"เจ้าบ้านี่แข็งแกร่งมาก!" มู่หลงวานตกตะลึง เธอไม่คิดเลยว่าหลางหลินจะต้านรับทักษะพยัคฆ์ของคุณชายไว้ได้ทักษะพยัคฆ์เป็นทักษะระดับ 1 มันเป็นทักษะสังหารเหยื่อในครั้งเดียว เป็นทักษะที่ลอกเรียนมาจากการล่าเหยื่อของเสือ ด้วยอุ้งเท้าที่ใหญ่และกรงเล็บที่แหลมคม ทุกคนที่โดนทักษะนี้ของจางเปาเข้าล้วนตายทุกราย มาวันนี้ทำให้สองพี่น้องต้องตกตะลึงเมื่อมีคนสามารถรับการโจมตีนั้นได้
แต่แค่นั้นยังไม่พอ เขายังสามารถโจมตีกลับไปได้ด้วย! นี่มันบ้าชัดๆ!
"บอสแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้เลยงั้นเหรอ!!" จางเปาตกตะลึงเช่นกัน เขาอยู่กับหลางหลินตั้งแต่ยังพิการและรู้เกี่ยวกับร่างกายที่อ่อนแอของหลางหลินดี มาวันนี้ยิ่งประหลาดใจ ระคนตกตะลึงเมื่อเห็นว่าผู้เป็นบอสแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับจางเปามันเป็นอะไรที่บ้ามาก กว่าเขาจะฝึกได้ขนาดนี้ต้องใช้เวลาตั้งแต่ยังเล็กๆ เพื่อบ่มเพาะพลังและร่างกาย แต่มาวันนี้กลับสูสีกับหลางหลินทำให้เขาอดที่จะรู้สึกว่า ตัวเองเป็นแค่เด็กทารกเมื่อต้องสู้กับสัตว์ประหลาดที่เติบโตเร็วมากขนาดนี้!
หลางหลินไม่ได้มีทักษะในการฆ่าเหมือนกับจางเปา ที่เขาได้เปรียบมีเพียงความเร็วสูงจากบัพแหนมิติลดแรงโน้มถ่วง 5 เท่า! ทำให้เขาสามารถโจมตีจางเปาได้อย่างต่อเนื่อง!
"ร่างกายของจางเปา แข็งเหมือนกับสัตวอสูรเลยแฮะ" หลางหลินรู้สึกชาที่นิ้วเท้าและอดที่จะคิดอย่างนั้นไม่ได้ ร่างกายของจางเปาแข็งเป็นอย่างมาก แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ปัก ปัก-!! เสียงประมือของทั้งสองดังขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นรอยยุบบนพื้นดินได้อย่างชัดเจน ว่าเป็นหลุมเหมือนกับอุกกาบาตเล็กๆ
ลมโชยพัดมาตามสายลมหอบเอาพายุลูกเล็กๆ ทำให้ฝุ่นละอองปลิวว่อนไปทั่วลานกว้าง ฉากการต่อสู้ของทั้งสองเหมือนกับจอมยุทธ์ในซีรีย์ ร่างกายของหนึ่งในนั้นแข็งเหมือนกับภูเขาลูกใหญ่ แต่อีกร่างกายราวกับสายน้ำ ที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระไร้ข้อผูกมัดใดๆ
หลางหลินหมุนตัวกลางอากาศและชกหมัดลงมา จางเปาทำท่าเหมือนกับสัตว์ล่าเหยื่อ ร่างของเขางองุ้ม พุ่งจากพื้นดินเข้าหาหลางหลินและตะปบด้วยกรงเล็บที่แหลมคม!
กรึก กรึก--! เสียงดังเหมือนกับโลหะกระทบกันหนักๆ ร่างของทั้งสองพัวพันกันสักพักก่อนจะตกมาที่พื้น
หลางหลินมีเลือดที่มุมปาก เขากลิ้งไปที่พื้นและมองไปที่จางเปา
จางเปาเองก็ไม่ต่างกันนัก สภาพของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดและเล็บที่ฉีกขาด
"บอสคุณแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก" จางเปาพูดด้วยความเหนื่อย การต่อสู้กับหลางหลินเมื่อครู่ เขาได้ทุ่มไปสุดตัวแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถล้มหลางหลินได้ ดูเหมือนบอสจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่า
หลางหลินลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เขายื่นมือมาให้จางเปาก่อนจะพูด "นายแพ้ฉันแล้วนะ"
"ฮ่าฮ่า นั่นสิครับ" จางเปาจับมือและลุกขึ้นพร้อมกับหัวเราะด้วยใบหน้าโง่ๆ ใบหน้านี้เหมือนกับจางเปาคนเดิมที่เอาแต่กินและนอนไปวันๆ ช่างต่างจากใบหน้าของพยัคฆ์ร้ายนัก
"เอ๋!!" ทั้งสองสาวตกตะลึงไปพร้อมกัน ไม่นึกเลยว่าคุณชายที่ไร้เทียมทาน จะพ่ายแพ้ให้กับคนต่ำช้าเช่นหลางหลิน มันยากที่พวกเธอจะเชื่อได้ว่านี่คือความจริง
มิ้ว!! กระต่ายน้อยเดินเข้ามา พร้อมกับทำท่ากินข้าว หลางหลินเมื่อเห็นแบบนั้นก็หัวเราะ "เอ้อจริงด้วยสิ ฉันซื้อไอศกรีมมาฝาก เปานายอยู่ทานก่อนแล้วค่อยไปก็ได้นะ"
"ว้าวไอศกรีมของโปรดของจางเปาเลย" จางเปาวิ่งเข้ามาเหมือนกับเด็กน้อย
หลางหลินยิ้ม พวกเขานั่งกินไอศกรีม และข้าวด้วยกันก่อนจางเปาจะบอกลา
"ขอบคุณมากนะครับบอสที่รับจางเปาเข้าทำงาน ถึงแม้ว่าจางเปาจะไม่ได้ช่วยอะไรมากและเอาแต่นอนก็ตาม แต่บอสก็ไม่เคยดุด่าจางเปาเลย" จางเปาพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินเต็มใบหน้า เขาคลำหาของบางอย่างในกางเกงก่อนจะยื่นให้กลางหลิน "หากบอสมีเรื่องอะไรล่ะก็ ฉีกยันต์แผ่นนี้นะครับแล้วจางเปาจะรีบมาช่วย"
มันเป็นยันต์���ผ่นหนึ่ง สีเหลืองเหมือนกับกระดาษเช็ดก้นเก่าๆ มีอักษรรูนอะไรซักอย่างที่เขียนด้วยเลือดอยู่
"ขอบคุณ" หลางหลินรับยันต์มาและเช่นเคยข้อความจากแหวนมิติเด้งขึ้น
"ติ้ง!!! สมบัติระดับหนึ่ง ยันต์สู่รู้ ยันต์สู่รู้ก็ตามชื่อของมัน เมื่อฉีกยันต์ผู้ที่เป็นเจ้าของก็จะรู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับผู้ถือยันต์ เเละรีบเข้ามาสาระแนสอดรู้สอดเห็นราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง แต้มประสบการณ์ที่ได้รับ 0 แต้ม"
"ว้าวเพราะอย่างนี้สินะ มันถึงได้ชื่อว่ายันต์สู่รู้" หลางหลินเก็บยันต์ไว้ในกระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนจะใส่เข้าไปในแหวนมิติและยิ้ม
"ลาก่อนนะครับบอส" จางเปาโบกมือลาด้วยน้ำตา ขณะที่ทั้งสองสาวมองหลางหลินด้วยความเย็นชา
"ลาก่อนจางเปา.." หลางหลินเฝ้ามองจางเปาจากไปจนลับสายตา พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มส่องร่างของทั้งคู่ก่อนจะแยกจาก...
หลางหลินมองครั้งสุดท้ายเมื่อเห็นว่าจางเปาไปแล้วเขาก็ถอนหายใจ และยิ้มอย่างมีเลศนัย"เฮ้อตัวตะกละไปได้สักที เหอะเหอะ!!" ถึงแม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่สีหน้าของเขาก็ค่อนข้างเศร้า จางเปาถึงแม้เขาจะเป็นคนตะกละ แต่อย่างน้อยก็เป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่งที่หลางหลินไว้ใจและยอมรับ
"ฉันคงต้องรีบหาคนมาแทนจางเปาซะแล้วสิ" ถึงแม้ว่าขาของเขาจะหายแล้ว แต่หลางหลินก็ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะถ้าเขาทำอย่างนั้นแล้ว เวลาที่จะฝึกร่างกายของตัวเองก็แทบจะไม่มีเลย
"ฉันจะต้องรีบหาคนมาแทนจางเปา" หลางหลินถอนหายใจก่อนจะเข้าบ้าน ในตอนนี้เขาอยู่กับสัตว์สามตัวที่ผิดมนุษย์มนา โดยเฉพาะเจ้าไก่ยักษ์สองตัวนั่น ตอนนี้ขนาดมันก็เพิ่มขึ้นมาอีกเซ็นเเล้ว แถมยังกินแต่เนื้อโกเบอย่างดี ไม่กินข้าวเปลือกแม้แต่น้อยทำให้หลางหลินคิดว่าจะเลี้ยงมันต่อไปมั้ย พวกมันไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเลย เพราะตอนนี้เขามีตัวทดลองใหม่แล้ว และเป็นถึงมนุษย์ 8 คน!
หลางหลินมองเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนก่อนจะอาบน้ำ และเข้านอนแต่หัววัน ถึงแม้ว่าเมื่อวานจะได้นอนกับสาวสวย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีนัก เพราะไม่ได้มีอะไรกับเธอ หากใครรู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็ พวกเขาก็คงจะหัวเราะหลางหลินว่าเป็นเจ้าไก่อ่อน ดีแต่กินเหล้าไม่ได้ทำอะไรก็ฟุบหลับเอาซะก่อน ฟังดูน่าขำเป็นบ้า
หลางหลินเลิกคิดเรื่องพวกนี้แล้วนอน ตลอดการต่อสู้กับคางคกมรกตและจางเปาทำให้เขาเหนื่อยมาก กว่าจะตื่นขึ้นมาก็เป็นเที่ยงของอีกวันแล้ว
มิ้ว!! กระต่ายน้อยขึ้นมาปลุกบนตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตื่นสักที "เจ้ามนุษย์หน้าโง่ รีบๆ ตื่นไปทำอาหารให้กระต่ายน้อยได้เเล้ว" หลางหลินยิ้มเมื่อเห็นมัน เขาลูบหัวมันก่อนจะอาบน้ำและทอดไข่ง่ายๆ กิน กระต่ายน้อยถึงกับบ่นออด เมื่อได้กินไข่ทอด หลางหลินเกาศีรษะ จะให้ทำไงได้ในเมื่อที่ผ่านมา เป็นจางเปาที่ทำอาหารให้ตลอด แล้วจะให้เขาทำอร่อยแบบนั้นได้ยังไง
ดูเหมือนกระต่ายน้อยจะติดใจฝีมือการทำอาหารของจางเปา
หลางหลินเลิกคุยกับมันและออกไปหาคนงานที่โรงพิมพ์ลุงอู๋ โดยหวังว่าวันนี้ลุงอู๋จะมีคนงานเหลือใช้อยู่บ้างตอนนี้หลางหลินยังไม่ได้กินองุ่นทองคำ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลานานมั้ยในการดูดซับพลังงานฉีที่อัดแน่นภายในนั้น และหากดูดซับนานเกินไป เวย์ปั๋วของเขาที่ไร้การเคลื่อนไหวมันก็จะไม่ดีแน่
หลางหลินเดินมาถึงโรงพิมพ์โดยไม่ใช้รถแท็กซี่เพราะต้องการออกกำลังกาย เขาทักทายทุกคนก่อนจะเดินไปที่ห้องของอู๋ซีเฉินแต่ก่อนที่จะเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงของอู๋ซีเฉินและผู้หญิงคนหนึ่ง
"เถ้าแก่ได้โปรดให้ฉันทำงานที่นี่เถอะนะคะ ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ"
"ตอนนี้คนงานของเราเต็มแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะครับ ทางเรายังไม่มีกำหนดการที่จะรับคนใหม่แต่อย่างใด" เสียงของอู๋ซีเฉินพูดอย่างเด็ดขาด
หลางหลินยิ้มเมื่อเห็นว่ามีคนมาสมัครงาน แต่อู๋ซีเฉินไม่รับ นั่นก็เข้าทางเขาเลย เขาจึงกระแอมครั้งหนึ่งก่อนจะเปิดประตูเข้าไป "ถ้าลุงไม่รับ...งั้นผมรับเองคงจะไม่ว่านะ"
เมื่ออู๋ซีเฉินได้ยินเสียงนี้ก็หันมามอง ก่อนจะยิ้มให้แต่ก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เมื่อได้ยินคำพูดส่วนหลัง
"อาหลินเธอเองก็มีจางเปาแล้วนี่ แล้วจะเอาคนไปเพิ่มทำไมอีก?" อู๋ซีเฉินถามด้วยความสงสัย จางเปาเป็นชายร่างยักษ์ที่แข็งแรง และงานของหลางหลินก็ไม่มีอะไรหนักเลย แล้วเขาจะเอาคนเพิ่มอีกทำไม?
หลางหลินเข้ามาในห้องแล้ว เขาไม่เห็นใบหน้าของเธอเพราะเธอก้มหน้าอยู่ เธอมีผมสีน้ำตาลอ่อนถักเปียสองข้าง ผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างของเธอค่อนข้างเล็ก ดูน่าทะนุถนอม
"คุณจะรับฉันไปทำงานจริงๆ งั้นเหรอ แล้วมันคืองานอะไร?" เมื่อเธอได้ยินว่ามีคนรับทำงาน ในใจก็รู้สึกมีหวังแล้ว แต่เมื่อเห็นเจ้าของเสียง ก็อดที่จะถามอย่างประหม่าไม่ได้
เมื่อหญิงสาวหันมา หลางหลินก็เห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน ใบหน้าเธอคมเข้ม ดวงตากลมโต ปากเล็กจมูกหน่อย มีรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงแบบนี้แหละสเปคเลย
"อะแฮ่ม!" อู๋ซีเฉินเมื่อเห็นว่าหลางหลินเหมือนเหม่อลอยไม่ได้สติ เขาจึงกระแอมครั้งหนึ่ง
"โอ้ว...ต้องขอโทษด้วย" หลางหลินรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทไปกับการจ้องเมื่อครู่ เขายิ้ม "งานส่งของน่ะ เป็นนินาย...แล้วคุณมีชื่อว่าอะไรเหรอ?"
"ฉันชื่อว่าพลอย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" พลอยตอบด้วยรอยยิ้ม