ถึงแม้ทุกๆคนจะสิ้นหวัง หมดหวัง ที่จะได้กลับบ้านกันแล้วก็ตามทีหลังจากตัดสินใจที่จะย้ายกันออกมา เพื่อหาที่ปักหลักพักพิงกันใหม่แล้ว แต่พอพูดถึงบ้านของตัวเองก็อดที่จะมีความหวังขึ้นมาเล็กๆไม่ได้ น้ำตาแต่ละคนของเขต 1 เริ่มคลอเบ้ากันแล้ว
“เอาล่ะ ทุกๆคนเงียบกันก่อนนะ”ลุง
“อย่างที่พวกเราทุกๆคน พอจะรู้ดีว่าคนที่สามารถปลุกพลังธาตุได้แล้ว จะมีพละกำลังกายที่แข็งแรงกว่าคนธรรมดาๆทั่วๆไป ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาที่ทางครอบครัวของผมจะส่งคนไปตรวจสอบดูที่บ้านที่เคยอยู่อาศัยที่พื้นที่เขต 1 กัน
และสิ่งที่ได้เห็นก็คือว่าพื้นที่เขต 1 ในตอนนี้เหล่าต้นไม้กลายพันธุ์ต่างๆ ไม่ได้ขึ้นรกรุงรังเหมือนตอนที่พวกเราต้องอพยพหนีกันออกมา แถมยังมีบ่อน้ำที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน และบ้านที่สร้างโดยคนมีพลังธาตุทิ้งเอาไว้อีกด้วย”ตา
“แบบนี้ก็ดีน่ะสิพวกเรา……ไม่น่าเชื่อเลย….จากเขต 1 บ้านของพวกเราได้ยินไหม…?????.......
เสียงพูดคุยด้วยความตื่นเต้นหลากหลายอารมณ์ของทุกๆคนทั้ง 10 เขต อำเภอ กังเป่า ที่พากันพูดถึงหลังจากตาพูดจบแล้ว แต่ละคนดูจะตื่นเต้นกันมากๆเลยด้วย
“เอาล่ะครับทุกๆคน เงียบก่อนนะฟังคุณพ่อของผมแจ้งต่ออีกสักเล็กน้อย”ลุง
“ได่ค่ะ..!!! / ได้ครับ…!!!”คนจาก 10 เขต
“ที่ผมเองกับลูกๆ เรียกทุกๆคนทั้งหมดมาประชุมด่วนก็เพียงอยากจะสอบถามความคิดเห็นจากทุกๆคนด้วยว่า อยากจะกลับไปที่เขต 1 ด้วยกันไหม…?????
ในสภาพวันสิ้นโลกแบบนี้ พวกเราทุกๆคนก็รู้กันดีอยู่ว่าไม่ว่าจะไปทิศทางไหนก็หนีไม่พ้นสิ่งกลายพันธุ์ต่างๆที่ขึ้นมามากมาย ไม่สู้พวกเรากลับไปตั้งหลักที่ที่พวกเราเคยชิน และคุ้นเคยดีกว่าไหม….????
เพราะถึงอย่างไรคำว่าปลอดภัย หรือไม่ก็คงไม่แตกต่างกันอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกลายพันธุ์ในลักษณะต่างๆได้ ในทางกลับกันพื้นที่เขต 1 เคยเป็นพื้นที่ที่ดูแล้วมีหลักฐานชัดเจนว่ามีกลุ่มคนที่สามารถปลุกพลังธาตุได้ผ่านมา
นั่นหมายถึงว่าความปลอดภัยในพื้นที่โดนตรวจสอบ และจัดระเบียบมาแล้วระดับหนึ่ง และยิ่งภายใน 1-2 วันมานี้คนที่ปลุกพลังธาตุได้ในครอบครัวของผมเองก็ไปสำรวจมาเพิ่มเติม ยืนยันได้ระดับหนึ่งว่าสามารถเข้าไปอยู่ได้ ดังนั้นผมอยากจะถามความสมัครใจจากทุกๆคนว่าาาาาา………….”ตา
“พวกเราไปด้วยค่ะ…!!! / พวกเราไปด้วยครับ…!!!!”คนทั้ง 10 เขต
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะออกเดินทางกันวันนี้เลย และไปเส้นทางลัดที่ทุกๆคนไม่เคยนึกถึงกันมาก่อน”ตา
“ค่ะ” “ครับ”คนจาก 10 เขต
ขนาดว่าตาเองยังถามไม่จบเลย แต่ทุกๆคนจากทั้ง 10 เขตต่างเต็มใจที่จะติดตามพวกเราไปด้วยกันทั้งหมดเช่นเคย อาจจะเป็นเพราะว่าอย่างน้อยๆ ทางครอบครัวของกระดุมน้อยก็มีคนปลุกพลังธาตุได้แล้ว คงจะไม่ใครโง่พอที่จะทิ้งกลุ่มไปหรอก แถมพื้นที่เขต 1 ที่ตาสร้างเรื่องเล่าบอก มีร่องรอยของการที่มีผู้ปลุกพลังธาตุเดินผ่านอีก ผู้คนยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่เลย
ทุกๆคนต่างพากันตื่นเต้น ที่จะได้เดินทางกลับไปยังบ้านกัน ถึงแม้คนจากอีก 9 เขต อาจจะไม่ได้กลับไปในพื้นที่ที่เป็นบ้านของตัวเองได้ในตอนนี้ แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้กลับไปอยู่ที่อำเภอ กังเป่ากันก็ดีใจแล้ว ภายภาคหน้าอาจจะได้กลับไปอยู่ในพื้นที่ที่บ้านของตัวเองก็ได้ใครจะไปรู้
เพราะอย่างน้อยๆ ทุกๆคนค่อนข้างเชื่อคลิปแต่ละคลิปว่า เส้นทางที่ผู้ปลุกพลังธาตุใช้ผ่าน ต่างก็เคลียร์พวกสิ่งกลายพันธุ์มากพอสมควรด้วย ดังนั้นพื้นที่นั้นๆน่าจะปลอดภัยระดับหนึ่งจริงๆ
ยิ่งพอตาบอกให้เดินทางกันวันนี้เลย ก็ไม่มีใครที่จะปฎิเสธด้วยเช่นกัน ต่างพากันกระตือรือร้นเต็มที่เลยก็ว่าได้ที่จะอพยพย้ายที่พักกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผิดกับแรกๆเลยที่จะต้องตัดสินใจกันในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ มีทั้งตกใจ เสียใจกัน
แต่ตอนนี้สิพอให้พากันเคลื่อนย้ายอพยพกลุ่มอีกครั้ง ทุกๆคนกลับมีสีหน้า และอารมณ์แตกต่างจากครั้งแรกที่ย้ายออกมาจากบ้านเกิดกันเลยทีเดียวก็ว่าได้
“ทุกๆคน พร้อมกันแล้วนะ พวกเด็กๆ ผู้หญิง กับคนมีอายุก็ผลัดกันขึ้นไปที่รถเข็นกัน”ตา
“ได้ค่ะ” “ได้ครับ”คนจาก 10 เขต
“พวกเราจะเร่งเดินทางกันไม่หยุดพักนะ รอบนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่พวกเราทุกๆคนจะต้องทิ้งบ้านกันมา เพราะครั้งนี้ร่างกายทุกๆคนแข็งแรงขึ้นจากเดิมหลังจากได้กินพืชผักกลายพันธุ์ และเนื้อกลายพันธุ์กันไปหลายมื้อแล้ว มันจะช่วยให้พวกเรามีแรงกำลังแตกต่างจากเมื่อก่อนกัน
และจะได้พิสูจน์กันด้วยตัวเองกันด้วยว่า หลังจากได้กินของกลายพันธุ์กันแล้ว ร่างกายของพวกเราแต่ละคนแข็งแกร่งมากขึ้นแค่ไหนกัน ออกเดินทางได้”ตา
“ค่ะ…!!!!” “ครับ…!!!!”คนจาก 10 เขต
คนจาก 10 เขต อำเภอ กังเป่า
“อย่างที่คุณฉือพูดเลย ทีนี้จะได้รู้ล่ะว่ามันมีผลลัพธุ์ต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน การเดินทางกลับไปที่เขต 1 หลายสิบกิโลเมตรนี่ล่ะเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีเลย”
“ใช่ๆ การเดินเท้านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ แต่ที่แน่ๆหลังจากได้กินอาหารกลายพันธุ์ทั้งผัก เนื้อสัตว์ เวลาจะทำอะไร ยกอะไรก็ดูสบายขึ้นเลยเชียวล่ะ”
“ไม่แน่นะว่าภายในหัวค่ำนี้พวกเราเองอาจจะถึงที่เขต 1 เลยก็เป็นไปได้นะพวกเรา”
“พอพูดถึงเขต 1 แล้วก็ตื่นเต้นจังเลยนะ ถึงจะไม่ใช่พื้นที่บ้านของพวกเราเองก็ตามที แต่อย่างน้อยๆก็อยู่ในเขตอำเภอกังเป่าใกล้ๆกับเขตบ้านของพวกเรานั่นล่ะ”
ส่วนทางด้านคนที่เคยอาศัยอยู่เขต 1 เองดูจะตื่นเต้นมากกว่าอีก ต่างก็พากันคาดเดาไม่ถูกว่าตอนนี้เขต 1 จะเป็นอย่างไรบ้าง จากภาพจำครั้งล่าสุดมันไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่นัก…..
“เขต 1 บ้านเดิมของพวกเราหน้าตาจะเป็นอย่างไรบ้างนะหลังจากมีกลุ่มผู้ปลุกพลังธาตุได้เข้าไปแล้วน่ะ…????”
“ไม่รู้เหมือนกันนะ คาดเดาไม่ถูกเลยจริงๆ เพราะเท่าที่ฟังคุณฉือกับพวกลูกๆเล่าแล้ว น่าจะเป็นกลุ่มผู้มีพลังธาตุกลุ่มใหญ่เคยเข้ามาล่ะ แบบนี้น่าจะมีหลายพลังธาตุนะ”
“ช่วงนี้กลุ่มของพวกเราโชคดีจริงๆนะ มีแต่ข่าวดีเข้ามาไม่หยุดเลยว่าไหมล่ะ…?????”
“ตั้งแต่วันสิ้นโลกมาถึง ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้มีวันนี้กันนะว่าไหม…????!!”
“ใช่ๆ วันที่ได้กลับบ้าน …..บ้านที่เป็นบ้านของพวกเราจริงๆน่ะ ถึงจะอึดอัดคับแคบไปเพราะผู้คนจากอีก 9 เขต จะต้องเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย ก็ไม่เป็นอะไรเลยขอแค่ได้อยู่บ้านก็พอแล้วล่ะนะ”
“ใช่ บ้านตัวเองอย่างไรก็ต้องดีกว่าอยู่แล้วล่ะ”
การเดินทางของคนจาก 10 เขต อำเภอ กังเป่านั้นครึกครื้นตลอดตั้งแต่ออกเดินทางกันมาเลย ต่างพากันพูดคุย หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ความหวาดกลัวที่จะเดินทางก็แทบจะไม่มีให้เห็นเลย
“ห๊าววววว…………..”
“เอ๋…….?????”กระดุมน้อย
“น้องกระดุมน้อยตื่นแล้ว พวกเรากำลังเดินทางกลับบ้านตาขา ยายขา ที่เขต 1 กันแล้วนะ…!!!!”พี่สาวโส่วผ้า
“โอ้…เร็วขนาดนี้เลยเหรอพี่สาว…???? กระดุมคิดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 1-2 วันกันเสียอีกไม่คิดเลยนะว่าตาขา จะให้ทุกๆคนออกเดินทางกันเลย”กระดุมน้อย
“พี่สาวเองตื่นมาก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็ดีใจนะที่จะได้กลับไปอยู่ที่บ้านสักที”พี่สาวโส่วผ้า
“ตื่นกันแล้วเหรอลูกสาว…??? มาล้างหน้ากันหน่อยลูก”แม่
“ค่าาาา”ลูกสาวทั้งสองคน
บ้านของกระดุมน้อยเองก็ต่อรถเข็นส่วนตัวเอาไว้ใช้ด้วยเช่นกัน แต่บนรถเข็นมีเพียงแค่แม่กับลูกสาวสองคนเพียงเท่านั้น คนอื่นๆพากันเดินเท้ากันหมด เพราะอยากจะพิสูจน์พละกำลังที่มีกัน ส่วนแม่ก็จะลงเดินเท้าด้วยเหมือนกันหลังจากลูกสาวสองคนได้ตื่นนอนกันแล้ว
“เมื่อคืนอยู่ข้างบนกัน พอมาเห็นข้างล่างแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบนะพี่สาว”กระดุมน้อย
“ใช่ๆ ได้สัมผัสจริงๆ ไม่ใช่แต่ไกลๆ”พี่สาวโส่วผ้า
“อิ…อิ…อิ….”สองสาวน้อย
“มาค่ะกินข้าวเช้ากันเองนะลูก เดี๋ยวแม่จะลงเดินข้างล่างแล้วนะ”แม่
“ได้ค่ะแม่ขาาาาาา…”ลูกสาวสองคน
แม่ก็เดินเท้ากันแล้ว ปล่อยให้สองสาวน้อยดูแลกันเองบนรถเข็นส่วนตัวของครอบครัวที่มีทั้งพวกพี่ชาย พ่อ ลุง แม่ ป้าสะใภ้ ผลัดเปลี่ยนกันเข็นด้วยนั่นเอง
ต้องบอกได้เลยว่ารถเข็นของแต่ละบ้านที่มี แทบจะไม่มีคนนั่งกันเลย เพราะแต่ละคนอยากจะลองทดสอบสมรรถภาพร่างกายกันทั้งนั้น ว่ามีขีดจำกัดในการเดินทางได้มากน้อยแค่ไหนกัน
“พวกเราออกเดินทางกันมาได้ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงกันแล้วนะครับพ่อ แต่ดูสิครับแต่ละคนยังดูสดชื่นเหมือนพึ่งออกเดินทางกันเอง”พ่อ
“จริง มันเหลือเชื่อมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยนะแค่ได้กินอาหารจากพวกกลายพันธุ์ทำให้ร่างกายมนุษย์คนธรรมดาๆ แข็งแรงได้มากขนาดนี้น่ะ”ตา
“ที่น่าทึ่งก็ตรงที่คนป่วยมีโรคประจำตัว กับคนมีอายุ และเด็กๆ ก็ดูแข็งแรงจนน่าตกใจเช่นกัน”ลุง
“แต่ก็มีแค่เด็กสองคนบ้านเรานี่ล่ะที่ไม่ยอมเดินนะครับ”พ่อ
“ก็รู้ๆกันอยู่จะเดินหรือไม่เดิน หลานสาวฉันก็รู้ตัวดีว่าทำได้แค่ไหนน่ะ”ตา
“คร้าบบบบ….”พ่อ และลุง พากันส่ายหน้าน้อยๆถึงความอวดหลานสาวของตากัน
เมื่อพูดถึงหลานสาวทั้งสองคนสุดที่รักที่ยังคงนั่งๆนอนๆ กันอยู่บนรถเข็นไม่ได้ลงเดินพื้นแม้แต่เพียงก้าวเดียว แต่ตอนนี้เจ้ากระดุมน้อยกระเด้งตัวขึ้นนั่งตัวตรทันทีทันใดเลย
“ฟืดดดดดดดดด…………ฟืดดดดดดดด……….”
“หอมจังเลย กลิ่นมาจากด้านหน้าอีก 1 กิโลนี่หน่า”กระดุมน้อย
“น้องกระดุมน้อยได้กลิ่นอะไรกันเหรอ….????!!!”พี่สาวโส่วผ้า
“กลิ่นนี้ไม่ผิดแน่ล่ะพี่สาว กระดุมน้อยว่าพวกเราเจอของดีให้อีกแล้ว ไม่เสียแรงนะระหว่างเดินทางไปเขต 1 ก็เก็บเกี่ยวของดีระหว่างทางได้แบบนี้น่ะ กำไรเห็นๆเลย พี่สาวเอาหูมาจ้ะ..”กระดุมน้อย
“ห๊าาาา จริงเหรอน้องกระดุมน้อย…???!!!”พี่สาวโส่วผ้า
“จริงแท้แน่นอนเลย เชื่อจมูกของกระดุมน้อยได้เลย”กระดุมน้อย
“พี่สาวเชื่ออยู่แล้วล่ะ..!!!”พี่สาวโส่วผ้า
“พี่สองฉือขาาาา มานี่หน่อยจ้าาา”กระดุมน้อย
“น้องกระดุมน้อย มีอะไรเหรอ…????”พี่ฉือเยาไต้ พี่ฉือเป้ยซิน
“คือว่าอีก 1 กิโลด้านหน้า ป่าข้างทางด้านซ้ายมือ เดินเข้าไปอีกประมาณ 800 เมตรจะเจอ……………”กระดุมน้อย
“ห๊าาาาาาา………..!!!!!”พี่ฉือเยาไต้ และพี่ฉือเป้ยซิน
*****************
โอ้……เจ้ากระดุมน้อยได้กลิ่นอะไรในป่าข้างทางกันเล่า…????? ถึงดูพอใจมากด้วย และเลียมุมปากที่น้ำลายเริ่มจะไหลออกมาอีกแล้ว เจ้ากระดุมน้อยเจออะไรกันนะลองเดากันดูจ้าาาา….???????