ตอนที่ 53:บ้านใหม่
เวยป๋อที่เกี่ยวข้องกับเฉินยี่เจียยังมีการแชร์สนั่นบนโลกออนไลน์
ผ่านไปสามวัน ซึ่งเป็นวันแรกของการวางจำหน่ายหนังสือ'นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่'
แผนกเด็กของสำนักพิมพ์อี้ฮวา มีพนักงานทั้งสิ้น 17-18 คนต่างก็ขะมักเขม้นอยู่ในห้องทำงาน
หัวหน้าบรรณาธิการเกาจัว เดินไปเดินมาอยู่ในห้องทำงานขนาดใหญ่แล้วชี้แจงว่า
"วันนี้เป็นวันแรกของการวางจำหน่ายหนังสือ'นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่' บนแผงหนังสือ ส่วนที่เหลืออีก 900,000 เล่ม นอกจากร้านหนังสือชั้นนำไม่กี่แห่งที่ยังสต๊อกไว้ 200,000 เล่ม อีก 700,000เล่มที่เหลือถูกวางอยู่ในร้านสาขาหลักของเว็บไซต์จิงตง ! จำไว้ในร้านสาขาหลักของเว็บไซต์จิงตงแห่งนี้ ยังรับประกันซื้อได้อย่างแน่นอน ! "
หวางเสี่ยวถงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจากนั้นก็พูดกับเกาจัวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองว่า "หัวหน้าบรรณาธิการจิงตงจะสต็อกสินค้าของเราไหม ? ถ้าร้านหนังสือขนาดใหญ่เหล่านั้นต้องการคืนสินค้ามาให้เราล่ะ ? ”
“ฉันเชื่อในสายตาของน้องหลิว อีกอย่างเมื่อวานได้มีผู้ใช้บริการเว็บไซต์จิงตงมากกว่าหนึ่งล้านคนส่งข้อความให้ร้านสาขาหลักของเราแล้ว”
เกาจัวกัดฟันกรอด “ร้านหนังสือขนาดใหญ่เหล่านั้น หึในเมื่อพวกเขาเลือกที่จะคืนหนังสือนิทานสำหรับเด็กให้เรางั้นเราก็ไม่ต้องให้พวกเขาแม้แต่เล่มเดียว !ฉันจะทำให้เขาร้องไห้จนไม่รู้จะร้องยังไงเลยทีเดียว ! ”
หวางเสี่ยวถงพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ “แต่หัวหน้าบรรณาธิการคะถ้ายอดขายบนเว็บไซต์จิงตงไม่ดีล่ะ ? ”
“ไม่มีคำว่าถ้า ! ” เกาจัวโบกมือหนึ่งครั้ง“นิทานสำหรับเด็กของน้องหลิว ฉันชอบอ่านเป็นที่สุด ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรคงจะสามารถดึงดูดความสนใจของเหล่าคุณพ่อคุณแม่รวมถึงตัวเด็กเอง ได้อย่างแน่นอนถึงตอนนั้นก็แค่รอจัดส่งสินค้าแล้วล่ะ”
……………….
แตกต่างจากสำนักพิมพ์อี้ฮวาที่ชอบกังวลเกินเหตุหลิวจือเซียกำลังนอนอย่างเกียจคร้านในวันนี้
ตอนที่เขาลุกขึ้นก็เป็นเวลาแปดโมงแล้ว
โชคดีที่วันนี้ในโรงเรียนอนุบาลทานตะวันหยุด เยว่เยว่จึงไม่ต้องไปโรงเรียน
หลัวจากบิดตัวด้วยความเกียจคร้านแล้วหลิวจือเซียก็ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้าไปในครัว
ช่วงนี้ร่างกายของเด็กน้อยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาโดยตลอด แต่หลิวจือเซียยังรู้สึกไม่ค่อยสมดุลดังนั้นวันนี้เขาจึงต้องเพิ่มอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย
อาหารเช้าวันนี้คือแซนวิชเนื้อไก่ สลัดผัก นมพร่องมันเนย รวมทั้งไข่ต้มหนึ่งฟอง
อาหารเหล่านี้ต่างก็เป็นของสดใหม่ที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเมื่อวานหลิวจือเซียไม่อยากให้เยว่เยว่กินของที่ไม่สดเพราะอาจจะทำให้เยว่เยว่ไม่สบายขึ้นมาได้
ก่อนอื่นก็ทำไข่ต้มง่าย ๆ และสลัดผัก นมอุ่น ๆ สักแก้ว
จากนั้นก็อบขนมปังโฮลวีต เปิดแก๊สตั้งหม้อ ต้มเนื้อไก่เล็กน้อยหั่นแฮมเป็นสองท่อน มะเขือหนึ่งชิ้น ชีสสองแผ่น ผักกาดแก้วหนึ่งช่อ วางลงบนขนมปังโฮลวีตที่อุ่นแล้ว
จากนั้นก็หั่นขนมปังโฮลวีตเป็นมุมทแยงแซนวิชไส้เนื้อไก่ที่สมบูรณ์ทั้งสองชิ้นพร้อมแล้ว
“ว้าว คุณพ่อ หอมจังเลยค่ะ ! ”
ในขณะที่หลิวจือเซียวางขนมปังบนโต๊ะ เสียงของเยว่เยว่ก็ดังขึ้น
กระทั่งเห็นเด็กหญิงขยี้ตาด้วยมือข้างหนึ่งส่วนตาอีกข้างก็มองไปยังอาหารที่หลากหลายบนโต๊ะอาหาร แล้วกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
“ไอหยา เยว่เยว่ตื่นแล้วหรือ ? ”หลิวจือเซียหยิบนมพร่องมันเนยขึ้นขณะที่กำลังอุ่น ๆ แล้วรินใส่แก้วใส“วันนี้เจ้าหญิงน้อยของเรา ทำไมถึงตื่นนอนตั้งแต่แดดยังไม่ส่องก้นได้ล่ะเนี่ย ? ”
“คิกคิก” เยว่เยว่หัวเราะอย่างน่ารักจากนั้นก็ลูบท้องของตัวเองพลางพูดว่า “ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ท้องของหนูมันประท้วงไม่เชื่อคุณพ่อลองฟังดูสิ ! ”
หลิวจือเซียก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วอุ้มเยว่เยว่ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ แล้วยื่นศีรษะออกไปคลอเคลียหน้าท้อง“ถ้าอย่างนั้นพ่อต้องพิสูจน์สักหน่อยแล้ว ! ”
“ฮี่ฮี่” เยว่เยว่หัวเราะออกมาเบา ๆ จนเผยลักยิ้มเล็ก ๆทั้งสองข้างบนใบหน้า
สองพ่อลูกเล่นกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หลิวจือเซียจะพาเยว่เยว่ไปล้างหน้าแปรงฟัน
เมื่อออกมาจากห้องน้ำเยว่เยว่ก็กระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้อย่างอดไม่ได้จากนั้นก็หยิบแซนวิชหนึ่งชิ้นยัดเข้าปาก
“กินช้า ๆ ก็ได้ ไม่มีใครแย่งลูกหรอก” หลิวจือเซียยิ้มจากนั้นก็หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดที่มุมปากของเยว่เยว่
“ว้าว ! อร่อยที่สุดเลย ! ”
แม้ว่าจะติดตามหลี่เมิ้งอี จนเคยชินกับการกินขนมปังและนมแต่แซนวิชที่พ่อเป็นคนทำด้วยตัวเองในครั้งนี้ เยว่เยว่รู้สึกว่าอร่อยที่สุดอร่อยยิ่งกว่าแซนวิชที่เคยกินมาทั้งหมด
หลิวจือเซียกลั้วหัวเราะจนกระทั่งนึกถึงคำโฆษณาที่โด่งดังในชีวิตที่แล้วแล้วพูดขึ้น “ถ้าอร่อยลูกก็ต้องกินเยอะ ๆ นะ ! ”
“กริ๊ง ! ”
ในตอนนี้เอง เสียงโทรศัพท์ของหลิวจือเซียก็ดังขึ้น
หลิวจือเซียหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นหลางเวิ่นซิงที่โทรมา“ฮัลโหลพี่ซิง เป็นยังไงบ้าง ? ”
“นายนี่จริง ๆ เลย ! ” ทันทีที่รับสายหลางเวิ่นซิงก็บ่นอย่างรวดเร็ว “การก่อสร้างสตูดิโอของนายนายจะไม่มาดูห้องทำงานสักหน่อยหรือ ? ”
“ช่วงนี้ผมยุ่งมากจริง ๆ ” หลิวจือเซียกล่าวด้วยรอยยิ้ม “กลับไปผมจะเลี้ยงข้าวพี่ก็แล้วกัน”
“นายติดเลี้ยงข้าวฉันตั้งกี่มื้อแล้ว ? ”หลางเวิ่นซิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาล่ะ เรื่องของนายก็จัดการเองละกัน กุญแจคีย์การ์ดและสัญญาการซื้อขายบ้าน ฉันจะให้คนขับรถไปส่งให้นาย นายอย่างเพิ่งไปไหนนะรอรับเอกสารเหล่านี้ก่อน”
“เรื่องบ้านหรือ ? ” เมื่อหลิวจือเซียได้ยินก็ตื่นเต้นทันใดแล้วพูดว่า “พี่ซิง พี่จัดการเร็วเกินไปหรือเปล่า ?เมื่อวานผมเพิ่งพูดเรื่องซื้อบ้านกับพี่เองนะ วันนี้พี่จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ ?”
ที่จริง เมื่อวานหลิวจือเซียได้กล่าวกับหลางเวิ่นซิงคร่าว ๆว่าเขาอยากซื้อบ้านในเขตจิงฮัวสักหลัง พื้นที่ใหญ่สักหน่อยก็ดีแล้วก็อยู่ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลทานตะวันด้วย
โรงเรียนอนุบาลทานตะวันอยู่บนวงแหวนที่สอง ใกล้กับวงแหวนที่สามบริเวณโดยรอบมีโรงเรียนประถมและโรงเรียนมัธยมต้นพูดได้ว่าเป็นเขตโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโดยแท้จริง
ซึ่งบ้านที่อยู่ในเขตโรงเรียนทั่วไปย่อมมีราคาสูงมากอย่างน้อยก็ตารางเมตรละ 30,000 หยวน ทั้งยังแพงเกินไป
จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าบังเอิญมากหลางเวิ่นซิงอยู่ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลทานตะวัน และอยู่ใน ‘เขตชางชุย’ที่ใช้เวลาเดินทางแค่ 10 นาที และบังเอิญว่าเขามีบ้านสองหลัง
แผนการเดิมของหลางเวิ่นซิงก็คือ รอให้ฮันฮันโตกว่านี้สักหน่อยแล้วค่อยย้ายออกจากเขตวิลล่าจิ่งไท่ แล้วมาอาศัยอยู่ที่นี่จะได้รับส่งฮันฮันไปโรงเรียนได้สะดวก
หลิวจือเซียเสนอว่าจะซื้อบ้านหลางเวิ่นซิงจึงมอบให้เขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ทั้งยังเป็นบ้านสี่ห้องนอนสองห้องน้ำ ตารางเมตรละ 28,000รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 180 กว่าตารางเมตร ซึ่งเท่ากับราคาที่เขาเคยซื้อในช่วงแรกภายในได้รับการตกแต่งเรียบร้อย มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ครบครันทั้งยังใหม่เอี่ยม ถือแค่กระเป๋าก็เข้ามาอยู่ได้เลย
“ฮ่าฮ่า พอดีฉันว่างพอดี เลยมีเวลาจัดการเรื่องนี้ให้นาย”
หลางเวิ่นซิงกล่าวเสริม “จริงสิในโรงจอดรถใต้ดินฉันทิ้งรถไว้ให้นายคันหนึ่งด้วยนะ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธฉันนายคือคนที่สมควรได้รับการตอบแทนจากบริษัท ถึงอย่างไรต่อไปรถ อาหาร รถรับส่งฉันก็ต้องให้นายอยู่ดี ก็ให้นายไปล่วงหน้าเลยดีกว่า”
“ก็ได้ ขอบคุณพี่ซิงมากครับ ! ” หลิวจือเซียไม่ได้ปฏิเสธอีกแค่รถเพียงคันเดียวสำหรับผู้บริหารใหญ่อย่างหลางเวิ่นซิง มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย
“อืม ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันวางล่ะ” หลางเวิ่นซิงกดตัดสายไปโดยตรง
“ตู๊ด ตู๊ด…”
เมื่อหลิวจือเซียวางโทรศัพท์ เยว่เยว่ก็กินอาหารเช้าเสร็จแล้วพอดี
“คุณพ่อ คุณอาหลางใช่ไหม ? ” เยว่เยว่กระพริบตาปริบ ๆแล้วหมองหลิวจือเซีย “คุณพ่อจะไปทำงานอีกแล้วหรือ ? พาเยว่เยว่ไปด้วยได้ไหมคะ ? ”
เยว่เยว่ไม่อยากอยู่บ้าน เพราะการที่ไปที่ทำงานของหลิวจือเซียเธอจะได้เห็นพ่อของตนและก็จะได้เล่นกับพี่สาวคนสวยด้วย เยี่ยมที่สุด !
“วันนี้พ่อไม่ไปทำงาน พ่อจะพาเยว่เยว่ไปดูบ้านใหม่ของเราดีไหม ?” หลิวจือเซียดึงกระดาษทิชชูออกมาหนึ่งแผ่น แล้วเช็ดมุมปากของเยว่เยว่พร้อมกับเอ่ยถาม
“บ้านใหม่ ? ” คิ้วเล็ก ๆ ของเยว่เยว่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “คุณพ่อเราจะย้ายบ้านหรือคะ ? ”
“ใช่แล้ว!” หลิวจือเซียพยัหน้า “เยว่เยว่ไม่อยากย้ายหรือ ? ”
มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของเยว่เยว่ประสานเข้าด้วยกันแล้วพูดออกมาปนความเสียใจนิด ๆ “ถ้าย้ายบ้านหนูจะไม่ได้ไปโรงเรียนและเลิกเรียนพร้อมกับพี่ฮันฮันแล้วใช่ไหมจะไม่ได้ไปกับคุณพ่อแล้วใช่ไหมคะ ? ”
หลิวจือเซียลูบศีรษะของเยว่เยว่ด้วยความอบอุ่น แล้วพูดว่า“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ? บ้านของเราและบ้านของฮันฮันอยู่ติดกันเลยเป็นเพื่อนบ้านกันเลยแหละ ! แล้วบ้านหลังนั้นก็ใหญ่มาก ใหญ่มาก ๆถ้าขนของเล่นทั้งหมดของเยว่เยว่เข้าไป คงเต็มห้องนั่งเล่นพอดีเลย”
“จริงหรือคะ ? ” เยว่เยว่เงยหน้าขึ้นแล้วถามด้วยสีหน้ามีความหวัง “งั้นคุณพ่อ ต่อไปหนูก็จะได้ไปเล่นกับพี่ฮันทุกวันแล้วสิคะ? ”
“แน่นอน ! ”
หลิวจือเซียเชื่อว่า ตราบใดที่เขาย้ายบ้านในฐานะที่หลางเวิ่นซิงเป็นผู้จัดการของเขาก็จะต้องย้ายมาเป็นเพื่อนบ้านของเขาใน‘เขตชางชุย’แน่นอน
“เย้ เยี่ยมไปเลย ไปดูบ้านหลังใหม่กันเถอะ ! ” ดวงตาที่สุกสกาวทั้งสองข้างเยว่เยว่เปล่งประกายและฉายแววดีใจออกมา
………………………
09.00 น. วันนี้ ร้านหนังสือชั้นนำในเจี้ยงฮัว ก็เริ่มวางขาย‘นิทานหนูแฮมสเตอร์’นิทานของเหอปิชูนักเขียนนิทานเด็กผู้มีชื่อเสียงของสำนักพิมพ์อู่ถงรวมทั้ง‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ โดยเซียเยว่นักเขียนนิทานเด็กหน้าใหม่ของสำนักพิมพ์อี้ฮวา
ร้านหนังสือชั้นนำนั้นไม่ต้องพูดถึงส่วนในร้านหนังสือขนาดเล็กเหล่านั้น ‘นิทานหนูแฮมเตอร์’ต่างก็ถูกจัดวางเต็มชั้นหนังสือ ทั้งยังจัดวางในพื้นที่ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดด้วยส่วน ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ มีหนังสือเพียงแค่ 50 เล่มเท่านั้นอีกทั้งตำแหน่งก็อยู่ในหัวมุม ถ้าไม่สังเกตดี ๆ เกรงว่าคงจะมองข้ามมันไป
เขตชางชุย ตั้งอยู่บนถนนกวงหยวนวงแหวนรอบที่สองจากที่บ้านพักในตอนนี้ของหลิวจือเซีย ก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง
เมื่อนั่งแท็กซี่มาถึงถนนกวงหยวน หลิวจือเซียให้รถแท็กซี่หยุดและอุ้มเยว่เยว่ลงจากรถเขาอยากคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดเพราะถึงอย่างไรต่อไปที่นี่ก็จะกลายเป็นที่อยู่อาศัยของเขา
ในเมื่อเป็นวงแหวนรอบที่สอง อีกทั้งยังเป็นเขตโรงเรียนไม่ต้องเอ่ยถึงห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาลที่ต้องมีในชีวิตประจำวันเลยแม้แต่ร้านค้าที่ดูหรูหราก็มีให้เห็นหลายต่อหลายร้านหลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่เดินไปตลอดทางเห็นร้านค้าที่ตกแต่งอย่างหรูหราไปแล้วอย่างน้อยห้าแห่ง
ไม่นานก็มาถึงเขตชางชุยก็เห็นร้านหนังสือแห่งหนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าของหลิวจือเซียร้านนี้มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ นั่นก็คือร้านหนังสือซินฮัว !
“คุณพ่อ ทำไมหยุดเดินล่ะคะ ? ” เยว่เยว่มองไปรอบ ๆด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นหลิวจือเซียยืนนิ่ง จึงอดเอ่ยปากถามไม่ได้
“เยว่เยว่ เราไปดูในร้านหนังสือกันดีไหม ? ”หลิวจือเซียชี้ไปยังร้านหนังสือซินฮัว แล้วพูดขึ้น “ลูกยังจำหนังสือนิทานที่พ่อเล่าให้ลูกฟังเหล่านั้นได้ไหม? ”
เยว่เยว่ยืดอกด้วยความภูมิใจ แล้วพูดว่า “จำได้ค่ะมีหลายเรื่องที่หนูเล่าได้ด้วยนะคะ ! ”
“เยว่เยว่เก่งที่สุด” หลิวจือเซียจุ๊บหน้าผากของเยว่เยว่แล้วพูดต่อ “นิทานที่พ่อเคยเล่าให้ลูกฟังเหล่านั้นกลายเป็นหนังสือนิทานอย่างสมบูรณ์แล้ว มีชื่อว่า ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’และตอนนี้หนังสือเล่มนี้ก็มีขายในร้านหนังสือแล้ว ! ”
“‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ คุณพ่อ ตั้งใจทำให้เยว่เยว่หรือคะ ?” เยว่เยว่ตาลุกวาว ก่อนจะฉายแววตื่นเต้นดีใจออกมา “คุณพ่อ เราไปดูกันเถอะ ! ”