ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 58 ดูแคลน

           เทพปีกเงินออกโรงแล้ว!

            เหล่ามนุษย์พิเศษต่างพากันใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ด้วยในยามที่เขาพุ่งทะยานเข้ามาแสงสีเงินไหลวนทั่วร่างกระแสกดดันอันน่ากลัวแผ่กระจาย

            นี่คือมนุษย์พิเศษผู้ยืนตระหง่านบนยอดพีระมิดพลังชีวิตแผ่กระจายกดข่มมนุษย์พิเศษคนอื่นๆ ดั่งยามพยัคฆา ราชสีห์เยื้องกรายกดดันส่ำสัตว์อื่นๆ ให้ล่าถอย

            โดยเฉพาะในยามที่เขาทิ้งตัวลงมาจากกลางอากาศทำให้มนุษย์พิเศษหลายคนเกิดความรู้สึกกระวนกระวายปั่นป่วนด้วยถูกพลังของเขาคุกคามจนรู้สึกไร้เรี่ยวแรงไม่อาจต้านทานได้

            “เทพ...ปีกเงิน แกร่งเกินไป น่ากลัวเกินไปแล้ว!”หลายคนพึมพำ รู้สึกกดดันจนไม่อาจเงยหน้าได้เมื่อเผชิญเข้ากับวงแสงสีเงิน

            พรึ่บ!

            แสงสีเงินสว่างไสว รวดเร็วอย่างยิ่งทะยานข้ามผ่านฝูงชนพร้อมแรงกดดันมหาศาลเข้าจู่โจมหนิวเสินหวัง!

            ผู้คนต่างเปล่งเสียงฮือฮา

            “พระเจ้า มันน่าตกใจเกินไปแล้ว!”

            มนุษย์พิเศษคนหนึ่งที่แบกกล้องถ่ายทำถึงกับหน้าถอดสีแหงนมองแสงสีเงินที่พาดข้ามไปด้วยจิตใจหวาดหวั่นความรู้สึกเมื่อครู่ยามเข้าใกล้เหมือนกับถูกสัตว์ร้ายแห่งกาลดึกดำบรรพ์จับจ้อง

            “ยืนเซ่อทำอะไรวะ นั่นเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดแข็งแกร่งแห่งยุคเชียวนะถ่ายเก็บไว้สิ ห้ามหลุดแม้แต่นิดเดียวนะ ถ่ายเก็บส่วนของเทพปีกเงินทั้งหมด!” โจวอี่เทียนคำราม

            แต่แล้วเขาก็กระโดดลงไปแบกกล้องบันทึกภาพเองอย่างบ้าคลั่ง

            “ผู้กำกับ พวกเราไม่ได้หลุดตรงไหนเลย ถ่ายเก็บไว้หมดแล้ว วางใจน่า!” คนที่อยู่ด้านข้างละล่ำละลักบอก

            เสียงฮือฮาดังขึ้น เทพปีกเงินทะยานข้ามเขางูขาวในชั่วพริบตาแสงสีเงินแห่งเทพเจิดจ้า วินาทีนี้ เขาดุจดังเทพยดามาจุติยังแดนดิน

            ลูกนัยน์ตาของฉู่เฟิงหดวูบ จ้องเขม็งไปยังท้องฟ้าเขาอยากพุ่งเข้าไปสังหารมู่ แต่ดันมีคนที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเข้ามาขวางไว้ ขนาดอยู่ตั้งไกลยังอุตส่าห์สัมผัสได้ถึงอันตราย

            โครม!

           เพียงแค่พริบตาเท่านั้นเทพปีกเงินก็พุ่งเข้ามาพร้อมรังสีอำมหิตรุนแรง

            วินาทีนั้น เขาปลดปล่อยพลังอันน่าพิศวงปีกสีเงินคลี่ออกประดุจดาบคมขาวราวกับหิมะสองเล่ม ตวัดผ่านฟาดลงเป็นรอยทางอันงดงามแลน่าสะพรึงกลัว!

            “อ๊าก...” ไม่ไกลนัก มีเสียงร้องโอดโอยดวงตาถูกแสงอันเจิดจ้าจากปีกสีเงินคู่นั้นทิ่มแทงเป็นแสงสว่างอันร้อนแรงดั่งดวงตะวันแผดเผา

            มนุษย์พิเศษไม่น้อยต่างป้องกันดวงตาแล้วหลบซ่อนอย่างรวดเร็ว

            ปีกสีเงินคู่นั้นเก็บงำพลังอันลึกลับสุดจะหยั่งถึง อานุภาพเกรียงไกรทั้งยังสาดแสงแรงกล้าถึงขนาดแผดเผาดวงตาของผู้คนจำนวนมาก

            ห่างออกไปหญิงสาวหลายคนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด

            ตั้งแต่ครั้งก่อนที่คลิปการต่อสู้ของเทพปีกเงินหลุดออกไปสู่โลกอินเทอร์เน็ตความนิยมชมชอบในตัวเขาพุ่งทะยาน ผู้คนจำนวนมากต่างก็จับตามองเขา

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยรูปลักษณ์อันแข็งแกร่ง ใบหน้าอันหล่อเหลาเป็นมนุษย์พิเศษผู้ยืนอยู่บนยอดของพีระมิดทำให้สาวน้อยทั้งหลายเกิดความรู้สึกอันดีต่อเขาเป็นพิเศษ

            ตอนนี้ เหล่ามนุษย์พิเศษที่เป็นหญิงสาวต่างก็หวั่นไหว พอเห็นเขาลงมือโจมตีอย่างบ้าพลังต่างก็พากันเอาใจช่วย!

            หนิวเสินหวังแม้จะแข็งแกร่ง ทว่าเพิ่งปรากฏกายในวันนี้แถมยังมีเขาวัวงอกออกมา ใบหน้าที่แท้จริงก็มองไม่เห็นจะอย่างไรก็เทียบเทพปีกเงินไม่ได้แม้ขี้เล็บ

            ยามนี้ ที่ทั้งสองเผชิญหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตายคนกลุ่มหนึ่งยังคงโห่ร้องเรียกชื่อเทพปีกเงิน

            ถึงแม้ว่าคนไม่น้อยต่างก็เห็นความป่าเถื่อนบ้าอำนาจของเทียนเสินเซิงอู้ไม่เห็นด้วยกับการที่พวกเขาใช้อาวุธปืนกดข่มคนอื่น ทว่าวินาทีนี้แล้วคนไม่น้อยต่างก็เข้าข้างเทพปีกเงิน

            “ปีกเงินทะยานฟ้า นอกจากพวกเทพวัชระแล้วฉันว่าไม่มีใครสามารถต้านทานได้แน่นอน!”

            หญิงสาวผู้หนึ่งเอ่ยอย่างมั่นใจ แววตากระตือรือร้นจับจ้องที่กลุ่มแสงสีเงินห่างออกไปที่กำลังพุ่งลงมาอย่างไม่วางตาทั้งตื่นเต้นทั้งยินดี

            “เสียดายหนิวเสินหวังจัง เขาก็เก่งนะ แต่ดันมาเจอเทพปีกเงินเข้ายังไงก็สู้ไม่ได้ คงจบชีวิตแหงๆ” บางคนมีสีหน้าเสียดาย

            แต่แน่นอน บางคนก็ไม่พอใจเทพปีกเงินเช่นกัน เอ่ยปากก่นด่า

            “คนของเทียนเสินเซิงอู้มันบ้าอำนาจไปแล้ว งานนี้อยากให้หนิวเสินหวังชนะจริงว่ะ”บางคนพูดเบาๆ แต่เขาก็รู้ดีว่านั่นเป็นความหวังอันริบหรี่

            การปะทะกันของยอดฝีมือ ตัดสินแพ้ชนะในเสี้ยววินาที!

            แววตาของฉู่เฟิงลึกล้ำ เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาหากยังคงสงบนิ่ง ในใจไร้ซึ่งความกระวนกระวาย

            ชิ้ง!

            ในช่วงเวลานั้น เขาชักกระบี่สั้นออกมา ยังไม่แตะต้องคันศรฟ้าคำรามด้วยคนผู้นั้นพุ่งเข้ามาในระยะอันใกล้ จู่โจมสังหารเขาอย่างดุดันด้วยปีกทั้งคู่

            มันทำให้ฉู่เฟิงสบโอกาส!

            ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นใหญ่ ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เปิดมาก็กะจะฆ่าทิ้งกันเลยอย่างนั้นเขาก็น่าจะให้ของขวัญชิ้นโตๆ สักหน่อย

            ผู้คนมากมายล้วนเห็นพลังความสามารถของเทพปีกเงินแล้วความแกร่งที่ข่มคู่ต่อสู้จนไม่อาจต้านทานได้ ในชั่วพริบตาที่ลงมือนั้นความรุนแรงไม่อาจเทียบเทียม

            หลายคนได้ยินมาว่า ปีกสีเงินคู่นั้นของเขาไร้เทียมทานผ่าเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดาย สามารถปัดป้องลูกกระสุนได้

            ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผู้คนก็เห็นกันต่อหน้าต่อตาว่าเขาทะยานลงมาจากกลางอากาศพุ่งเข้าสะบั้นสัตว์ประหลาดตัวยาวสิบกว่าเมตรจนขาดเป็นสองท่อนทำให้มนุษย์พิเศษทั้งหลายประหวั่นพรั่นพรึง

            ก็เพราะตอนนั้นแม้แต่ปืนอาร์พีจียังทำอะไรสัตว์ประหลาดตัวนั้นไม่ได้ไม่สามารถสังหารมันได้ด้วย หากเทพปีกเงินกลับกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย

            ฉู่เฟิงยกกระบี่สั้นสีดำขึ้นขวางเบื้องหน้า ปะทะเข้ากับปีกสีเงินคู่นั้น!

            “เสร็จกัน หมดหวังแล้ว หนิวเสินหวังชนกับเขาซึ่งๆ หน้าได้ยังไงนี่มันฆ่าตัวตายชัดๆ!” มีคนอุทานเบาๆ

            ต่อให้กระบี่สั้นเล่มนั้นคมกล้าขนาดไหนก็ตาม มันเทียบกับลูกกระสุนได้ไหมเทียบกับลูกระเบิดได้หรือเปล่า?

            เสียงลือเสียงเล่าอ้างกันตั้งแต่แรกว่าเทพปีกเงินนั้นหาได้เกรงกลัวอาวุธหนักแม้แต่น้อยปีกสีเงินคู่นั้นของเขาเรียกได้ว่าทรงอานุภาพเกรียงไกรอย่างไม่มีสิ่งใดเทียบแทบจะเปรียบได้กับอาวุธทรงอานุภาพในตำนานเลยทีเดียว

            ผู้คนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า หนิวเสินหวังต้องตายอย่างแน่นอนน่าเสียดายเป็นบ้า

            กระนั้น ก็ยังมีคนรู้สึกว่า มู่แห่งเทียนเสินเซิงอู้นั้นทำเกินไปกลั่นแกล้งผู้คนอย่างไม่เหมาะไม่ควร เป็นเขาเองแท้ๆ ที่ไปแหย่หนิวเสินหวังก่อนถึงได้ถูกตอกหน้ากลับไป

            ผลก็คือ ต้องให้เทพปีกเงินออกโรง

            “ไม่ประมาณตนเลยนะ ในมือมีแค่กระบี่สั้นเล่มเดียวเท่านั้น ยังกล้าเสนอหน้ามาต่อกรกับเทพปีกเงิน?”

            “ทำอย่างนี้นี่มันไม่เจียมตัวจริงๆ ถึงฉันจะเห็นใจเขาแต่รับมือกับเทพปีกเงินอย่างนี้ มันเสียสติชัดๆ ว่ะ”

            ทางมนุษย์พิเศษฝ่ายหญิงเริ่มซุบซิบนินทาพวกเธอไม่ใช่แค่เข้าข้างเทียนเสินเซิงอู้เท่านั้น หากยังชื่นชมเทพปีกเงินด้วยซ้ำ

            แคร้ง!

            เสียงเหมือนโลหะปะทะกันดังขึ้น ที่ตรงนั้นสว่างไสวไปด้วยแสงสีเงินบาดตาเจิดจ้าไปทั่วบริเวณจนผู้คนต่างก็ไม่อาจฝืนมองได้ ดวงตาเจ็บปวดเหลือประมาณ

            พวกเขารู้ดีว่า นี่คือพลังของปีกสีเงินที่เต็มไปด้วยความลี้ลับมหัศจรรย์บัดนี้เมื่อระเบิดออกมา สิ่งใดก็ไม่อาจเทียบเทียม

            มันร้ายกาจขนาดสามารถทำลายอานุภาพของอาวุธปืนได้!

            “ให้ยังไงหนิวเสินหวังก็สู้เทพปีกเงินไม่ได้ ห่างกันเกินไป” บางคนพึมพำ

            “ก็น่าเห็นใจอยู่นะ เจอใครไม่เจอ ดันมาชนเข้ากับสุดยอดมนุษย์พิเศษผลมันออกมาเห็นๆ” บางคนส่ายหัว

            สำหรับผู้ชมแล้ว คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ต่อให้หนิวเสินหวังแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจต่อกรกับเทพปีกเงินได้ มันคนละระดับชั้นกัน

            แสงสีเงินร้อนแรงค่อยๆ รวมตัวเผยให้เห็นกรอบโครงของเงาร่างสีเงินที่อยู่กลางเวหา ไม่ต้องสงสัยเลยเขาคือเทพปีกเงิน

            “สุดยอดไปเลย เทพปีกเงินไร้เทียมทาน!”

            สาวน้อยคนหนึ่งกรีดร้อง

            เห็นได้ว่าเธออายุยังน้อย ในดวงตามีแต่เงาร่างสีเงินใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ส่วนใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิดกลับไม่ใช่ประเด็น

            รอบๆ ตัวเธอยังมีเด็กสาวอีกหลายคนช่วยกันอวย

            “หนิวเสินหวังบ้าบอ ถึงจะเก่ง หลบกระสุนได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วไงล่ะ? สุดท้ายก็โดนเก็บอยู่ดี!”

            “เท่เป็นบ้าเลย โหดได้ใจจริงๆแค่พุ่งตัวลงมาทีเดียวก็จัดการตัวร้ายได้แล้ว ใครมันจะกล้าเสนอหน้ามาสู้?!”

            พวกมนุษย์พิเศษสาวน้อยทั้งหลายต่างตื่นเต้น กรี๊ดกร๊าดกันรัวๆ

            ห่างออกไป โจวอี่เทียนทอดถอนใจตอนแรกเขาคาดหวังในตัวหนิวเสินหวังเป็นอย่างมากใครมันจะไปคิดว่าเปิดมาปุ๊บก็ฉะเข้ากับเทพปีกเงินปั๊บ ซวยจริงๆ

            มนุษย์พิเศษคนอื่นๆ ที่แบกกล้องถ่ายทำต่างก็ถอนใจไปตามๆ กันนึกเสียดายหนิวเสินหวัง แต่ว่าพวกเขาก็ยังคงปักหลักถ่ายทำกันอย่างเหนียวแน่น

            ในที่สุด แสงสีเงินบาดตาก็ลดความเริงแรงลงมองเห็นเทพปีกเงินปรากฏอยู่กลางอากาศได้อย่างชัดเจน มิใช่เพียงโครงร่างเช่นตอนแรกการต่อสู้ครั้งนี้ผู้คนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

            บนพื้นดิน เงียบเสียงลงทันควัน

            นาทีนี้ทุกคนต่างนิ่งงัน

            “เกิดอะไรขึ้น?!” มีคนตะโกนทำลายความเงียบงัน

            สาวๆ ที่กรีดร้องกันเมื่อครู่ ตอนนี้แข็งเป็นหินกันไปหมดแล้วต่างก็ไม่เชื่อสายตาตัวเอง

            “เป็นไปไม่ได้?” มนุษย์พิเศษหญิงคนหนึ่งสั่นสะท้านจ้องมองไปข้างหน้าอย่างตกตะลึง

            “ผู้กำกับ ได้เรื่องแล้ว! ให้ว ห้ามพลาดเด็ดขาดถ่ายเก็บภาพทุกมุมไปเรื่อยๆ” มนุษย์พิเศษคนที่แบกกล้องถ่ายทำ ร้องเตือนโจวอี่เทียน

            บัดนี้มนุษย์พิเศษที่อยู่บนเขางูขาวทุกผู้ทุกนามต่างจ้องไปยังพื้นตรงนั้นเป็นตาเดียวกัน

            กลางอากาศ บนร่างเทพปีกเงินปรากฏรอยเลือด แม้เพียงเล็กน้อยแต่เห็นกันตำตาเขาได้รับบาดเจ็บ!

            บนปีกคู่นั้น แต่ละข้างมีบาดแผล เลือดไหลหยดลงมาจากแผลนั้นปกคลุมร่างกายของเขา

            ชุดสีเงินยวงเปื้อนเลือด ใบหน้าเขาไร้ความรู้สึกมองลงมายังคนผู้นั้นอย่างเย็นชา

            หนิวเสินหวังยืนอยู่บนพื้นดินไร้ซึ่งบาดแผลในมือถือกระบี่สั้นสีดำชี้ไปยังคู่ต่อสู้ เขายังคงไร้ซึ่งความเกรงกลัวท่าทางมั่นคงเรียบเรื่อย

            บนกระบี่สั้นสีดำปรากฏคราบเลือดสาดประกายแวววาม!

            โจวอี่เทียนทั้งสั่นสะท้านทั้งตื่นเต้น ร้องว่า “เหนือความคาดหมายจริงๆให้ดิ้นตาย ต่อโว้ย ห้ามพลาดแม้แต่ช็อตเดียว!”

            ใบหน้าเทพปีกเงินไร้ความรู้สึก สองตาเย็นเยียบเขารู้ว่าตัวเองประมาทไปจริงๆ มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรกไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรถึงกับได้รับบาดเจ็บ

            เขาไม่ได้ใช้หมัด อีกทั้งไม่ได้ใช้เทคนิคอะไร เพียงแค่อาศัยปีกสีเงินอันไร้เทียมทานกดดันคู่ต่อสู้แล้วค่อยสังหารอีกฝ่ายในพริบตา

            พูดได้ว่าเป็นเพราะเขาต้นทุนดี มีหลักประกันตั้งแต่แรกปีกสีเงินของเขาทรงอานุภาพเกรียงไกร ตัดผ่าได้แม้กระทั่งเพชร ดังนั้นเขาจึงวางใจ

           ต่อให้อย่างไรเขาก็ไม่นึกไม่ฝันว่าปีกสีเงินที่สามารถต้านทานระเบิดได้จะถูกกระบี่สั้นเฉือนเป็นแผลหลั่งเลือดในกระบี่เดียว

            จะว่าไป เขาผิดต่อตัวเองอย่างยิ่ง ที่ดูแคลนผู้คนใต้หล้านี้

            “ฆ่า!”

            เทพปีกเงินคำราม ทำท่าจะพุ่งลงมาอีกครั้ง

           ที่ได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอหากเป็นเพราะดูเบาคู่ต่อสู้เกินไป เมื่อได้รับบทเรียนแล้วภายหลังเขาจะไม่ทะนงตนและประมาทเช่นนี้อีก

            “เร็วเข้า ขวางเขาสิ เทพวัชระจะฉกลูกไม้ไปแล้ว!”

            ทันใดก็มีคนร้องเสียงหลงอย่างร้อนรน

            เทพวัชระปรากฏกาย ทุกครั้งที่กระโดดล้วนทิ้งระยะห่างสิบกว่าเมตรรวดเร็วอย่างยิ่ง พุ่งเข้าหาต้นสนต้นเล็กๆ เขียวขจีต้นนั้น

            ต้นไม้ที่สูงเพียงหนึ่งเมตรยี่สิบเซนติเมตร มีลูกสนสีม่วงทองหนึ่งลูกใกล้สุกงอมเต็มที่ รอยสีเขียวค่อยๆ เลือนหาย ลูกไม้เรืองรอง หมอกสีม่วงแผ่กระจายกลิ่นหอมตลบอบอวล

            “ฟึ่บ!”

            เทพปีกเงินชะงัก พลันพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าเงินเขาต้องหยุดเทพวัชระแห่งโพธิจีนส์ให้ได้

            ตึง!

            ทั้งสองประมือกันอีกครั้ง แผ่นดินตรงนั้นสะท้านสะเทือนอย่างกับเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเทพปีกเงินพลิกตัวขึ้นไปกลางอากาศ ส่วนเทพวัชระถูกผลักกระเด็นออกไป

            “ไปแย่งสิ!”

            มนุษย์พิเศษบางคนตะโกน แล้วพุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

            แน่นอนว่าคนไม่น้อยต่างถอยหนีลูกไม้นั่นถึงแม้จะทำให้ผู้คนหวั่นไหวคิดครอบครอง หากต่างก็รู้กันดีว่าพวกเขาไร้วาสนาผลจากการพุ่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต มีแต่ตายกับตาย

            คนบางคนที่เร่งรุดมาที่นี่ แค่ให้ได้เห็นกับตาตัวเองก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว

            หนิวเสินหวังที่อยู่ตรงนั้น ดึงดูดสายตาผู้คนเป็นสิ่งที่ให้ตายผู้คนต่างก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้!

            พ้นจากวันนี้ไป เขาไม่อยากดังก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้วบุคคลแรกที่สร้างบาดแผลให้แก่เทพปีกเงิน ในชั่วเวลาสั้นๆ เท่านั้นข่าวก็ลือลั่นไปทั่วเขางูขาว

            “มู่ มาตัดสินกันได้แล้ว!”ฉู่เฟิงพุ่งความสนใจไปที่ต้นสนนั่น เวลาเดียวกันกับที่แบ่งสมาธิไปที่ทิศทางการเคลื่อนไหวของมู่

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน