จักรพรรดิจันทราทำความเข้าใจเจตจำนงกระบี่และเย่เทียนยังคงใช้เพลิงประหลาดเพื่อขัดเกลาร่างกายต่อไป
เมื่อเวลาผ่านไป พลังงานของเปลวเพลิงเริ่มลดลงและตอนนี้เพลิงประหลาดก็สูญเสียประสิทธิภาพไปถึงหนึ่งในสาม
หากเขานำเพลิงประหลาดนี้ไปทิ้งไว้ในภูเขาไฟและปล่อยให้มันดูดซับพลังงานธาตุไฟเขาก็จะสามารถฟื้นฟูพลังงานของมันกลับมาได้ แต่มันใช้เวลาค่อนข้างนาน เย่เทียนจึงไม่สนใจว่าเพลิงประหลาดนี้จะสลายหายไปหรือไม่
อีกสิบวันผ่านไป เย่เทียนที่ใช้พรสวรรค์เวลาเร่งเวลาขึ้นก็เท่ากับว่าเขาใช้เวลาฝึกฝนไปหนึ่งร้อยวันแล้ว
วันนี้
ร่างกายของเย่เทียนค่อยๆ เปลี่ยนไปและเพลิงประหลาดทั้งหมดก็ถูกเย่เทียนกลืนกินไปหมดแล้ว พลังธาตุไฟไหลเข้าไปในร่างของเย่เทียนและค่อยๆเปลี่ยนร่างกายของเขา
เย่เทียนค่อยๆ ปล่อยพลังเปลวเพลิงที่ลุกโชนออกมาราวกับว่าเขาสามารถเผาไหม้อากาศโดยรอบทั้งหมดได้
โชคดีที่ห้องฝึกฝนแห่งนี้มีค่ายกลที่แข็งแกร่งมิฉะนั้นหอสวรรค์คงจะถูกเผาไหม้โดยนิมิตเปลวเพลิงของเย่เทียน
“ท่านพี่กำลังรวบรวมก่อร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิด!”
จักรพรรดิจันทราเปิดตาขึ้นและมองไปที่เย่เทียนด้วยความปีติยินดี
เธอใช้เวลาหลายปีในการขัดเกลาร่างกายของเธอและได้ใช้แสงจันทร์ที่เข้มข้นในโลกของสัตว์อสูรเพื่อก่อร่างวิญญาณจันทร์เสี้ยวเมื่อหลายปีก่อน
ต่อมาเย่เทียนก็กลายเป็นจักรพรรดิเขาใช้เวลาเพียงไม่นาน เขาก็สามารถสร้างร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดขึ้นมาได้ และยังทำลายขีดจำกัดของร่างกายไปถึงแปดครั้งพรสวรรค์เช่นนี้ช่างต่อต้านสวรรค์ยิ่งนัก
คนอื่นไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของสามีเธอแต่เธอรู้ดีว่าสามีของเธอนั้นไม่ได้ใช้สมบัติหรือโอสถใดๆ เพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ฝึกฝนไปตามปกติ ซึ่งการทำเช่นนี้มันเป็นการทำลายขีดจำกัดของร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต ศักยภาพของเขาจะไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง
เหล่าจักรพรรดิที่ทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงสิบครั้งในการจัดอันดับจักรพรรดิไม่คู่ควรที่จะยกรองเท้าให้สามีของเธอด้วยซ้ำในสายตาเธอ สามีของเธอคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของโลก และในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้อย่างแน่นอน!
จักรพรรดิจันทราไม่ได้ฝึกฝนอีกต่อไปสายตาของเธอเอาแต่จับจ้องไปที่เย่เทียน
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
พลังเปลวเพลิงโดยรอบสงบลงในขณะที่เย่เทียนเปิดตาของเขาขึ้นแรงกดดันจากร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดอันทรงพลังแผ่กระจายออกมา
“ร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดเราสามารถสร้างร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดได้เรียบร้อยแล้ว!”
เย่เทียนยิ้มบางๆ
หากจะบอกว่าเขานั้นตื่นเต้นขนาดไหนมันก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่นัก สำหรับเขาแล้ว นี่แค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเล็กน้อยเท่านั้นหลังจากสร้างร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดได้แล้ว เขาก็ได้กลืนกินเปลวเพลิงประหลาดทั้งหมดลงไปในทันทีเพลิงนี่ทำให้เขาสามารถปรับแต่งร่างกายได้อีกครั้ง และมันเกือบทำให้ถึงหนึ่งในสิบของขีดจำกัดของร่างกาย
ความคืบหน้าดังกล่าวนับว่าค่อนข้างดี!
“ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่เก้านั้นยากมากที่จะทำลายได้ในระยะเวลาอันสั้นยิ่งทำลายขีดจำกัดของร่างกายมากเท่าไหร่ ครั้งต่อๆ ไปก็จะยิ่งยากเย็นขึ้นเท่านั้น นอกเสียจากการใช้โอสถทะลวงขอบเขตเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายโดยปกติแล้วผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราจะต้องใช้เวลาสามถึงสี่ร้อยปีในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่เก้าแต่เรานั้นมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบ ถ้าเราทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนเราจะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่เก้าได้ภายในเจ็ดถึงแปดปี และหากเราเร่งเวลาขึ้นสิบเท่าภายในหนึ่งปีเราก็จะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ แต่ว่าถ้าเราอยู่ในดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังธาตุแล้วละก็เราจะใช้เวลาเพียงหกหรือเจ็ดเดือนเท่านั้น”
เย่เทียนลอบคำนวณคร่าวๆ
หลังจากฝึกฝนมาหกเจ็ดเดือนเขายังไม่มีความคิดที่จะฝึกฝนต่อ เว้นเสียแต่ว่าเขาสามารถใช้สมบัติที่คล้ายกับเพลิงประหลาดได้อีกครั้งแต่เพลิงประหลาดระดับหนึ่งในตอนนี้ไร้ประโยชน์สำหรับเขาแล้ว นอกเสียจากมันจะเป็นเพลิงประหลาดในระดับที่สูงขึ้น
แต่เพลิงประหลาดประเภทนี้หายากเกินไปถึงแม้ในร้านค้าคะแนนจะยังมีเพลิงประหลาดอีกหลายระดับ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะซื้อมัน
“ช่างเถอะ ผ่อนคลายสักพักแล้วค่อยว่ากัน!”
เย่เทียนเลิกสนใจ
แต่เมื่อเขาและจักรพรรดิจันทราเลือกที่จะพักผ่อนได้เพียงสองวันปัญหาบางอย่างก็เกิดขึ้น
หากเป็นเรื่องธรรมดา เย่เทียนก็จะไม่สนใจแต่คราวนี้มันเกี่ยวข้องกับโลกของสัตว์อสูรและยังเกี่ยวข้องกับจ้าวแห่งสัตว์อสูร
สำนักงานใหญ่ของหอสวรรค์
จักรพรรดิขวานสงครามมาพบเย่เทียนด้วยตัวเอง
“จักรพรรดิเย่เทียนเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
จักรพรรดิขวานสงครามกล่าวด้วยความกังวล
“เกิดอะไรขึ้น?”
เย่เทียนรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
จักรพรรดิขวานสงครามหยิบเอกสารออกมาและกล่าวว่า“เย่เทียน นี่เป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิคนหนึ่ง ในระหว่างที่เขาฝึกฝนในโลกของสัตว์อสูรมังกรดำตัวนั้นก็ตายแล้ว ศพของมันถูกพบโดยระดับจักรพรรดิคนนั้น!”
“จักรพรรดิมังกรดำตายแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเราหรอกหรือ?”
เย่เทียนกล่าว
“จักรพรรดิเย่เทียนคุณดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
ใบหน้าของจักรพรรดิขวานยังคงซีดเผือด
เย่เทียนเปิดข้อมูลขึ้นมาแต่ยิ่งเขาอ่านมันมากเท่าไหร่ ใบหน้าของเขาก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นเท่านั้น
“จักรพรรดิมังกรดำถูกตัดเป็นสองท่อนในการโจมตีเดียวและยังเป็นฝีมือของสัตว์อสูรอีกด้วย!”
เย่เทียนกล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิที่รายงานเรื่องนี้คาดเดาว่าในโลกของสัตว์อสูรอาจจะมีสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าระดับจักรพรรดิอยู่มิฉะนั้นจักรพรรดิมังกรดำจะถูกสังหารในการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร?
“พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวัน!”
ในที่สุดเย่เทียนก็นึกถึงผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
ในวันนั้นเขาขโมยผลมังกรศักดิ์สิทธิ์มาสองผลมันยังเหลืออีกเจ็ดผลที่ถูกจ้าวแห่งสัตว์อสูรแย่งชิงกัน
แม้ว่าในเวลาอันสั้น จ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งเจ็ดที่ได้ผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ไปไม่มีทางที่จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับเทพได้แต่ถ้าเกิดว่ามันเป็นไปได้ล่ะ?
ถ้ามีสัตว์อสูรบางตัวก้าวไปสู่ระดับเทพฐานทัพในโลกของสัตว์อสูรของฐานจงไห่จะต้องถอยกลับมายังโลกทันที และพวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าสู่โลกของสัตว์อสูรได้อีกเพราะการโจมตีของสัตว์อสูรระดับเทพนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฐานจงไห่จะสามารถรับมือได้ แม้แต่ฐานเทียนฝูที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากก็ไม่มีทางที่จะต้านทานมันได้จักรพรรดิขวานสงครามเข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในตอนนี้ดี เขาจึงนำเรื่องนี้มาปรึกษากับเย่เทียน“จักรพรรดิเย่เทียน โลกของสัตว์อสูรมีสัตว์อสูรระดับเทพอยู่หรือไม่?”
“ผมก็ไม่แน่ใจแต่เราก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้นี้ออกได้!”
เย่เทียนกล่าว
“หากเป็นสัตว์อสูรเทพ...”
จักรพรรดิขวานสงครามขบฟันของเขาเขารู้ดีว่านี่มันหมายถึงอะไร
“จักรพรรดิขวานสงครามคุณนำระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งกลับมาก่อน ส่งผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิและระดับศักดิ์สิทธิ์บางส่วนออกไปคอยสังเกตสถานการณ์ไว้นอกจากนี้ เรื่องนี้ไม่ควรแพร่งพรายออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงความตื่นตระหนก ทั้งเลือดของสัตว์อสูรสมุนไพรวิเศษ สมบัติต่างๆ ที่เป็นทรัพยากรส่วนใหญ่ของฐานจงไห่ล้วนได้มาจากโลกของสัตว์อสูรนี้พวกเราไม่สามารถยอมแพ้ได้ง่ายๆ!” เย่เทียนกล่าว
“มันก็จริง!”
จักรพรรดิขวานสงครามพยักหน้าตอบ
เย่เทียนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล่าวว่า“เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะไปสำรวจโลกของสัตว์อสูรด้วยตัวเองเอง!”
เมื่อจักรพรรดิขวานสงครามได้ยินเช่นนั้นการแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “จักรพรรดิเย่เทียน มันจะอันตรายเกินไปหรือไม่?”
แม้แต่จักรพรรดิมังกรดำที่สามารถสังหาร1 ใน 36จักรพรรดิที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของฐานจงไห่ได้อย่างง่ายดายยังถูกสังหารด้วยการโจมตีเดียวถ้าเย่เทียนไปยังโลกของสัตว์อสูร มันจะไม่อันตรายเกินไปหรอกหรือ?
“จักรพรรดิขวานสงครามวางใจเถอะ แม้ว่าจักรพรรดิมังกรดำจะเป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูร และมันก็เปลี่ยนแปลงสายเลือดไปแล้วมากกว่าสิบครั้งแต่ความแข็งแกร่งของมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากถึงขนาดนั้น มันเทียบได้กับจักรพรรดิ 5ดาราเท่านั้น ในความเป็นจริง ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของผมไม่ใช่ระดับจักรพรรดิ5 ดารา แต่เป็น 6 ดารา และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิ 7 ดาราผมก็ยังมีวิธีที่จะสามารถรักษาชีวิตของผมเอาไว้ได้!” เย่เทียนเปิดเผยข้อมูลเล็กน้อย
“อะไรนะ!”
จักรพรรดิขวานสงครามตกใจมาก
ความแข็งแกร่งของเย่เทียนจะน่ากลัวเกินไปแล้ว!!!!
เขาไม่ได้สงสัยคำพูดของเย่เทียนแม้แต่น้อยตัวตนระดับจักรพรรดิเช่นเย่เทียนไม่มีทางที่จะคุยโวโอ้อวด อีกอย่างกับเรื่องที่อันตรายเช่นนี้ใครจะกล้าล้อเล่น?
ในเมื่อเย่เทียนพูดแบบนี้เขาย่อมมีความมั่นใจ
ดังนั้นจักรพรรดิขวานสงครามจึงเห็นด้วยกับคำแนะนำของเย่เทียน
หลังจากนั้นเย่เทียนก็บอกเรื่องนี้แก่จักรพรรดิจันทราแม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจ แต่เธอก็ยังเห็นด้วยกับเย่เทียน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของมนุษย์และอนาคตของฐานจงไห่
แน่นอน
มันยังเกี่ยวข้องกับพวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะได้มีสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนที่ปลอดภัยในอนาคต เย่เทียนจึงจำเป็นต้องไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง
แต่เย่เทียนก็ยังมีแผนการอื่นอยู่อีก
หากจ้าวแห่งสัตว์อสูรเหล่านั้นยังไม่ได้ก้าวไปสู่ระดับเทพถ้าเขามีโอกาส เขาก็จะฆ่าพวกมันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต!