ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 คนที่เกลียดเข้ากระดูก

            ไป๋เซียงจู๋ค้อมกายคารวะอย่างละมุนละม่อมแนะนำตัวด้วยกิริยาที่กำลังพอดี “หม่อมฉันคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนไป๋ และบุตรีคนโตของจวนไป๋ ไป๋เซียงจู๋เป็นตัวแทนท่านยายมาร่วมงานชมดอกไม้ของพระสนม ทว่าก่อนหน้านี้เดินทางร่วมกับน้องรองภายหลังน้องรองไปขึ้นรถม้าของคุณหนูมู่ ส่วนรถม้าของหม่อมฉันกลับเพลาชำรุดคุณหนูมู่น่าจะทราบแล้ว”

            ทันใดนั้นดวงตาใสก็เบนไปหามู่จื่อรั่วท่าทางไร้เสียงสาแต่มีเหตุมีผลทำให้มู่จื่อรั่วพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว นางฉีกยิ้มหวานตอบ “เป็นดังนี้จริงๆตอนนั้นน้องโหรวยังบอกด้วยว่าพี่สาวของนางมา ไม่คิดเลยว่าเป็นเจ้านี่เอง”

            การวางตัวที่สุภาพเหมาะสมของมู่จื่อรั่วดึงความประทับใจกลับมาได้ไม่น้อยทันที

            ในขณะที่เสียนกุ้ยเฟยไม่ได้เห็นไป๋เซียงจู๋สำคัญเท่าไรอยู่แล้ว “เอาล่ะในเมื่อมาแล้วก็นั่งลงเถิด”

            ไป๋เซียงจู๋โค้งคำนับและนั่งลงตามระเบียบ

            บุตรีเจิ้นกั๋วเจียงจวิน [1] สุมหัวกระซิบกระซาบกับคุณหนูใหญ่จากจวนอัครมหาเสนาบดี “ไม่เคยคิดเลยว่าจวนไป๋นี่ยังมีคนงามถึงขนาดนี้ด้วย ข้าว่างามกว่ามู่จื่อรั่วเสียอีก”

            คุณหนูเสิ่นบุตรสาวเจิ้นกั๋วเจียงจวินป้องปากหัวเราะ “น้องจื่อรั่วน้องเซียงจู๋นี่ช่างงามจริงๆ นะปีนี้ตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งของน้องดูเหมือนจะสั่นคลอนแล้วล่ะ”

            เมื่อสิ้นเสียง เหล่าคุณหนูที่ไม่ชอบใจมู่จื่อรั่วเป็นทุนเดิมก็เริ่มแอบหัวเราะเยาะไปตามๆกัน

            เป็นเช่นนี้ทุกครั้งไม่ว่างานเลี้ยงอะไรล้วนมีมู่จื่อรั่ว แข่งขันศาสตร์ศิลป์ที่ไหนก็มีนางอยู่ร่ำไปทุกหนแห่งมีนางอยู่เสมอ ความโดดเด่นทั้งหมดถูกนางยึดครองไว้แต่เพียงผู้เดียวคราวนี้มีคนลูบคมนางได้ พวกนางย่อมบันเทิงใจมากบัดนี้บรรดาหญิงสาวแต่ละนางต่างหวังให้ไป๋เซียงจู๋โค่นตำแหน่งมู่จื่อรั่วเสียทีเพื่อบรรเทาความเกลียดชังในจิตใจ

            มู่จื่อรั่วอับอายไปชั่วขณะฝืนยิ้มทั้งที่นัยน์ตาเจือความเศร้าหมอง

            นางต้องรักษาภาพลักษณ์และนางยังรู้ดีว่าอาวุธอันเยี่ยมยอดที่สุดของสตรีคือสิ่งใด มันคือน้ำตาคือความเจ็บช้ำใจ

            นั่นปะไรนางไม่จำเป็นต้องจัดการด้วยตนเอง เดี๋ยวก็จะมีคนออกหน้าแทนนางอย่างแน่นอน

            องค์ชายห้าเหยียนอี้หรานนั่งไม่ติดแล้วเขายืนหยัดปกป้องมู่จื่อรั่ว “ข้ายังคงคิดว่าน้องรั่วเอ๋อร์งามอยู่ดีในสายตาของข้าน้องรั่วเอ๋อร์นั้นงามกว่ามากทีเดียว”

            เสียนกุ้ยเฟยพยักหน้าเห็นชอบ “รั่วเอ๋อร์เป็นหญิงสาวจากตระกูลสูงศักดิ์เป็นธรรมดาที่ใครอื่นมิอาจเทียบเทียมได้”

            ความหมายโดยนัยคือการดูหมิ่นฐานะของไป๋เซียงจู๋ว่าเป็นแค่คนนอกคอกคนหนึ่งเท่านั้น จะสวยขนาดไหนก็เป็นเพียงบุตรที่เกิดมาอย่างผิดประเพณี บุตรที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบิดาเป็นผู้ใดกันแน่

            ต่อให้งดงามกว่านี้น่าชื่นชมกว่านี้ ก็เป็นได้แค่ดอกไม้ป่าริมทาง ไม่มีวันได้ดิบได้ดี

            เหล่าคุณหนูที่หัวเราะเยาะสงบปากสงบคำในบัดดลองค์ชายห้ากับพระสนมกุ้ยเฟยลั่นวาจาดังนี้แล้ว หากพวกนางยังพูดต่อไปจะไม่เป็นการขัดใจพระสนมกุ้ยเฟยหรือ คงต้องหาญกล้ามากจึงจะทำเช่นนั้นได้

            ทว่าไป๋เซียงจู๋ก็ไม่ตอบโต้เพียงแต่นั่งเงียบและกระแนะกระแหนอยู่ในใจ

            เหมือนชาติก่อนไม่มีผิดมู่จื่อรั่วถนัดเสแสร้งแกล้งอ่อนแอน่าสงสารเป็นที่สุดอีกทั้งรู้ดีว่าควรจะใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งรอบกายอย่างไรและองค์ชายห้ากับเสียนกุ้ยเฟยก็คือหินรองเท้า [2] ก้อนแรกของนาง

            หญิงที่ดูบอบบางช่างน่าทะนุถนอมกว่าเสียจริงๆนะ

            คนนอกคอก? ลูกไม่มีพ่อ? นับจากนี้นางจะทำให้บิดาแสนเซ่อผู้นั้นตบแต่งมารดาตนเข้าจวนอย่างยิ่งใหญ่แล้วครองตำแหน่งชายาเอกให้ได้! บุตรีคนโตในภริยาเอกหรือ คอยดูแล้วกัน ใครกันแน่ที่เป็นบุตรสาวในอนุภรรยา ใครกันแน่ที่เป็นบุตรสาวในภรรยาเอก!

            จู่ๆ นางก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันน่าอึดอัดไป๋เซียงจู๋เงยหน้าขึ้น และพบกับคนที่นางไม่อยากจะพบที่สุดในชีวิต

            เหยียนอี้เลี่ย!

            เขามองมาที่นางด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

            ลมหายใจของนางหยุดนิ่งชั่วครู่มือที่อยู่ใต้แขนเสื้อค่อยๆ กำจนแน่น เหตุการณ์ในความทรงจำพวกนั้นหลั่งไหลออกมาไม่หยุดหย่อนนางถูกปลดและคุมขังในตำหนักเย็น [3]! เหยียนอี้เลี่ยรับสั่งให้ผ่าท้องนำลูกของนางออกมาจากครรภ์ด้วยตัวเขาเองเพื่อทำกระสายยาให้มู่จื่อรั่ว!

            นั่นคือลูกชายของนางลูกคนเดียวของนาง องค์ชายน้อยที่จะลืมตาดูโลกในอีกไม่ถึงสองเดือน!

            นางหลับตาลงข่มรอยยิ้มหยันที่เผลอแสดงออกไว้ ซ่อนคลื่นความแค้นในดวงตาที่กำลังพัดกระหน่ำเหยียนอี้เลี่ย รอข้าทวงคืนสิ่งที่เจ้าติดค้างในอดีตกลับมาทีละน้อยเถิด!

            “ข้ากลับคิดว่านางตรงกันข้ามกับที่น้องห้าเห็นนะ”

            ทันใดนั้น เสียงใสทรงพลังดังมาจากบริเวณสะพานหินที่อยู่อีกด้านดั่งเสียงหยกกระทบกัน ไพเราะรื่นหู ทำให้ผู้ได้ยินผินหน้าไปมองหาเจ้าของเสียงนั้นโดยไม่รู้ตัว

            ท่ามกลางดอกฉูจวี๋มลังเมลืองชายในชุดสีแสงจันทร์ [4] กำลังเยื้องย่างมา ร่างกายสูงระหง ใบหน้าเปื้อนยิ้มจางๆ ตาดอกท้อ [5] ยวนให้ใจสั่นไหว อีกทั้งเป็นประกายแพรวพราวดุจดวงดาว งดงามราวเทพบุตร

            บรรดาคุณหนูพากันตกตะลึงและแก้มแดงไปตามๆกัน แววตาสะท้อนความเขินอาย บางคนเดินหน้าเขยิบเข้าไปใกล้โดยไม่แม้แต่จะสงวนท่าทีพยายามชิดใกล้อีกสักนิด จะได้มองเห็นชัดเจนอีกสักหน่อย

            คนคนนี้ก็คือเฟิ่งเจาเกอองค์ชายแห่งแคว้นอี้ องค์รัชทายาทแห่งต้าฉี! ยอดบุรุษผู้มีรูปโฉมงดงามที่สุด! ชายในฝันของหญิงสาวหลายๆ คน!

            ว่ากันว่าองค์รัชทายาทเดินทางไปศึกษาหาความรู้ในต่างแดนมิใช่หรือ ไยจึงกลับวังหลวงมากะทันหันเล่า

            องค์ชายทุกพระองค์ที่อยู่ในงานและพระสนมกุ้ยเฟยเองต่างกำลังขบคิดเกี่ยวกับคำถามนี้ทว่าไม่มีใครเอ่ยปากถาม

            จะมีก็แต่องค์ชายห้าเหยียนอี้หรานที่ไม่รู้จักเก็บความรู้สึกนึกคิดไว้กับตัวนักสีหน้าดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด อดไม่ได้ที่จะถามไถ่ให้ทราบความ “องค์รัชทายาททรงกลับมาเมื่อไรถ้าข้ารู้ว่าวันนี้ท่านกลับวังจะออกไปรับเสด็จแน่นอน”

            “วันนี้มีงานเลี้ยงชมดอกไม้ของพระสนมเสียนกุ้ยเฟยกุลธิดาทั้งหลายต่างมาร่วมงาน ข้าย่อมต้องมาดูเสียหน่อย ช่างคึกคักจริงๆ นั่นแล” เฟิ่งเจาเกอคลี่ยิ้มน้อยๆ ประสานมือคารวะเสียนกุ้ยเฟยเมื่อยึดตามลำดับศักดิ์ต้องคำนับทำความเคารพ ดังนั้นเฟิ่งเจาเกอจึงไม่ได้ถือสา

            นัยน์ตาเสียนกุ้ยเฟยฉายแววประหลาดใจทว่าสามารถปกปิดได้อย่างมิดชิด พระนางยิ้มตอบเช่นเดียวกัน “องค์รัชทายาทมากพิธีรีตองแล้วหม่อมฉันรับไว้มิได้หรอก”

            ตนเป็นสนมที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุดรองจากฮองเฮาเท่านั้นและมีใครในที่นี้ไม่รู้บ้างว่าตนในฐานะเป็นกุ้ยเฟยนั้นเป็นรองเพียงฮองเฮา เพื่อที่จะชิงอำนาจในวังหลังแห่งนี้นางกับฮองเฮาประมือกันทั้งต่อหน้าและลับหลังไม่น้อย

            ทว่าเฟิ่งเจาเกอก็ดันเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เหมือนกันทั้งยังมีแคว้นอี้หนุนหลังเขา

            นี่คือสิ่งที่นางหวั่นเกรงมากที่สุดกว่าเสี้ยนหนามนี่จะออกเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนต่างบ้านต่างเมืองได้ไม่คิดเลยว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ช่วงนี้ฮองเฮาทรงมีพระพลานามัยไม่ดี นางยังพอเคลื่อนไหวกระทำการบางอย่างได้บัดนี้เขากลับมาแล้ว นางจึงไม่สะดวกลงมือ ชายผู้นี้รอบคอบระมัดระวังเหี้ยมโหดไร้ความปรานี นางเคยประสบพบเห็นกับตามาก่อน

            “ครานี้ข้านำของเล็กๆน้อยๆ จากต่างแดนกลับมาบ้าง ขอมอบให้พระสนมด้วย”

            เฟิ่งเจาเกอตบมือให้สัญญาณจากนั้นก็มีคนแบกกล่องใบหนึ่งมา เมื่อเปิดกล่องดูด้านในล้วนเป็นของหายากจากต่างแดน ทั้งผลเสาวรส ผ้าไหม ภาพวาด หลายหลากมากมายจริงๆ

            เสียนกุ้ยเฟยแย้มสรวลกล่าวด้วยความเกรงใจ “ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”

            องค์ชายห้าเหยียนอี้หรานที่อยู่ข้างๆยิ้มรับอย่างไม่แยแสนัก แต่พอนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเฟิ่งเจาเกอก็เกิดไม่พอใจขึ้นมาสำหรับเขาแล้ว มู่จื่อรั่วคือไข่มุกแสนล้ำค่าที่ประคองไว้ในสองมือเขายอมให้คนอื่นกังขาได้เสียที่ไหน

            เฟิ่งเจาเกอเพียงแต่อมยิ้มชุดสีสะอาดพลิ้วไหวตามสายลม ดวงตาที่โค้งเล็กน้อยเปี่ยมล้นด้วยรอยยิ้มละมุนงามล่มเมืองล่มแผ่นดิน!

            เขาเดินเนิบนาบมายังกลุ่มสตรีเมื่อคุณหนูสูงศักดิ์เหล่านั้นเห็นเขาเดินมาหาพวกนางจริงๆ ก็สูดลมหายใจลึกโดยพลันอดไม่ได้ที่จะเอามือทาบอก รู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นตึกตักจนจะทะลุออกมาข้างนอก

            ส่วนมู่จื่อรั่วนั้นเคลิบเคลิ้มไปแล้วจับจ้องเกาะติดตามตัวเฟิ่งเจาเกอไม่วางตา

            คนคนนี้ก็คือเฟิ่งเจาเกอนี่เอง!

     

    เชิงอรรถ

    [1]镇国将军 เจิ้นกั๋วเจียงจวิน คืออิสริยยศของเชื้อพระวงศ์ฝ่ายชาย เทียบเท่าข้าราชการทหารขั้นหนึ่งชั้นเอก

    [2]踏脚石 หินรองเท้า หมายถึงบางอย่างที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย

    [3]冷宫 ตำหนักเย็น คือสถานที่คุมขังเจ้านายหญิงฝ่ายในภายในวังหลวง

    [4]月白色 สีแสงจันทร์ คือ สีฟ้าอ่อนเนื่องจากคนโบราณคิดว่าแสงจันทร์ไม่ได้ขาวบริสุทธิ์แต่คิดว่าเป็นสีขาวที่เจือสีฟ้าเล็กน้อย

    [5]桃花眼 ตาดอกท้อ คือลักษณะดวงตารูปแบบหนึ่ง รูปตายาวแต่ไม่เรียวเล็ก ลักษณะคล้ายกลีบดอกท้อโค้งเป็นทรงจันทร์เสี้ยวเวลายิ้ม ขนตาหนาและยาว นัยน์ตามีประกายตาขาวกับตาดำแบ่งแยกกันไม่ค่อยชัดเจน ลักษณะตาดูเหมือนกำลังเมาหยาดเยิ้มมีเสน่ห์

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138