TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 80 ปณิธานมุ่งสู่เส้นทางกระบี่

    ตอนที่ 80 ปณิธานมุ่งสู่เส้นทางกระบี่


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    เฟิร์สรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ๆ นิวโฮปก็เลื่อนตำแหน่งให้เขาได้กลายเป็นผู้กอง


    เมื่อเป็นเช่นนี้เขานั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้กองที่อายุน้อยที่สุดก็ว่าได้


    ต้องรู้ไว้ว่าในตำแหน่งผู้กองนั้นล้วนเป็นผู้มีพลังบ่มเพาะดาราแดงทั้งสิ้น ผู้กองส่วนใหญ่คือเวเนเตอร์ที่ทำการเกษียณตัวเองออกจากแคลนและมารับตำแหน่งนี้


    โดยทั่วไปแล้วตำแหน่งผู้กองจะทำงานด้านควบคุมและจัดการอบิสเสียมากกว่า


    แต่ด้วยสถานะของเฟิร์สในตอนนี้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษและมีตำแหน่งระดับผู้กอง มันจึงเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก


    แม้เฟิร์สไม่ได้ปิดซ่อนความสามารถของตัวเอง แต่เขาก็ไม่ต้องการทำให้มันเอิกเกริกมากนัก โลกนี้ไม่ใช่ว่ามีเพียงเขาที่เป็นเวเนเตอร์อายุน้อยที่มีพลังรบดาราแดง


    ยังมีอัจฉริยะที่เก่งกาจมากมายที่ใช้พลังลึกลับจนมีพลังรบเทียบเท่าเวเนเตอร์ดาราแดงได้ 


    อย่างผู้มีพลังจิตบางคนที่พึ่งเริ่มบ่มเพาะก็มีพลังรบระดับดาราแดงแล้วก็มี


    ดังนั้นพลังรบของผู้คนจึงไม่ได้วัดกันที่การบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว


    เฟิร์สต่อสายถึงสารวัตรเอไอเมื่อได้รับคำสั่งแต่งตั้งนี้ทันที


    “สวัสดีครับสารวัตรเอไอ”


    “อืม ... ว่าไงละเฟิร์สวัน” เสียงของสารวัตรเอไอตอบกลับมา


    “ผมต้องการทราบเรื่องคำสั่งแต่งตั้งของผม มันหมายความว่ายังไงที่มีการเลื่อนระดับตำแหน่งของผม แบบนี้ผมไม่ถูกเพ่งเล็งเกินไปหรอกหรอ?” เฟิร์สเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแฝงความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย


    “ใจเย็นๆ ก่อน ที่เบื้องบนทำแบบนี้นั้นมีเหตุผล ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิเศษของคุณนั้นเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยมีมาก่อน และภารกิจของคุณก็แตกต่างจากการทำงานขององค์กร ซึ่งโดยปกติแล้วนิวโฮปจะทำงานด้านประสานงานและความร่วมมือเท่านั้น 


    อย่างที่คุณรู้ว่าอบิสแต่ละแห่งจะมีเจ้าหน้าที่ระดับเจ็ดขึ้นไปคอยรักษาการ ดังนั้นเพื่อความเป็นอิสระของคุณ คุณจึงไม่ต้องขึ้นตรงต่อเจ้าหน้าที่เหล่านั้น การทำงานของคุณก็จะสะดวกมากขึ้น ...”


    สารวัตรเอไอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ


    “เอาอย่างนี้นะเฟิร์สวัน คุณจะขึ้นตรงต่อผมเพียงคนเดียว ดังนั้นการปฏิบัติภารกิจของคุณจะไม่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ในอบิส คุณพอจะเข้าใจไหม?”


    เมื่อได้ยินดังนี้แล้วเฟิร์สก็รู้สึกใจเย็นมากขึ้น และเมื่อนำคำพูดของสารวัตรเอไอมาคิด มันก็เป็นผลดีต่อเขาจริงๆ


    “เบื้องบนต้องการอะไรจากผมกันแน่ ทำไมพวกเขาต้องทำดีกับผมขนาดนี้?”


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมว่าคุณน่าจะเดาออกนะ เพราะคุณเป็นคนมีความสามารถไง พวกเขาเลยสนใจคุณ หากคุณไม่มีค่า พวกเขาก็คงไม่ลงทุนให้คุณขนาดนี้” สารวัตรเอไอหัวเราะออกมา


    “ถ้าเป็นแบบนี้ ผมคงต้องรับไว้สินะ”


    “น่าจะเป็นอย่างนั้น ...​ แล้วตกลงคุณมีเรื่องที่จะถามผมแค่นี้หรอ?”


    “ไม่ครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ผมตัดสินใจอบิสที่จะเริ่มทำงานใหม่ได้แล้ว”


    “อ๋อ แล้วคุณเลือกที่ไหนไว้ล่ะ”


    “อบิสจังหวัดนครสวรรค์ที่จะเกิดขึ้นอีกสามวันข้างหน้านี้”


    “ไม่เลว อบิสสีขาวระดับสูง คุณต้องการตั้งเป้าที่จะกวาดล้างครั้งแรกอย่างเดียวสินะ”


    “น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ”


    “ดี ผมว่าผมไม่ต้องทดสอบความสามารถของคุณแล้ว อบิสระดับสีขาวคงจะไม่คณามือของคุณในตอนนี้แล้ว ยังไงก็ระวังตัวไว้บ้างล่ะ”


    “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ผมจะระวังตัวเป็นอย่างดี”


    “ผมขอให้คุณโชคดีก็แล้วกัน”


    หลังจากที่วางสาย เฟิร์สก็กลับมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านอีกครั้ง 


    ตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะบ่มเพาะเพิ่มเติมแล้ว ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาว่างของเขา


    เฟิร์สไม่ลังเลที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบ


    นั่นก็คือการเล่นเกมส์


    แน่นอนว่าเกมส์ในยุคนี้พัฒนาไปมาก การเล่นเกมส์ไม่ได้อยู่ในเครื่องคอนโซล คอมพิวเตอร์ หรือมือถืออีกต่อไป


    ในยุคนี้ผู้คนมักจะชอบเล่นเกมส์ในแคปซูลมากกว่า


    ใช่แล้ว เกมส์ในยุคนี้ได้พัฒนามาถึงเกมส์โลกเสมือนจริง ซึ่งธุรกิจในเกมส์ประเภทนี้รุ่งเรืองเป็นอย่างมาก


    มีบริษัทมากมายสร้างเกมส์โลกเสมือนจริงขึ้นมาแล้วมีบริษัทในโลกจริงไปประกอบธุรกิจในโลกเสมือนจริงนั้น 


    ซึ่งในยุคนี้มีเกมส์ประเภทนี้หลายเกมส์และมีโลกจำลองอยู่อย่างหลากหลาย


    แต่จะมีสามเกมส์เท่านั้นที่เป็นที่นิยมของคนทั่วโลก นั่นก็คือเกมส์ที่จำลองโลกเวทมนตร์ จำลองโลกอนาคตดาวเคราะห์ต่างจักรวาล และจำลองโลกในยุคปัจจุบันที่มีอบิสปรากฏอยู่ทั่วทุกที่


    เฟิร์สซื้อแคปซูลเกมส์ของเกมส์ทั้งสามแล้วทดลองเล่นพวกมันในทันที


    ก่อนหน้าที่เขาจะนิทราเขาก็เป็นคนที่ชื่นชอบเกมส์เป็นอย่างมาก และมีนิยายหลายเรื่องที่เล่าเรื่องในเกมส์โลกเสมือนจริงเหล่านี้


    เมื่อเฟิร์สมีโอกาสที่จะได้เล่นมันจริงๆ เขาก็ไม่ลังเลที่จะทดลอง


    เขาใช้เวลาสามวันหมดไปกับการเล่นเกมส์ 


    แล้วเฟิร์สก็พบว่าการเล่นเกมส์โลกเสมือนจริงเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปตามนิยายที่เขาเคยอ่าน มันไม่ได้สนับสนุนผู้ที่มีร่างกายเกินขีดจำกัดของมนุษย์ มันไม่ได้มีโชคที่ทำให้กลายเป็นตัวเอกที่โดดเด่น


    ชีวิตภายในเกมส์ล้วนเป็นไปอย่างธรรมชาติ คุณจะเก่งได้ก็เมื่อคุณลงทุนเติมเงินเข้าไปภายในเกมส์นั้น


    อย่างไรก็ตามเกมส์ก็คือธุรกิจ โชคอาจมีส่วนช่วยในการเล่นเกมส์ก็จริง แต่ก็ไม่สู้การใช้เงินในการเพิ่มความแข็งแกร่ง


    ต่อให้เฟิร์สจะเป็นผู้กองแห่งนิวโฮป เขาก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษที่ต่างจากผู้เล่นคนอื่นแต่อย่างใด


    เฟิร์สผจญภัยในโลกของเกมส์ทั้งสามอย่างมีความสุข แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความรู้สึกสนุกของการเล่นเกมส์เหมือนเมื่อก่อน


    ไม่รู้ว่าเพราะเขาเคยผ่านโลกมานับร้อยปีและได้พบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมานับไม่ถ้วนรึเปล่า มันจึงทำให้เขารู้สึกเป็นแบบนี้


    หรืออาจเป็นเพราะเขาเป็นผู้คลั่งกระบี่จนมองข้ามอารมณ์ต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่อารมณ์รักใคร่ที่เด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไปควรจะเป็น แต่ถ้าจะพูดถึงช่วงวัย ในโลกก่อนเขามีอายุนับร้อยปีก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องรักใครดังเช่นปุถุชนทั่วไปเช่นกัน


    ยิ่งดำดิ่งรับรู้ในวิถีแห่งกระบี่ เรื่องราวเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นทั้งสิ้น


    ความฝันของผู้ฝึกฝนกระบี่คือการก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของกระบี่ จุดสูงสุดที่ว่านั้นแม้แต่เซียนกระบี่เองก็ยังค้นหาอย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน


    ในอดีตเฟิร์สเคยดูหนังกำลังภายเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงผู้ฝึกฝนกระบี่ที่ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อไปให้ถึงกระบี่สูงสุด


    เฟิร์สไม่รู้ว่าหนังเรื่องนั้นจะอ้างอิงกับการฝึกฝนวิถีกระบี่จริงหรือไม่ แต่ตัวละครในนั้นมีคนผู้หนึ่งที่ชื่อว่าเทพกระบี่ ตลอดทั้งชีวิตของเขานั้นอุทิศให้กับกระบี่เพียงอย่างเดียว เสาะหาคู่ต่อสู้ไปทั่วทั้งยุทธภพ แม้แต่ต้องรอให้ผู้มีฝีมือกระบี่คนใหม่ถือกำเนิด เขาก็ยอมรอ


    ซึ่งในช่วงชีวิตสุดท้ายเขาได้คิดค้นกระบี่ที่สิบสาม


    เขาใช้เพลงกระบี่ที่สิบสามของเขาด้วยลมหายใจสุดท้าย ร่างของเขาถึงกับหยุดหายใจที่หน้าบันไดของพรรคที่ยิ่งใหญ่ แต่เจตจำนงกระบี่ที่สิบสามกลับยังไม่สิ้นสุด


    กระบวนท่านั้นถึงกับทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพในตอนนั้นเกือบจะสิ้นชีวิต หากไม่มีหญิงสาวที่ไม่รู้ความไปแตะต้องศพของเทพกระบี่เสียก่อน จนเจตจำนงสุดท้ายของเขาสูญสลาย


    แม้จะสังหารศัตรูคนนั้นไม่สำเร็จ แต่ก็นับได้ว่าเขาสามารถใช้กระบวนท่านี้เอาชนะอีกฝ่ายได้แล้ว


    เฟิร์สในตอนนี้มีปณิธานเดียวกันกับเทพกระบี่ในหนังคนนั้น


    ขอเพียงเข้าถึงกระบี่ขั้นสูงสุด เขานั้นยอมสละทั้งชีวิตเพื่อมัน


    เฟิร์สนั้นใช้สามวันในการสนองความต้องการในวัยเด็กของตนเอง 


    เมื่อเขาอิ่มหนำกับการใช้ความต้องการนี้แล้วก็เป็นเวลาสำหรับการฝึกกระบี่ต่อไป


    การทำงานวันแรกหลังจากได้รับตำแหน่งผู้กองก็ได้เริ่มขึ้น


    เฟิร์สได้ขับรถยนต์ของตนเองไปที่จังหวัดนครสวรรค์เพื่อมุ่งหน้าสู่อบิสที่เปิดขึ้น


    จุดหมายในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในป่าลึก แต่เป็นที่นาของชาวบ้าน


    ดังนั้นการเดินทางไปที่นั่นจึงไม่ยากเลยแม้แต่น้อย


    คนของนิวโฮปเข้ามาถึงที่นี่และกางเขตแดนรอบๆ อบิสอย่างรวดเร็ว 


    พวกเขายังไม่ได้ติดต่อเวเนเตอร์ภายนอก ที่นี่จึงมีแต่เจ้าหน้าที่ของนิวโฮปเท่านั้น


    เด็กหนุ่มลงจากรถยนต์ของตนเอง เผยให้เห็นรูปร่างในชุดสูทสีขาวที่เป็นเครื่องแบบ และกลางหน้าอกได้ประดับด้วยเข็มรูปพีระมิดหนึ่งอัน


    นี่คือสัญลักษณ์ที่ยืนยันตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ระดับเจ็ด!


    ทันทีที่เฟิร์สเดินเข้ามาในแคมป์ของนิวโฮป พนักงานจำนวนหนึ่งที่มาก่อนหน้านี้ล้วนโค้งเคารพให้กับเขา


    “สวัสดีครับผู้กอง”


    “สวัสดีค่ะผู้กอง”


    เฟิร์สไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาแต่พยักหน้ารับคำแล้วเดินตรงไปที่ห้องทำงานของผู้กองที่รับผิดชอบอบิสแห่งนี้


    “นั่นใครกัน? ทำไมถึงมีผู้กองอีกคนมาอยู่ที่นี่? ไม่ใช่ว่าที่นี่มีผู้กองสายฟ้ากำกับอยู่หรอ?”


    “ตำแหน่งผู้กองนั้นมีไม่มาก ฉันไม่เห็นรู้จักผู้กองคนนี้มาก่อนเลย”


    “นี่นายตาถั่วรึไงถึงไม่ได้รู้จักเขา! เขาก็คือเฟิร์สวันยังไงล่ะ”


    “ฮะ! นายว่ายังไงนะ เขาคือเฟิร์สวันอย่างนั้นหรอ ไม่ใช่ว่าเขานั้นเป็นผู้หมวดหรอกหรอ?”


    “ฉันก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน ตั้งแต่เขาหายไปหลายเดือน จู่ๆ เบื้องบนก็เลื่อนตำแหน่งให้เขา ฉันสงสัยว่าเขาจะหายไปทำภารกิจให้กับเบื้องบนจนได้เลื่อนขั้นแบบนี้”


    “นี่มันบ้ามาก เขาเส้นใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ? ฉันยังไม่เคยเห็นผู้กองที่อายุน้อยขนาดนี้มาก่อนเลย เขายังอายุไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ แถมยังมีการบ่มเพาะยังไม่ถึงระดับดาราแดงแต่ก็ได้เป็นผู้กองแล้ว”


    “นี่นายจะบ้าหรือไง ทำไมพูดเสียงดังแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินกันหรอก”


    “ฉันว่าคนอื่นก็คิดเหมือนกับฉันแหละน่า”


    “นายก็อย่าลืมสิว่าก่อนหน้านี้เขามีข่าวว่าได้ประมือกับผู้กองภาวิน แถมยังมีคลิปที่พวกเขาต่อสู้กันหลุดออกมาด้วย พลังรบของเขาคงอยู่ในระดับดาราแดงแล้วแน่ๆ”


    “นี่มันเรื่องจริงหรอ?”


    “ใช่สิ”


    หลังจากที่แผ่นหลังของเฟิร์สหายลับไป ผู้คนก็เริ่มซุบซิบนินทาเรื่องของเขามากยิ่งขึ้น แม้เด็กหนุ่มจะได้ยินทุกถ้อยคำ แต่เขากลับหาได้สนใจไม่

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน