ได้ฟังคำพูดของพิมมารา ดิวถึงกับผงะ แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร เพราะอยากดูปฏิกิริยาของรฐา ในฐานะผู้อำนวยการบริษัทเธอจะจัดการยังไงนะ
“ไม่ได้ยินเหรอคะ ฉันขอกาแฟ....” พิมมาราเน้นย้ำทีละคำทีละคำ
ใบหน้าของรฐาเผยรอยยิ้มบาง สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเลย “ได้สิคะ งั้นรอสักครู่ เดี๋ยวฉันจะชงให้”
“ก็ดี” พิมมารารู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะ ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือความจริงที่รฐาไม่อาจปฏิเสธ ตำแหน่งใหญ่เป็นถึงผู้อำนวยการ ก็แล้วยังไง? ความจริงแล้วเธอยังเป็นแค่ลูกจ้างเท่านั้น จะไปมีปากเสียงกับผู้ถือหุ้นที่เหมือนกับเจ้านายก็ยังไงอยู่
หลังจากเห็นว่ารฐาทำตามอย่างว่าง่าย พิมมาราก็หันไปมองดิว พูดกับเขายิ้มๆว่า “เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะคะ”
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของพิมมารา ทั้งคำพูดคำจาและอารมณ์ ทำให้ดิวถึงกับผงะ นี่เหรอคือผู้หญิง ร้ายกันจังนะ เขากระแอมครั้งหนึ่งแล้วถามไปว่า “วันนนี้ร้านเป็นยังไงบ้างครับ กระแสตอบรับยังดีเหมือนเมื่อวานหรือเปล่า”
“ดีสุดๆ เลยล่ะค่ะ” พิมมาราพูดอย่างภูมิใจ “วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ลูกค้าแน่นร้าน และด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทำให้การจัดการในวันนี้ดีขึ้นกว่าเดิม และดูเหมือนลูกค้าจะเยอะกว่าเมื่อวานด้วย ยอดของวันนี้จึงปาไปห้าล้านกว่าบาทค่ะ”
“ว้าว เพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อยเลยนะครับ” ดิวมีสีหน้าครุ่นคิด
พิมมาราเห็นด้วย “ใช่ค่ะ ถ้าหากเป็นก้อนหน้านี้ ทางร้านคงไม่มีของสต็อกจนแน่นคลังสินค้า แต่เป็นเพราะการเตรียมการแต่เนิ่นๆ เกี่ยวกับกระแสของมะเหมี่ยว ทำให้เราสามารถเติมของได้ตลอดเวลา แต่ก็ไม่มากเกินไปกว่าที่กำหนด ในวันหนึ่งมันควรจะเท่านี้”
“นั่นสินะครับ ถ้าขายเอาแต่ปริมาณ แล้วคุณภาพไม่ได้เรื่องคงไม่มีใครกลับเข้ามาในร้านอีกเป็นครั้งที่สอง” ดิวเห็นด้วยกับความคิดนั้น
ในระหว่างที่นั่งคุยกันอยู่ รฐากลับมาพร้อมกาแฟร้อนๆ เธอวางแก้วกาแฟไว้ตรงหน้าพิมมารา ก่อนจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ทานให้อร่อยนะคะ”
พิมมารามองควันร้อนขึ้นหุยๆ แล้วพยักหน้าให้กับรฐา “ขอบคุณ หวังว่ากาแฟจะอร่อยเหมือนกับหน้าคุณนะคะ”
“เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกันเถอะครับ” ดิวไม่อยากเสียเวลานี่ก็หนึ่งทุ่มแล้ว อยากกลับบ้านไปอาบน้ำนอนใจจะขาด “เรามาพูดถึงการขยายสาขาดีกว่า เริ่มจากเชียงใหม่นี่แหละ แล้วค่อยขยับไปจังหวัดอื่น”
ขยายสาขาในเชียงใหม่ง่ายกว่าขยายไปยังที่อื่น หากไปยังจังหวัดอื่นค่าใช้จ่ายจะเยอะขึ้น จะต้องการใช้รถบรรทุกขนของไปที่นั่น กระจายสินค้าไปยังสาขาต่างๆ ซึ่งมันต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หากเทียบกันแล้วตอนนี้หากจะขยายสาขาทำในตัวจังหวัดเชียงใหม่จะง่ายกว่า
ทุกอย่างครอบคลุมกว่าในทุกด้าน อีกอย่างการบริหารจัดการยังดูแลทั่วถึงกว่า คงต้องใช้เวลาสักพักหากจะขยับขยายไปจังหวัดอื่น
“ฉันเห็นด้วยกับประธานนะคะ เราควรมุ่งเน้นในสิ่งใกล้ตัว” รฐาบอก “จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่ และยังมีห้างสรรพสินค้าเยอะมาก การที่เราจะขยายสาขาโดยผ่านพวกเขานั้นเป็นอะไรที่ง่าย อีกอย่างร้านที่จะเปิดในห้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านแบบปิด ไม่ต้องมีประตูไฟฟ้าทำแบบเปิดโล่งแทน น่าจะเข้ากันไม่น้อยเลยนะคะ”
“เป็นความคิดที่ดี” ดิวเข้าใจในความคิดของรฐา เมื่อไม่มีประตูไฟฟ้าค่าใช้จ่ายก็จะลดลงไป อีกอย่างมันก็ควรเป็นแบบนั้นแหละ ในห้างสรรพสินค้าจะมีใครทำประตูบ้างล่ะ มันเป็นการเสียเวลาเปล่า ต่างจากสถานที่ข้างนอกนั่น เพราะร้อนและมีมลภาวะอื่นๆ จึงจำเป็นต้องทำร้านแบบปิด
“ฉันไม่คัดค้านอะไรอยู่แล้ว พูดต่อสิ” พิมมาราเอนหลังพิงโซฟา วันนี้ถึงจะจัดการได้ดี แต่ยังหนักจนรู้สึกปวดหลังเชียวละ
“ค่ะ บริษัทของเราจะไม่เน้นในปริมาณเกินไป การทำแบบนั้นจะทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ เราต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยการขยายสาขาครั้งนี้ ฉันว่าเราควรจะขยายสักสี่สาขา เมื่อรวมกับสาขาแรกก็จะเป็นห้าสาขา” รฐาพูดอย่างฉะฉาน เธอมองพิมมารายิ้มๆ พิมมาราไม่ได้ขัด เธออาจจะไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ แต่ในเรื่องของธุรกิจนั้นมันคนละเรื่องกัน
รฐาพูดต่อว่า “ห้าสาขานี้คุณอาจมองว่าน้อย แต่อย่าลืมไปในด้านของธุรกิจเราต้องค่อยๆ สังเกตการณ์พฤติกรรมของลูกค้า ว่าพวกเขาชอบทานอะไรบ้าง เมื่อเป็นอย่างนั้นมันก็ง่ายในการคิดสูตรใหม่ๆ เพื่อควบคุมตลาดต่อไปได้ค่ะ”
ดิวผงกศรีษะเข้าใจ เรื่องสูตรต่างๆ ของบริษัทแมคฟรายในอนาคตนั้นเขามีโครงร่างคร่าวๆ แล้ว ตอนนี้บริษัทแมคฟรายผลิตเพียงไก่ทอด เฟรนซ์ฟรายก็ไปซื้อเขามายังไม่มีเมนูอื่น ซึ่งหากมองระยะแรกมันคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่หากมองในระยะยาวแล้ว มันถือเป็นความเสี่ยง
เมนูต้องดูหลากหลายกว่านี้ ให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึงได้มากกว่า ไก่จะต้องมีหลายรส ต้องมีเผ็ดจนปากชาเผ็ดแบบแสบร้อน นั่นคือสิ่งที่ดิวคิดในอนาคต ว่ามันควรเดินไปในเส้นทางนี้
“การพัฒนาสูตรเราคิดค้นสูตรใหม่ๆ เสมอ ใช่และนั่นคือระยะยาวของแมคฟราย เราจะต้องเน้นในเรื่องของความสดใหม่ ในแต่ละเดือนจะจัดโปรโมชั่น เพื่อดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ให้เข้ามา และผมคิดว่าสำหรับผู้ที่ใช้บริการของ Devil Chat จะได้รับส่วนลดพิเศษ” ดิวมีแผนของตัวเอง
โดยแผนของเขานั้นคือการดึงผู้ใช้บริการ Devil Chat เข้ามาเป็นลูกค้า และมันยังเป็นนัยยะอย่างหนึ่ง เมื่อเห็นว่าแอปพลิเคชัน Devil Chat ได้รับส่วนลดในสินค้านั้นๆ ผู้บริโภคที่ชอบในด้านนี้อยู่แล้วก็จะรีบโหลดลงเครื่องในทันทียอดดาวน์โหลดของ Devil Chat จะขยับขึ้นอีกหลายล้าน นั่นยังรวมถึง Devil Run ที่เกี่ยวเนื่องด้วย อัตราการดาวน์โหลดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ และดิวได้มองถึงข้อนี้ไว้แล้ว
“เป็นความคิดที่นี่นะคะ แต่ฉันว่า...เราควรเพิ่มอีกอยากเข้าไปด้วยนะคะ” พิมมาราเสนอแนะ
ดิวถามเธอว่า “คุณต้องการเพิ่มอะไรเหรอ?”
“ตัวของ Devil Run น่ารักมาก มันน่าจะดีนะคะที่เราจะทำฟิกเกอร์ออกมาบ้าง และจากที่เรามีร้านแมคฟราย มันก็ง่ายแก่การดึงดูดผู้เล่น Devil Run นั่นก็คือ...กำหนดสิทธิ์แลกซื้อ! ถ้าหากซื้อสินค้าของเราครบตามเงื่อนไข ก็มีสิทธิ์แลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ Devil Run มีหลายตัวละคร แต่ละตัวมีแต่น่ารักๆ ทั้งนั้น ฉันคิดว่ามันต้องดึงดูดกลุ่มผู้เล่นเยอะทีเดียวค่ะ” พิมมาราชื่นชอบ Devil Run เป็นอย่างมาก แล้วข้อได้เปรียบของบริษัทแมคฟรายคือเป็นเจ้าของ Devil Run พวกเขาสามารถทำอย่างไรก็ได้กับตัวละครเหล่านั้น โดยเจ้าของยังนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย มันเป็นการง่ายหากดิวตกลง
“สิทธิ์แลกซื้องั้นเหรอ...? ไม่เลว เป็นความคิดที่ดีนะ แค่ว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไป กระแสไก่ทอดแมคฟรายกำลังไปได้สวย มันกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เราควรมุ่งเน้นไปที่การขยายสาขามากกว่า พอมันอยู่ตัวแล้วค่อยจัดสิทธิ์แลกซื้อที่คุณเสนอก็ยังไม่สาย คุณว่ายังไงล่ะ” ดิวเห็นด้วยกับพิมมารานะ แต่อย่างที่บอกมันเร็วเกินไป ถึงแม้จะไม่มี Devil Run เข้ามาเกี่ยวเนื่องในตอนนี้ แต่ด้วยความสดใหม่ของแมคฟรายที่กำลังเป็นกระแส ก็ทำให้มันยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งใบบุญอย่าง Devil Run หรอกนะ
“เข้าใจแล้วค่ะ...” พิมาราทำหน้ามุ่ย เธอรู้สึกไม่พอใจ แต่ไม่ได้เอ่ยคำพูดแย่ๆ ออกมา เพราะสิ่งที่ดิวพูดมานั้นถูกต้องแล้ว
“นี่คือรายชื่อห้างสรรพสินค้าที่ฉันได้คัดกรองมาหมดแล้ว ลองดูสิคะ ว่าจะขยายสาขาไปที่ห้างไหนดี” รฐาไม่ได้สนใจพิมมารา เธอไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น เป็นแค่พนักงานคนหนึ่งเท่านั้น เพราะงั้นจึงต้องทำงานให้เต็มที่ ให้คุ้มกับค่าจ้างแพงแสนแพง
พิมมารากับดิวดูรายชื่อห้างร้านต่างๆ ขนาดพื้นที่ในการสร้างร้านต้องใหญ่พอประมาน อย่างน้อยต้องจุคนได้ยี่สิบคน พวกเขาพูดคุยกันอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็ตกลงกันได้ เมื่อตกลงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ กันเรียบร้อยก็กลับบ้านใครบ้านมัน ความจริงแล้วบริษัทแมคฟรายเลิกไปตั้งนานแล้วล่ะ จึงดูเหมือนกับว่าพวกเขาทำงานล่วงเวลา
รปภ ที่เฝ้าบริษัทรีบมาเปิดประตูให้เจ้านาย เขามองรถที่ขับออกไปสามคันด้วยความอิจฉา “เจ้านายใหญ่เป็นคนที่สุดยอดจริงๆ มีผู้หญิงสวยๆ ถึงสองคนมาชอบในเวลาเดียวกัน และยังอยู่จนดึกดื่นค่ำมืด...คึคึ ไม่เอาแล้ว ไม่พูดดีกว่า”
รปภ รีบปิดประตู นั่งอยู่ในตู้สำนักงานเล็กๆ คอยตรวจดูความเรียบร้อยของบริษัทแมคฟราย
เมื่อกลับมาถึงบ้านดิวก็อาบน้ำเข้านอนทันที พรุ่งนี้จะต้องลงพื้นที่ไปดูสถานที่ในการสร้างแมคฟรายอีกหลายสาขา และเขาไม่อยากตื่นขึ้นมาแบบเพลียๆ พอศีรษะตกถึงหมอนก็ผล็อยหลับไปทันที
มันเป็นเช้าของอีกวันที่สดใส ข้าวปั้น หมอนี่เมื่อไหร่จะย้ายออกไปนะ แต่เอาเถอะ อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เพียงแต่ชาวบ้านมักเอาไปพูดแปลกๆ เท่านั้นเอง
ดิวขับรถออกจากบ้านเป็นเวลาสามโมงเช้าเข้าไปที่บริษัทแมคฟราย จากนั้นออกไปข้างนอกกับรฐา ความจริงพิมมาราอยากมาด้วยนะ แต่ติดตรงที่เธอเป็นผู้จัดการสาขาแรกเนี่ยสิ จึงมาไม่ได้ ได้แต่กัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจในที่ทำงาน
“ห้างแมงโก้เจ้าของเป็นชาวเยอรมัน เข้ามามีบทบาทในประเทศของเราเมื่อห้าปีก่อน อาจจะไม่ใช่ห้างอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่สาขาของพวกเขาในต่างประเทศเยอะมาก คงอีกไม่นานหรอกที่จะเข้ามาแทนที่พวกไดโนเสาร์เหล่านั้น” ในระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ รฐาเล่าประวัติความเป็นมาของห้างแมงโก้ให้ฟัง
“ห้างแมงโก้? มันคืออะไรเนี่ย” ดิวส่ายหน้ายิ้มๆ ในโลกเดิมไม่มีห้างชื่อนี้อยู่เลย เหมือนกับอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างนั่นแหละ เพราะงั้นการเคลื่อนไหวของดิวจึงสะดวก ในโลกคู่ขนานนี้ เขาสามารถทำอะไรก็ได้ด้วยไอเดียที่ไม่มีใครเหมือน...