ตึกๆ เสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นดังขึ้นทำให้ทั้งสองหันไปมองด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายกำลังเดินตรงเข้ามา
ดวงตาคมกริบที่มองตรงไปที่หญิงสาวแปลกหน้าทำให้เมธาวีที่ได้รับสายตานั้นถึงกับยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็้าที่จะปกป้องเด็กสาวอย่างถึงที่สุด
แต่ไม่คิดว่าชลดาจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอพร้อมกับให้เธอไปหลบอยู่ด้านหลังของตัวเองอีกที
ชลดาเงยหน้าขึ้นมองเ้าของสายตาคมเข้มด้วยความไม่เข้าใจ แต่ถึงสายนั้นจะน่ากลัวแต่เธอกลับไม่รู้สึกว่าเมธัสคุกคามเธอเลยสักนิด เพราะดูเหมือนสายตานั้นจะส่งไปให้คนข้างหลังเธอมากกว่า
" คุณดาคะ ผู้ชายคนนั้นเป็ใครคะทำไมถึงได้น่ากลัวจัง"
เสียงกระซิบเบาๆจากข้างหลังทำให้ชลดาเข้าใจว่าตอนนี้เมธาวีน่าจะกำลังกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของเมธัส
" แหะๆ สามีฉันเองค่ะ"
" สามี!! "
เมธาวีถึงกับส่งเสียงดังด้วยความใ เด็กสาวตรงหน้าดูเหมือนเพิ่งจะอายุ 20 ต้นๆ หรือไม่ก็อาจจะอ่อนกว่านั้น เพราะดูหน้าเด็กเป็อย่างมากจนเธอไม่แน่ใจ แต่ไม่นึกว่าจะมีสามีแล้ว
ตอนนี้เธอเข้าใจสายตาของผู้ชายคนนี้แล้วว่าทำไมถึงได้จ้องเธอแรงขนาดนี้ เมื่อเห็นว่าสายตานั้นยังคงจับจ้องและส่งแรงกดดันมาที่เธอ เธอก็ยกมือขึ้นทั้งสองข้างก่อนจะค่อยๆถอยหลังห่างจากชลดาออกมาจนถึงระยะที่ปลอดภัย
ฮือออ ทำไมต้องหวงขนาดนี้ด้วย เธอเป็ผู้หญิงนะ
" สวัสดีค่ะ คือดิฉันเป็ผู้ช่วยของคุณดาค่ะ คุณใจเย็นๆก่อนนะคะ คือว่าฉันคิดกับคุณดาเป็เหมือนเ้านายแล้วก็ผู้มีพระคุณเท่านั้นไม่ได้เกินเลยไปมากกว่านี้เลยค่ะ ฮืออ ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วยนะคะ ฉันยังอยากแต่งงานแล้วก็มีลูกมีครอบครัวนะคะ "
เมธาวีไม่ได้เล่นใหญ่อะไรเลย ใครที่มาอยู่ต่อหน้าชายคนนี้ล้วนจะต้องรู้สึกเหมือนกับเธอ ตอนนี้เธอรู้สึกไม่ต่างจากว่ากำลังอยู่ต่อหน้าพญาราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำเธอได้ทุกเมื่อ
น่ากลัวมากๆ ทำไมเด็กสาวที่น่ารักแบบนี้ถึงได้มีสามีที่น่ากลัวมากขนาดนี้
แต่เมื่อเธอพิจารณาดูดีๆเธอก็เห็นด้วยที่ทั้งสองคู่กัน เพราะถึงแม้ชายหนุ่มจะดูน่ากลัวแต่เมื่อเขามองไปที่ชลดาสายตานั้นกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนมากกว่าเดิมจนสังเกตได้
แม้จะไม่ถึงขั้นหยาดเยิ้มเหมือนคนรักหรือสามีภรรยาที่รักกันมากๆมองกันก็ตาม บางที 2 คนนี้อาจจะอยู่ใน่พัฒนาความสัมพันธ์กันก็ได้
ชลดาถึงกับอ้าปากค้างกับความเล่นใหญ่ของเมธาวี ดูเหมือนถ้าเมธาวีก้มลงไปกราบได้คงจะทำไปแล้ว
ส่วนเมธัสก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่จะผ่อนคลายอารมณ์ลงมากกว่าเดิม จากที่ดูท่าทางของผู้หญิงคนนี้แล้วก็ดูเหมือนว่าจะใช้ได้ และประวัติที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีอะไรน่าสงสัย
" ตามสบายครับ "
" ขะ...ขอบคุณค่ะ "
เมธาวีพยายามทำใจกล้าตอบกลับ ก่อนที่จะมีท่าทางเป็ธรรมชาติมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีความกลัวเกรงอยู่ลึกๆ
ผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เธอััได้ถึงรังสีฆ่าฟันหรือความเป็ผู้นำที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็ความตายอยู่ตลอดจนทำให้สั่งสมอำนาจและความน่าหวาดหวั่นได้มากขนาดนี้
ทั้ง 3 คนเดินเข้าไปดูภายในอาคาร ตอนนี้ช่างกำลังทาสีและจัดการตกแต่งภายในตามที่ชลดา้า
ส่วนที่เป็ออฟฟิศเธอใช้สีโทนอ่อนที่ดูสบายตาให้ความรู้สึกเป็งานเป็การ ส่วนโรงงานเธอใช้สีครีมที่ให้ความรู้สึกสดใสและกระตือรือร้น
และส่วนที่สำคัญที่สุดที่เป็หน้าเป็ตาให้กับบริษัทของเธอก็คือร้านเสื้อผ้า เธอทำเป็กระจกรอบด้านยกเว้นทางด้านผนังด้านในและด้านขวา เธอใช้สีโทนครีมและทองที่ให้ความรู้สึกหรูหราและงดงาม
เมธาวีที่เพิ่งมาเห็นก็มองอย่างตื่นตาตื่นใจ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้หลุดมาอีกโลกหนึ่ง ถ้าหากว่าได้วางชุดต่างๆไว้ภายในร้านอย่างนี้ มันจะต้องออกมางดงามมากแน่ๆ
ทั้งสามคนเข้าไปนั่งตรงส่วนรับแขกเพื่อพูดคุยกันถึงconcept ของแบรนด์ที่จะตั้งขึ้นมา
"คุณดาอยากได้ concept แบบไหนคะ ก่อนอื่นเราจะต้องเลือกรูปแบบก่อนว่าเราจะทำแบบสไตล์ไหน จะได้กำหนดแนวทางได้ชัดเจนมากขึ้น"
เมธาวีถามขึ้นอย่างเป็การเป็งานทันที ตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นอยากจะเห็นธุรกิจของแบรนด์นี้เป็รูปเป็ร่างขึ้นมาเร็วๆ
" อืมม นั่นสินะคะ ถ้าเป็แบบใส่สบายหรือแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาทั่วไปมันก็มีมากจนเกลื่อนไปหมด ฉันอยากจะได้แบบที่ทำให้คนสวมใส่รู้สึกว่าตัวเองพิเศษราวกับเ้าหญิง เป็แบบเสื้อผ้าที่หรูหราและงดงาม "
" เ้าหญิงอย่างนั้นหรอคะ ถ้าแบบนั้นก็แปลว่าจะเน้นเฉพาะผู้หญิงกลุ่มคนชั้นสูงที่มีทรัพย์สินพอใช่ไหมคะ "
" ถึงจะอย่างนั้นแต่มันก็จะมีราคาที่หลากหลายค่ะ คนที่พอมีเงินอยู่บ้างและสนใจก็สามารถที่จะมาซื้อได้ แล้วเราก็มีบางส่วนให้เช่าสำหรับออกงานซึ่งมันจะเพิ่มชื่อเสียงให้กับแบรนด์เรา และเป็การกระจายความสนใจให้คนอื่นรับรู้อีกด้วย"
"คนดาพอจะมีภาพร่างให้ฉันดูไหมคะ"
เมธาวีรู้สึกสนใจเป็อย่างมาก แค่ได้ฟังก็รู้สึกถึงความพิเศษจนทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
และเมื่อเห็นภาพสเก็ตเธอก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจและหลงใหลมากขึ้นไปอีก
"หมายความว่าจะต้องมีการใส่คอร์เซ็ทสำหรับชุดเ้าหญิงสินะคะ แล้วแบบนี้จะไม่อึดอัดหรอคะ"
"เป็ชุดที่ใส่ชั่วครั้งชั่วคราวสำหรับงานสำคัญเท่านั้นค่ะ แน่นอนว่าทุกคนต่างก็อยากที่จะดูดีที่สุด แต่เราจะต้องใช้ผ้าที่ยืดหยุ่นที่ทำให้ไม่อึดอัดจนเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังโอบกระชับรูปร่างของแต่ละคนให้เพรียวสวยได้เป็อย่างดี"
"นั่นสินะคะ แค่เห็นแบบร่างฉันยังอยากจะลองใส่ดูสักครั้งเลย มันจะต้องออกมาสวยมากแน่ๆ "
"แล้วเธอจะตั้งชื่อแบรนด์ว่าอะไร"
เมธัสที่นั่งฟังมาได้สักพักแล้วถามขึ้นอย่างสนใจ เขาไม่นึกว่าภรรยาสาวของเขาจะมีหัวคิดทางธุรกิจขนาดนี้ แบรนด์ที่เธอทำดูเหมือนว่าเธอจะทำในรูปแบบเจาะกลุ่มเฉพาะ อาจจะไม่ได้ขายได้เป็จำนวนมากแต่ก็ถือว่าเป็การยกระดับแบรนด์ตัวเองให้อยู่ในระดับสูงได้ทันที
ชลดาและเมธาวีที่ได้ยินอย่างนั้นก็มองหน้ากันอย่างคิดหนัก ด้านเมธาวีเองก็ไม่กล้าที่จะบังอาจไปตั้งชื่อแบรนด์ให้กับเ้านาย เธอจึงเงียบไป
ปล่อยให้เ้านายได้ลองคิดชื่อที่ถูกใจดูก่อน
" ในเมื่อเราอยากจะให้ทุกคนงดงามประดุจดั่งเ้าหญิง ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งชื่อแบรนด์ว่า princess เลยดีไหมคะ "
ชลดาเกาแก้มอย่างเขินอาย เธอยอมรับว่าเธอไม่ได้มีความสามารถในการคิดชื่ออะไรมากมาย แต่บางทีการตั้งอะไรที่มันจดจำได้ง่าย มันก็ถือว่าเป็สิ่งที่ดีไม่ใช่หรอ และที่สำคัญมันก็ตรงตามconceptของแบรนด์เธอด้วย
เมธัสยกยิ้มด้วยความเอ็นดู สำหรับเขาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ตอนนี้เขาอยากจะเฝ้ามองเธอเติบโตมากขึ้นและเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนอยู่เื้ั
ส่วนเมธาวีก็ปรบมือพร้อมกับยิ้มกว้าง
"princess ต่อไปนี้แบรนด์ princess ของพวกเราจะทำให้ความฝันของหญิงสาวทุกคนเป็จริง ทุกคนจะได้เป็เ้าหญิงเพียงแค่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของพวกเรา ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ"
ยิ่งคิด concept ได้ การตกแต่งร้านก็ยิ่งต้องเพิ่มความหรูหราอลังการมากขึ้นไปอีก เนื้อผ้าที่จะใช้ก็เป็เนื้อผ้าชั้นดีที่ให้ััเนียนนุ่มและไม่เกิดรอยยับ แต่ตอนนี้ปัญหาคือพวกเธอจะต้องเริ่มต้นออกแบบชุดให้ได้ตามความ้า รวมถึงรับสมัครพนักงานและคนงานเย็บผ้าเข้ามาเตรียมพร้อมเอาไว้
"อย่าลืมสิว่าเธอจะต้องซื้ออุปกรณ์สำหรับเย็บผ้าเอาไว้ให้พร้อมก่อน"
เมธัสกล่าวขึ้นเมื่อดูเหมือนว่าชลดาจะยังร่ายสิ่งที่้าออกมาไม่หมด
ชลดารีบพยักหน้าเห็นด้วย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรเมธัสก็ส่งสัญญาณให้โกเมนไปจัดการให้เรียบร้อย
และอีกไม่นานจักรเย็บผ้าคุณภาพดีจำนวนถึงยี่สิบตัวจะเข้ามาติดตั้ง
ตอนนี้ชลดามองทุกอย่างด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ เธอไม่คิดว่าความฝันของเธอจะสวยงามขนาดนี้ มันเป็การเริ่มต้นที่ราบรื่นและมีความสุขที่สุดแบบที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน
ต้องยกความดีความชอบให้กับเมธัส เธอไม่คิดว่าเขาจะสนับสนุนเธอขนาดนี้
ตอนนี้ชลดายังรับสมัครคนงานไม่มาก เธอรับคนงานเย็บผ้าที่มีฝีมือแบบที่เธอและเมธาวีพอใจมาแค่ 5 คนก่อน เพื่อที่จะได้ทำชุดต้นแบบที่เธอและเมธาวีได้ออกแบบมา
และเมื่อทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงจะได้ตัดเย็บออกมาตามจำนวนที่้า
เพียงแต่ว่าชุดเหล่านี้จะไม่ได้ตัดเย็บซ้ำกันมากจนเกินไป ทุกชุดจะมีเอกลักษณ์ที่เป็ของตัวเองและโดดเด่นงดงามแตกต่างกัน
ส่วนพนักงานออฟฟิศและพนักงานขายเธอยังไม่รีบเท่าไหร่นัก ถ้าหากรับมามากเกินไป ในตอนนี้จะยังไม่มีอะไรให้คนเ่าั้ทำ
ในที่สุดก็ถึงวันที่ชลดาจะต้องไปเรียน เธอเรียนคณะนิเทศศาสตร์สาขาการแสดงและศิลปะการแสดงและกำลังจะขึ้นปีสาม
ซึ่งสาขานี้ในระดับชั้นปีที่ 1 เธอจะได้เรียนเกี่ยวกับทุกศาสตร์ที่เกี่ยวข้องเพื่อััและรู้เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของงานเ่าั้
ระดับชั้นปีที่ 2 ก็จะเป็การเจาะลึกเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับด้านการแสดงมากขึ้น
และชั้นปีที่ 3 ที่เธอกำลังจะได้ศึกษาดูเหมือนว่าเธอจะต้องนำความรู้ที่ได้เรียนมาทั้งหมดมาประยุกต์ใช้และเริ่มสร้างผลงานของตัวเองออกมา
ส่วนชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็ระดับชั้นสุดท้าย ดูจากรุ่นพี่แล้วทุกคนจะต้องเปิดเผยผลงานของตัวเองสู่สาธารณะชน เพื่อที่จะได้รับการประเมินจากอาจารย์แต่ละท่านอย่างเคร่งครัด
เธอรู้สึกชื่นชอบสาขานี้เพราะมันมีอะไรที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา เธอได้เรียนรู้ทุกเื่ไม่ว่าจะเป็ศิลปะการแสดง การเขียนบท การกำกับหนัง การออกแบบ ทักษะความสามารถในด้านการเป็ดาราและศิลปิน ไม่ว่าจะงานเบื้องหน้าหรือเื้ัล้วนเป็สิ่งที่น่าสนใจ
และที่สำคัญยังมีดารานักแสดงรับเชิญมาให้ความรู้อยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็แรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาเป็อย่างมาก
กลับมาครั้งนี้เธอจะต้องพยายามอย่างถึงที่สุด และเธอจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้
" อ้าวดา ปิดเทอมเป็ไงบ้าง สบายดีไหม แล้วนี่เจษไปไหนล่ะ "
นิสาเพื่อนสนิทของชลดาเดินเข้ามาทักทายทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย
ชลดาที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นิสาเป็เพื่อนที่เธอไว้ใจเป็อย่างมาก แต่ชีวิตที่แล้วตอนที่เธอเดือดร้อนเธอเคยโทรไปขอความช่วยเหลือและเล่าเื่ราวที่ทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจให้กับนิสาฟัง
แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อก็คือถ้อยคำตัดรอนและดูถูกเหยียดหยามราวกับว่าทั้งสองไม่ได้เป็เพื่อนกัน และยิ่งไปกว่านั้นคือเื่ร้ายๆของเธอที่ไปปรากฏขึ้นบนเพจของมหาวิทยาลัย
ประกายตาของชลดาเข้มลึกด้วยความอาฆาต เธอรู้สึกสงสัยว่านิสารู้เห็นเป็ใจกับเจษฎาและเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอมีชีวิตที่แสนอนาถแบบนั้น