เมื่อใกล้ถึงจุดซ่อนตัวของผู้นำประเทศ X ณัชพรใช้วิชาตัวเบาที่น้อยคนในยุคนี้จะฝึกได้
นี่คือการใช้ประโยชน์ครั้งแรก หลังจากที่ฝึกอย่างหนักมา เพื่อจะเข้าไปใกล้คนคุ้มกันให้มากที่สุด
ณัชพรใช้วิชาตัวเบา ทำให้คนคุ้มกันไม่ทันรู้ตัว เธอก็มายืนอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว
เธอใช้กริชเล็กแหลมคมกริบ แทงเข้าไปในคอแล้วกระชากออก พลิกตัวอีกครั้ง ใช้กริชอันเดิมกรีดคอของผู้นำประเทศ X
“ภารกิจสำเร็จ ถอนตัว” เมื่อหัวหน้าทีมแจ้ง ณัชพรถอดชุดกลับไปสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์
บริกรและบอดี้การ์ด วิ่งไปเปลี่ยนชุดที่วางอยู่ในห้องพัก ที่เตรียมไว้แล้วอย่างรวดเร็ว
ส่วนคนที่เป็มือซุ่มยิง ตอนนี้รออยู่ในรถกับหัวหน้าทีมแล้ว
ระยะเวลาไม่ถึงห้านาที ทุกคนในทีมวิ่งปะปนกับผู้คนออกมาขึ้นรถอย่างเนียน ๆ
เมื่อรถออกตัว ทุกคนในทีมต่างพากันถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
“ทุกคนทำได้ดีมาก โดยเฉพาะหมายเลข 115 น้องใหม่ของเรา ครั้งแรกก็ทำได้ดีมาก”
เป็ครั้งแรกที่ณัชพรรับภารกิจ ตอนนี้หัวหน้าทีมพาทุกคนไปกินอาหารในโรงแรมชื่อดัง อาหารอร่อย
เพราะเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจะต้องรออีกสักพัก จึงจะเดินทางกลับได้
ต้องดูก่อนว่ามีใครติดตามดูอยู่หรือเปล่า ถ้ามีต้องสลัดให้หลุดก่อนเดินทางกลับสถาบัน
>>>
เมื่อเดินทางถึงสถาบัน ณัชพรแยกตัวเข้าห้องพักทันที
เธอนอนในห้องขณะที่ถูกจับตามมอง แต่เธอจะแคร์ทำไมเพราะเดี๋ยวนี้ชินแล้ว อยากมองก็มองไป
เธอรู้อยู่แล้วว่าใครเฝ้ามอง ทุกที่ทุกเวลา ตลอดแปดปีนี้
ริชาร์ดเ้าของสถาบันที่ทดลองมนุษย์แห่งนี้ เขามีความสนใจในความสามารถของหมายเลข 115 มาตลอด
ั้แ่เธอเข้ามาที่นี่ครั้งแรก ยังดีที่่หลังณัชพรไม่ต้องเข้าห้องทดลองแล้ว เธอเหนื่อยกับความเ็ปที่ได้รับ
ริชาร์ดพยายามทำทุกวิถีทาง ใช้การทดลองทุกรูปแบบกับเธอ
เพื่อจะเคลื่อนย้ายพลังความสามารถทั้งหมดของเธอไปไว้ที่เขา
เมื่อยังทำไม่สำเร็จ ตอนนี้จึงฝึกให้เธอเป็นักฆ่า ทำตามภารกิจที่มอบหมายไปก่อน
ณัชพรหวังว่าจะมีมนุษย์คนใหม่เข้ามา ที่มีความสามารถที่ริชาร์ด้า เขาจะได้หันไปสนใจคนอื่นสักที
เพราะการทดลองย้ายพลังแต่ละครั้ง จะเจ็บกว่าการทดลองทั่วไป ซึ่งไม่ว่ากี่ครั้งเธอก็ยังไม่ชินกับมัน
หลังจากที่ณัชพรได้พักสบาย ๆ สามวัน ไม่ต้องไปศูนย์ฝึกไม่ต้องทำอะไร จะท่องเน็ต จะเล่นเกมส์ ให้อิสระเธอเต็มที่
จนวันที่สี่ หมดโควตาวันหยุดของเธอ มีโฟนอินเรียกให้ไปห้องทดลองที่ห้า
ณัชพรถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ครั้งนี้อะไรอีก เจาะเื เฉือนเนื้อ ช็อตไฟฟ้า
ยังไงเธอก็เลี่ยงไม่ได้ จึงเปลี่ยนเป็ชุดคนไข้สีขาว แล้วเดินเข้าห้องทดลองที่ห้า
พอไปถึงก็นอนลงบนเตียงพยาบาลอย่างรู้หน้าที่ เ้าหน้าที่อยากทำอะไรก็ทำไป
เ้าหน้าในห้องทดลองที่ห้าเดินมาฉีดยาให้ ณัชพรจึงรู้สึกสบายขึ้น ดีที่ครั้งนี้ยังได้ยานอนหลับ
ซึ่งบางครั้ง แม้แต่ยาชายังไม่มีโอกาสได้ใช้เลย
ณัชพรยิ้มอย่างยอมแพ้ต่อโชคชะตา อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับร่างกายของเธอบ้าง
เธอจะรอเจ็บครั้งเดียว ตอนฟื้นขึ้นมาก็แล้วกัน
>>>
กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง แถมบนตัวเธอยังหนักเหมือนมีอะไรมาทับไว้
ครั้งนี้พวกเขาทดลองอะไรกันอีก ทำไมเธอถึงรู้สึกหนักอึ้งและอึดอัดขนาดนี้
“แค่ก ๆ” ทันที่ณัชพรรู้สึกถึงลมหายใจที่สามารถสูดเข้าได้เต็มปอดอีกครั้ง
ความเ็ปที่เกิดขึ้นทั้งตัว เธอจึงรู้ว่าตนเองยังคงมีชีวิตอยู่
แต่การที่ร่างของเธอรู้สึกปวดร้าวแทบแตกเป็เสี่ยง ทำให้เธอคิดว่าการทดลองในครั้งนี้คงล้มเหลวอีกตามเคย
สงสัยคนในห้องทดลองคงคิดว่าเธอตายแล้วแน่ ๆ ถึงได้เอาเธอมาทิ้งในห้องเก็บศพแบบนี้
ณัชพรพยายามงัดร่าง คนที่เธอคิดว่าเป็ศพ ที่อยู่บนร่างของเธอออก
สุดท้ายเธอก็สามารถพลิกศพ ให้ไปอยู่ด้านข้างของเธอได้้
ณัชพรรู้สึกโล่งขึ้นมาในทันที ตอนแรกศพนี้บังเธอไว้จนมิด ซึ่งเป็ศพผู้ชายตัวใหญ่และหนักมาก
ตอนนี้เธอยังเปิดตาไม่ขึ้น จึงทำได้แค่นอนนิ่ง ๆ ฟังเสียงความเงียบที่อยู่รอบกาย
คิดในใจว่าอีกไม่นานเ้าหน้าที่ก็คงต้องมาเผาศพพวกนี้
ในสถาบันแห่งนี้เทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าโลกข้างนอกมาก
การเผาศพแบบไฟฟ้าของโลกภายนอก ยังคงเป็ระบบดั้งเดิม
แต่ในสถาบันการทำลายซากศพด้วยไฟฟ้าแต่ละครั้ง
แค่กดปุ่มเดียวซากศพมากมายที่อยู่ในห้องนี้ จะสลายไปทันที ไม่มีขี้เถ้าหลงเหลือให้เห็นแม้แต่น้อย
พื้นห้องสะอาดจนเหมือนผ่านการทำความสะอาดมาใหม่ ๆ และไม่มีควันออกไปสู่อากาศอีกด้วย
ซึ่งเทคโนโลยีของพวกเขาณัชพรไม่เคยศึกษา เพราะหากใครที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเรียนรู้ในเื่นั้นเลย
ดังนั้นก่อนเ้าหน้าที่จะมาเผาทำลายศพ เธอจะต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
>>>
เมื่อร่างกายของเธอเริ่มปรับตัวได้แล้ว ณัชพรค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
แล้วเธอก็ต้องใกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
บริเวณที่เธอนอนอยู่กลายเป็ด้านนอกชาน แสงสว่างสลัว ๆ จากโคมไฟที่แขวนอยู่รอบบริเวณ
ยังพอให้เธอมองเห็น ส่วนหนึ่งของหลังคาว่าเป็แบบจีน
ที่รู้ว่าเป็หลังคาแบบจีน เพราะเธอชอบท่องเว็บดูวิถึชีวิตผู้คนด้านนอกสถาบัน โดยเฉพาะเมืองจีน
ลักษณะหลังคาที่มีส่วนปลายโค้งขึ้นไป้า และหลังคาเป็สองชั้น นี่มันเป็จวนของคนมีเงินสมัยจีนโบราณ
แต่สิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นมากกว่า คือที่นี่เต็มไปด้วยศพคนตายเกือบร้อยคน
มีกลิ่นคาวเืที่ฉุนขึ้นจมูก ชวนคลื่นเหียนทำให้เธอคิดว่าตนเองยังอยู่ในห้องเก็บศพของสถาบัน
ณัชพรมองไปรอบตัว เห็นศพคนตายเกลื่อนพื้น จากสภาพศพน่าจะเพิ่งตายใหม่ ๆ
เพราะทั้งรอยเืที่ยังใหม่ สภาพศพยังไม่ส่งกลิ่น ทำให้รู้ว่าพวกเขาไม่น่าตายเกินสามชั่วโมง
สภาพของทุกศพมีแต่โดนของมีคมบาด แสดงว่าที่นี่มีการฆ่าล้างตระกูลเกิดขึ้น
เพราะทั้งศพหญิงชาย ใส่เสื้อผ้าที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
บ่งบอกฐานะของผู้สวมใส่ แยกเ้านายและคนรับใช้ได้ชัดเจน
แล้วทำไมเธอต้องมาอยู่ที่นี่ พอก้มมองมือของตนเอง ณัชพรรู้สึกใจเต้นแรง
ความหวังตอนนี้ คือเธอมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ในสถาบันอีกแล้ว
“ใช่แล้ว ที่นี่คือแคว้นฉิน ไม่ใช่ยุคสมัยที่เ้าเคยอยู่” ณัชพรเมื่อได้ยินเสียงพูดกับเธอ
จึงมองไปรอบ ๆ แต่เธอกลับได้ยินแค่เสียงหัวเราะคิิกคักอยู่ข้างหูเธอเท่านั้น
“เ้าเป็ใคร” ณัชพรใกับเสียงพูดของตนเอง ทั้งคำพูด สำเนียงและคำแทนตัวก็เปลี่ยนไปหมดเลยเหรอเนี่ย
“ข้าชื่อไอยา เป็ภูตที่อยู่ในช่องว่าง และข้ามาที่นี่พร้อมกับเ้า”
สีหน้างุงงของณัชพร ทำให้ไอยาต้องอธิบายเพิ่ม
“ตอนอยู่ในสถาบันที่เ้าเกิดพลังสูงสุด ตอนเปลี่ยนดีเอ็นเอ จำได้หรือไม่ที่่เ้ามีช่องว่างเกิดขึ้น แต่เพราะเ้าไม่มีโอกาสใช้ เลยลืมไปแล้วใช่หรือไม่”
“ช่องว่างเหรอ” ณัชพรพึมพำ แล้วก็ตาโตอย่างตื่นเต้น
ช่องว่างที่เกิดขึ้นตอนพลังของเธอขึ้นสูงสุดในตอนนั้น ตอนนี้มันติดตัวนางมาด้วย ดีมากเลย
“ไอยา เ้าชื่อไอยาใช่หรือไม่ แล้วเ้าปรากฏตัวออกมาไม่ได้เหรอ”
ณัชพรคิดว่าอย่างน้อยหากไอยาออกมาด้านนอกได้ นางก็จะได้มีเพื่อน
“ไม่หรอก ข้ามาแค่บอกเ้าให้เข้าใจเื่ราวในมิตินี้ เมื่อหมดหน้าที่ของข้า ข้าก็จะสลายไป”
“ข้านึกว่าเ้าจะอยู่กับข้าตลอดไปเสียอีก”
แต่หลังจากที่ไอยาบอกว่า หน้าที่ของภูตที่ดูแลช่องว่างมีแค่นี้จริง ๆ
และในยุคนี้คนที่มีพลังขั้นสุดเท่านั้นที่มีช่องว่างได้ ณัชพรรู้สึกงุนงง จึงได้รับคำอธิบายยาวเหยียดจากไอยา
“มิตินี้ เป็ยุคที่ทุกคนมีพลังติดตัวมาั้แ่เกิด เริ่มจากม่วง น้ำเงิน เขียว เหลือง แดง แต่ละสี จะมีระดับขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสุด นอกจากนี้ยังมีสีขาวที่น้อยคนจะขึ้นไปถึงระดับนี้ได้”
เสียงของไอยาอธิบายบอกเธอ แต่ณัชพรก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี
“เ้ายังไม่เข้าใจ เพราะเ้ามาอยู่ในร่างของคนที่ไม่มีพลังอะไรเลยนะซิ”
“แล้วข้าต้องทำอย่างไรดี ข้าจะอยู่ยุคนี้ได้อย่างไรกัน”
ณัชพรเริ่มกังวล เมื่อรู้ว่าร่างนี้ไม่มีความสามารถอะไรเลย
“ก่อนหน้านี้เ้าอาจจะต้องกังวล แต่ตอนนี้เ้าจะคิดมากไปทำไม ในเมื่อพลังทั้งหมดที่เ้ามี ติดตัวเ้ามาด้วย”
“ใช่เหรอ” ณัชพรยิ้มแย้มขึ้นมาทันที เธอเริ่มรวบรวมพลังขึ้นมาที่ฝ่ามือ เกิดเป็คลื่นพลังสีม่วงจาง ๆ
“ไหนเ้าว่าข้าอยู่ในพลังขั้นสุด จึงมีช่องว่างอย่างไรล่ะ”
“ใช่ไง แต่เ้าต้องฝึกฝนก่อน เพราะร่างนี้ของเ้าแม้แต่พลังขั้นต่ำสุดยังไม่มีเลย ตอนนี้มีพลังสีม่วงขั้นต้นถือว่าดีมากแล้ว”
“สรุปว่าข้าต้องฝึกฝนก่อนจึงจะมีพลังตามลำดับใช่หรือไม่” ไอยาก็ตอบว่าใช่
“แล้วข้าจะฝึกฝนพลังได้อย่างไรกัน”
“การฝึกฝนพลังลมปราณคือการฝึกพลังจิต ให้พลังแข็งแกร่ง และมิตินี้มีวัตถุดิบในการใช้เป็ตัวช่วยเร่งให้พลังเพิ่มมากขึ้นได้ โดยการต่อสู้ หรือใช้ยาเพิ่มพลังได้”
เมื่อไอยาพูดเื่นี้ขึ้นมา ณัชพรจึงถามจนรู้เื่พลังของคนยุคนี้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะยาเพิ่มพลัง
“ยุคนี้คนที่เป็ผู้วิเศษ จึงเป็ผู้ปรุงยาได้อย่างไรล่ะ”
“แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็ผู้ปรุงยา” ไอยาไ่ม่ตอบ เพราะตอนนี้นางบอกว่าร่างกำลังจะสลายแล้ว
“เดี๋ยวซิ อย่างน้อยเ้าก็ช่วยบอกข้าก่อนว่าข้าเป็ใคร” ณัชพรเอ่ยถามอย่างร้อนรน
“เ้าคือคุณหนูจินเยว่” ณัชพรอยากจะบ้า
ไอยาตอบแค่นี้ก็หายเงียบ คงจะสลายร่างไปแล้ว
แม้ไม่มีไอยา แต่อย่างน้อยนางก็ยังรู้เื่ราวในยุคนี้บ้าง และหวังว่าความทรงจำของร่างเดิมจะกลับคืนมาโดยเร็ว
ขณะที่ณัชพรกำลังจะก้าวขาออกไป เพื่อสำรวจจวนแห่งนี้ ความทรงจำของร่างนี้ก็ผุดขึ้นมาทันที
จนนางต้องทรุดตัวลงกับพื้น และเริ่มร่ำไห้เหมือนจะขาดใจ
ตอนนี้ความเป็ณัชพรไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
“ท่านพ่อ ท่านแม่” จินเยว่คนใหม่ผู้ซึ่งมีความทรงจำของทั้งร่างเก่าและร่างใหม่
กำลังวิ่งเข้าไปกอดศพของท่านพ่อที่อยู่ใกล้นางที่สุด
จินเยว่อายุสิบปี มีท่านพ่อคือแม่ทัพจินหยาง ผู้ที่ไม่เคยแพ้ให้ศัตรูหน้าไหนแม้แต่ครั้งเดียว
ทำให้ผู้ครองแผ่นดินอย่างฮ่องเต้ฉินหลง หวาดกลัวในอำนาจทหารที่แม่ทัพจินหยางมีอยู่ในมือ
ทำให้คืนนี้ต้องถูกฆ่าล้างตระกูล อย่างโเี้
จินเยว่ ร้องให้อย่างเ็ปที่ไม่ว่ามองไปทางไหน ก็เจอกับคนในครอบครัวนอนตายเกลื่อนพื้น
นางวางศพของแม่ทัพจินหยางลง แล้วยืนขึ้น ตาของจินเยว่แดงก่ำ พลังสีม่วงรอบตัวเข้มขึ้นมาอีกระดับ
“ข้าจินเยว่ สาบานว่าจะแก้แค้นให้พวกท่าน”