกันปล่อยอย่างพัลวัน วัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้ครามเดาทางได้ว่าใครเป็นผู้ปล่อย 

            ชั่วอึดใจ ครามเห็นหมากกลดังนั้นได้วางแผนเอาไว้ในใจ หมากกลนี้หาได้ซับซ้อนไม่ เน้นการใช้พลังโจมตีแบบสลับ ทำให้เพียงเดาทางยากเท่านั้น แล้วค่อยลอบปล่อยพลังที่รุนแรงสลับกับเบา เมื่อคู่ต่อสู้สับสนย่อมพลาดในการตั้งรับหรือตอบโต้

            ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเดา!!! 

            รอยยิ้มเผยที่มุมปากของคราม “หมากกลนี้ ไม่เห็นต้องใช้พลังของนักสิทธิ์ระดับกูรูเลยสักนิด” ครามเอ่ยออกมาเพื่อให้ทุกคนได้ยิน

            บังอาจ!!! เจ้าสามหาวมากเกินไปแล้ว 

            พลัง 10 สาย สับวิถีพุ่งตรงไปยังคราม แต่พลาดเป้า ด้วยทักษะการหลบหลีกแบบผู้ใช้ศาสตรา ของคราม ผสานกับท่วงท่าที่สร้างความงุนงงจากคัมภีร์เบญจธาตุ ส่งผลให้หมากกลของอีกฝ่าย ที่ต้องการสร้างความสับสนให้กับคราม กลับเกิดความสับสนเสียเอง

            ครามลอบใช้พลังอิทธิ ดึงเศษกิ่งไม้บนพื้นขนาดประมาณ 2 ศอก ให้เข้ามาอยู่ในมือ

            อชิราเคยเห็นการต่อสู้แบบนี้มาแล้ว จึงได้หันไปบอกกับเฌอปรางว่าให้วางใจได้ ฝ่ายศิลา และเฌอเอม รวมทั้งพ่อบ้านวานร แอบได้ยินการพูดคุยของทั้งสองถึงกับเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ สลับการการจ้องมองไปบนฟ้าชมการต่อสู้

            ครามปล่อยพลังอิทธิใส่กิ่งไม้ที่อยู่ในมือ เพื่อใช้แทนศาสตรา พลันเกิดแสงวูบไหว ยามกวัดแกว่งราวกับถือไม้ที่ท่วมด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าคราม

            “จะเริ่มแล้วนะ กระบวนท่าเคล็ดวิชาคัมภีร์เบญจธาตุ” อชิรากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

            สายลมไร้ทิศทาง!!! สิ้นเสียงครามปล่อยพลังโจมตีเป็นริ้วๆ หลายสาย ออกจากกิ่งไม้ เสี้ยวพลังเหล่านั้นดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไร้ทิศทาง แต่จริงๆ ไม่ใช่ มันมีเป้าหมายที่แน่ชัด

            ฟุ่บ!!! ฟุ่บ!!! ฟุ่บ!!!

            ร่างของคู่ต่อสู้ 10 คน ร่วงลงสู่พื้นทีละคน ๆ ในชั่วอึดใจ

            “เด็กคนนี้ เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วราวกับนักศาสตรา ใช้พื้นที่กลางเวหาได้ราวกับก้าวย่างบนพื้นดิน” ผู้ชมคนหนึ่งที่อยู่เบื้องล่าง อุทานขึ้นมา

            เฌอปรางได้ทีโพล่งออกไป “แน่ล่ะ ครามเขาฝึกฝนคัมภีร์ด้านศาสตราด้วย” 

            เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็เริ่มครุ่นคิด นึกถึงคราวที่อชิรา บรรลุระดับเป็นนักสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ฝึกศาสตรามาตั้งแต่เด็ก

            “หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้ เอ่อ คราม เป็นทักษะคู่ด้วย” 

            “ผิด” ทั้งเฌอปรางและอชิราเอ่ยพร้อมกัน “ครามเป็นไตรภาคี” พอสิ้นเสียง คนที่ได้ยินดังนั้นได้หันควับไปที่ดรุณีทั้งสอง “ไม่จริง เด็กหนุ่มคนนี้รึเป็นไตรภาคี อัจฉริยะแบบนั้นหายสาบสูญไปจากนครเนรดีไปหลายร้อยปีแล้วไม่ใช่รึ” 

            “นักสิทธิ์ทั้ง 10 ไม่ย่อท้อ ตั้งหลักได้ปราดตัวขึ้นจากพื้นสู่เวหาอีกครั้ง ไปตั้งหมากกลใหม่

            หมากกล 9 ขุนเขา 1 ราชัน!!! 

            “อ้า นั่นมันหมากกลรวมพลังที่ร้ายกาจของสำนัก หมากกลนี้เน้นการรวมพลังจากคนข้างหลังพุ่งไปข้างหน้า คนที่อยู่หัวแถวคนที่ 10 ต้องรับพลังไว้ทั้งหมด และควบคุมไปสู่เป้าหมาย แย่แล้ว พลังนักสิทธิ์ทั้ง 10 ถูกรวมเป็นหนึ่ง เด็กคนนั้นจะรับได้หรือ” พ่อบ้านวานรโอดครวญ

            พลังอิทธิลูกเท่ากำปั้นจากนักสิทธิ์ท้ายสุด พอเคลื่อนผ่านนักสิทธิ์แต่ละคน บัดนี้พลังลูกมหึมา ถูกรวมอยู่เบื้องหน้าของหัวแถว

            ลูกพลังสีแดงเพลิงพุ่งตรงไปยังครามด้วยความรวดเร็ว ไม่รีรอ

            “พลาดแน่นอน” เสียงโห่จากข้างล่าง เพราะความเร็วของครามมีมากกว่าความเร็วของลูกพลังนั้นมาก หากเป็นนักสิทธิ์ธรรมดาคงหลบไม่พ้น  แต่เมื่อวิเคราะห์จากการต่อสู้ก่อนหน้า แต่ผิดคาด เด็กหนุ่มวัย 13 ปีไม่หลบแม้แต่น้อย 

            แต่เขากลับใช้เพียงกิ่งไม้ที่ถือหวดไปที่ลูกพลังนั้น จนมันกระเด็นขึ้นฟ้า พลันเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง แรงนั้นสร้างมวลอากาศอันทรงพลัง กระแทกให้นักสิทธิ์เจ้าของพลังร่วงลงสู่พื้นเวทีอีกรอบราวกับฝนลูกเห็บ

            เด็กหนุ่มค่อยๆ ลอยลงมาปลายเท้าแตะลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล

            เสียงกู่ร้องร้องดังลั่นไปทั่วสำนัก ยากที่จะระบุชัดเจนว่าใครถือข้างฝ่ายใด 

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน