ท่ามกลางกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุด หลี่เข่อชิงนอนหลั่งน้ำตาอยู่บนเตียงจ้องมองสามีที่ยืนกุมมือของเธอเอาวไว้อย่าง้าจะปลอบใจเธอ เขาไม่ได้รักเธอ เธอรู้เื่นี้ดีหากเธอเป็เขาเธอก็คงจะทำใจให้รักไม่ลงเช่นเดียวกัน
ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยามากกว่า 50 ปี ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะมีรอยยิ้มมอบให้เธอ แต่สิ่งที่ทำให้เธอนับถือเขาจากใจก็คือเขาไม่เคยทำให้เธอเสียใจด้วยการมีคนอื่น แต่กลับเป็เธอที่ยึดติดกับคนอื่น กว่าจะรู้ตัวเธอก็สูญเสียบุตรชายและบุตรสาวที่เธอคลอดออกมาได้อย่างยากลำบากไปเสียแล้ว
“ขอโทษนะ” หลี่เข่อชิงเอ่ยกับสามีเบาหยาดน้ำตาไหลออกจากดวงตาอันฝ้าฟางของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“เธอไม่ได้ทำอะไรผิด” มู่ไป๋พูดกับเธอเสียงเบา
“ถ้าฉันไม่คิดถึงแต่ตัวเอง ถ้าฉันคอยดูแลลูกๆ ให้ดี คุณก็คงยังมีลูกๆ อยู่ข้างกาย ไม่ต้องโดดเดี่ยวเช่นนี้” หลี่เข่อชิงพูดพลางเกาะกุมมือของเขาเอาไว้
“แต่ผมยังมีคุณ” คำพูดของเขาทำให้เธอร้องไห้ออกมา
หลังจากสูญเสียลูกไปคนทั้งสองก็ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่ชีวิตและเพื่อนสนิทที่คอยปลอบประโลมใจกันและกัน เขาโหมทำงานหนักส่วนตัวเธอก็สามารถตัดใจจากคนอื่นได้เสียทีแล้วหันมาดูแลเอาใจใส่สามีอย่างเต็มที่เพื่อชดเชยสิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจของเธอก็เ็ปมาโดยตลอด
“เข่อชิง คุณอยู่กับผมอีกหน่อยได้ไหม” เขาพูดพลางยื่นมืออีกข้างมาเช็ดหยาดน้ำตาให้เธอ
“เอาไว้ชาติหน้าฉันขอชดเชยให้คุณก็แล้วกันนะคะ” หลี่เข่อชิงเอ่ยพลางค่อยๆ คลายมือที่เกาะกุมเขาเอาไว้
“ชาตินี้มีตั้งหลายเื่ที่ฉันทำพลาดไป หากมีชาติหน้าจริงฉันขอใช้ทั้งชีวิตชดเชยให้ลูกและคุณนะคะ” หลี่เข่อชิงพูดพลางค่อยๆ หลับตาลง แล้วสติของเธอค่อยๆ เลื่อนลอยไป
ภาพความทรงจำค่อยๆ หลั่งไหล นับั้แ่วันที่เธอแต่งงานกับเขาด้วยความไม่พอใจ ภาพฝาแฝดชายหญิงที่คลอดออกมาแล้วทำให้ชีวิตของเธอต้องผูกติดกับเขามากยิ่งขึ้น แล้วก็เป็ภาพสุดท้ายของลูกชายและลูกสาวที่กำลังอยู่ในวัยที่กำลังเติบใหญ่ต้องจมน้ำตายหายไปต่อหน้าต่อตาเพียงเพราะความสะเพร่าของเธอ หากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะคอยดูแลพวกเขาให้ดี จะไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ และที่สำคัญกับสามีคนนี้ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ทำผิดต่อเขา
“เข่อชิง…” เสียงเรียกชื่อเธอของสามีค่อยๆ จางหายไปจากการรับรู้ ม่านหมอกสีขาวบดบังสติของเธอไปจนหมดสิ้นแล้วสติของเธอก็ค่อยๆ มืดดับลงไป
“หลี่เข่อชิง!” เสียงนี้ทำให้หลี่เข่อชิงค่อยๆ กะพริบตาแล้วพยายามรวบรวมสติอีกครั้ง นิ้วมืออันเย็นเฉียบจับต้องบริเวณดวงตาของเธอและแสงไฟที่ทิ่มแทงเขามาในรู้ม่านตาทำให้เธอขยับใบหน้าหนี
“เธอน่าจะได้สติแล้ว” เสียงพูดประโยคนี้ทำให้หลี่เข่อชิงกะพริบตา เธอหันไปมองใบหน้าของคนที่พูดแล้วก็หันไปมองผู้คนและสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความใ
“คุณพ่อ คุณแม่” หลี่เข่อชิงส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
“คุณคะลูกตื่นแล้ว” คำพูดประโยคนี้ของหลิวเพ่ยทำให้หลี่เข่อชิงต้องกะพริบตาอีกครั้งเพื่อพยายามเรียกสติ พ่อและแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่อีกทั้งพวกท่านก็ยังไม่แก่ชรา ส่วนมู่ไป๋นั้นไม่ต้องเอ่ยถึงใบหน้าเ็าสวมแว่นตาหนาเตอะของเขานี่คือรูปลักษณ์ของเขาตอนที่ยังเป็หนุ่มอยู่ไม่ใช่หรือ
“ยัยเด็กบ้า! แกทำอะไรของแก..” เสียงของหลี่เจียงคุณพ่อของเธอทำให้หลี่เข่อชิงพลันหลั่งน้ำตาออกมา
“หนู.. หนูขอโทษค่ะ” หลี่เข่อชิงพูดพลางร้องไห้ออกมา
“ไม่เป็อะไรแล้ว ไม่เป็อะไรนะลูก” เสียงของคุณแม่ของเธอทำให้หลี่เข่อชิงยิ่งร้องไห้หนักยิ่งขึ้น เธอจำได้แล้วนี่คือภาพเหตุการณ์หลังจากที่คุณพ่อของเธอไปตามเธอกลับมาจากชนบท
โจวสวินคนรักของเธอเขาแอบมีเมียมีลูกอยู่ที่บ้านในชนบทอยู่ก่อนแล้ว พอเธอระแคะระคายเธอก็นั่งรถไฟเพียงลำพังเพื่อตามไปดูให้เห็นกับตา แล้วก็เป็เช่นนั้นโจวสวินหลอกลวงเธอ แล้วสุดท้ายก็เป็คุณพ่อของเธอที่พาเธอกลับมาแล้วบังคับให้เธอแต่งงานกับคนที่พวกเขาหมายตาเอาไว้ เธออยากต่อต้านจนผลสุดท้ายจึงได้คิดทำลายการแต่งงานด้วยการทำลายชีวิตของตัวเอง แล้วก็ถูกช่วยเอาไว้ด้วยว่าที่สามีของเธอมู่ไป๋ แพทย์หนุ่มอนาคตไกลที่มีฐานะทางบ้านใกล้เคียงกับครอบครัวของเธอ หลี่เข่อชิงหันไปมองรอบกายอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือ” คำพูดของเธอทำให้คุณแม่ของเธอที่เมื่อครู่นี้ยังยืนร้องไห้อยู่ยื่นมือมาบิดต้นแขนของเธอในทันที
“นี่แหนะ ลูกไม่รักดี” แม้ว่าจะทำเช่นนั้นแต่คนที่ถูกกระทำอย่างหลี่เข่อชิงกลับแค่เพียงสูดริมฝีปากออกมาด้วยความเ็ปเพียงเท่านั้น ส่วนคนลงมืออย่างคุณนายหลี่ที่มีนามว่าหลิวเพ่ยกลับร้องไห้ออกมาด้วยความปวดใจ
“หนูขอโทษค่ะ ต่อไปหนูจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว” หลี่เข่อชิงพูดพลางหลั่งน้ำตาออกมา ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ฝันไปเธอได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แถมยังได้ย้อนกลับมาตอนที่พ่อแม่ของเธอยังอยู่และเธอยังไม่ได้แต่งงานกับมู่ไป๋อีกด้วย เธอคิดพลางหันไปมองเขาที่ในตอนนี้กำลังยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเคย
หากเป็หลี่เข่อชิงเด็กสาวที่ไม่รู้ความคนเก่าก็คงจะรู้สึกว่าท่าทีเช่นนี้คือการแสดงออกที่เต็มไปด้วยความเ็าและไม่ใส่ใจของเขา แต่ตอนนี้เธอคือหลี่เข่อชิงที่เคยใช้ชีวิตคู่กับเขามาก่อนย่อมจะรู้ดีว่าการที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้และไม่ได้หนีไปไหนคือความแสดงออกถึงความใส่ใจมากที่สุดของเขาแล้ว
“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้” หลี่เข่อชิงหันไปพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการขอบคุณอย่างแท้จริง ท่าทีของเธอทำให้สีหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่เพราะเป็คนไม่ค่อยพูดเขาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
“ขอบคุณเธอมากที่ช่วยลูกสาวของฉัน” คุณพ่อที่ยังสวมชุดทำงานอยู่หันไปพูดกับมู่ไป๋ด้วยสีหน้าจริงจังและรู้สึกผิด ตอนนี้ข่าวที่ลูกสาวของเขาพยายามฆ่าตัวตายเพื่อหลีกหนีการแต่งงานคงจะถูกพูดไปจนทั่วแล้ว ตอนนี้คนที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการช่วยยื้อชีวิตของลูกสาวของเขาอย่างมู่ไป๋คงจะต้องได้รับความอับอายอยู่ไม่ใช่น้อย
“แต่เธอวางใจเถิด หลังจากนี้ฉันจะชดเชยทุกอย่างให้เธอเอง” คุณพ่อในชุดนายทหารที่มีเครื่องประดับยศบ่งบอกถึงอำนาจในมือที่ไม่น้อยเลยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ขอบคุณมากครับ แต่ไม่เป็ไรครับถึงอย่างไรนี่ก็คือหน้าที่ของผมในฐานะหมอคนหนึ่งและในฐานะคู่หมั้นของเธอ” มู่ไป๋พูดพลางหันมามองหลี่เข่อชิงที่ยังคงนอนซีดเซียวอยู่บนเตียง
หากเป็ในชาติก่อนหลี่เข่อชิงก็คงจะต้องพูดจาเสียดสีเขาหาว่าเขาทำดีเพื่อเอาหน้าและ้าการสนับสนุนของคุณพ่อเธอ แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าคนอย่างเขาไม่ต้องใช้เส้นสายของพ่อเธอเขาก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ซึ่งในชาติที่แล้วเขาก็สามารถพิสูจน์ตนเองจนเป็ที่ยอมรับของคนอื่นและของเธอด้วย
หลี่เข่อชิงหลับดวงตาของตนเองลงเพื่อพยายามปิดกั้นความทรงจำในชาติก่อนของตนเอง พลางคิดในใจว่าใจเย็นๆ ในเมื่อได้กลับมาอีกครั้งแล้วเช่นนี้เธอต้องพยายามเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ให้ดีไม่ให้ล้มเหลวอย่างชาติที่แล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงลือตาขึ้นมาแล้วเอ่ยกับคุณพ่อและคุณแม่ของเะอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ดึกมากแล้ว คุณพ่อคุณแม่กลับไปพักก่อนเถอะค่ะ หนู่ไม่เป็อะไรแล้วและก็จะไม่ทำอะไรโง่ๆ เช่นนั้นแล้วด้วย” หลี่เข่อชิงพูดพลางชี้ไปที่ข้อมือของตนเองที่ในยามนี้น่าจะมีร่องรอยที่กำลังจะกลายเป็แผลเป็ติดตัวไปตลอดชีวิตของเธอแล้ว
“เข่อชิงทุกอย่างที่พ่อกับแม่ทำก็เพื่อลูกทั้งนั้น” คุณแม่ของเธอกระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หนูรู้… ต่อไปนี้หนูจะไม่ดื้อแล้วคุณพ่อคุณแม่วางใจเถิดค่ะ” หลี่เข่อชิงพูดพลางหลั่งน้ำตาออกมา เธอเคยเศร้าเสียใจที่เป็แม่ที่ไม่ได้เื่ของลูกๆ เป็ภรรยาที่ไม่ดีของสามี แต่แท้จริงแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เธอลืมไปก็คือเธอไม่ได้เป็ลูกที่ดีของพ่อแม่