บทที่ 39 ดอกไม้งามกับกองมูลวัว
ทว่าหลี่เฟิงกลับกลอกตาแล้วพูดว่า “อะไรคือคำพูดของคนปกติ? คำพูดของผมก็เป็นคำพูดที่คนปกติพูดกันนะ คุณพูดแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะเนี่ย นี่มันชัดเจนว่ากำลังบอกว่าผมไม่ใช่คนปกติน่ะสิ”
สวีอี๋จือรู้สึกขำขันเล็กน้อย “ได้ ๆ ถือว่าฉันพูดผิดก็แล้วกัน ความหมายของฉันคือคุณควรพูดเรื่องที่เป็นเรื่องจริงจัง ไม่ใช่พูดเรื่องต่ำ ๆ ตลอด”
หลี่เฟิงหันไปมองสวีอี๋จือพูดว่า “ต่ำเหรอ? ได้ งั้นผมจะถามเรื่องจริงจังหน่อย ผมสีเขียวของคุณนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน?”
สวีอี๋จือรู้สึกเขินอายเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พี่สาวของฉันย้อมให้น่ะ”
หลี่เฟิงทำหน้าประหลาดใจแล้วพูดว่า “พี่สาวของคุณรสนิยมแปลกจริง แต่ผมชอบทรงนี้นะเท่สุด ๆ ไปเลย”
“จริงเหรอ ฉันว่ามันไม่สวยเลยสักนิด ฉันว่ามันสะดุดตาเกินไปพี่สาวฉันก็เหลือเกิน ตัวเองชอบทำสีผมก็แล้วไปเถอะ! แต่ยังบังคับให้ฉันย้อมผมสีเขียวแบบนี้ด้วยอีก ตอนนี้เวลาที่ฉันเดินไปไหนมาไหนคนอื่นมองฉันว่าเป็นเด็กมีปัญหากันหมด”
หลี่เฟิงหัวเราะแล้วพูดว่า “ฮ่า ๆ แบบนี้ก็ดีออก เด็กสาวเปรี้ยวซ่า สดใสร่าเริง เดินไปไหนมาไหนก็สะดุดตาไปหมด!”
สวีอี๋จือกลอกตาใส่หลี่เฟิง “นี่มันเป็นสิ่งที่พวกคุณชอบใช่ไหมล่ะ แต่สำหรับฉันมันน่าเกลียดชะมัด! มันอึดอัดมากเวลาถูกผู้ชายหลายคนมองด้วยฉันสายตาแปลก ๆ”
“ไม่นะ ผมว่าคิดว่ามันดีมากพรุ่งนี้แนะนำพี่สาวของคุณให้ผมรู้จักหน่อยสิ ผมชอบผู้หญิงแบบนั้น!”
สวีอี๋จือหัวเราะแล้วพูดว่า “เสียใจด้วยจริง ๆ นะ พี่สาวของฉันมีแฟนแล้ว ถึงเขาจะหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่โดยรวมก็ถือว่าเป็นคนดี แถมยังเป็นคนซื่อสัตย์ด้วย ฉันว่าเขาดูพึ่งพาได้เลยละ ดูพึ่งพาได้กว่าพี่สาวของฉันอีก”
หลี่เฟิงทำหน้าผิดหวังแล้วพูดว่า “จริงเหรอ? เฮ้อ…ดอกไม้งามปักที่กองมูลวัวอีกแล้ว”
สวีอี๋จือมองสีหน้าผิดหวังของหลี่เฟิงแล้วก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก หัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “คุณพูดผิดแล้ว ฉันว่าคุณเหมาะจะเป็นมูลวัวมากกว่านะ!”
หลี่เฟิงทำหน้าตาดีใจแล้วพูดว่า “จริงเหรอ? แสดงว่าคุณก็คิดว่าผมเหมาะกับพี่สาวของคุณสินะ”
สวีอี๋จือรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เธอเคยเจอคนหน้าหนามาก่อนแต่ยังไม่เคยเจอใครที่หนาเท่าหลี่เฟิงขนาดนี้เลย เธอพูดว่าเขาเป็นมูลวัวแต่กลับทำหน้าตื่นเต้นดีใจซะงั้น
“ฉันไม่ได้บอกว่าคุณเหมาะกับพี่สาวของฉัน”
หลี่เฟิงหัวเราะแล้วพูดว่า “คุณอย่ามาเปลี่ยนคำพูดสิ เมื่อกี้คุณเป็นคนพูดเองว่าผมเป็นมูลวัว ดังนั้นพี่สาวคุณที่เป็นดอกไม้งามก็ต้องจับคู่กับผมที่เป็นกองมูลวัวนี่แหละ”
สวีอี๋จือพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายว่า “พอเถอะ คุณอย่าพูดถึงดอกไม้งามกับกองมูลวัวอีกเลย คุณไม่รู้สึกขยะแขยงเหรอฉันรู้สึกขยะแขยงจะตายอยู่แล้ว!”
