หลังการโจมตีชุดใหญ่ผ่านพ้นเงาร่างของราชาค่อย ๆ ปรากฏออกมาจากกลุ่มควันที่เกิดจากผลของเอฟเฟ็กต์เวทย์อาคมนานาชนิด
ร่างของมันเต็มไปด้วยเขม่า เกราะและเครื่องประดับสีทองที่เคยสวยงามประณีตเต็มไปด้วยรอยไหม้ทว่ามันแข็งทนทานกว่าที่คิด และยังเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างอิสระเหมือนของไหล
ใบหน้าของมันแสยะยิ้มดุร้ายออกมาเป็นครั้งแรก
อากิฮิโระไม่มั่นใจว่ามันกำลังหัวเราะอยู่หรือไม่แต่เขารับรู้ได้ถึงความสำราญที่มาพร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรงยิ่ง
อักขระสีแดงเข้มทั่วร่างของราชาพลันเรืองแสงส่องประกายเจิดจ้ากว่าครั้งไหนแลดูทรงพลังน่าเกรงขาม
มันตอบโต้ทุกสิ่งด้วยการกระหน่ำสาดลำแสงความร้อนสูงสีแดงผ่านนิ้วชี้ทั้งสี่ข้างและดวงตาที่สามบนหน้าผาก ถึงแม้จะไม่มีผลพวงจากการระเบิดแต่มันสามารถเจาะทะลวงได้ทุกสิ่ง ด้วยคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงกับทำให้อากาศลุกไหม้ ทั้งเมืองตกอยู่ใต้ทะเลเพลิง
แม้วิถีจะถูกสุ่มยิงเป็นเส้นตรงทว่ามันก็ถูกชดเชยด้วยจำนวนครั้ง เปลี่ยนจากการถูกปิดล้อมอย่างหนักเป็นการจู่โจมสวนกลับ
เหล่าฮันเตอร์ที่ตั้งค่ายกลอยู่รอบนอกต่างพยายามโยกย้ายส่ายหนี ถอยร่นกันจ้าละหวั่น แทบไม่มีโอกาสหยุดพักหายใจ ไม่สามารถจัดวางตำแหน่งการยืนเพื่อโจมตีสนับสนุนได้อีกต่อไป
คลื่นลำแสงยังคงถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีผู้โชคร้ายเริ่มโดนยิงเข้าตามวินาทีที่นับผ่าน มีสามคนดับคาที่เพราะอยู่ใกล้เกินไปความเร็วของลำแสงก็สูงเกินไป หมดหนทางจะหลีกหนี หอคอยสูงทำเลหากินของฮันเตอร์สายสนับสนุนระยะไกลถูกยิงทำลายจนถล่มเละเทะ บ้างย่อตัว บ้างหมอบคลาน ไม่มีใครสนภาพลักษณ์ขอเพียงเอาชีวิตรอด
“รักษารูปขบวนไว้!รีบพาคนเจ็บออกไป”
คำสั่งของหัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่มแทบจะเหมือนกันเป๊ะ
การโจมตีจากวงนอกในสายตาของราชาไม่นับว่าอันตรายแต่หากปล่อยให้ถูกตอดเล็กตอดน้อยจากบนที่สูง ก็เป็นตัวก่อกวนที่น่ารำคาญและสิ้นเปลืองออร่าโดยใช่เหตุ ดังนั้นจึงต้องทำลายจุดยุทธศาสตร์ของศัตรูทิ้งให้สิ้นซาก
การโจมตีอันบ้าคลั่งหยุดลงกะทันหัน เมื่อราชาสัมผัสได้ถึงกระแสอีเธอร์ที่เริ่มไหลไปยังอากิฮิโระขณะกำลังเตรียมตั้งท่าชาร์จโจมตีจากระยะไกล
เงาร่างเขย่าวูบมันเคลื่อนเข้าหาบุตรแห่งฟ้าร้องอย่างรวดเร็ว ลัดเลาะตามอาคารด้วยแสงสีแดงวูบวาบสะท้อนเป็นภาพติดตาจนมาปรากฏที่เบื้องหน้า
‘เร็วเกินไปแล้วนี่คงเป็นผลจากสภาวะที่มีอักขระสีแดงเรืองแสงตามร่างกายงั้นสินะ’
อากิฮิโระคิดขณะจ้องมองการเคลื่อนไหวของศัตรู แม้ระดับฝีมือจะต่างชั้นอยู่ขั้นหนึ่งแต่ปฏิกิริยาตอบสนองของอากิฮิโระก็รวดเร็วไม่แพ้กันความรอบรู้และการตัดสินใจของเขาประจักษ์ชัดเจน
อากิฮิโระยกเลิกการร่ายมนตร์ขั้นสูงเปลี่ยนเป็นยิงดักหน้าศัตรูด้วยกระสุนพลาสม่าที่ร่ายออกทันทีผ่านแหวนบนนิ้วชี้ข้างซ้าย
ปรากฏว่าราชายิ่งสู้ยิ่งดุทำเอาอากิฮิโระแอบสะท้าน
ราชาใช้ร่างกายรับเข้าไปเต็มๆ เมินเฉยต่อความเจ็บปวด มันชกหมัดขวาสวนกลับไปอากิฮิโระเอียงตัวไปทางซ้ายทำให้หมัดแฉลบข้างแก้มจนเลือดออกซิบทว่าการจู่โจมยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อขาของอากิฮิโระถูกอีกฝ่ายคว้าจับได้ก่อนจะถูกเหวี่ยงฟาดกับพื้นอย่างหนักหน่วง
‘—อั่กกก’
ในช่วงเวลาคับขันยามกำลังจะถูกกระทืบซ้ำการตัดสินใจของอากิฮิโระยังคงฉับไวเขาแปรสภาพร่างกายของตัวเองให้เป็นสายฟ้าด้วยวิชา ‘อาภรณ์อสนีเทพ’ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้แปลงสภาพตัวเองเป็นสายฟ้า ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้นแต่ก็แลกมาด้วยการเผาผลาญมาโซต่อวินาทีอย่างมหาศาล
อากิฮิโระเปลี่ยนตัวเองเป็นสายฟ้าเพียงศูนย์จุดสามวินาทีสไลด์ตัวออกห่างจากระยะของศัตรู ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะยืนตั้งหลักประกายแสงสีแดงวาบผ่านก็โฉบมาโผล่เบื้องหน้าด้วยความเร็วที่เหลื่อมล้ํากว่ากันเพียงเล็กน้อย
ในชั่วกะพริบตาอากิฮิโระถูกเตะเข้ากลางลำตัว ร่างกระเด็นราวกับกระสุน ทะลุอาคารนับสิบหลังพังพินาศย่อยยับ
ราชาเร่งประกายความร้อนไล่บี้ อากาศฟุ้งไปด้วยคลื่นความร้อนตกค้าง
หอกสายฟ้ายิงสวนกลับไม่ยอมจำนนแต่ก็ถูกราชาสะบัดมือปัดทิ้งพุ่งซ้ายชนขวาระเหิดหาย
ราชาก้าวย่างไปยังร่างของศัตรูที่กำลังนั่งบาดเจ็บพิงกำแพงพลางสร้างบอลเพลิงเหนือฝ่ามือซ้ายส่วนบน
ประธานในร่างมนุษย์กลับเข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้งเขาหมุนตัวตอกฝ่าเท้าใส่จากทางด้านหลังราชา
‘บาทาพยัคฆ์สะบั้นเศียร’
ฝ่าเท้านี้อานุภาพรุนแรงหนักแน่นแม้จะถูกอีกฝ่ายยกแขนบดบังหลังศีรษะของตัวเองไว้ได้แต่ก็ทำให้พื้นใต้เท้าถึงกับทรุดตัวจมลึก
อากิฮิโระบัดนี้จึงนับว่าพ้นขีดอันตรายย้อนคิดอีกทีก็ใจสั่น ลูกเตะของมันมาไว้เกินไปเมื่อยู่ในร่างอักขระต่อให้ตอนนั้นระวังตัวอยู่ก่อน ตนก็ไม่มั่นใจว่าจะหลบพ้น
ราชาสะบัดแขนดีดประธานออกไปด้านนอกตอบโต้ว่องไว กระสุนบอลเพลิงถูกเขวี้ยงตามออกมาสี่ลูก
ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
ประธานขยับตัวไปตามช่องว่างของกระสุนเหล่านั้นพุ่งเข้าไปหาราชาและปล่อยฮุคขวาที่ว่องไวออกไป
ราชาเบี่ยงตัวในทันทีทว่าประธานก้าวเข้าไปตามจังหวะและอัปเปอร์คัตเฉียงขึ้นไปทางซ้ายจากมุมด้านล่าง
อีกฝ่ายขยับตัวเบี่ยงหลบอีกแต่หมัดพุ่งผ่านข้างแก้มจนเกิดรอยบาดเล็ก ๆ
กำปั้นได้กลายเป็นการฟาดฟัน
ตอนนั้นเองที่เสาเพลิงผุดขึ้นจากพื้นดินอย่างต่อเนื่องทำให้ประธานเว้นช่องว่างออกมาห่างและตั้งท่าใหม่อีกครั้ง
กระสุนพลาสม่ายิงออกไประเบิดขึ้นกลางอากาศเพื่อหยุดการลุกขึ้นหน้าของศัตรูอากิฮิโระขณะนี้ย้ายไปอยู่ด้านหลังของราชาด้วย ‘อาภรณ์อสนีเทพ’ แล้ว
หมัดขวาซึ่งเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าพุ่งเข้ามาจากด้านหลังหลอกให้ศัตรูตั้งการ์ดรับและเปลี่ยนร่างเป็นสายฟ้าวกกลับไปยังด้านหน้าซัดหมัดเข้าเต็มกรามของมันจนหน้าสะบัด ประกายสายฟ้าจุดระเบิดเปรี้ยงปร้างร่างเอียงซวนเซ
“—หมัดนี้ตอบแทนสำหรับลูกเตะของแก!”
ราชาเอื้อมหมายคว้าจับอีกฝ่ายไว้แต่ก็ไม่สามารถตามความเร็วของอากิฮิโระในร่างสายฟ้าทันเมื่อเขาแปรสภาพร่างกายเป็นสายฟ้าหลบและซัดหมัดประจุไฟฟ้าเข้าที่สีข้างของมันอีกหนึ่งการโจมตีหนัก ๆ
ราชาส่งเสียงคำรามก้องเปล่งแสงอักขระบนร่างจนเรืองเข้มกว่าครั้งไหน ๆ สามตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทั่วร่างแดงเถือกเสมือนว่าแม้แต่เส้นผมก็ยังเปล่งแสงสีแดง ทั้งความเร็วและพละกำลังเพิ่มขึ้นมหาศาล
มันเร่งตามความเร็วของอาภรณ์อสนีเทพดุจเงาตามตัว
เรื่องของความเร็วนั้นไม่เคยมีเพดานตายตัวการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายมีแต่จะเร็วขึ้นไม่มีลดสายตาของผู้ตื่นรู้ระดับทั่วไปไม่อาจตามการเคลื่อนไหวระดับนี้ได้เห็นเพียงเส้นแสงต่างสีพุ่งบดขยี้กัน
เสียงปะทะคล้ายฟ้าร้องดังเป็นระยะเมื่อเส้นแสงสีน้ำเงินและแดงตัดไขว้ ห้อตะบึงออกไปดูเหมือนเคียงขนาดกันกลางอากาศโยกย้ายเปลี่ยนตำแหน่งไม่หยุดหย่อน มันทำลายอาคารรอบ ๆตลอดทุกเส้นทางที่เคลื่อนผ่าน
อากิฮิโระเป็นฝ่ายมีเปรียบเมื่อความเร็วของเขาอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งระดับ และทุกการโจมตีเข้าเป้ามากกว่าสามารถสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้อย่างรุนแรง
ทางฝั่งราชาเองเพราะนำพลังป้องกันมาเพิ่มความเร็วและพลังโจมตีแบบฉับพลันชั่วครู่ช่วงเวลาการต่อสู้ด้วยพลังอันบ้าระห่ำจึงสั้นมาก ราชายักษ์เป็นฝ่ายความเร็วตกก่อน
ฝั่งอากิฮิโระเองก็เริ่มได้รับผลข้างเคียงจากการหน่วงอาภรณ์อสนีเทพไว้เขารู้ดีว่าศึกนี้อย่าหวังที่จะเร่งสู้เร่งจบการทำเช่นนั้นอัตราการสิ้นเปลืองจะตามไม่ทันมาโซคงได้ถูกผลาญจนหมดก่อนตัดสินรู้ผลเป็นแน่แท้
เมื่อรู้สึกว่าตนใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว อากิฮิโระก็รีบหยุดชักตัวถอยหนีคลายอาภรณ์อสนีเทพ ร่างกายเกร็งแข็งขั้นสุดคล้ายกับสูญเสียความคล่องตัวไป
ราชายักษ์ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย มันชาร์จตัวเข้าหาศัตรูจนร่างกายลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิง
“อย่าเมินตาแก่คนนี้สิเจ้าอสูร”
ประธานในร่างอสูรกระโดดลงมาขวางดักทางของเส้นแสงสีแดงเพลิงด้วยการฟาดหางใส่
เสียงดังกัมปนาทแรงปะทะส่งผลให้ผิวดินโดยรอบระเบิดออก
ราชาถูกสกัดไว้ก็จริงแต่แรงพุ่งของมันกลับไม่หยุด ประธานยืนสี่ขาปักหลักนิ่ง ขนาดใช้หางฟาดทว่ากลับถูกพลังของราชาผลักไถไปกับพื้นลากเป็นแนวยาว
ฝุ่นดินฟุ้งกระจายท้ายที่สุดเปลวเพลิงก็สิ้นฤทธิ์
ประธานพลิกตัวไปด้านหลังของราชาสองแขนเหยียดยื่นออก พร้อมกับหนีบตัวของมันเอาไว้
“โฮกกกก!”
ประธานส่งเสียงคำรามยกแขนทั้งสองขึ้น อุ้มราชาตัวลอยเหนือศีรษะพร้อมกับแอ่นตัวไปด้านหลังเป็นท่าสะพานโค้งทุ่มราชาลงกับพื้นด้านหลังด้วยท่าทุ่มซูเพล็กซ์
ผืนดินทรุดตัวเกิดคลื่นกระแทกขยายออกเป็นวง
แม้จะบาดเจ็บเอาการทว่าราชาก็ดีดตัวหลุดจากการจับล็อก มันหมุนตัวเตะเป็นคลื่นไฟสะบัดกระจายรอบตัว ประธานฟาดหางสวนกลับปะทะกัน
การโจมตีหักล้างส่งผลผลักถอย ทั้งสองฝ่ายถ่างระยะห่างออกเตรียมกระโจนเข้าหากันเข้าหากันในครั้งถัดไป
อากิฮิโระถอยไปสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ประธานเซนซาเอม่อนเบียดขึ้นหน้าดวลประชิดกับราชาไม่ห่างเสียงหมัดปะทะกันยังคงดังตึงตังต่อเนื่องสายฟ้าหลายสายกระหน่ำฟาดลงจากฟ้าไม่เว้นพัก
เหล่าฮันเตอร์ที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่วงนอกสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทำเอาพวกเขารู้สึกราวกับว่าร่างกายพร้อมจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หากเข้าใกล้เกินไป
การต่อสู้ดำเนินสู่ช่วงเดือดระอุ
อักขระสีแดงที่สลักอยู่ทั่วร่างของราชาเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นคอยลดทอนความรุนแรงจากการโจมตีทั้งทางกายภาพและเวทมนตร์ซึ่งมันสร้างความยุ่งยากให้กับฮันเตอร์ระดับโอริฮาลก้อนทั้งสองเป็นอย่างมาก
สายฟ้าสามเส้นผ่าดังเปรี้ยงปร้างประธานที่ได้บุตรแห่งฟ้าร้องช่วยเปิดทาง พลันได้พื้นที่สำหรับลงมือชายแก่เปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์เพื่อลดขนาดร่างกาย แล้วมุดตัวลงแนบฝ่ามือทั้งสองข้างประทับกลางลำตัวของราชา
‘ฝ่ามือพยัคฆ์ลู่ลัญจกร’
เสียงมวลอากาศจากภายในระเบิดออกดัง ปุ๊! หนักหน่วงสั้น ๆ ไม่เป็นอานุภาพทำลายล้างให้เห็นจากภายนอก
ราชากระอักเลือดออกมาเป็นครั้งแรกกายร่างส่ายโคลง หลังถูกเคล็ดวิชาร้อนส่งคลื่นลมปราณจู่โจมจากภายในโดยตรงทะลุการป้องกันของอักขระ
อากิฮิโระสร้างกรงสายฟ้าครอบร่างของราชาจำกัดพื้นที่หลบหลีก
ประธานในร่างอสูรดีดตัวถอยห่างไกลกว่าร้อยเมตรเหยียดสุดแขนประกบสองฝ่ามือชูขึ้นเหนือศีรษะออร่าปราณเดือดพล่านไหลจากล่างขึ้นบนก่อรูปเป็นใบดาบขนาดยักษ์ ไอปราณสีเขียวหม่นคละคลุ้งในมวลอากาศและยังมีสายฟ้าแล่นแปลบปลาบแซมแทรก ช่วยเสริมอานุภาพให้ดูยิ่งใหญ่ เปล่งประกายเจิดจรัส
ความยาวของมันสูงเกือบแตะใต้ฐานเมืองชั้นบน
นี่นับเป็นหนึ่งในกระบวนท่าไม้ตายที่ทรงพลังท่าสุดของประธานเซนซาเอม่อน
“เอาล่ะนะเจ้าอสูร—‘ดาบพยัคฆ์เบิกสวรรค์’!”
เบื้องบนสว่างวาบราชารับรู้ได้ถึงภัยคุกคามมันไม่สามารถหลบหนีได้เมื่อถูกจำกัดพื้นที่ด้วยกรงสายฟ้าหากเสียเวลาทำลายกรงก็จะถูกดาบปราณฟัน ราชาจึงกางมือทั้งสี่ออกปรากฏเป็น ‘อารกฺษโปกฺขระ’ โล่ดอกบัวบานกางซ้อนทับกันสี่ชั้น กางกั้นไว้ด้านหน้า
หนึ่งดาบฟันฟาด คลุมฟ้าห่มปฐพี
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เพล้ง!
เสียงโล่สี่ชั้นแตกร้าวดังสนั่นลั่นฟ้าสะเทือนดิน
หลังต้านกำลังกันเพียงครู่เดียว อารกฺษโปกฺขระก็ต้านทานท่าใหญ่ระดับนี้ไว้ไม่อยู่แตกละเอียดในวินาทีต่อมา
ประธานไม่ผ่อนแรงควบคุมดาบปราณ ตัดผ่านทะลุโล่มนต์ตรา
เศษชิ้นส่วนสีทองปลิวกลางอากาศดั่งกลีบดอกไม้ในสายลมหนาว
ร่างของราชาถูกดาบปราณฟาดกลบมิดกลืนหาย การโจมตีจุดระเบิดขึ้นเป็นเส้นทิ้งร่องรอยคมดาบฝั่งลึกยาวไปถึงผิวหนาของต้นไม้ยักษ์
หลังมวลกระแสพลังในอากาศเริ่มสงบราชาผุดขึ้นมาจากผิวดินแล้วแหงนหน้าคำรามอย่างโกรธา แผ่คลื่นเสียงทรงพลังไปรอบ ๆ
“ให้ตายสิตัวแกมีเก้าชีวิตหรือไงกัน”
ประธานกล่าวปนหอบหลังทุ่มกำลังเกือบทั้งหมดไปกับการโจมตี
สภาพของมันดูย่ำแย่แขนข้างซ้ายส่วนบนขาดสะบั้น เกราะหุ้มไหล่ฉีกขาดเกิดรอยแตกกินลึกถึงผิวหนังแหวกลากยาวถึงหน้าท้อง
ทันใดนั้นเองแขนที่เหลือของราชาพลันกางออกไม่เพียงอักขะสีแดงทั่วร่างกายมันเท่านั้นที่วาบแรงขึ้นมาแต่พื้นที่วงกลมที่มีมันเป็นศูนย์กลาง เสมือนว่าแม้แต่อากาศยังลุกไหม้เป็นสะเก็ด
ซากอาคารรอบด้านบางส่วนติดไฟขึ้นมาแล้ว
ทั้งประธานและอากิฮิโระรับรู้ได้ถึงอันตรายโดยฉับพลันเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมจากการหมุนเวียนของกระแสอีเธอร์รอบตัวของมันพลังชีวิตช่างน่าสะพรึงเหลือเกิน!
“ทุกคนรีบถอนกำลังออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
อักขระสีแดงเพลิงส่องประกายตามรอบอัขระบนร่างของราชาคือสิ่งที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีหรือป้องกันแบบเกินค่าสถานะอย่างฉับพลันตอนนี้มันไม่มีความยำเกรงต่อการโจมตีใด ๆ ทั้งสิ้น การโถมโจมตีของเหล่าฮันเตอร์ไม่สามารถหยุดยั้งการร่ายมนตร์นี้ได้
‘สูรยาทิตย์สยบโลกา’
เป็นหนึ่งในเวทมนตร์สายเตโชธาตุขั้นสุดยอด
ทรงกลมสีแดงร้อนแรงก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะของมันสิ่งนั้นเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์จำลองขนาดย่อมมันหมุนวนรอบตัวเองอย่างรวดเร็วและรุนแรงเกิดเป็นคลื่นกระแสความร้อนและเปลี่ยนตัวเองให้เป็นพายุสุริยะที่ขยายกำลังจนใหญ่โตดูดทุกสิ่งในระยะเข้าไปเผาไหม้ราวกับหลุมน้ำวน
เหล่าฮันเตอร์ที่รายล้อมอยู่รอบนอกร่างกายพวกเขาเริ่มสั่นไหว กระเสือกกระสนดิ้นรนให้พ้นจากระยะ บางส่วนโชคร้ายถูกแรงดึงดูดหายเข้าไปในเกลียวพายุ ร่างระเหยกลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา
แม้แต่ตัวเรย์เองที่คิดว่าอยู่นอกระยะแล้วถูกกระแสลมที่แปรปรวนและทรงพลังพัดจนซวนเซ ขาเริ่มขยับลอยขึ้นมือซ้ายต้องปักดาบเสียบพื้นเพิ่มแรงยึดเหนี่ยว
หลังจากนั้นไม่นานราชาเปลี่ยนอิริยาบถจากฝ่ามือที่กางขึ้นเหนือหัว เปลี่ยนเป็นกำแน่นส่งสัญญาณให้กับวันโลกาวินาศที่มาถึง
พายุเพลิงทั้งหมดถูกดูดซับเข้าไปในดวงอาทิตย์จำลองและพลันส่องสว่างเจิดจ้ามวลอากาศร้อนอันมหาศาลระเบิดออก
เพลิงซึ่งกลายสภาพเป็นเสมือนระเบิดสุญญากาศปลิวฟุ้งทั่วทุกซอกมุมอาณาเขตการลุกไหม้ซึ่งนำไปสู่การระเบิดรุนแรงอันเกิดจากความร้อนสูงฉับพลัน คลื่นกระแทกการบีบอัดแรงดันสูงยิ่งยวด ล้วนเป็นตัวการทำให้สิ่งมีชีวิตภายในอาณาเขตพินาศสิ้นและนี่ถือเป็นไม้ตายขั้นสุดยอดของราชาที่สยบเหล่าอริราชศัตรูในช่วงยุคสมัยที่มันเคยมีชีวิต
ฟ้าหงายแผ่นดินคว่ำลุกโชนด้วยไฟประลัยกัลป์ลำต้นของพฤกษายักษ์โบราณมอดไหม้ไปครึ่งหนึ่งบริเวณพื้นที่จุดระเบิดแปรสภาพเปรียบดั่งปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังทำงาน
ณ ใจกลางนรกแห่งเปลวเพลิง ราชายืนตระหง่านภายใต้กลุ่มควันสีดำบนพื้นดินอันแตกระแหงอย่างครั่นคร้าม หยิ่งผยอง ไร้ผู้ต้านทาน แข็งแกร่งประดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน