The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

LV 185 เพื่อวันพรุ่งนี้ (ตอนจบภาค 1)

เครดิตภาพจาก  https://wallpapercave.com


“ ไง ยัยกระต่ายน้อย ผลเป็นอย่างไรชั้นจะได้ไปเก็บข้าวของ ” มาวินทำหน้าแหยๆ เพราะคาดไว้แล้วว่ายังไงซะก็คงไม่พ้นโดนถีบส่ง 


“ จะบ้าเหรอ นายลิง จะไปเก็บของทำไมเพราะมติของสภาก็คือ……รับเธอเป็นศิษย์ของท่านปู่เพื่อฝึกฝนวิชาการต่อสู้ ” 


“ หา……เป็นไปไม่ได้น่า ” มาวินร้องเสียงหลงเพราะไม่อยากเชื่อว่าเรื่องราวจะออกไปในทิศทางนี้ 


“ แต่มันก็เป็นไปแล้วเธอไม่ดีใจเลยเหรอ มันยากมากนะที่เราจะรับคนภายนอกเป็นศิษย์ ” อากิเนะเริ่มสงสัยเพราะเห็นมาวินดูเฉยๆ 


“ ว่าตามตรงชั้นก็อยากฝึกวิชาดาบอยู่หรอกนะ เพราะมันเป็นอะไรที่น่าสนุก ตะ…แต่…..”สีหน้าของมาวินดูเจื่อนๆ อาการคล้ายกลืนไม่เข้า คายไม่ออกทว่าอากิเนะไม่ยอมอยู่เฉย จึงรีบทวงถาม 


“ แต่อะไร รีบบอกมา ” 

      


      มาวินอึกอักอยู่หลายวินาทีก่อนตัดสินบอกความในใจ 


“ แต่ชั้นอยากกลับบ้านมีหลายคนรอคอยชั้นอยู่ ดังนั้น จะมาชักช้าที่นี่ไม่ได้ ” 

      


       คำตอบนั้นทำให้อากิเนะดูเศร้าเพราะเธอไม่อยากให้มาวินจากไปในตอนนี้ จึงพยายามงัดเหตุผลร้อยแปดมาคัดค้าน 


“ แต่ในโลก The Dark World มีอันตรายมากมาย ถ้าเธอ..เอ่อ…มีฝีมือแค่นี้เกรงว่าจะไปไม่รอด ดังนั้น อยู่ฝึกที่นี่เถอะ ถ้าเก่งกล้าพอ ค่อยออกเดินทาง ถึงตอนนั้นก็ยังไม่สาย” 


“ อืม….ก็เข้าท่านะ ”มาวินเริ่มได้คิด เพราะรู้ดีว่าฝีมือของตนยังห่างไกลจากคำว่า…เอาตัวรอดได้ 


“ ชะ…ใช่แล้ว ดังนั้นอยู่ฝึกฝีมือที่นี่เถอะ ” อากิเนะลุ้นระทึกจนถึงขั้นกุมมือของมาวินอีกวาระดวงตาฉายแววเว้าวอน แต่สุดท้าย เด็กหนุ่มก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ 


“ ไม่ล่ะ ชั้นตัดสินใจแล้ว ต่อให้เดินทางไปหาความตายก็ต้องไป เพราะพวกเขากำลังรอชั้นอยู่ ” มาวินพูดจบ ก็สะบัดแขนให้หลุดแล้วเตรียมตีจาก ทว่าอากิเนะไม่ยอมแพ้ เธองัดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมาใช้ 


“ แล้วถ้าเธอตายระหว่างทางล่ะคุณจันจะไม่เศร้าใจเหรอ คุณจันรักเธอมากนะ ” 

       


      ไม้ตายนั้นดูเหมือนจะได้ผลเพราะมาวินถึงกับชะงักงัน จากนั้นก็รีบหันกลับมาถามเสียงสั่น 


“ ธะ…เธอพูดถึงอะไรยะ…ยัยจันจะระ…รักชั้นได้ยังไง ” 


“ เธอน่ะดูไม่ออกรึไงฝ่ายหญิงก็แสดงออกชัดเจนขนาดนั้น ทำไมถึงเซ่อนัก และถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงเธอต้องกลับไปหาคุณจันให้ได้ เพื่อบอกความในใจของตัวเอง ” อากิเนะตะโกนเสียงดังดวงตารุ่มร้อนและเริ่มมีน้ำใสๆคลออยู่ข้างใต้ เพราะต้องพูดอะไรที่รันทดใจ 


“ ทำไมเราถึงต้องรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้ไม่ได้นะ ห้ามร้องไห้ จะแสดงความอ่อนแอออกมาไม่ได้ ” อากิเนะพยายามเตือนตัวเองภายนอกพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง  

      


       มาวินถึงกับอึ้งกิมกี่ใบหน้าเรียวเล็กแดงก่ำ เพราะเขินอายถึงขีดสุด และในขณะที่มัวแต่อ้ำอึ้งเด็กสาวก็วิ่งเข้ามาชกหน้าอกของเขาด้วยกำลังทั้งหมด แต่ก็เบาเกินไปจนกายบางเซแค่เล็กน้อย 


“ เธอควรทำเพื่อคุณจันให้มากกว่านี้เพื่อตอบแทนความดีของคุณจัน ” 

      


      พออากิเนะพูดจบเด็กสาวก็รีบวิ่งจากไป เพื่อซ่อนน้ำตาที่ไหลริน ทิ้งให้มาวินยืนนิ่งอยู่กับที่ 


………………….. 


(สี่ชั่วโมงผ่านไป) 

       

       มาวินยังประจำอยู่ที่เดิมดวงตาเหม่อมองอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้า ในใจนึกทบทวนถึงสิ่งที่อากิเนะพูดโดยตลอดแต่ไม่ว่าทำยังไง ก็ไร้ข้อสรุป 


“ แล้วตกลง เราควรจะทำยังไง ” 

       


       และเมื่อเวลาล่วงมาถึงชั่วโมงที่ห้ามาวินก็ตัดสินใจได้ 


“ ดีล่ะ เราเลือกแล้ว ยังไงก็ต้องทำแบบนี้” 


…………………. 

        

       เทพศาสตรายังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน โดยมีแสงไฟจากเชิงเทียนบนโต๊ะเล็กแบบพับที่คอยให้ความสว่างชายชราแปลกใจเล็กน้อย เพราะวันนี้ต้องกินข้าวเย็นอย่างเดียวดาย ด้วยอากิเนะไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็นเลย 


“ อืม…..หลานเราคงมีปัญหากับเจ้าหนูหัวเขียวอืม….พวกหนุ่มสาวก็เป็นแบบนี้แหละ ” เทพศาสตราขบคิดในใจ ซึ่งก็ใกล้เคียงความจริงเพราะชายชราผู้นี้มีสายตาที่แหลมคมจนอ่านอะไรได้ทะลุปรุโปร่ง แต่อึดใจต่อมาโสตประสาทก็แว่วเสียงเคาะประตู 


“ ก๊อก ก๊อก….” 


“ เข้ามาได้ ” เทพศาสตราอนุมัติเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าใครคือผู้มาเยือน ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาด  


“ ครืด….”ประตูแบบญี่ปุ่นโบราณถูกเลื่อนออก ก่อนจะมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาคนๆนั้นก็คือ….มาวิน 


“ ว่ายังไง เจ้าหนู ตกลงจะเลือกทางไหน” เทพศาสตราเอ่ยถาม โดยไม่หันกลับมามอง ซึ่งมาวินก็ไม่นึกแปลกใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าผู้เฒ่าคนนี้ไม่ธรรมดา เขาจึงรีบคำนับหนึ่งทีพร้อมตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว 


“ ผมขอสมัครเป็นศิษย์กรุณาสอนสั่งด้วยครับ ” 

       


       เทพศาสตรายังไม่ตอบคำใดเขานั่งนิ่งอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะหันกลับมาอธิบาย 


“ เจ้าหนู การฝึกของข้ามันโหดเหี้ยมและยากเย็นแสนเข็ญกว่าที่คิด เจ้าจะไหวเหรอ ” 


“ ไหวครับ ผมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อกลับไปพบกับคนรัก ” มาวินตอบหนักแน่น ทำให้ประกายตาของเทพศาสตราอ่อนโยนลงแต่ก็แฝงแววนับถืออยู่ในที 


“อืม…ในเมื่อเจ้ายืนยันหนักแน่นเช่นนั้น พรุ่งนี้ตอนหกโมงเช้าก็ไปพบกันที่ลานกว้างข้างโรงฝึก ” 


“ ครับ ตกลงตามนั้น ”มาวินตอบเสียงดังจนเกือบจะกลายเป็นการตะโกนดวงตาเรียวเล็กฉายแววมุ่งมุ่นอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เขาดูแตกต่างจากนายลิงที่เล่นซนอยู่ตลอด  


………………… 

       

       อากิเนะยอมรับว่าตัวเองนอนไม่หลับดวงตาแดงช้ำ เพราะมีน้ำใสไหลออกมาเป็นระยะ หัวใจก็เจ็บช้ำอย่างบอกไม่ถูกภายในสำนึกถึงความผิดพลาดที่ตนเพิ่งก่อ 


“ เราไม่น่าพูดออกไปเลยนายลิงคงเจ็บปวดน่าดู แต่ทำไม เราต้องรู้สึกเสียใจอย่างแสนสาหัสขนาดนี้มันเป็นเพราะอะไร ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ” 

      


       เด็กสาวได้แต่คิดวนไปวนมาใบหน้าเกลือกกลิ้งอยู่บนหมอน จวบจนนกร้องยามเช้า จึงรู้ว่าถึงคราวสูญสิ้นของราตรีกาล 


“ เช้าแล้ว เรานอนไม่หลับทั้งคืนและถึงทู่ซี้ต่อไป ก็คงปิดตาลงไม่ได้อยู่ดี งั้นลองไปดูพวกพี่โอคุยาสุฝึกซ้อมตอนเช้าดีกว่าเผื่อจะบรรเทาความอัดอั้นได้บ้าง ” เมื่อเด็กสาวตัดสินใจได้ เธอจึงลุกจากที่นอนแล้วอาบน้ำ จากนั้นก็ตรงไปที่ลานกว้างข้างโรงฝึก 


…………………. 

       

       อากิเนะมาถึงสถานที่ฝึกวิชามีเหล่าศิษย์นับสิบจับกลุ่มคุยกัน บางคนก็ร่ายรำกระบวนอาวุธด้วยดาบไม้และพอพวกเขาหันมาเห็นหลานสาวคนสวย ก็ร้องทักเป็นเสียงเดียวกัน 


“ สวัสดี น้องหญิง มาชมการฝึกเหรอ ” 


“ อ่า…ค่ะวะ…ว่าแต่พะ…พวกพี่เห็น….เอ่อ ท่านปู่มั้ย ” ใจจริง อากิเนะอยากเอ่ยถามถึงอีกคนแต่ก็รู้สึกกระดากปาก จึงหันเหความสนใจไปที่ท่านปู่ 


“ อ้อ….ท่านอาจารย์น่ะเหรอกำลังฝึกพื้นฐานให้ศิษย์ใหม่ พวกเขาอยู่ที่ริมไม้ใหญ่ตรงนั้น ”ศิษย์คนนึงชี้ไปชายป่าที่อุดมไปด้วยไม้ใหญ่ อากิเนะจึงรีบกล่าวขอบคุณแล้วเดินตรงไปที่นั่นด้วยความร้อนใจ 


“ ศิษย์คนใหม่ หรือว่า…..” หัวใจของเด็กสาวเริ่มพองโตด้วยความหวังเพราะสุดท้ายแล้ว เธอก็อยากให้คนผู้นั้นอยู่ที่นี่ และความฝันนั้นก็เป็นจริงด้วยบุคคลที่ฟาดดาบไม้ขึ้นลงก็คือ…….มาวิน เขาอยู่ในชุดยูกาตะสีขาว ทั่วกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อสีหน้าดูจริงจังอย่างเหลือเชื่อ


“ อึก….ขะ…เขายังอยู่ที่นี่มะ…ไม่ได้จากไปไหน ” อากิเนะยกมือขึ้นปิดปาก เพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เธอพยายามข่มใจไม่ให้หลั่งน้ำตาออกมา แต่ไม่ทันที่เด็กสาวจะเสียจริตไปมากกว่านี้เสียงเรียบๆที่คุ้นเคยก็เอ่ยทัก 


“ ทำได้ดีมาก หลานข้าขอบใจมากนะที่โน้มน้าวให้เจ้าหนูหัวเขียวยอมฝึกวิชา ” 

      


      อากิเนะรู้ทันทีโดยไม่ต้องมองว่าเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต้องเป็นท่านปู่อย่างไม่ต้องสงสัยซึ่งก็ไม่ผิดไปจากความจริง เมื่อชายชราผู้นั้น ก้าวมายืนเคียง 


“ ค่ะส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของนายลิง เอ๊ะ! มาวิน ” อากิเนะถ่อมตัวตามนิสัยแต่พอพลั้งปากเรียกมาวินว่านายลิง เธอจึงรีบเปลี่ยนสรรพนาม ด้วยเกรงใจท่านปู่ 


“ หึ หึ หึเรียกเจ้าหนูนั่นตามใจชอบเถอะ ปู่ไม่ถือสาหรอก ” เทพศาสตราหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนเฒ่าชราผู้ชาญศึกจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษทำให้อากิเนะรู้สึกขัดเขิน จึงเอ่ยถามแก้เกี้ยว 


“ อะ….เอ่อ….แล้วศิษย์คนใหม่ของท่านปู่เป็นยังไงบ้างคะมีแววมั้ย ” 


“ อืม…..ถ้าจะว่าไปเจ้าหนูนั่นไม่มีพื้นฐานดาบติดตัวเลย แถมยังมีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงเปรียบไปก็แทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ แต่…..” เทพศาสตรากล่าวเรียบๆสีหน้าตายด้านจนอ่านไม่ออก ทว่าอากิเนะก็รีบเร่งเร้า เพราะอยากรู้คำตอบที่ยังค้างคา 


“ แต่…อะไรหรือคะ ” 


“แต่เจ้าหนูนั่นก็มีพรสวรรค์ระดับสุดยอด เรียนรู้ได้เร็วอย่างเหลือเชื่อเพียงชั่วโมงเดียว ก็จดจำกระบวนท่าพื้นฐานได้อย่างสมบูรณ์ ” ถึงตรงนี้เทพศาสตราเริ่มยิ้มมุมปากอีกครั้ง บ่งบอกให้รู้ว่าชายชราพึงพอใจถึงขีดสุด 


“อาจเป็นเพราะนายลิงนั่นได้อาจารย์ที่เก่งสุดยอดอย่างท่านปู่ เลยไปได้เร็วขนาดนี้ ”อากิเนะยอท่านปู่ไปหนึ่งดอก ดวงตางามเหม่อมองมาวินที่กำลังเหวี่ยงดาบไปมาอย่างขะมักเขม้น 


“ เจ้าก็สรรเสริญเกินจริง ทว่ายังมีบันไดอีกหลายขั้นที่เจ้าหนูต้องผ่านให้ได้เพื่อกักมารร้ายภายในไม่ให้ออกมาสำแดงเดชอีก ”เทพศาสตราดึงพลพรรคกลับคืนสู่ความจริง ทำให้สองปู่หลานเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง 

      


       จากนั้น ความเงียบก็เข้ามาเยือนสองปู่หลานไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย คล้ายว่าต่างฝ่ายต่างมีสิ่งที่ครุ่นคิดในใจไม่นาน ก็เป็นฝ่ายอากิเนะที่เอ่ยปาก 


“ ท่านปู่คะ หลานมีเรื่องจะขอร้องค่ะ” 

      


       ใบหน้าของเทพศาสตรายังคงเรียบเฉยเพราะผู้อาวุโสรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมาถึง ด้วยมันคือชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงจึงถอนหายใจออกมาเบาๆชนิดที่แทบไม่มีใครได้ยิน


“ เจ้าจะขอร้องเรื่องใด ” 

      


       อากิเนะนิ่งอยู่หลายอึดใจก่อนจะกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ดวงตากลมโตที่มองตรงไปข้างหน้าฉายประกายแข็งกร้าว 


“ ช่วยฝึกเพลงอาวุธให้หลานด้วย ” 

      


       ใบหน้าของเทพศาสตรายังคงนิ่งเฉยราวกับรูปปั้น แต่ในใจกลับสุมไปด้วยไฟ เพราะเขาเองไม่อยากให้วันนี้มาถึงเลยแต่เมื่อมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เฒ่าชราจึงจำต้องปล่อยให้มันไหลไปตามกระแส 


“ ตกลง พรุ่งนี้ เจ้ามาร่วมฝึกได้เลย” 

      


       ดวงตาของอากิเนะเปล่งประกายแวววาวมันไม่หลงเหลือความอ่อนโยนอย่างที่เด็กสาวเคยมีและเธอก็รู้ชัดว่าตนเองจะฝึกอาวุธใด เพราะตรึกตรองอยู่ก่อนแล้ว 

     


       ถึงตรงนี้ขอบอกตามตรงว่า…..เรื่องราวการผจญภัยของมาวินยังไม่จบเพียงเท่านี้เขาและพรรคพวกยังต้องเดินทางต่อไปอีกไกล ส่วนจะเวียนวนไปพบสิ่งใดขอให้กาลเวลาและโชคชะตาเป็นเครื่องพิสูจน์ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาอย่างยาวนานพบกับใหม่ใน The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพีภาค 2


จบภาคหนึ่ง 



สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน