เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 97 คาถาหัวใจมังกร

    “ จำไว้ไม่ว่าอย่างไร ต่อไป อย่าเปิดเผยสิ่งที่เจ้าพบในวันนี้ อีกไม่กี่วัน ป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ด จะเปิดแล้ว เจ้าลองเข้าไปหาประสบการณ์ที่นั่นดู” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยเสร็จหลังจากระงับความตื่นเต้น ที่ได้รู้ว่าเสี่ยวเทียนสามารถซึมซับพลังจากบรรพบุรุษได้จนหมด

    “ ขอบคุณท่านอาจารย์” 

    พอเสี่ยวเทียนออกจาก ห้องบรรพบุรุษ ก็เริ่มลองใช้พลัง ระดับเซียนจอมเวทย์ที่ลานฝึกทันที 

    โดยเริ่มจากใช้พลังเวทย์วารี ซึ่งบอกเอาไว้ในแผ่นหยก  น้ำที่อยู่ในสระที่อยู่เรียบนิ่ง  แต่พอเสี่ยวเทียนร่างเวทย์วารีออกไป น้ำในสระก็ค่อยๆ เริ่มลอยขึ้นไปบนฟ้าแทน แล้วเคลื่อนย้ายไปมาตามฝ่ามือที่เสี่ยวเทียนกำหนดทิศทาง แล้ว สายน้ำก็กลายเป็นคลื่นวนหมุนไปเรื่อยๆ แล้วเสี่ยวเทียนก็ตะโกนออกมาว่า   

    “ พลังเวทย์วารีเข็มพิฆาต”  

     แล้วมวลน้ำทั้งหมด ก็แตกกระจายพ่นเป็นฝอยคล้ายๆ เข็ม พุ่งเข้าสู่หินผาที่ขวางกั้นเอาไว้ ปรากฏว่าหินผากลายเป็นรูพรุน แล้วสุดท้ายทรุดตัวลง เสียงดัง โครม !  เสี่ยวเทียนต้องหยุดฝึกชั่วคราว ขืนฝึกต่อ ภูเขาแถบนี้ได้ถูกทำลายไปจนหมดแน่

    ศิษย์พี่ฟางอี้ กับ ซุนหมิงออกมาดูด้วยความตกใจ ที่เห็นภูเขาหายไปครึ่งลูก เห็นเสี่ยวเทียนยืนอยู่ เลยรีบเข้าไปหาเพื่อสอบถาม

    “ พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

    “ นี่เจ้าเลื่อนขั้นเป็นเซียนจอมเวทย์แล้วหรือนี่?”

    “ แค่ลองวิชา นิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมันจะรุนแรงขนาดนี้”

    ทั้งสองคนพอฟังแล้วมองสภาพภูเขาที่ถล่มลงมา แล้วคิดว่า ถ้าเอาจริงจะขนาดไหนกัน

    “ ศิษย์น้องเล็ก วันนี้ที่ ลานริมทะเลสาบเมอร์ลิน มีการจัดงานประลองชิงจ้าวแห่งจอมเวทย์กัน พวกเราจะไปชมกันหน่อยไหม”

    “ ข้าไม่อยากไปช่วงนี้ ภรรยาของข้ากำลังตั้งครรภ์”

    “ พี่ใหญ่ ไปแค่ให้รู้เท่านั้น ที่นั้นมีของวิเศษแปลกๆ  มาขายมากมาย พี่ใหญ่ก็พาพี่สะใภ้ไปพร้อมกันด้วย จะได้ไม่น่าเบื่อ” ซุนหมิงเอ่ยแนะนำแต่ศิษย์พี่ฟางอี้ไม่รู้ว่าจ้าวอี้มีภรรยาแล้ว

    “ นี่เจ้ามีภรรยาแล้วรึ?”

    “ สองคน”  เสี่ยวเทียนตอบตามตรง แล้วเลยเรียกทั้งสองออกมาถามความสมัครใจ ว่าสนใจไปเที่ยวชมงานประลองชิงจ้าวแห่งจอมเวทย์หรือไม่ ทั้งสอง ล้วนอยากไปพร้อมกัน เสี่ยวเทียนแนะนำให้รู้จักกับ ศิษย์พี่ฟางอี้ ที่มองสองสาวงามอย่างตะลึงลาน เข้าใจเลย ว่าทำไม สี่ดรุณี ถึงไม่ได้อยู่ในสายตาของ จ้าวอี้  ทั้งห้าคน ออกเดินทางไปที่ทะเลสาบเมอร์ลินอีกครั้ง ซึ่งเสี่ยวเทียนเคยมาเห็นตั้งแต่วันแรกแล้ว

    “ เมื่ออดีต ทะเลสาบแห่งนี้ ชื่อว่า ทะเลสาบนิรันดร์  ต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ทะเลเมอร์ลิน เพื่อเป็นเกียรติให้กับ ท่านเมอร์ลินที่ได้ทำชื่อเสียง ให้ทุกคนได้รู้จักดินแดนแถบนี้” ศิษย์พี่ฟางอี้เอ่ยขณะที่ ทุกคนก็ตั้งใจฟังแล้วก็มองไปรอบ ๆ เพราะเวลานี้ มีผู้คนมาที่ทะเลสาบกันมากจนแน่นไปหมด นอกจากมีเวที ทีกว้างใหญ่แล้ว ด้านริมทะเลสาบยังมีร้านค้ามาตั้ง ขายของจอมเวทย์กันมากมาย ทั้งของกินของใช้ ส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าเกี่ยวกับจอมเวทย์ทั้งนั้น สองสาวสวยเห็นแล้วอดตื่นเต้นไม่ได้ เตรียมตัวออกไปซื้อของกันอย่างเต็มที่

    “ เมื่อปีก่อน มีศิษย์หลักของสำนักโมจิน  ชื่อว่า ซามู่  ได้ตำแหน่งชนะเลิศ  เป็นจ้าวแห่งจอมเวทย์ประจำปี ได้รางวัล เป็นผ้าคลุมล่องหน  จากสภาจอมเวทย์ผู้จัดการแข่งขัน  ได้ข่าวว่าปีนี้ ผู้ชนะจะได้เสื้อคลุมล่องหนรุ่นล่าสุดที่สามารถเป็นเกราะป้องกันพลังเวทย์ถึงระดับเซียนราชันจอมเวทย์ได้ด้วย”

    ศิษยพื่ฟางอี้เอ่ย โดยเวลานี้ทั้งห้าคนก็เดินตามสาวสองคนที่ซื้อของกันเพลิน โดยเหมาของจากร้าน ต่างๆ มามากมาย เพราะซื้อชุดพ่อมด แม่มดน้อย วัย5-10ปีเผื่อเอาไว้ โดยที่ลูกยังไม่ทันจะเกิดเลย เดินผ่านร้านใด ร้านนั้นเป็นต้องปิดร้านกลับบ้าน เพราะสองคนต่างเหมากันหมดไปหลายร้านแล้ว ทั้งสามคนได้แต่หันมามองหน้าเสี่ยวเทียน แล้วหัวเราะออกมา

    ในขณะเดียวกัน บนเวที ก็เริ่มมีคนเข้ามาแข่งขันกันบ้างแล้ว โดยมีผู้ที่เข้ามาชมที่นั่งอยู่ทีนั่ง แขกพิเศษที่เห็นเป็นคนคุ้นเคยหลายคนทั้งองค์ชายสี่ แล้ว องค์ชายแปด 

    แม่นางไป๋เซียงพอเห็น เสี่ยวเทียนก็ลุกขึ้นเดินมาหาโดยทันที

    “ พวกเราเจอกันอีกแล้ว” ไป๋เซียงเดินมากับคนรับใช้อีกสองคน โดยมีองค์ชายแปดกับองค์ชายสี่ที่ นั่งมองหน้าเสี่ยวเทียนด้วยอารมณ์โกรธแค้นไม่หาย

    “ แม่นางไป๋เซียง ก็มาร่วมงานนี้ด้วย?”

    “ ศิษย์พี่ของข้า ซามู่ ต้องมาป้องกันตำแหน่งข้าต้องมาอยู่แล้ว แต่ว่าท่านออกมาจากสำนักเช่นนี้ ไม่กลัวรัชทายาทจะจัดการกับท่านหรือไง?”

    แม่นางไป๋เซียงสงสัยจะเป็นห่วงเสี่ยวเทียน

    “ ฮ่า ฮ่า เป็นห่วงตัวมันเองเถอะ” เสี่ยวเทียนหัวเราะเบาๆ แต่ว่าไป๋เซียงกับทุกคนที่ได้ยินถึงกับตกใจ กับคำพูดของเสี่ยวเทียน

    “ ศิษย์น้องเล็ก ครั้งก่อนอาจารย์ได้ช่วยเจ้าไว้ แต่วันนี้อาจารย์ไม่ได้ลงเขามาด้วยยังไง ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน เจ้าไม่ใช่คนตัวคนเดียวแล้วนะ”

    “ ไม่ต้องห่วงศิษย์พี่ ข้ารู้ตัวดี”

    แล้ววาวากับ เจินเจินที่เดินนำหน้าไปแต่เห็นเสี่ยวเทียนหยุด  ก็เลยเดินกลับมาถาม

    “ สามี รออะไรกันอยู่หรือ?”

    “ นี่คือ แม่นางไป๋เซียง ศิษย์เอกสำนักโมจิน  และนี่คือ วาวา และ เจินเจิน ภรรยาของข้าเอง”   เสี่ยวเทียนแนะนำ ทั้งหมดให้รู้จักกัน  ซุนหมิง มองตากับ ศิษย์พี่ฟางอี้ เหมือนกับให้ช่วยกันดูปฏิกิริยา ของทั้งสามสาว ว่าจะเป็นอย่างไร

    “ พี่สาวทั้งสองช่างงดงามยิ่งนัก ไป๋เซียงเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของจ้าวอี้ ไม่นึกเลย ว่าเขาจะมีบุญ ได้พี่สาวคนสวยทั้งสองมาเป็นภรรยา”

    ไป๋เซียงยิ้มอย่างจริงใจ แต่แววตาคล้ายผิดหวังไม่น้อยที่เห็นว่าเสี่ยวเทียนมีภรรยแล้วถึงสองคน แล้วภรรยาทั้งสองคนนั้นก็งามล้ำเกินกว่า ชนชั้นธรรมดาอย่างนางจะไปเปรียบได้

    “ น้องไป๋เซียงกล่าวหนักไปแล้ว น้องไป๋เซียงก็งดงามไม่น้อยเหมือนกัน” ทั้งสามคนคุยกันอย่างถูกคอ  แต่มีคนอยู่สองคนถึงกับอ้าปากตาค้าง มองมาแต่ไกล แล้วกำหมัดแน่นขึ้นไปอีก นั่นคือ องค์ชายสี่ และ องค์ชายแปด ที่รู้ว่า ภรรยาของเสี่ยวเทียนหรือร่างจ้าวอี้ นั้นงามเลิศล้ำ ทำให้ทั้งสองคนต้องหันมาคุยกันทันที

    “ เจ้าแปด ข้าต้องการคนชุดขาว “

    “ ข้าขอคนชุดดำ”

    ทั้งสองคนเอ่ยแล้วมองตากันแล้วหันไปกระซิบกับองครักษ์ เพื่อให้ไปตาม เซียนราชันจอมเวทย์ คนขององค์รัชทายาทให้มาจัดการกับเสี่ยวเทียนทันที แล้วทั้งสองคนก็จะฉุดคร่า ภรรยาทั้งสองของเสี่ยวเทียนมาเป็นนางบำเรอ ทั้งสองคนมองมาที่ภรรยาเสี่ยวเทียนด้วยสายตาที่หื่นกระหาย

    “ จ้าวอี้ ข้าแนะนำให้เจ้าพาพี่สาวทั้งสองรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ ข้ารู้ว่าองค์ชายสี่กับองค์ชายแปดมีนิสัยอย่างไร พวกเขานอกจากไม่ปล่อยเจ้า ยังคิดไม่ดี กับพี่สาวทั้งสองอีกด้วย” ไป๋เซียงเตือนด้วยความหวังดี

    “ ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครทำอะไรพวกนางได้หรอก” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ เพราะเสี่ยวเทียนนอกจากลงอักขระยันต์ เกราะเพชรให้ทั้งสองไว้แล้ว

    แล้วทั้งสองคนยังมีไป๋น้อย กับ ตงตง อยู่กับตัว แล้วยังมีเทพอินทรี และ ปราสาทเทพเซียนคอยคุ้มครองคนทั้งสอง  ไม่มีใครหน้าไหนกล้าทำอันตรายทั้งสองได้อย่างแน่นอน

    ทั้งหมดไปนั่งชมการต่อสู้  ข้างเวทีโดยไม่สนใจคำเตือน ไป๋เซียงจึงต้องเดินจากไปด้วยความไม่สบายใจ

    ทั้งหมดนั่งชมการต่อสู้กันอย่างสนุกสนาน ผู้ที่ร่วมชิงชัยล้วนเป็นจอมเวทย์จากสำนักต่างมากมาย แต่สุดท้าย  ซามู่ก็ก้าวขึ้นเวที เพียงใช้แววตามองมา คู่ต่อสู้ต้องคุกเข่าจับศรีษะ ร้องขอยอมแพ้ไม่ทันได้ต่อสู้ สักคน แสดงว่ามีพลังจิตสูงล้ำยิ่ง

    “ เป็นราชันจอมเวทย์ระดับกลางแล้วหรือนี่?”  ศิษย์พี่ฟางอี้ตกใจ

    “ แล้วใครจะไปสู้ได้ล่ะ”  ซุนหมิงเอ่ยออกมา คล้ายกับว่าอยากจะขึ้นไปสู้กับเขาเหมือนกัน

    “ ไม่เห็นยากเลย ศิษย์พี่ฟางอี้  ก็สามารถเอาชนะไอ้หมอนี่ได้อย่างง่ายดาย”

    “ จริงดิ ต้องทำยังไง มันมีพลังมากกว่าข้าตั้ง 1 ขั้นเชียวนะ”  ศิษย์พี่ฟางอี้เริ่มสนใจ เพราะว่า เห็นสี่ดรุณี จากสำนักมู่เจีย นั่งมองอยู่แต่ไกลโบกมือมาทางเขาตั้งนาน หากเขาชนะ คงรู้สึกดีไม่น้อย

    “ ข้าจะใช้ เขียนยันต์เวทย์ตัวตายตัวแทนให้ ท่านก็ขึ้นไปสู้กับมัน ต่อให้มันใช้พลังจิตยังไง ท่านก็จะไม่เป็นอะไร ยันต์ตัวแทนของท่านจะเป็นฝ่ายเจ็บแทน จากนั้นท่านคงจะเข้าใจนะ ว่าเป็นเช่นนี้แล้ว จะต้องทำอย่างไรต่อไป”

    “ มีวิชาแบบนี้ด้วยหรือ? ว่าแต่จะให้ใครเป็นตัวแทนดีล่ะ”

    เสี่ยวเทียนไม่ตอบแต่หันมามองหน้าซุนหมิง ที่ทำท่ายกมือแต่ไม่เอาไม่เอาเด็ดขาด

    “ พี่ใหญ่ข้ามีพลังแค่ราชันเวทย์เอง จะไปต้านทานพวกเซียนราชันเวทย์ขนาดนั้นได้อย่างไรกัน” 

    “ ข้าจะให้เจ้ากินน้ำทิพย์สวรรค์ของข้า ต่อให้เจ้าใกล้ตายเจ้าก็สามารถฟื้นขึ้นมาได้ เจ้าจะกลัวอะไร”

    “ ข้าจะมอบผลึกเพลิงให้เจ้าห้าพันก้อน” ศิษย์พี่ฟางอี้ยื่นข้อเสนอ

    “ หนึ่งหมื่นก้อน”  ซุนหมิงต่อรอง

    “ ตกลงตามนี้”  ทั้งสองพอตกลงกันได้เสี่ยวเทียนก็เรื่มเขียนยันต์ตัวตายตัวแทนตามที่อาจารย์ลู่เอินบอกทันที เสร็จแล้ว เสี่ยวเทียนก็นำยันต์ทั้งสองแผ่น  ไปแปะเอาไว้ที่ร่างกายของคนทั้งสอง จนกระดาษยันต์นั้นหายเข้าไปในร่าง

     เพี้ยะ !   เสี่ยวเทียนลองตีแขนของศิษย์พี่ฟาง  ซุนหมิงสะดุ้งทันที โอ๊ย !

    “ ใช้ได้  ขึ้นไปท้าประลองมันเลย”

    ศิษย์พี่ฟางยังตื่นเต้น ร่างกายสั่นเทิ้ม ไม่กล้าขึ้นไปซักที เสี่ยวเทียนก็สงสัยยิ่ง

    “ เป็นอะไรศิษย์พี่”

    “ ถึงแม้ว่าข้า…จะไม่เจ็บ แต่…พลังจิตมันก็ยังเหนือกว่าข้า..อยู่ดีนะ!”

    “ ก่อนแข่งก็คิดแบบนี้ ขึ้นไปก็แพ้มันอยู่ดี ข้าจะให้คาถาให้ท่านอีกบทหนึ่ง ท่านท่องบทนี้แล้ว หัวใจของท่านจะเป็นหัวใจมังกร  ไม่ว่ามันเป็นใครมันก็จะสู้หัวใจมังกรไม่ได้อย่างแน่นอน”

    “ มีด้วยหรือ คาถาอะไร?”

    “ คาถาหัวใจมังกร ท่องตามข้าสามจบ แล้วก็กระทืบเท้าลงพื้นดินสามครั้ง แล้วก็กระโดดขึ้นบนเวทีเลยนะ” แล้วเสี่ยวเทียนก็เอ่ยคาถาหัวใจมังกรเข้าไปในหัวของศิษย์พี่ฟางอี้

    “ตะมัตถัง  ปะกาเสนโต ตัวกูคือมังกราโย สัตถาอาหะ”

    ศิษย์พี่ฟางอี้รีบท่องตามทันทีสามจบ หัวใจสีชมพูอ่อนๆ ก็กลายเป็นหัวใจสีแดงคล้ายหัวใจมังกรไปในทันที ยิ่งพอกระทืบเท้าลงดินอีกสามครั้ง คราวนี้กำลังใจ มาเปี่ยมล้น ไม่เกรงกลัวหน้าไหน รีบกระโดดขึ้นไปบนเวที ชี้นิ้วไปที่ ซามู่  แล้วกระดิกนิ้วท้าให้ขึ้นมาทันที

    ทุกคนตะลึงกันไปหมด ไม่คิดว่า ฟางอี้แห่ง สำนักเหยาซาน ที่มีพลังแค่เซียนจอมเวทย์ระดับต้น ยังห่างชั้น และยังห่างระดับขนาดนี้ จะกล้าขึ้นมาท้าสู้ แต่คนที่ประหวั่นพรั่นพรึงที่สุดกลับเป็น ซุนหมิง ที่เวลานี้นั่งตัวสั่นข้างๆ จับแขนเสี่ยวเทียนแน่นไม่ยอมปล่อย

    “ ในเมื่อเจ้ากล้าท้าสู้ข้าเช่นนี้ ข้าก็ไม่ออมมือให้เช่นกัน”  ซามู่ หายวับขึ้นมายืนเผชิญหน้า กับศิษย์พี่ฟางอี้ ระยะแค่ไม่เกิน ห้าก้าว

    “ วันนี้ข้าจะให้เจ้า ลิ้มรสชาติของความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก” สายตาฟางอี้มองซามู่เหมือนสัตว์ร้าย กำลังจะกินเหยื่อ ทำให้ซามู่แม้มีพลังฝึกตนเหนือกว่า ยังอดขนลุกซู่ขึ้นมาไม่ได้

    “ เฮอะ ทำพูดดีไป เจอพลังของข้าหน่อยเป็นไร”  ซามู่ พนมมือแล้วท่องมนตร์พึมพำ แล้วตะโกนออกมาเสียงดังว่า

    ”  พลังจิตเหนือฟ้าบัญชาสวรรค์ ” 

     มีคลื่นพลังงานบางอย่างพุ่งเข้ามาหาศิษย์พี่ฟางอี้ที่ยืนนิ่งไม่ขยับ แล้วไม่รู้สึกอะไร  แต่ร่างของซุนหมิงล่างเวที เวลานี้สั่นเป็นเจ้าเข้า ตาลอยไร้สติไปแล้ว เสี่ยวเทียนต้องถ่ายพลังเข้าไปต้านเอาไว้ ไม่เช่นนั้น ได้ช็อคตาตั้งไปแน่เลย

    ศิษย์พี่ฟางอี้ไม่ปล่อยโอกาสดีๆ อย่างนี้ ให้หลุดลอย  จึงใช้ไม้กายสิ่ทธิ์ ชี้เข้าใส่ ซามู่ แล้วเอ่ยย้อนไปว่า

     “ พลังเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้างสวรรค์” 

    ปรากฏลูกเพลิง นับร้อยพุ่งออกมา จากไม้กายสิทธิ์ ลอยเข้าใส่ร่างของ ซามู่จนกระเด็นลอยไปไกล  เสื้อผ้ามีรอยไหม้หลายจุด มันลุกขึ้นมาอย่างพิศวง สงสัยยิ่งทำไมพลังจิตเหนือฟ้าบัญชาสวรรค์ ของเขาไม่เคย พลาดขนาดนี้ แต่ทำไม ฟางอี้กลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังตอบโต้เขากลับได้อีก ….

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน