บทที่ 5 ถอนหมั้น
เมื่อรองเสนาบดีศาลต้าหลี่เห็นผู้กระทำ เขาก็เปลี่ยนสีหน้าก่อนจะส่งยิ้มประจบแล้วรีบเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่ง “เอ่อ ท่านแม่ทัพเซียว เชิญท่านแม่ทัพเข้ามานั่งก่อน”
“อืม”
เซียวฝานเดินผ่านซูซีหัวโดยไม่สบตา แล้วนั่งลงบนตั่งหลัก จ้องมองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสนุก “สตรีงามเพียงนี้กระทำความผิดอันใดจึงต้องโดนเฆี่ยนตี?”
ซูซีหัวหมอบอยู่บนพื้น จ้องมองเขาด้วยความอยากจะขบกัดเนื้อเขาสักที
ทันทีที่รองเสนาบดีศาลต้าหลี่ได้ยิน เขาคิดว่าเซียวฝานสนใจนาง จึงรีบกล่าว “ไม่ใช่เื่ใหญ่ใด เพียงแค่นางก่อความวุ่นวาย ท่านแม่ทัพหากสนใจ ไม่สู้หา…”
เขาลูบเคราไปด้วยยิ้มไปด้วยอย่างเ้าเล่ห์
เซียวฝานเอ่ยอย่างเ็า “ดูเหมือนท่านคงจะเคยทำเื่เช่นนี้บ่อยนัก”
สีหน้ารองเสนาบดีศาลต้าหลี่เปลี่ยนไป “หาไม่ได้ ข้า… ข้า…”
เซียวฝานไม่ให้เขาได้พูดต่อ กล่าวอย่างสั้น ๆ แต่ทรงพลัง “ข้ามาที่นี่เพราะคดีนางโลมชุนฮวาเสียชีวิต จากการสืบหาพบว่ามือสังหารซูชิ่งไห่ไม่ใช่มือสังหาร จึงควรปล่อยตัวโดยปราศจากความผิด ส่วนมือสังหารตัวจริง…”
เขาเหวี่ยงเท้าเตะรองเสนาบดีศาลต้าหลี่ล้มลงกับพื้น “เื่ดีงามที่บุตรชายของเ้าได้ก่อไว้เ้าเอ่ยบอกความจริงได้ แต่กลับปกปิดความผิดของเขา หาแพะรับบาปอย่างง่าย ๆ นี่ถือเป็ความผิดสถานหนัก” เหล่าประชาชนที่เฝ้าดูการไต่สวนอยู่นอกประตูกรมอาญาต่างตะลึงกับการพลิกผันที่น่าในี้ จนบางคนต้องหันไปคุยกัน
เซียวฝานประคองซูซีหัวให้ลุกขึ้น แล้วกระซิบข้างหูนาง “ข้ามาช้าไปสินะ”
ซูซีหัวลูบหูตัวเอง ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย “ท่านรู้เช่นนั้นก็ดี”
เซียวฝานหัวเราะเบา ๆ ที่นางไม่ยอมเสียเปรียบ หันไปมองรองเสนาบดีศาลต้าหลี่ที่ตัวสั่นเทิ้มอย่างหวาดหลัว “พยานบุคคลและหลักฐานพร้อมสรรพ เ้าไม่ต้องโต้แย้งให้เสียเวลา ข้าเซียวฝานไม่เคยตัดสินผิดพลาด มาจับตัวเขาไปคุมขัง ให้เขาได้พบหน้ากับบุตรชาย”
องครักษ์ของเซียวฝานก้าวเข้าไปรวบตัวรองเสนาบดีศาลต้าหลี่ ขณะที่เขาขัดขืนและร้องะโ “ข้าถูกใส่ร้าย! ข้าไม่รู้เห็นด้วยเลยเื่ที่บุตรชายของข้าฆ่าคน!”
เซียวฝานไม่แม้แต่มองหน้าเขา ชูมือสั่งให้คนอุดปากแล้วลากตัวเขาลงไป คดีความจบลงโดยง่าย เซียวฝานหันไปทางซูซีหัว “เ้าพึงพอใจกับการจบเื่เช่นนี้หรือไม่?”
“ไม่พอใจ” ซูซีหัวยังคงมีสีหน้าไม่สู้ดี “แล้วอาเล็กต้องได้รับาเ็โดยไม่ผิดอันใดแบบนี้หรือ”
เซียวฝานขมวดคิ้ว “เมื่อครู่นี้เขายังเร่งรีบที่จะปัดความสัมพันธ์กับเ้าอยู่เลย ตอนนี้เ้ายังปกป้องเขาอีกหรือ”
ซูซีหัวไม่ได้เถียงกับเขา นางเพียงยื่นมือเรียวขาวออกมาตรงหน้าเขา “ค่าชดเฉย”
เซียวฝานหัวเราะ “ไปกันเถอะ ข้าจะไปส่งพวกเ้าก่อน”
ครานี้ นางไม่ได้ปฏิเสธ ซูชิ่งไห่ถูกตีจนาเ็เช่นนี้ ย่อมเป็ไปไม่ได้ที่จะเดินกลับจวนเอง
เซียวฝานจัดเตรียมรถม้าสองคัน ซูชิ่งไห่นั่งไปกับองครักษ์หนึ่งคัน ส่วนนางกับเขาไปอีกหนึ่งคัน
ทันทีที่รถม้ามาหยุดที่หน้าจวนซู เพียงก้าวลงจากรถก็ได้ยินเสียงะโก้องมาจากข้างใน “นี่มันเป็ชาที่คนดื่มได้แน่หรือ?”
ซูซีหัวหยุดชะงัก นางหันไปทางสาวใช้ที่ออกมาหา “เ้าพาอาเล็กเข้าไปในเรือนก่อน”
“เ้าค่ะ คุณหนู” สาวใช้เดินเข้ามากระซิบเบา ๆ “คุณชายสามจวนเสนาบดีว่านมาคุณหนูจะหลบไปก่อนหรือไหมเ้าคะ”
ก่อนที่ซูซีหัวจะทันได้เอ่ยปาก เซียวฝานก็ก้าวนำเข้าไป “หลบทำไม ที่นี่คือจวนสกุลซูนะ”
ซูซีหัวยิ้มเบา ๆ “แม่ทัพเซียว ท่านก็รู้ว่าที่นี่เป็จวนสกุลซู ท่านย่อมต้องถามข้าสักคำว่าอนุญาตหรือไม่ก่อนจะเข้ามา”
“สายตาของท่านผู้เฒ่าซูในการมองคนไม่ค่อยดี” เซียวฝานไม่ได้สนใจคำพูดของนาง “ว่านเจิ้นเหยียนหาใช่คนดีอันใดไม่”
ซูซีหัวไหวไหล่ก่อนก่อนจะเอ่ย “ข้าเชื่อว่าคนคนนั้นมาเพื่อถอนหมั้น”
กล่าวจบ ซูซีหัวก็ไม่สนใจเขา เดินตรงเข้าไปในโถงกลาง
รูปร่างหน้าตาของว่านเจิ้นเหยียนนับใช้ได้ แต่เหมือนว่าร่างกายเขาถูกล้อมไปด้วยความใคร่จนบดบังหน้าตาไปหมด ยามนี้ยิ่งเขาขมวดคิ้ว ดวงตาดุดัน มองแล้วยิ่งดูย่ำแย่ขึ้นไปอีก
“คุณชายสามเดินทางมาด้วยตนเอง ข้าย่อมต้องต้อนรับอย่างสมเกรียติ ”
ว่านเจิ้นเหยียนสำรวจนางแวบหนึ่ง “เ้าคือซูซีหัว?”
“เป็ข้าเอง”
นางพยักหน้า นั่งลงโดยไม่รอเชิญ ฮูหยินใหญ่ไม่อยู่ที่นี่ คงจะเป็เพราะอิงเถาห้ามไว้
แววตาของว่านเจิ้นเหยียนฉายแววชื่นชมและหื่นกระหาย “หากบอกั้แ่ต้นว่าคุณหนูสี่แห่งจวนสกุลซูเป็สตรีงามเช่นนี้ ข้าก็คงไม่ยอมถอนหมั้นเป็อันขาด เอาเถอะสกุลซูตกอับแล้ว ทว่าหากคุณหนูสี่สนใจ ก็อาจเข้ามาเป็อนุของข้าได้เช่นนี้เป็อย่างไร”
ซูซีหัวหัวเราะเยาะ “คุณชายสาม ท่านได้ความมั่นใจมาจากที่ใด หรือว่าครั้งก่อนที่พ่อบ้านหลี่ไปส่งสารยังไม่ชัดเจน ข้ากล่าวแล้วว่าข้าไม่ประสงค์จะแต่งให้ท่าน ไม่ว่าสกุลซูจะรุ่งเรืองหรือเสื่อมถอยก็ไม่เกี่ยว รีบนำของหมั้นออกมาคืนเดี๋ยวนี้ แล้วถอนหมั้นโดยเร็วให้จบเื่กันไป”
กล่าวจบ ซูซีหัวก็วางหยกโบราณลงบนโต๊ะ
ว่านเจิ้นเหยียนกลั้นลมหายใจไว้ในอก ยิ้มอย่างโเี้ “เ้าปากกล้าเสียจริง แต่ข้าผู้นี้ชอบสตรีกล้าเช่นเ้ายิ่งนัก ถอนหมั้นงั้นหรือข้าเปลี่ยนใจแล้ว ถ้าวันนี้ข้าได้เชยชมเ้า เ้าลองดูสิว่าจะมีสักคนในสกุลซูกล้าเอ่ยคำว่าไม่หรือไม่”
กล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินเข้าหาซูซีหัว ดวงตาเต็มไปด้วยความใคร่
แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่ทันเข้าใกล้ตัว ซูซีหัวก็คว้าแขนแล้วเตะไปที่เป้าอย่างแรง จนเขาเกือบสิ้นลมไปในทันที
“นังสารเลว! เ้ากล้าทำร้ายข้า! ”
ว่านเจิ้นเหยียนะโด้วยความโกรธและอับอาย ยกมือขึ้นหมายจะตบใบหน้าของนาง แต่ซูซีหัวก็หลบหลีกไปได้ ยิ่งทำให้ว่านเจิ้นเหยียนโกรธ
“นังสารเลว! เ้ารู้ไหมข้าสามารถบอกท่านพ่อข้า ให้จัดการจวนสกุลซูอย่างไร้ปราณี และทำให้เ้าไม่มีแม้แต่ดินจะกลบร่าง”
“หืออ ข้าไม่รู้มาก่อนว่าท่านอัครมหาเสนาบดีมีฝีมือขนาดนั้นเลยหรือ”
เซียวฝานเอ่ยพร้อมเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ คิ้วเข้มและดวงตาคมกริบจ้องมองคนในโถงกลาง
เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามา ฟังสองสามประโยคเห็นซูซีหัวรับมือได้ก็เตรียมจะเดินจากไป แต่ไม่นึกว่าว่านเจิ้นเหยียนจะพูดถึงเสนาบดี และกล้าพูดจาไม่สนใครเช่นนี้
ว่านเจิ้นเหยียนอึ้งไปชั่วครู่ “เซียวฝาน เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
เซียวฝานไม่ได้พูดอะไรกับเขาก็เตะเข้าที่หัวเข่าของเขา “ตอนนี้ข้าก็ลงมือแล้วเช่นกัน เ้าจะให้บิดาของเ้ามาลงโทษข้าด้วยหรือไม่ เพื่อจะให้ข้าไม่มีแม้แต่ดินฝังร่าง”
ว่านเจิ้นเหยียนกลืนน้ำลาย “ไม่… ข้าเพียงแค่เอ่ยขำ ๆ …”
ซูซีหัวพยักหน้า มองไปทางเซียวฝาน “ข้าก็พูดขำ ๆ เช่นกัน”
เซียวฝานกลั้นขำไว้ไม่อยู่ “เ้า… รีบนำของหมั้นออกมาเดี๋ยวนี้”
ว่านเจิ้นเหยียนฐานะต่ำกว่าเซียวฝานจะสู้ก็สู้ไม่ได้ ได้แต่กลืนความโกรธนี้ไว้แล้วล้วงหยกออกมาวางลงบนโต๊ะ
เมื่อของกลับคืนมา ซูซีหัวก็ถอนหายใจ “บัดนี้สัญญาหมั้นหมายของเราก็เป็อันสิ้นสุดแล้ว ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่เกี่ยวข้องกัน”
ว่านเจิ้นเหยียนหน้าดำคร่ำเคร่ง “เ้าคิดไตร่ตรองดีแล้วใช่หรือไม่ เ้ามีฐานะต่ำต้อยเช่นนี้ จะหาผู้ใดมาแต่งงานด้วยได้ หรือจะให้เป็เพียงอนุก็ยังไม่มีผู้ใด้า ข้าจะถามเ้าเป็ครั้งสุดท้าย ว่าจะยอมมาเป็อนุของข้าหรือไม่”
ซูซีหัวไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง “รีบ ๆ ออกไปให้พ้น”
ว่านเจิ้นเหยียนสบถในลำคอทีหนึ่ง เตรียมจะเดินออกไป ครั้นมาถึงประตู ก็ได้ยินเซียวฝานพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย“ผู้ใดว่านางไม่มีใครมาสู่ขอ ขอเพียงนาง้าจะแต่งงาน ข้าพร้อมจะแต่งตั้งนางชายาเอกของข้า”
ว่านเจิ้นเหยียนมองทั้งสองด้วยความไม่เชื่อ “ไม่น่าแปลกใจ ก็มีคนมาแทนแล้วนี่นา หึ พูดจาเสมือนกับสตรีผู้ซื่อสัตย์บริสุทธิ์… ถุย!”
เมื่อเอ่ยจบเขาก็กลัวจะโดนตีอีก จึงรีบหนีไปอย่างลนลาน
หลังจากที่เขาจากไป ห้องโถงก็ตกลงไปในความเงียบ
ซูซีหัวเงยหน้ามองเซียวฝาน พักใหญ่จึงกล่าวว่า “ท่านก็ควรไปเช่นกัน”
เซียวฝานยกคิ้ว “ข้าเพิ่งจะจัดการปัญหาให้เ้า แถมยังไม่กลัวการเสียชื่อเสียงเพื่อรับประกันตัวเ้า จะไม่ขอบคุณข้าหรือ?”
ซูซีหัวอมยิ้ม “แล้วท่านอยากให้ข้าขอบคุณท่านเช่นไร? หรือว่าข้าจะต้องมอบกายถวายชีวิตอยู่ในตำหนักของสกุลเซียว ท่านหาเลี้ยงครอบครัว ข้าดูแลภายในตำหนัก”
เซียวฝานคิดถึงความเป็ไปได้เกี่ยวกับเื่นี้จริง ๆ พักใหญ่จึงหัวเราะเบา ๆ “เ้าช่างงดงามจริง ๆ ”
เมื่อพูดจบก็ถอดป้ายประจำตำแหน่งที่ห้อยเอวตนเองอยู่โยนให้กับนาง “หากมีเื่ใดก็ไปหาข้าที่กรมอาญา ข้ายังมีศพอยู่มากมาย”