คฤหาสน์ใหญ่ของกุ่ยหรานผู้มีเกียรติแห่งเมืองรากไม้
รอบนอกคฤหาสน์ใหญ่ที่ตั้งบนภูเขาซ้อนกันหลายลูก
"เจ้าว่าช่วงนี้นายท่านกุ่ยหรานของพวกเราแปลกๆ ไปรึเปล่า" ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่มีลักษณะแห่งนักรบผู้หนึ่งพูดขึ้น ด้านหลังของเขามีผู้ติดตามร่วมเดินลาดตระเวนอีกสี่คน ส่วนด้านข้างคือสหายสนิทของตัวเขา
"เจ้ากำลังจะพูดอะไรหูจวี๋" สหายของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ขมวดคิ้ว เขาตอบคำถามของสหายอย่างระวัง
"เด็กและสตรีที่เข้ามาที่นี่มีเป็นจำนวนมาก แต่..."
"แต่อะไร"
สีหน้าของหูจวี๋เขาดูลำบากเล็กน้อยที่จะพูดต่อไป "เจ้าก็รู้ว่าข้านั้นมีจมูกที่ดีมาก หลายวันนี้ข้าได้กลิ่นเลือดและซากศพที่เน่าเหม็นจากหลังเขาเขตหวงห้าม นอกจากนั้นเด็กและสตรีจำนวนมากที่ถูกนำเข้ามาที่นี่ หลายคนข้าจำหน้าพวกเขาได้ และข้าไปที่คุกเพื่อเฝ้าดูแลพวกเขา ข้าพบว่าเด็กและสตรีจำนวนมากหายไป และนี่ยังไม่ถึงงานจัดเลี้ยงของนายท่าน ที่จะทำการประมูลหญิงสาวและเด็กชายหญิง แต่ตอนนี้เด็กชายหญิงหายไปมากมาย เจ้าว่า..." หูจวี๋เขากลืนน้ำลาย สิ่งที่เขาจะพูดต่อไปจากนี้ทำให้เขาลำบากใจ
แต่สหายของเขากลับหัวเราะ และมองจ้องหูจวี๋คล้ายคนโง่
"หูจวี๋เจ้าทำงานที่นี่มากกี่ปีแล้ว เจ้าคิดว่าพวกเรากำลังทำงานให้นักบุญหรือผู้มีเกียรติที่เต็มไปด้วยความเมตตางั้นเหรอ พวกเราอยู่ที่นี่กับนายท่านกุ่ยหราน นั่นเพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่รับโจรที่มีค่าหัวอย่างพวกเราทำงาน นอกจากนั้นค่าแรงของที่นี่ก็มากกว่าที่อื่นถึงสามเท่า ไม่ว่านายท่านกุ่ยหรานจะทำอะไร ต่อให้เขาเป็นปีศาจและทำพิธีกรรมของไสยเวทย์มืดบางอย่าง ข้าก็ไม่สนใจ ตราบใดที่นายท่านกุ่ยหรานของข้าจ่ายเงินให้ข้าตรงเวลาและเต็มจำนวน นอกจากนั้น" ชายร่างเล็กที่เป็นสหายของหูจวี๋ เอาลิ้นเลียรอบริมฝีปากของตัวเอง ก่อนที่เขาจะพูดต่อ
"ยิ่งเป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกเราจะได้ประโยชน์หรอกรึ หากเหล่าสตรีที่นำมาที่นี่ต้องตาย ทำไมพวกเราไม่ไปหาความสุขกับพวกนางก่อน ไหนๆ พวกนางก็ต้องตายอยู่แล้ว"
หูจวี๋ตกตะลึงเล็กน้อยที่ได้ยินสหายของตัวเองพูดแบบนี้ แต่อยู่ๆ เขาก็คล้ายคิดอะไรได้ เขาไม่ใช่คนดี จากนั้นหูจวี๋ผู้นี้ก็ยิ้มและพูดว่า ใช่ใช่ใช่
ก่อนจะบอกสหายของตัวเองว่า เขาได้เป็นเวรในการดูแลคุกของเหล่าเด็กและสตรีที่ถูกจับมาขังในคืนพรุ่งนี้พอดี เจ้าว่าพวกเราจะไปหาความสุขกับพวกนางได้รึเปล่า
สหายของหูจวี๋หัวเราะ ก่อนจะพูดอย่างมากประสบการณ์
"งั้นก็พอได้ ดูท่าพวกเราจะมีเรื่องสนุกสนุกทำในวันพรุ่งนี้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องระมัดระวัง หนึ่งในพิธีกรรมไสยเวทย์มืดหลายๆ อย่าง เครื่องสังเวยพิธีกรรมนั้นต้องใช้หญิงสาวพรหมจรรย์ ดังนั้นพวกเราจะใช้พวกนางมาเป็นของเล่นของพวกเราไม่ได้ ถ้าพวกเราจะหาอะไรสนุกๆ ทำ ต้องเลือกหญิงที่มีตำหนิเล็กน้อย แต่... ถ้าเจ้าเกิดถูกใจหญิงคนใดที่เป็นสาวพรหมจรรย์ เจ้าต้องไปหาผู้คุมตรวจนับทาส หากเจ้าพอมีเงินเล็กน้อยเป็นสินน้ำใจให้ผู้คุมตรวจนับทาส เจ้าสามารถทำลายพรหมจรรย์หญิงคนนั้นด้วยการจ่ายเงินเล็กน้อย ข้ามีลูกพี่ลูกน้องทำงานที่นั่น ดังนั้นหากเจ้าถูกใจหญิงสาวพรหมจรรย์คนใดข้าก็พอช่วยเจ้าได้"
หูจวี๋ยิ้มร่า พบว่าสหายของตัวเองชั่วร้ายเหลือเกิน
แต่ในขณะที่คนทั้งหมดกำลังหัวเราะและยิ้มร่าอยู่นั้น
...
ต้นไม้รอบด้านอยู่ๆ ก็ราวกับมีชีวิต กิ่งไม้ใหญ่เหวี่ยงและร้อยรัดคอของทุกคนอย่างรวดเร็ว หูจวี๋ สหายของเขาและคนอื่นๆ พยายามขัดขืน มือจับรากไม้ที่รัดคอ พวกเขาพยายามต่อต้านและหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อพวกเขามองไปรอบตัว ป่าไม้ต่างให้ความรู้สึกเหมือนกับปีศาจ ราวกับพวกมันมีชีวิตและจับจ้องพวกเขาอยู่
แต่ในอึดใจสั้นๆ ที่พวกเขายังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ประหลาดดี ใบมีดอัดอากาศแหวกผ่านตัดคอของทุกคนอย่างรวดเร็ว
ฉวบ ฉวบ ฉวบ
เลือดสาดกระเซ็น ก่อนจะมีเสียงใบไม้หญ้าแห้งหักดังเบาๆ ต่อเนื่อง คล้ายเป็นเสียงคนเดินช้าๆ มา ณ ที่ตรงนี้
"ข้าบอกให้เจ้าฆ่าพวกมันแต่แรก แต่เจ้าบอกข้าว่าพวกเราไม่ควรฆ่าคนโดยไม่จำเป็น แต่ตอนนี้เจ้าฆ่าพวกมันรวดเดียวหกคน" เคอซวนพูดน้ำเสียงเย้ยหยันนิดๆ ร่างที่พร่าเลือนราวภาพมายาที่ว่างเปล่า ค่อยๆ ปรากฏชัด
ไม่ใช่แค่เคอซวน แต่ยังรวมถึงเซี่ยซีหานที่เดินตามมาที่ด้านข้างติดๆ อีกด้วย
มุมปากเซี่ยซีหานกระตุกเบาๆ เขาไม่ชอบฆ่าคน แต่เมื่อได้ยินไอ้พวกสวะเหล่านี้พูดถึงเด็กชายหญิง และหญิงสาวพรหมจรรย์ ทัศนคติของคนเหล่านี้สำหรับเซี่ยซีหาน มันบิดเบี้ยวและบัดซบเกินเยียวยา นั่นจึงทำให้เซี่ยซีหานโกรธ เขาฆ่าคนพวกนี้ด้วยอารมณ์
เซี่ยซีหานหายใจลึกเข้าออกสองสามที เขารู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ เขาไม่ควรใช้อารมณ์เหนือเหตุผล
"ข้าคิดว่าวิธีที่ท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่เคอซวนแนะนำข้านั้นถูกต้องแล้ว พวกเราคนฆ่าพวกแมร่งให้หมด เมื่อครู่ข้าได้ตระหนักรู้ในความโง่เขลาของตัวเอง เป็นจริงดั่งที่ท่านว่า เพื่อที่จะบุกเข้าไปถึงตัวไอ้อมนุษย์ 'กุ่ยหราน' หากเราบุกไปโดยไม่ฆ่าใครเลย ในภายหลังคนเหล่านี้อาจจะนำปัญหามาให้พวกเรา และพวกเราก็ไม่รู้ว่าอมนุษย์กุ่ยหรานนั้น มีไพ่ลับและผู้ช่วยเพิ่มเติมอะไรอีกรึเปล่า ตลอดทางที่จะไปถึงตัวมัน หากพวกเราฆ่าได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น" เซี่ยซีหานพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางเยินยอเคอซวน
"เจ้าเรียนรู้ได้เร็ว" เคอซวนพูดน้ำเสียงเย้ยหยัน เขารู้ว่าเซี่ยซีหานไม่ได้ปากตรงกับใจ ไอ้เจ้านี่ชอบทำเรื่องโง่ๆ และการฆ่าของเขา ณ ที่ตรงนี้ เขาทำเพื่อผดุงคุณธรรม
เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้กล้างั้นเหรอ เคอซวนหัวเราะในใจ แต่เขาก็ชอบเซี่ยซีหานที่เป็นแบบนี้ เพราะเซี่ยซีหานเป็นแบบนี้ แผนการของเคอซวนก็จะเดินต่อไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น เมื่อเขามีโล่เนื้อมนุษย์ดีๆ อย่างชายโง่ที่ชื่อเซี่ยซีหาน
เซี่ยซีหานตอนนี้เขารู้สึกขนลุกซู่ สายตาเคอซวนมองเขาอย่างแปลกๆ มันแฝงไว้ด้วยความหลงใหลและแผนการแอบลึกล้ำ
ไอ้แก่ชั่วนี่... ลึกๆ เซี่ยซีหานรู้สึกว่า เขาเดาไม่ออกว่าเคอซวนคิดอะไร แม้รู้สึกว่าเคอซวนไว้ใจได้ แต่ก็กลัวชายแก่คนนี้แทงข้างหลังเขาอยู่เหมือนกัน มันเป็นความรู้สึกอันสับซ้อนเมื่อเขาต้องร่วมมือกับเคอซวน
ไม่สิตอนนี้เรียกเคอซวนว่าชายแก่ไม่ได้แล้ว เพราะนับตั้งแต่เขากลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงอาณาจักรแห่งสัมผัส เคอซวนดูอ่อนเยาว์ขึ้น เขาดูคล้ายหนุ่มใหญ่วัย 45 ถึง 50 ปี ที่ดูแลตัวเองอย่างดี
"นิไอ้หนุ่ม" เคอซวนพูดประโยคนี้พร้อมเอามือโอบไหล่เซี่ยซีหาน ไม่รู้ทำไมเซี่ยซีหานรู้สึกว่า การโอบไหล่นี้เป็นสัญญาณของความฉิบหายบางอย่าง
"ท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่เคอซวน ท่านมีอะไรก็พูดเถอะ" เซี่ยซีหานพูดด้วยรอยยิ้มแหยงๆ
"เจ้าจำ 'พลังวิเศษ' ของเป้าหมายที่ข้าเล่าให้ฟังได้แล้วใช่หรือไม่"
"แน่นอนท่านผู้วิเศษเคอซวน ท่านบอกว่านอกจากความอมตะของอมนุษย์ที่ข้าต้องระวัง แต่ความสามารถเดิมของกุ่ยหราน ข้าก็จำต้องระมัดระวังเช่นกัน สายธารเลือด การกลืนกินพลังชีวิต ต้นไม้ที่ผลิดอกซึ่งจะมีความสามารถพิเศษตามชนิดดอกไม้ที่กุ่ยหรานสร้างขึ้น ซึ่งมันเป็นได้ทั้ง ยาสลบ ทำให้วิงเวียน การเห็นภาพหลอน นอกจากนั้นยังมีดอกไม้พวกติดพิษที่ทำให้เลือดไหลไม่หยุดอีก"
เซี่ยซีหานพยักหน้ารัวๆ ก่อนฆ่าไอ้พวกนี้ เคอซวนได้บอกเซี่ยซีหานถึงความสามารถของ 'กุ่ยหราน' ว่ามีอะไรบ้าง ในฐานะผู้วิเศษมือใหม่ เซี่ยซีหานพบว่าเคอซวนทำงานอย่างเป็นมืออาชีพมาก เขาสามารถล่วงรู้ความสามารถหลักๆ ของกุ่ยหรานได้ก่อนการต่อสู้จริง ผ่านการสืบค้นข้อมูล และนั่นทำให้เซี่ยซีหานมั่นใจที่จะจัดการกับกุ่ยหรานมากขึ้นด้วยของมูลที่แน่นมากของเคอซวน
"ดีที่เจ้าจำได้ทั้งหมด แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องบอกกับเจ้า เหล่าอมนุษย์นั้น แท้จริงแล้วมีหลายระดับมาก ยิ่งพวกอมนุษย์มีระดับสูงเท่าไหร่ มันก็คงความอมตะและน่าหวาดกลัวได้มากเท่านั้น นอกจากนั้นจากมนุษย์ธรรมดา เมื่อขายชีวิตและจิตวิญญาณกลายเป็นอมนุษย์ผู้ไม่ตาย พวกมันจะปลุกความสามารถพิเศษบางอย่างขึ้นมา นั่นคือการกลายร่างเป็น 'ปีศาจ' มันอาจจะกลายร่างเป็นสัตว์ปีศาจประเภทใดก็ได้ ในร่างปีศาจจะมีการตื่นขึ้นของความสามารถลึกลับอีก มันอาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมได้นับสิบเท่าก็ได้ เจ้าไม่กังวลใช่หรือไม่"
"ไม่..." เซี่ยซีหานพูดอย่างมั่นหน้า ในใจเขาคิด ท่านก็เป็นผู้วิเศษ ส่วนข้าก็เป็นผู้วิเศษ เราสองคนร่วมมือกันอัดมันคนเดียว ข้าจะไปกลัวอะไร ในอดีตข้าเคยไฟท์กับปิ๋งเสิ่งผู้วิเศษแห่งความหนาวเหน็บมาแล้วนะ นอกจากนั้นถ้าสู้ไม่ได้พวกเราก็แค่หนี เซี่ยซีหานพูดแบบนี้ในใจตัวเอง
"ดี! เช่นนั้นเจ้าบุกไปคนเดียวได้เลย"
"ห๊ะ" เสียงเซี่ยซีหานดัง ใบหน้าดำมืดมองจ้องไปที่เคอซวนคล้ายคนโง่ พร้อมพูดในใจ 'ไอ้แก่นี่เอ็งกำลังคิดอะไร'