“อาหลง เ้าคิดว่าจะเจอคุณหนูหรือไม่?” จินเมี่ยวถามบ่าวชายที่สนิทกันด้วยความกังวล
“ข้าก็มิรู้ได้เช่นกัน ป่าทึบเช่นนี้เรามิเคยเข้ามาอาจจะจอหรือไม่เจอแต่ตราบใดที่เรายังไม่พบร่างของคุณหนูเราก็ยังมีความหวัง” อาหลงกล่าวให้กำลังใจแม้จะถอดใจแล้วมากกว่าครึ่ง
“จุดที่คุณหนูตกจากเรือไม่ห่างจากที่นี่ แน่นอนว่านางต้องลอยตามน้ำไปพวกเราเดินไปทางทางน้ำลงกันเถิด เพียงแต่อย่าเข้าใกล้แม่น้ำมากนักเพราะเราไม่แน่ใจว่าพวกโจรป่าจะมาอีกหรือไม่?” คังโจว บ่าวชายที่อายุมากที่สุดบอกกับทุกคน
“เ้าค่ะ/ขอรับ” แล้วกลุ่มคนสิบเอ็ดคนก็เริ่มเดินทางล่องตามแม่น้ำไป
-----+++++-------+++++----
กระท่อมน้อย:ยามเฉิน(07.00)
กายน้อยขยับตัวยุกยิกในอ้อมกอดบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ที่ก้มมองนางอยู่แล้วหนึ่งเค่อ(15นาที)ด้วยรอยยิ้ม
“อื้ออ” ตู้ฟางซินกระพริบตาปริบๆ มือขาวกอดเกี่ยวเอวบุรุษที่นางร่วมคืนวสันต์ด้วยเมื่อคืน มือบางลูบหน้าท้องแกร่งไร้ไขมันแ่เบา ‘หน้าอกแน่นจัง’ นิ้วเล็กสะกิดยอดอกสีเข้มจนตั้งชัน
“เ้าคงจะมิอยากพักใช่หรือไม่?” เสียงบุรุษดังขึ้น มือขาวถูกมือใหญ่กอบกุมขึ้นมาจุมพิศ กลิ่นกายหอมของนางช่างติดจมูกเขาหนักหนา กายนุ่มนิ่มไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ของคนทั้งคู่เสียดสีกันไปมา เต้าอวบเบียดชนสีข้างไม่ได้หยุด “อ่าห์..” มือแกร่งจับมือน้อยลงไปกอบกุมท่อนลำใหญ่โตแข็งขืนอย่างไร้ยางอาย ฟางซินหน้าแดงก่ำเมื่ออีกฝ่ายจับมือนางชักรูดสิ่งนั้นขึ้นลง ขึ้นลง
“ไม่เอาแล้วนะเ้าคะ..ข้ายังปวดตรงนั้น” ขบเม้มริมฝีปากบาง
“ข้าจะทำ..เบาๆซี้ดด” มือขาวที่กอบกุมส่วนนั้นได้ไม่หมดค่อยๆชักรูด “ได้หรือไม่? ..อ่าห์” ฟางซินหน้าแดงก่ำ
ไร้คำตอบรับหรือขัดขืน บุรุษแข็งแรงก็พลิกตัวคร่อมทับนางอีกครั้ง
---+++++-----++++--+++++++
ยามอู่(11.00) เสียงประตูกระท่อมก็เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มหญิงสาวที่หายเข้าไปั้แ่เมื่อวาน ลิ่วคังหันมองเพียงนิดก็ส่งถุงกระดาษที่มีเสื้อผ้าของสตรีอยู่ด้านในมาให้
“ข้าหาได้เพียงสามชุดขอรับ”
“เ้าหายไปทั้งคืนหาได้สามชุด เหอะ” แม่ทัพจางเหวินเป่ามองอย่างเหยียดหยาม
“ในป่าเขาเช่นนี้จะหาร้านค้าได้จากที่ใดเล่าขอรับ”
“เ้าไม่ไปหาลั่วถงเล่า!!!” แม่ทัพจางพูดถึงรองแม่ทัพที่ยามนี้รักษาการณ์อยู่ในกองทัพแทนเขา ด้านในมีทหารหญิง แม่บ้าน แม่ครัว สตรีรวมๆนับร้อย
“จริงสิ!!!” ลิ่วคังมองท่านแม่ทัพอย่างเลื่อมใส เหตุใดเขาคิดไม่ถึงนะ “เช่นนั้นข้าจะไปอีกครั้งท่านก็อยู่กับแม่นางฟางซินกันสองต่อสองเถิด..ขาดข้าท่านคงสบายใจ” ลิ่วคังลอบมองไปทางสตรีด้านหลังอมยิ้มล้อเลียน
“จะไปที่ใดก็ไป” ท่านแม่ทัพจูงมือฟางซินที่พวงแก้มแดงก่ำกลับเข้าไปด้านในและกล่าวว่า “ข้าจะพาไปชำระร่างกายที่น้ำตก..อยากไปหรือไม่?” มือใหญ่ถามและดึงผ้าปูเตียงที่มีคราบเืพรหมจรรย์เป็วงกว้างออกเพื่อจะนำไปซัก
“ไปเ้าค่ะ” ฟางซินที่มองเห็นคราบเืก็ไม่ได้คิดสิ่งใดเพราะนางเป็ของเขาแล้ว จะใจะให้หนีไปก็คงไม่ทางตายในป่า อยู่ใช้ชีวิตที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ‘ความสงบที่นาง้า’
“เอาผ้าไปซักด้วย เ้าทำเป็หรือไม่?” ตู้ฟางซินส่ายหน้า เกิดมานางเคยทำงานบ้านเสียเมื่อไหร่กัน
แม่ทัพจางยกยิ้ม “ข้าจะสอนเ้าเองฮูหยิน” โอบกอดสตรีที่เอียงอายหันหน้าหนี
จ่อกกๆๆๆๆ เสียงท้องร้องดังมาจากสตรีตัวเล็กที่สูงแค่บ่ากว้าง ทั้งคู่เงยหน้ามองกันแล้วจางเหวินเป่าก็หัวเราะ
“55555555” นานแค่ไหนที่เขาไม่ได้หัวเราะกว้างขนาดนี้นอกจากยามที่อยู่กับสหายรุ่นน้องเ้าหย่งเจี้ยนและเ้าหย่งเซิง ‘เขาคงมัวแต่ตามจับโจรสินะ' “ด้านนอกมีมันเผาอยู่..ไปเถอะ”
ทั้งคู่ออกมาด้านนอกพร้ะกร้าใบขนาดกลาง แม่ทัพจางเหวินเป่าเอาไม้เขี่ยๆกองไฟ ก็พบมันเผาอยู่สองชิ้น เขาใช้ใบบัวขนาดใหญ่แถวๆนั้นมารองมันสองอันวางลงบนตะกร้าผ้า จากนั้นก็จับมือฟางซินเดินเข้าไปด้านในป่าลึก…ของเขตชายแดน
------+------------++++++++--+
“ข้าเดินมาร่วมครึ่งวันแล้วนะ..หิวจะตายพวกเ้าหยุดพักกันก่อนเถิด” จินเมี่ยวคร่ำครวญ
“ข้าว่าพักก่อนก็ดีนะ มองไปทางใดก็มีแต่ป่าเขาแล้วพวกเราจะนอนพักกันที่ใด?” อาหลงมองซ้ายมองขวา ชาวเมืองอย่างพวกเขาคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่พากันเดินเข้าป่า “พี่ชายที่อยู่บนเรือบอกข้าเมือคืนว่าสภาพอากาศในเขตชายแดนเช่นนี้เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว บางครั้งยังมีฝนตกอีกด้วยสิ่งใดๆก็ไม่แน่นอน ระวังพวกสัตว์ร้ายอย่างงู บนพื้นด้วยเล่า”
“แล้วเ้าจะพูดทำไมกันเล่าอาหลง!!” จินเมี่ยวที่นั่งบนพื้นหญ้ามองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง บ่าวชายทุกคนที่มีสัมภาระอยู่ด้านหลังต่างก็ปลดปมเชือกออกแกะดูอาหารที่พกมาด้านใน
“ก็พูดให้ระวังอย่างไรเล่า เ้าไม่ต้องกลัวไปหรอกทุกคนในที่นี้ล้วนเป็วรยุทธทั้งสิ้น งูยังน่ากลัวไม่เท่าเราหลงทางหรอกนะจินเมี่ยว” อาหลงทำสีหน้าวิตก ทุกคนที่ได้ยินต่างก็นิ่งเงียบ
๑๑๑๑๑
ท่านแม่ทัพจางเหวินเป่าจับมือสตรีตัวน้อยกว่าครึ่งของร่างกายเขาเดินลัดเลาะไปตามร่องเขาอย่างชำนาญทาง เหตุที่เขาพานางมาชำระร่างกายที่น้ำตกก็เพราะที่กระท่อมน้อยของเขามิมีห้องชำระร่างกาย มีเพียงห้องขับถ่ายเท่านั้น ทุกครั้งเขาและลิ่วคังจะใช้แม่น้ำในการชำระร่างกายง่ายๆ ตามวิสัยของบุรุษทั่วไป การเดินทางมาที่น้ำตกใช้เวลาร่วมสองเค่อ (30นาที) คนทั้งคู่ก็มาถึงที่หมาย
“งดงามยิ่งนักเ้าค่ะ” ตู้ฟางซินมองทิวทัศน์รอบๆ อย่างตื่นเต้น เนื่องด้วยในเมืองหลวงไม่มีสถานที่เช่นนี้ มีเพียงร้านค้าและสมุดบัญชีที่น่าหดหู่สำหรับนาง
“มานั่งนี่เถอะ” ท่านแม่ทัพที่ฟางซินเข้าใจว่าเป็เพียงชายตกปลาจับมือนางมานั่งตรงโขดหิน “ถอดรองเท้าแช่น้ำดูสิ” ท่านแม่ทัพกล่าวพร้อมกับถอดรองเท้าลงไปแช่ในน้ำ..สักพักก็มีปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายเข้ามาตอดใต้เท้านับสิบตัว ตู้ฟางซินยิ้มชอบใจ
“รู้สึกเช่นไรเ้าคะ?” นางเงยหน้าขึ้นมาถาม ‘ท่าทางน่ารัก’
“ลองทำดูสิ”
“แต่ว่า.. การถอดรองเท้าหากมิใช่สามี…ข้ามิควร”
“ข้ามิใช่สามีเ้ารึ? ฮูหยิน” ท่านแม่ทัพโน้มใบหน้าดุคมที่มีหนวดเคราเขียวครึ้มเข้าไปใกล้ใบหน้าขาว ปากหนาจูบลงบนปลายจมูกเล็ก จุ๊บ!! “ข้าทำกับเ้าทั้งคืนยังมิใช่สามีหรืออย่างไร?”
ตู้ฟางซินก้มหน้าลงจนเกือบจะชิดอกก่อนจะตัดสินใจถอดรองเท้าออกช้าๆ จนเปิดเปลือยเท้าเล็กขาวสะอาดจุ่มลงไปในน้ำชุดกระโปรงเปียกไปกว่าครึ่งน่อง เพียงชั่วจิบชาปลาน้อยๆ ก็ว่ายวนรอบๆ เท้าขาวนางมองอย่างตื่นเต้น ลุ้นอยู่หลายครั้งรอให้ปลามาตอด “เหตุใดมันถึงไม่ดูดเท้าข้าเ้าคะ?” นางเงยหน้ามองบุรุษที่บอกว่าเป็สามีนาง