เป็ครั้งแรกที่ซูเยว่ยืนอยู่ในวงล้อมเชือกกับนักพรตจูเิแม้พวกเขาจะเปียกฝนแต่กลับยืนต้านลมแรงได้น้ำชะเอาหมึกบนกระดาษเลือนออกไป จูเิดึงกระดาษออกมาดูแล้วพยายามว่าคาถาต่อ
เปรี้ยง! เปรี้ยง!เปรี้ยง!
สายฟ้าประกายเจิดจ้าพุ่งลงบนหลังคาเรือนหลังใหญ่ในชุมโจรเกิดประกายไฟเผาไหม้ขึ้นมาทันทีลมยังคงพัดแรง แต่ฝนที่กระหน่ำเมื่อครู่กลับเหลือเพียงตกปรอยๆ
“ไฟไหม้! ไฟไหม้!”
อาคารทั้งสามที่มีขนาดใหญ่สุดถูกฟ้าผ่าจนไฟลุกโชติ่เหล่าโจรที่หลบภัยลมรีบโผล่หน้าออกมาตามเสียงะโเมื่อเห็นเหตุการณ์ข้างนอกก็ถึงกับแตกตื่น
“ท่านอาจารย์เรียกฟ้าผ่าได้ด้วยหรือขอรับ?”
นักพรตจูเิส่ายหน้าเร็ว“ข้าไม่รู้เหมือนกันก็แค่ท่องๆ ไปตามที่คาถาในคัมภีร์เขียนเอาไว้ข้านึกว่ามันจะทำให้ฝนกับลมแรงขึ้นเสียอีก”
ซูเยว่วิ่งนำหน้าขณะที่ดึงข้อมืออาจารย์ของตนเองไว้แน่นพวกเขารีบตรงไปยังที่นัดหมายเพราะลมยังพัดกรรโชกทำให้ต้องคอยหลบไปตามเรือนหลังเล็กหลังน้อยกระทั่งไปถึงจุดนัดหมาย กงเชากับเสี่ยวหยี่จูงม้ามาหลบลมรออยู่แล้วพวกเขาจึงรีบะโขึ้นบนหลังม้าฉวยโอกาสที่ชุมโจรกำลังวุ่นวายกับการดับไฟควบม้าตรงไปยังประตูใหญ่
เปรี้ยง!
ฟ้าผ่าลงประตูใหญ่ค่ายโจรประตูไม้ถูกไฟไหม้จนหลุดออกจากเสา
“นั่น! มีทางออกแล้วเ้าค่ะ”เสี่ยวหยี่ร้องขึ้น
ม้าทั้งสามตัวพุ่งทะยานออกจากประตูค่ายโจรในทันทีในจังหวะชุลมุนไม่มีผู้ใดควบม้าตามพวกเขามา
กุบกับ! กุบกับ!
อากาศนอกเขตค่ายอากาศแจ่มใสและสว่างไสวพวกเขาจึงควบม้าตามกันได้อย่างราบรื่น บุรุษทั้งสามไม่กล้าผ่อนแรงลงแม้สักน้อย
ผ่านไปครึ่งชั่วยามพวกเขาก็ผ่านมาหลายหมู่บ้านนักพรตจูเิจึงร้องบอก ลูกศิษย์ทั้งสอง
“พวกเราพักม้าข้างหน้าโน่นเถอะ”เขาควบม้าเลี้ยวเข้าไปในถนนเล็กๆการพักม้าไม่อาจจะทำริมถนนได้เพราะต้องระมัดระวังการถูกติดตามจูเิมองดูถนนเล็กๆ ที่ม้าวิ่งได้เพียงครั้งละตัว
เมื่อควบม้าเข้าไปได้ถึงครึ่งลี้ม้าทั้งสามจึงได้พัก คนทั้งสี่พากันล้อมวงดื่มน้ำและนั่งพักเสี่ยวหยี่หยิบเอาห่อผ้าที่มีซาลาเปาออกมาเปิดกลางวง
“เ้าไปได้มาจากไหน?”
“ก็แอบฉวยเอาจากโต๊ะของหัวหน้าค่ายโจรตอนที่พวกเขาไปมุงดูท่านอาจารย์ทำพิธีเ้าค่ะ”
ซูเยว่ยิ้มขณะคว้าเอาซาลาเปาลูกหนึ่งเข้าปาก “ข้ากำลังหิวพอดี เอาไว้เจอร้านอาหารอร่อยๆข้าจะเลี้ยงเ้าเต็มที่ก็แล้วนะศิษย์น้อง”
นักพรตจูเิเคี้ยวไปคำหนึ่งก็ผงกศีรษะ“นับว่ารสชาติไม่เลวเลย”
พักกันได้ครู่ใหญ่พวกเขาจึงออกเดินทางอีกครั้ง พักใหญ่ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดนักพรตจูเิจึงหันไปบอกลูกศิษย์ให้มองหาที่พัก
“ท่านอาจารย์ตรงนั้นมีบ้านร้างขอรับ”
เมื่อเข้าไปข้างในจูเิสังเกตว่าเรือนใหญ่ด้านหน้ายังมีส่วนที่พอจะพักได้แต่เขาไม่กล้าพักอยู่ดีในหัวยังมีภาพค่ายโจรอย่างชัดเจน
“ไปดูเรือนด้านหลังเถอะถ้าเกิดพวกเขาตามมาทันเราจะลำบาก”
ทุกคนไม่คัดค้านเพราะรู้สึกกลัวเช่นเดียวกันม้าถูกนำไปผูกในเรือนเล็กด้านหลังพวกเขาไม่กล้าปล่อยให้ม้าอยู่ไกลสายตาเพราะยามนี้มีเพียงพวกมันสามตัวเท่านั้นที่จะพาพวกเขาให้หนีได้สำเร็จ
เสี่ยวหยี่เดินเข้าไปสำรวจข้าวของในเรือนเล็กนางมองเห็นเชิงเทียนที่ยังเหลือเทียนพอจุดได้ จึงถือออกมาให้กงเชาชายหนุ่มล้วงพู่ไฟออกจุด ยามนั้นฝนฟ้าข้างนอกเริ่มปรอยสาย
“ก็บ่ายแล้วหากว่าฝนตกไม่นานพวกเราจะได้เดินทางต่อ จากที่นี่อีกสักหนึ่งชั่วยามเราก็น่าจะไปถึงอารามเทพ”
พลันเสียงต่อสู้ก็ดังขึ้นในเรือนใหญ่ที่อยู่ไม่ใกล้นัก
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
คนทั้งสี่ในเรือนเล็กหันมาสบตากัน
“มีคนมาดับเทียนเร็ว!”
กงเชารีบเป่าเทียนให้ดับคนทั้งสี่ค่อยๆ ย่องตามกันออกไปดูสถานการณ์ที่เรือนใหญ่
บุรุษวัยฉกรรจ์กลุ่มใหญ่กำลังต่อสู้กันโดยที่พวกเขามองไม่ออกว่าผู้ใดเป็พวกของใคร?
ฉึก!
ชายคนแรกที่ถูกแทงแดดิ้นลงไปนอนกับพื้น
“เ้าจะยอมแพ้หรือไม่?”
“ไม่! ข้าไม่มีทางกลับไปที่นั่น”
จังหวะที่พวกเขาหยุดต่อรองกันนั้นทำให้มองเห็นว่าชายสามคนกำลังถูกล้อมด้วยคนนับสิบ
“เ้าขโมยเงินทองออกจากค่ายอาศัย่ไฟไหม้คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ? อย่าหวังเลยกลับไปรับโทษจากท่านหัวหน้ากับข้า”
คนทั้งสี่ที่แอบดูอยู่ข้างหลังเห็นใบหน้าด้านข้างของคนพูดก็แทบจะพากันกลั้นหายใจพวกเขาต่างจำได้ว่านั่นคือรองหัวหน้าซูที่ไปลากตัวพวกเขาออกจากโรงเตี๊ยมเข้าไปในชุมโจร
“เ้าฝันไปเถอะ”
สิ้นคำตอบคนที่ยืนตรงกลางในหมู่บุรุษทั้งสามโจรทั้งกลุ่มก็กระโจนเข้าตะลุมบอนในทันทีการต่อสู้ด้วยดาบใหญ่ส่งเสียงดังก้องไปทั่วเรือนร้างหลังใหญ่ไม่นานนักบุรุษทั้งสามถูกคนกลุ่มใหญ่ฆ่าตาย
“ค้นเอาข้าวของมีค่าออกมาให้หมด”
โจรสองคนกางผ้าผืนใหญ่ออกใกล้ศพแล้วกระชากเอาห่อผ้าจากแต่ละศพออกมาเปิดดู
“ร้ายจริงพวกมันขโมยมาทั้งตั๋วแลกเงิน ทอง เครื่องประดับแพงๆ ทั้งนั้นเลยขอรับ”
“ดี! ให้ข้าดูก่อนแล้วพวกเ้าก็แบ่งออกเป็สองห่อข้ามอบหมายให้พวกเ้าเป็คนถือกลับค่าย”
“ขอรับ”
เพียงเค่อเดียวหลังจากที่ฆ่าคนทรยศทั้งสี่ตายเหล่าโจรที่นำโดยรองหัวหน้าซูก็นำทรัพย์สินและผู้ติดตามออกจากเรือนร้างไปโดยทิ้งศพเอาไว้
เมื่อเสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากจากไปคนที่ซุ่มดูถึงกับถอนหายใจออกมารพร้อมกัน
“เกือบไปแล้วนะขอรับท่านอาจารย์หากว่าเราไม่เข้าไปเรือนเล็กด้านหลัง เราคงกลายเป็ศพอยู่กับคนพวกนี้แล้ว”
******************************
