ฝืนชะตาท้าสามภพ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 54 ตีชิงตามไฟ

    “ปีศาจแก่ตนนั้นวิปริตและเจ้าอารมณ์ทุกคนที่เข้ามาขวางทางล้วนต้องถูกสังหารซึ่งการที่เขาวางค่ายกลไว้ล้อมรอบภูเขาเช่นนี้…คงกำลังวางแผนใดอยู่เป็นอันแน่”

            หลี่ว์โฮ่วเจตนาพูดขู่ให้เซียวจิ่งหยวนกลัว“สหายหากเจ้าและข้าล้วนเข้ามาที่นี่โดยบังเอิญจนเผลอทำลายแผนการของเขาเช่นนั้นคงทำให้เขาไม่พอใจ พวกเราในตอนนี้ต้องพบเจอกับหายนะเป็นแน่”

            “ดังนั้นสหายเจ้าช่วยข้าออกไปก่อนเถิด จากนั้นพวกเราต้องร่วมมือกันถึงจะรอดออกไปได้”

            หลี่ว์โฮ่วตะโกนอย่างรีบร้อนกังวล

            เซียวจิ่งหยวนตริตรองอยู่สักพักก่อนคลี่ยิ้มเย็นชา “หลี่ว์โฮ่ว เจ้าอย่าเลี่ยงประเด็นสำคัญไปหน่อยเลย เจ้าอย่าลืมว่าเจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าหากข้าช่วยเจ้าออกมาแล้วเจ้าจะตอบแทนข้าเช่นไร”

            “เอ่อ...”

            หลี่ว์โฮ่วพูดไม่ออกเล็กน้อยเหตุใดผู้ที่อยู่ด้านนอกถึงได้หัวแข็งเช่นนี้

            รู้จักแต่การถามหาผลประโยชน์โดยไม่เห็นใจความลำบากของเขาบ้างเลย...

            ช่างศีลเสมอกันเสียจริงล้วนไม่ยอมทำหากไม่ได้ประโยชน์

            เมื่อรู้เช่นนี้แล้วหลี่ว์โฮ่วจึงไม่โกรธแต่กลับยินดี มีเพียงคนศีลเสมอกันเท่านั้นถึงจะช่วยกันอย่างสุดกำลังเขายังกลับกลัวมากกว่าถ้าหากจะต้องมาพบคนมุทะลุ ผู้ซึ่งเคยได้ยินชื่อเสียงแย่ๆของเขาและอยากจัดการสังหารเขา

            แต่อย่างไรเสียก็ไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว

            มนุษย์หากไร้หนทางไม่ว่าสมบัติจะมีอยู่มากมายเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ ผลสุดท้ายก็ต้องยอมก้มหัวให้ผู้อื่น

            เมื่อเห็นว่าโกหกต่อไปไม่ได้แล้วหลี่ว์โฮ่วจึงพูดเปิดเผยเสียงดัง “สหาย ข้าคงปิดบังเจ้าต่อไปไม่ได้บนกายของข้ามีหยกโบราณซึ่งสามารถกันลมกันฝุ่น น้ำไฟไม่กล้ำกรายอยู่เม็ดหนึ่งพอดีเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”

            “ไม่เอา!”

            เซียวจิ่งหยวนส่ายหน้าพลางพูดดูถูก“จริงอยู่ที่สิ่งของชิ้นนี้เป็นสมบัติอันล้ำค่าและหายากในโลกมนุษย์ทว่าในสายตาของผู้บำเพ็ญอย่างพวกเราแล้ว สิ่งนี้กลับเป็นเพียงของไร้ค่าและข้าจะเอามาครอบครองเพื่อเหตุใดกันเล่า”

            “เฮ้อ!”

            ต่อกรได้ยากยิ่งนักหลี่ว์โฮ่วเกาศีรษะยิกๆ กัดฟันพร้อมตะโกนตอบ “สหาย ตัวข้ายังมียันต์อยู่อีกหนึ่งแผ่นเป็นยันต์ที่เซียนบรรพกาลเหลือทิ้งไว้ให้ ด้านบนมีคาถาจารึกไว้หากท่องคาถาเป็นประจำก็จะมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญจิตใจอย่างมาก...”

            “ฟังดูไม่เลวเลยนะ”

            เซียวจิ่งหยวนครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ“แต่…ยังไม่ถูกใจข้าเลย”

            “สหายข้ายังมีไข่มุกอยู่อีกหนึ่งเม็ด”

            หลี่ว์โฮ่วพูดเอ่ยต่อ“ไข่มุกเม็ดนี้ได้มาจากหอยมุกพันปีแยกน้ำควบน้ำแข็งได้ แสงของมันเป็นดั่งดวงตะวันสามารถส่องผ่านทะลุความมืดมิดและสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือหากเจ้าแช่กายในบ่อน้ำพุอันศักดิ์โดยใส่มุกเม็ดนี้ลงไปด้วยล่ะก็น้ำพุจะมีฤทธิ์บำรุงผิวพรรณ ช่วยเสริมความงามได้อย่างมหัศจรรย์”

            “หากเจ้ารู้จักวิธีการปรุงยาก็สามารถใส่เม็ดมุกนี้ลงในยาช่วยให้ยามีฤทธิ์วิเศษอย่างอนันต์”

            หลี่ว์โฮ่วกดเสียงต่ำ“สหายไข่มุกเม็ดนี้เป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของข้าแล้ว หากเจ้ายังไม่พอใจ เช่นนั้นข้าผู้นี้คง…คงไม่มีสิ่งใดให้อีกแล้ว”

            เซียวจิ่งหยวนครุ่นคิดสังเกตอย่างละเอียดก่อนพบว่าแสงสว่างบนกายของหลี่ว์โฮ่วผู้ถูกขังอยู่ในรังเถาวัลย์หมองหม่นลงพลางสั่นไหวเล็กน้อยและแผ่พลังอันเฉียบคมออกมาอย่างแผ่วเบา ดูจากสถานการณ์แล้วพลังปราณของเขาคงเป็นดั่งภูเขาไฟที่ยังไม่ดับพร้อมปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ

            เซียวจิ่งหยวนรู้ได้ทันทีว่าหลี่ว์โฮ่วกำลังสะสมพลังอยู่คาดว่าเขาคงยังมีแผนการบางอย่างซึ่งเป็นการยอมเสียบางสิ่งเพื่อช่วยให้ตนสามารถทะลวงฝ่าพันธนาการออกมาได้

            หรือกล่าวคือหากเขาขูดรีดมากเกินไปหลี่ว์โฮ่วคงอาจรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าจนไม่ยอมทำตามอย่างแน่นอน

            “ได้!”

            เซียวจิ่งหยวนคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้าตอบกลับ“เจ้าส่งสิ่งของสามอย่างมาก่อนแล้วข้าจะช่วยเจ้าเอง”

            “อะไรนะสามอย่างเลยหรือ”

            ตอนแรกหลี่ว์โฮ่วดีใจทว่าเมื่อรู้ตัวกลับรู้สึกโกรธเคือง “เจ้าใช้โอกาสในยามที่ข้ากำลังลำบากมาขูดรีด ละโมบโลภมากนักข้ายังไม่เคยเจอใครละโมบเท่าเจ้ามาก่อน...”

            ยิ่งหลี่ว์โฮ่วโกรธมากเท่าใดเซียวจิ่งหยวนยิ่งรู้สึกพอใจมากเท่านั้น

            “พูดมาตามตรงเจ้าจะตกลงหรือไม่”

            ยิ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญเซียวจิ่งหยวนยิ่งไม่มีความเกรงใจ

            “ตกลง!”

            นานมากกว่าหลี่ว์โฮ่วจะกัดฟันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่ยินยอมแต่ก็จำใจ“ตราบใดที่เจ้าสัญญาว่าจะช่วยให้ข้าออกไปได้อย่างปลอดภัยข้าจะยอมประเคนสิ่งของให้เจ้าด้วยสองมือ”

            เขาไม่ใช่คนโง่แถมยังระแวงอีกว่าเซียวจิ่งหยวนจะหันหน้าหนีไปทันทีหลังได้ของ

            สิ่งนี้เป็นปัญหาด้านความเชื่อมั่น

            เซียวจิ่งหยวนคิดสักพักก่อนยื่นข้อเสนอ“ข้าจะยอมช่วยเจ้าทว่าเจ้าต้องสาบานก่อนว่าหากออกมาแล้วไม่ยอมส่งของให้ข้าล่ะก็ขอให้การบำเพ็ญของเจ้าหยุดนิ่ง ไร้การพัฒนาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

            “สหายต้องทำถึงเช่นนี้เลยหรือ”

            หลี่ว์โฮ่วฝืนยิ้มชื่อเสียงของเขาแย่เพียงนั้นเชียวหรือ

            อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้หลอกคนไปมากมากขนาดนั้นคิดดูอีกทีมีราวๆ …หนึ่งร้อยแปดสิบคนเท่านั้นเอง

            โดยพื้นฐานแล้วเขาคือคนนิสัยดีคนหนึ่ง...

            ทว่าเซียวจิ่งหยวนกลับไม่เชื่อใจหลี่ว์โฮ่วครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนเริ่มกล่าวสาบาน ครั้งนี้เขาไม่ใช้วิธีการสกปรกเอ่ยสาบานด้วยความสัตย์จริงโดยให้ฟ้าดินเป็นพยาน

            หลี่ว์โฮ่วพูดห้วนขึ้นทันทีหลังเขาเอ่ยจบ“สหายเจ้าพอใจหรือยัง ตอนนี้เจ้าช่วยข้าได้แล้วหรือไม่”

            “ได้สิรอก่อนนะ...”

            เซียวจิ่งหวนรีบบินพุ่งทะยานขึ้นฟ้ามุ่งหน้าไปจุดที่สูงกว่านี้ด้วยความพึงพอใจ

            เหตุผลหลักคือเขากังวลว่าค่ายกลที่อยู่กลางป่าทึบจะมีผลกระทบมาถึงเขาตอนที่เขาลงมือเข้าช่วยซึ่งอาจทำให้เขาไม่สามารถช่วยหลี่ว์โฮ่วออกมาได้ซ้ำตนอาจจะถูกกักขังไว้ด้านในอีกด้วย คงกลายเป็นเรื่องน่าขันอย่างมาก

            เซียวจิ่งหยวนคำนวณระยะทางไปสักพักเมื่อรู้สึกว่าระยะทางกำลังพอดีแล้ว เขาก็หยุดลอยนิ่งอยู่กลางอากาศสูดหายใจลึกเอาไอเย็นเข้าไปก่อนแววตาจะเปลี่ยนแปลกไป

            “สหายได้แล้วหรือยัง” หลี่ว์โฮ่วพูดเร่งพลางรอคอยอย่างกระวนกระวาย

            “ใกล้แล้วอีกประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว...”

            เซียวจิ่งหยวนตอบกลับเสียงเบาไม่สนใจว่าหลี่ว์โฮ่วจะได้ยินหรือไม่เพราะเมื่อไอเย็นแทรกซึมเข้าไปในเส้นลมปราณของเขา สะพานเชื่อมปราณที่อยู่ภายในร่างกายก็เริ่มหมุนวน

            ทันใดนั้นปราณต้นกำเนิดภายในรัศมีกว่าหลายร้อยลี้รอบกายเขาเริ่มผันผวนและแผ่กระจายออกไปดั่งเกลียวคลื่น พัดกระตุ้นให้ค่ายกลคลั่งเข้ารวมตัวกันจนกลายเป็นพายุ

            หลี่ว์โฮ่วหยุดร้องทันทีหลังรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาโต้กลับอันรุนแรงของปราณต้นกำเนิดและด้วยความประหลาดใจยังทำให้เขากลั้นหายใจ รอโอกาสหลุดพ้นอย่างใจจดใจจ่อ...

            เขาติดอยู่กลางค่ายกลดังนั้นจึงไม่เห็นว่าร่างกายของเซียวจิ่งหยวนที่ลอยเด่นอยู่ใจกลางพายุนั้นกำลังเปล่งลำแสงสีเงินเจิดจ้าออกมามันโลดแล่นไปทั่วประหนึ่งมังกรอสรพิษ

            พลังมหาศาลเข้ามารวมกันโดยการควบคุมของเซียวจิ่งหยวน

            ไม่กี่เฟินหลังจากนั้นมุกสายฟ้าแม่เหล็กที่มีขนาดราวลูกแตงโมที่ด้านในเต็มไปด้วยแสงสายฟ้าสีเงินอันรุนแรงด้านนอกล้อมรอบไปด้วยลม ไฟและสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าเขา

            มุกสายฟ้าเม็ดนี้แตกต่างกับมุกสายฟ้าแม่เหล็กเม็ดที่แล้วๆมามหาศาล

            จากการคำนวณของเซียวจิ่งหยวนมุกสายฟ้าที่เขาสร้างขึ้นเม็ดนี้อย่างน้อยก็มีพลังเป็นหนึ่งในสี่ของมุกสายฟ้าเม็ดจริงและเขายังเพิ่มพลังแห่งลมกับไฟให้แก่มุกสายฟ้าอีกด้วย

            ดังนั้นจึงอาจบอกได้ว่าสิ่งนี้เป็นมุกสายฟ้าที่กลายพันธุ์ไปแล้ว

            แม้แต่เซียวจิ่งหยวนเองยังไม่อาจบอกได้ว่าสิ่งของเช่นนี้จะมีพลังมากมายเพียงใดกันแน่

            “เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมข้าจะเริ่มช่วยเจ้าแล้ว…เอาล่ะ!”

            เซียวจิ่งหยวนแสยะยิ้มก่อนที่มือทั้งสองจะกวัดแกว่งเขวี้ยงมุกสายฟ้าขนาดใหญ่ให้ร่วงหล่นลงไปด้านล่างพร้อมแสงสายฟ้าที่ผ่าฟาดไปยังรังเถาวัลย์ด้านล่างอย่างรวดเร็ว

            “มาเลย...”

            ในขณะเดียวกันนั้นเองแสงสีเขียวอันเจิดจ้าด้านในรังเถาวัลย์ก็เป็นดั่งสว่าน เจาะเถาวัลย์ซึ่งซ้อนทับกันเป็นชั้นๆให้เป็นรู เพื่อต้อนรับรอการเข้ามาของมุกสายฟ้า

            หลี่ว์โฮ่วให้ความร่วมมืออย่างมากจนเซียวจิ่งหยวนตกตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นถอนหายใจอย่างเป็นสุขเมื่ออีกเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดือดร้อน...

            “เอ๊ะ...อะไรเนี่ย”

            มุกสายฟ้าระเบิดออกพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนของหลี่ว์โฮ่วแสงสายฟ้าสีเงินอันสวยงามทุกเส้นเป็นเหมือนมังกรอสรพิษที่เลื้อยคลานไปทั่วรังเถาวัลย์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวสิบจั้งอย่างบ้าคลั่ง

            แสงสายฟ้าสีเงินลุกโชนเปล่งแสงแผ่ความร้อนออกมาอย่างมหาศาลจนกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างไปเหมือนภูเขาไฟปะทุ

            ในเวลาเดียวกันยังมีดาบลมที่หมุนวนอยู่ด้านในด้วยความเร็วสูงอย่างบ้าคลั่งเฉือนตัดเถาวัลย์และหนามแข็งให้ขาดเป็นชิ้นๆก่อนถูกทำลายให้หายไปกลางอากาศทีละน้อย

            ลมไฟ และสายฟ้าแผ่กระจายกวาดแกว่งไปทั่ว...

            ทว่ายังไม่ทันที่พลังทำลายล้างนี้จะลุกลามปกคลุมไปทั่วจู่ๆ กลับมีแสงสีเขียวที่เป็นเหมือนดั่งระลอกคลื่นเปล่งประกายขึ้นอย่างไร้สาเหตุกลางผืนป่ากว่าร้อยลี้เถาวัลย์ หนามและรากต้นไม้เก่าจำนวนมหาศาลผุดพุ่งปรี่เข้ามาจากทุกทิศทาง

            เถาวัลย์อันหนาทึบปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเลื้อยตัวเคลื่อนที่ไปทุกทิศทาง ซ้อนทับและถักทอกันจนกลายเป็นกำแพงต้นไม้หนากว่าสิบจั้งรุกคืบและผนึกพลังของลม ไฟ สายฟ้าเอาไว้ด้านในทีละน้อย

            เถาวัลย์และหนามมากมายถูกสายฟ้าฟาดเผาจนไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

            แต่ภายใต้อำนาจของแสงสีเขียวพืชพรรณมากมายกลับยังสามารถแตกหน่อและเจริญเติบโตได้อย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งลมและไฟดับสลายลงเมื่อพลังของมุกสายฟ้าหมดไป

            ในตอนสุดท้ายค่ายกลเทียนมู่ยังคงเป็นฝ่ายชนะ

            ทว่าสิ่งนี้กลับไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของเซียวจิ่งหยวนเลยสักนิดเพราะอย่างไรเสียเจตนาที่แท้จริงของเขาไม่ใช่การทำลายค่ายกลเทียนมู่แต่กลับเป็นการทำเพื่อ “ช่วยชีวิต” หลี่ว์โฮ่วเท่านั้นและเมื่อมองจากสถานการณ์แล้ว ดูเหมือนว่า “จุดมุ่งหมาย”ของเขาจะบรรลุผลแล้ว

            ในขณะที่มุกสายฟ้าทำลายรังเถาวัลย์จนแตกออกมีร่างหนึ่งพุ่งตรงขึ้นฟ้า หลุดพ้นออกมาจากพื้นที่ของค่ายกลเทียนมู่

            คนผู้นั้นอยู่ในสภาพน่าอนาถเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าดำคล้ำเต็มไปด้วยรอยแผลมากมาย ด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้หากไปเดินบนท้องถนนคงมีผู้ใจบุญจำนวนมากสังเวชและให้เหรียญทองแดงเป็นแน่

            “เจ้าคิดจะช่วยหรือฆ่าข้ากันแน่”

            แน่นอนว่าผู้นั้นก็คือหลี่ว์โฮ่วผู้ซึ่งในตอนนี้เก็บงำความโกรธไว้จนเต็มเปี่ยม พุ่งปรี่เข้าหาเซียวจิ่งหยวนด้วยความขุ่นเคืองไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาถึงต้องเคืองแค้นเช่นนี้เพราะมุกสายฟ้าระเบิดอยู่ด้านในรังเถาวัลย์ทำให้เขาผู้ไร้ที่ซ่อนทำได้เพียงต้องจำทนยอมรับแรงระเบิดนั้นไว้

            พลังของสายฟ้าลมและไฟแสนสะพรึงที่วิ่งเข้าประสานกันทำให้เขาต้องทรมานจนมีบาดแผลมากมายหากไม่ใช่เพราะเขายังมีการปกป้องจากอาวุธวิเศษอยู่คาดว่าคงต้องตายจนหาซากไม่เจอไปเสียแล้ว

            เกินไป...ชักเกินไปแล้ว

            หลี่ว์โฮ่วเหาะเข้ามาโจมตีด้วยท่าทางดุร้ายทว่าเมื่อเขาบินสูงขึ้นมาบนอากาศ กลับต้องพบกับเซียวจิ่งหยวนที่ยืนเอามือไพล่หลังพลางแสยะยิ้มจ้องเขาด้วยสายตาเฉยเมย ก่อนรู้สึกว่าสายตาของตนพร่ามัวรู้สึกวิงเวียน...

            “เจ้า...”

            หลี่ว์โฮ่วกะพริบตาถี่จ้องสังเกตเซียวจิ่งหยวนด้วยสีหน้าสงสัย ลืมเรื่องการชำระแค้นไปเสียสิ้น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลก “เรา… เคยเจอกันมาก่อนใช่หรือไม่”

     

    คล้ายกับเรื่องฝืนชะตาท้าสามภพ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139