โจวเซี่ยยิ้มตาหยี คุณลุงคนนี้ดูใจดี เธอจึงเต็มใจคุยด้วย "อย่างนั้นเหรอคะ แล้วบ้านญาติของคุณลุงคือบ้านไหนเหรอคะ จะได้ถือโอกาสแวะไปดูด้วยเลย"
"บ้านลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของลุงคนหนึ่งน่ะ ไม่ได้ติดต่อกันหลายปีแล้ว เมื่อก่อนก็เคยไปมาหาสู่กัน แต่ต่อมาพี่สาวคนนั้นเสียชีวิต ลุงก็เลยไม่ได้ไปอีกเลย"
"อ๋อ!" เมื่อได้ยินดังนั้น โจวเซี่ยก็ไม่กล้าถามต่อ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง
ระหว่างที่คุยกันก็มาถึงหน้าบ้าน โจวเซี่ยะโลงจากรถม้า คุณลุงมองไปยังบ้านดินไม่กี่หลังแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบะโลงจากรถตามมา
"แม่หนู หนูแซ่โจวใช่ไหม?"
โจวเซี่ยพยักหน้า "ใช่ค่ะคุณลุง คุณลุงทราบได้ยังไงคะ?"
"งั้น พ่อของหนูชื่อโจวซานหรือเปล่า?"
โจวเซี่ยพยักหน้าอีกครั้ง และเดาได้ทันทีว่าคนคนนี้น่าจะเป็ญาติทางฝั่งแม่ของเธอ
เป็ไปตามคาด คุณลุงรีบผูกรถม้าให้เรียบร้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย "แม่หนู ฉันแซ่เฉียน เป็สามีของป้าหนู ก็คือสามีของพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของแม่หนูนั่นแหละ แม่ยายของฉันกับคุณยายของหนูเป็พี่น้องกันแท้ ๆ "
โจวเซี่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ญาติห่าง ๆ แบบนี้ขึ้นอยู่ที่การปฏิสัมพันธ์กันจริง ๆ หากเข้ากันได้ดีก็สนิทเหมือนพี่สาวน้องสาวแท้ ๆ แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้ ก็ยังดีไม่เท่าคนข้างบ้านเลยด้วยซ้ำ
โจวเซี่ยนึกถึงคำโบราณที่คุณย่าเคยพูดบ่อย ๆ ในชาติก่อนว่า ญาติฝั่งร่วมแซ่ผูกพันกันรุ่นต่อรุ่น ตัดกระดูกยังเหลือเยื่อใย ส่วนญาติฝั่งดองสนิทกันแค่่ที่มีชีวิต พอตายไป ความสัมพันธ์ก็ขาดสะบั้นลง
ไม่ว่าจะเป็ญาติสนิท ญาติห่าง ๆ หรือพี่น้องแท้ ๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตร่วมกันและวาสนา
ลุงเขยเงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับสายตาฉงนสงสัยของโจวเซี่ยพอดี เขาจึงรู้สึกเคอะเขินหน้าแดงขึ้นมาทันควัน “เซี่ยเซี่ย เมื่อก่อนสองบ้านเราไปมาหาสู่กันดีมากเลยนะ ต่อมาพอแม่ของหนูเสียชีวิตลง พวกเราก็ไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว”
แม่ของเธอและลูกพี่ลูกน้องเป็พี่น้องกัน แต่เมื่อแม่แท้ ๆ เสียชีวิต การติดต่อกับบ้านลุงเขยก็ขาดหายไป ญาติพี่น้องไม่ได้มาหาสู่กัน คิดแล้วก็น่าเศร้าใจยิ่งนัก
โจวเซี่ยฝืนยิ้มและพูดอย่างสุภาพว่า "นั่นสินะคะ! ฉันเคยเจอคุณลุงกับคุณป้าตอนเด็ก ๆ เข้าไปนั่งในบ้านก่อนสิคะ!"
เฉียนเฉิงยังคงลังเล ในตอนนั้นเองประตูบ้านก็เปิดออก ย่าโจวเดินออกมาจากในบ้าน “เซี่ยเซี่ยกลับมาแล้วเหรอ ทำไมพ่อของหลานไม่ได้กลับมาพร้อมกันล่ะ?”
"พ่อต้องคอยดูแลคุณลุงฉินต่ออีกสองสามวันค่ะ คุณย่า นี่คุณลุงเขยของฉัน คุณย่ารู้จักไหมคะ?"
ย่าโจวพิจารณาชายวัยกลางคนตรงหน้า "คุณคือ... เอ่อ ใช่สามีของต้าเหมยหรือเปล่า?"
เฉียนเฉิงหัวเราะร่า "ใช่ครับ! คุณป้า คุณป้านี่เก่งจริง ๆ ยังจำผมได้อีก!"
“ไม่ไหวแล้ว แก่แล้วละ มาสิ มาถึงหน้าบ้านแล้ว รีบเข้าบ้านกันก่อน! คุณตาของเซี่ยเซี่ยก็อยู่ที่นี่พอดี คืนนี้กินข้าวที่นี่นะ เดี๋ยวฉันจะเชือดไก่ให้”
เดิมทีเฉียนเฉิงตั้งใจจะเข้าไปในบ้าน แต่พอได้ยินว่าคุณตาของโจวเซี่ยก็มาด้วย เขาจึงหยุดชะงักทันที "ไม่ดีกว่าครับคุณป้า ที่บ้านยังรออยู่ ผมขอตัวกลับก่อน ไว้คราวหน้า คราวหน้าผมจะมาเยี่ยมคุณป้าและเด็ก ๆ แน่นอนครับ"
โจวเซี่ยพยายามรั้งไว้ เพราะลุงเขยคนนี้ดูเป็คนดี ทั้งยังขับรถมาส่งเธอถึงบ้านอีก "เข้าบ้านก่อนสิคะคุณลุง ทานข้าวเสร็จค่อยไปก็ได้"
"ไม่ละ ไม่ละ ไว้คราวหน้าลุงจะมาหาเธอนะ" พูดจบ ชายวัยกลางคนก็โบกมือแล้วะโขึ้นรถวัว บังคับรถออกไปทันที ราวกับมีใครจะมาจับตัวเขาอย่างไรอย่างนั้น
ย่าโจวรับถุงในมือของโจวเซี่ยมา แล้วจูงมือเธอเดินเข้าบ้าน "หลานไปเจอเขาได้ยังไง ไม่ได้ติดต่อกันหลายปีแล้ว เขายังจำหลานได้อีกเหรอ?"
โจวเซี่ยหัวเราะ "จำไม่ได้หรอกค่ะ แต่เขาเป็คนดี ฉันอาศัยรถเขามา และเขายังมีน้ำใจมาส่งถึงบ้านด้วย"
ย่าโจวยิ้มอย่างมีความหมาย "จริงด้วย คุณตาของลหลานมาเยี่ยม นั่งรออยู่ในห้องแน่ะ"
โจวเซี่ยชะงักฝีเท้า มองคุณย่าด้วยความใ "คุณตาของฉัน?"
ปฏิกิริยาของโจวเซี่ยดูเกินจริงไปหน่อย เธอรีบหันไปมองย่าโจว ซึ่งย่าโจวก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี "เซี่ยเซี่ย ตอนหลานแต่งงาน คุณตากับคุณยายยังมาร่วมงานเลย หลานแค่ไม่ได้ไปบ้านเขาไม่กี่เดือนเอง เมื่อก่อนหลานไปบ่อยจะตาย ไปทีหนึ่งก็อยู่เป็สิบวันครึ่งเดือน ทำไมต้องใขนาดนี้?"
เธอตบหน้าผากตัวเอง ‘ดูสิ สมองเธอนี่เกือบจะทำให้ความลับแตกแล้วว่าไม่ใช่เ้าของร่างเดิม’
"คือว่า คุณย่าคะ หัวฉันโดนกระแทก ของหลายอย่างต้องใช้เวลานึกนานกว่าจะจำได้ นี่ฉันจะกลายเป็คนปัญญาอ่อนหรือเปล่าคะ?"
ย่าโจวลูบหลังศีรษะของโจวเซี่ย และพิจารณาเธออย่างตั้งใจ "ไม่หรอก หลายวันนี้หลานดูอ้วนขึ้นนิดหน่อย สีหน้าก็ดีขึ้นมาก ปรับตัวสักพักก็ดีขึ้นเอง"
ย่าโจวยื่นมือมาบีบแก้มของโจวเซี่ย แล้วถอนหายใจเบา ๆ คำพูดของเด็กคนนี้ทำให้เธอเป็ห่วงจริง ๆ แต่หลานสาวคนโตของเธอเป็เด็กดีขนาดนี้ ไม่น่าจะมีอาการแทรกซ้อนอะไร
"ดูสิ หน้าเริ่มมีเนื้อแล้ว ถ้าหลานสาวคนโตของย่าอ้วนขึ้น ต้องสวยมากแน่ ๆ "
สองย่าหลานเดินเข้าไปในบ้าน เห็นชายชราท้วมคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเตา ผมขาวโพลนแต่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แววตามีเมตตา ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็พิเศษ โจวเซี่ยรีบยิ้มตาหยีทันที "คุณตาคะ คุณตามาแล้ว รอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวฉันจะตุ๋นเนื้อให้ทาน"
เดิมทีชายชรากำลังยิ้มร่า แต่พอพิจารณาหลานสาวให้ชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายวับไปทันที "ยัยหนู ไม่เจอกันแค่ครึ่งปี ทำไมหลานผอมลงอีกแล้ว?"
โจวเซี่ยนั่งลงข้างเตียงเตาแล้วจับมือคุณตา "คุณตาคะ คุณตามองผิดแล้ว ฉันอ้วนขึ้นแล้วนะ ดูสิคะ หน้าฉันมีเนื้อแล้ว"
ตาหลิวมองหลานสาวคนโตด้วยความปวดใจ หลังจากลูกสาวเสียชีวิต เขาก็ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับพวกโจวเซี่ยสามพี่น้อง โดยเฉพาะหลานคนโตที่ร่างกายอ่อนแอและขี้โรคมาั้แ่เด็ก จนต้องใช้ยาบำรุงมาตลอด
ตาหลิวเป็หมอจีนที่มีชื่อเสียงมากในท้องถิ่น คอยตรวจรักษาคนไข้ในชนบทมาโดยตลอด และปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถานีอนามัยของคอมมูน
แม้ว่าโจวเซี่ยจะไม่ได้ดูแข็งแรงกำยำ แต่เธอก็ไม่เคยผอมขนาดนี้มาก่อน วันนี้พอได้เห็น หัวใจของคนแก่ก็รวดร้าวขึ้นมาทันที ชายชราน้ำตาคลอเบ้าตาจนต้องข่มอารมณ์ดึงมันกลับไปอย่างยากลำบาก
เขาเป็คนแข็งแกร่งดั่งหินผา ขนาดลูกสาวจากไปเขายังไม่เสียน้ำตา แล้วจะมาอ่อนแอต่อหน้าเด็กได้อย่างไร?
ตาหลิวปล่อยมือโจวเซี่ย แล้วหันไปมองนอกหน้าต่างครู่หนึ่ง เมื่อเห็นขอบตาที่แดงก่ำของคุณตา โจวเซี่ยก็กลั้นไว้ไม่อยู่ นึกถึงคุณตาและคุณยายในชาติก่อน แล้วน้ำตาก็ไหลพรากออกมา
เธอหันหลังเดินออกไปที่ลานบ้าน เด็ดมะเขือเทศและแตงกวาอ่อนมาหนึ่งตะกร้า ล้างให้สะอาดแล้ววางลงบนโต๊ะข้างเตียงเตา เลือกมะเขือเทศลูกที่แดงที่สุดส่งให้ชายชรา "คุณตาคะ ลองชิมมะเขือเทศที่คุณย่าปลูกสิคะ หวานมากเลย รีบชิมดูสิ"
ชายชราแอบเช็ดน้ำตา แล้วหันกลับมายิ้มให้โจวเซี่ย "เซี่ยเซี่ย ยื่นมือมาให้ตาดูหน่อยสิ"
พอได้ยินดังนั้น ดวงตาของโจวเซี่ยก็เป็ประกายขึ้นมาทันที ในเมื่อคุณตารักษาโรคได้ ถ้าอย่างนั้นปัญหาของเธอก็คลี่คลายแล้ว ต่อไปเื่ที่เธอมีความรู้ด้านการแพทย์ ก็สามารถให้คุณตาช่วยปกปิดให้ได้
‘ดีเหลือเกิน…’ โจวเซี่ยกำหมัดเล็ก ๆ ในใจอย่างดีใจ เหมือนฝนตกแล้วมีคนเอาร่มมาส่งให้เธอจริง ๆ
‘การทะลุมิติมาครั้งนี้ทำไมทุกอย่างถึงราบรื่นขนาดนี้นะ!’
คุณตาเงยหน้าขึ้นเห็นท่าทางตื่นเต้นของโจวเซี่ยก็ชะงักไป ‘ยัยหนูคนนี้หัวกระแทกต้นไม้จนสมองกระทบกระเทือน เลยมีอาการแทรกซ้อนอะไรหรือเปล่า’
เขายื่นมือไปจับข้อมือของโจวเซี่ย วางลงบนโต๊ะข้างเตียงเตา ส่วนย่าโจวรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาวางรองใต้ข้อมือของเธอทันที จากนั้น คุณตาก็วางนิ้วลงบนแขนของเธอ
ชายชราหลับตาลงเล็กน้อย ครู่หนึ่งเขาก็ลืมตาขึ้น และสังเกตโจวเซี่ยอย่างละเอียดอีกพักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ "อืม! แม้จะดูอ่อนแอไปบ้าง แต่ชีพจรกลับดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ตาจะจัดยาบำรุงให้หลานอีกสักหน่อย อีกไม่นานก็น่าจะหายดี"
โจวเซี่ยรู้ว่าคุณตามองไม่ผิด เพราะ่นี้เธอดื่มน้ำจากน้ำพุวิเศษในมิติส่วนตัวอยู่ตลอด ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายของเธออย่างมาก และเธอเองก็รู้สึกได้