กลุ่มของพวกเขาทั้งเจ็ดคนในสมัยนั้นตั้งชื่อว่ากลุ่มเอเปค(Apex)นับว่าเป็นกลุ่มที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งในเมือง ทำให้ตอนที่ไปพบกับทีมผู้จ้างก่อนออกเดินทางในตอนเช้าของวันถัดมาก็สามารถพูดคุยกับทหารรับจ้างคนอื่นๆ อีกสิบกว่าคนจนทำความรู้จักกันได้ระดับหนึ่งและได้เจอกับนายฟาร์นาร์ท ที่เป็นโซโลเพลเยอร์ในชุดเกราะหนาหนักด้วย
ขบวนขนส่งสินค้าของหมูหย็องไม่ใหญ่มากนักมีรถบรรทุกเวทที่ว่าจ้างมาจาก NPC ประมาณสี่คัน สามคันบรรทุกของอีกคันบรรทุกคน หากนับด้วยมาตรฐานของพ่อค้าในเกม ปริมาณขนาดนี้ก็นับเป็นเศรษฐินีคนหนึ่ง
การเดินทางช่วงแรกนับว่าราบรื่นทว่าพอมาถึงครึ่งทาง รถบรรทุกกลับติดหล่มโคลนจนขยับไม่ได้
เส้นทางนี้มีคนสัญจรไปมาบ่อยครั้งถนนหนทางแม้ผ่านป่า แต่ก็นับว่าค่อนข้างดีอนันต์ที่เห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้วมองอย่างระแวง กระซิบบอกให้ทีมเขาระวังตัว
ว่ากันว่ายามดึกอย่านึกถึงผียามอยู่ในดงพงพีอย่านึกถึงโจร อนันต์พูดยังไม่ทันขาดคำการโจมตีพลันปะทุขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ
เหล่าทหารรับจ้างจึงรีบเข้าป้องกันและต่อสู้ทันที
กลุ่มโจรพวกนี้มีอยู่ทั่วไปในเกมคอยดักปล้นพวกผู้เล่นและ NPCเพื่อหาเงินทอง พวกเขาเคยฆ่ามานักต่อนักแล้วจึงรับมือได้อย่างง่ายดาย
และการต่อสู้ครั้งนี้ก็เผยให้ฟาร์นาร์ทและพวกเขาได้เห็นฝีมือของกันและกันเป็นครั้งแรก
ทำให้การเดินทางหลังจากนั้นจนถึงเมืองโรมคัลพวกเขาก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการต่อสู้ฆ่าฟันพวกโจรที่ดักปล้นขบวนสินค้าตามรายทาง
พอถึงโรมคัลพวกเขาก็แยกทางกับนายจ้าง เปลี่ยนไปท่องเที่ยวต่อ
ในเกมมีพื้นที่สวยงามหลากหลาย ฝั่งตะวันตกนี้พวกเขาก็ไม่เคยมา จึงกะว่าหลายวันต่อจากนี้จะเที่ยวเล่นให้หนำใจ แต่ละคนจึงแยกกันไปตามถนัด
ส่วนฮาลอสก็เอาไอเทมบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ออกมาวางขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินเจ้าตัวจึงเดินไปที่ตลาดแล้วหาที่ว่างๆ เปิดแผงขายของ
ทว่าเพราะเป็นเมืองใหม่เขาที่เป็นพ่อค้าหน้าใหม่จึงไม่รู้ว่ามีขาใหญ่คุมที่นี่อยู่ ทำให้หลังจากวางแผงได้สองชั่วโมงก็มีผู้เล่นคนหนึ่งเดินมาเก็บค่าคุ้มครอง
เก็บค่าคุ้มครอง?กับทหารรับจ้างตัวท๊อปอย่างพวกเขาเนี่ยนะ?
ฮาลอสที่ได้ยินขำจนแทบกลิ้งจึงปฏิเสธไม่ยอมจ่าย แม้เจ้าตัวจะเล่นสายฟื้นพลัง แต่ฝีมือระดับเขาใครกล้าหาเรื่องไม่มีทางได้ตายดี
และไม่นานเรื่องก็มาหาเขาจริงๆ
ผู้เล่นสามคนที่ดูโหงวเฮ้งก็รู้ว่าเป็นโจรบุกมาก่อเรื่องถึงหน้าร้านแต่คำว่าส่งเงินมาให้หมดยังออกปากไม่ครบประโยค หัวกับตัวก็แยกออกจากกันแล้ว
ปล้นกันกลางวันแสกๆซ้ำยังเป็นตลาดกลางเมือง แถมเลือกร้านได้เป๊ะขนาดนี้ท่ามกลางพ่อค้านับร้อยคนใช้หัวแม่เท้าคิดดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ฮาลอสมีหรือจะกลัว จึงโทรเรียกกิระมานั่งเป็นเพื่อนแล้วนั่งทู่ซี้ขายอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
และไม่นานกลุ่มโจรที่สองสามสี่ก็โผล่มา
แม้พวกมันจะมาเยอะขึ้นเรื่อยๆทว่าก็ยังไม่พอมือพวกเขา ตายเรียบไม่เหลือ แต่ฮาลอสก็ยังดื้อดึงจะนั่งขายต่อ แม้ว่าจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักคนก็ตาม
และไม่นานหลังจากนั้นจู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งพร้อมกับพรรคพวกยี่สิบกว่าคนเข้ามาไล่ฮาลอสออกจากตลาดโดยอ้างว่าเขาสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้ค้าคนอื่น
อยู่เฉยๆก็มาไล่ ซ้ำแล้วเขายังไม่ใช่ต้นตอของปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำเจ้าตัวจึงขี้คร้านจะใส่ใจกับพวกไร้เหตุผล จึงหันหน้าหนีไปอีกฝั่งแล้วแหกปากเรียกลูกค้าอย่างเอาเป็นเอาตายทำราวกับว่าชายคนนั้นเป็นมนุษย์ล่องหน
ชายคนนั้นชื่อครันช์เป็นพ่อค้าใหญ่โตของที่นี่ เจ้าตัวโดนดูถูกถึงระดับนี้มีหรือจะรับได้จึงถลาเข้ามาลงมือทันที เพราะถือดีว่าตัวเองมีอำนาจเงินทอง สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจซ้ำยังมีพวกห้อยหลังอีกยี่สิบกว่าคน เกิดอะไรขึ้นย่อมรับมือได้สบาย
อนิจจาเล่นเกมเป็นพ่อค้า วันๆ นอกจากค้าก็มีแต่ขาย เลเวลเขายังไม่แตะห้าสิบด้วยซ้ำทักษะเวทมนตร์ยิ่งแล้วใหญ่ ธาตุเวทที่เจ้าตัวฝึก ยังร่ายได้ไม่ถึงสี่ธาตุด้วยซ้ำ ที่ยังยืนหัวโด่อยู่นี่ก็เป็นเพราะใช้เงินจ้างลูกน้องมาคุ้มกันล้วนๆทำให้พอหมอนี่ถลาเข้ามา ฮาลอสที่มือเท้าไวพลันสะบัดข้อมือวูบหมอนั่นก็ลอยหวือไปอีกทาง ปะทะเข้ากับอาคารหลังข้างๆจนกระอักเลือดชั่วออกมาเป็นฟองฝอย
‘อ่าวกรรม กระจอกฉิบหาย’ นั่นคือคำพูดที่กิระได้ยินจากปากฮาลอสในตอนนั้น
พวกเขาฆ่าโจรที่ดักปล้นมาตลอดทางอีกไม่กี่เลเวลก็แตะร้อยแล้ว ครันช์ที่เลเวลต่ำกว่าจึงไม่อาจทนทานรับการโจมตีนี้ได้ทั่วร่างมันจึงกะพริบสีแดงวูบวาบ เป็นสัญญาณว่าใกล้ตายเต็มที
ส่วนลูกน้องของมันที่เห็นนายจ้างถูกหยามเกียรติก็เลือดขึ้นหน้ากระโจนเข้ามาคิดบัญชีด้วยความรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ค่าจ้างสูญเปล่านับว่ามีความรับผิดชอบมาก
ลำพังแค่พวกพ่อค้าหน้าใหม่สองคนมีหรือจะพอมือพวกมัน
ทว่าเหล่าลูกน้องของครันช์คิดผิดไปไม่น้อย
เพราะตอนที่ครันช์โผล่หัวมากิระก็แอบส่งข้อความไปบอกพวกพาราฟินล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
นอกจากพาราฟินก็มีเขานี่แหละ ที่เป็นตัวก่อเรื่องประจำกลุ่ม สัมผัสต่อเรื่องปวดหัวจึงไวเป็นพิเศษทำให้พอลูกน้องของครันช์ถลาเข้ามา พวกพาราฟินกับอนันต์ที่แอบอยู่ตรงมุมตลาดก็โดดเข้ามาแจมทันที
กิระและกองสัตว์อสูรเจาะหน้าพาราฟินอนันต์เจาะท้าย ทรินิตี้ตามหลัง ฟาร์นาร์ทรุกไล่จากด้านข้าง ส่วนคนอื่นๆก็วาดลวดลายตามอย่างไม่รอช้า
พวกครันช์ที่เห็นสิบมือสิบตีนโผล่เข้ามายังไม่ทันกระจ่างแนวป้องกันก็ถูกพุ่งทะลุ เอเปคเพียงลงมือสามกระบวนท่า ก็สาหัสล้มตายไปแล้วสี่คน
จากนั้นฉากตรงหน้าพลันคุกรุ่นดั่งทะเลเลือดสองฝ่ายที่มีกำลังต่างกันสามสี่เท่าต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง ภาพตอนนั้นสามารถใช้คำบรรยายว่าสุนัขบินไก่เต้นกันเลยทีเดียว
ทว่าพวกเอเปคทั้งหมดต่างก็สมกับเป็นผู้เก่งกล้าที่ภายหลังก่อตั้งหนึ่งในสี่กิลด์ยักษ์ใหญ่ขึ้นมา
แม้ในช่วงเบต้าเทสต์จะมีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนมากมายในเหล่าเทสเตอร์ ทว่าก็ยังมีสูงมีต่ำเหมือนกับเด็กห้องคิงประจำโรงเรียน แม้ว่าในห้องจะคัดเด็กหัวดีมาแล้วในนั้นก็ย่อมมีตัวเทพๆ ที่เก่งกว่าคนอื่นอยู่บ้าง
ซ้ำแล้วการต่อสู้วันก่อนยังฆ่าพวกโจรไปมากมาย เลเวลพุ่งมาอีกช่วงใหญ่ ตอนนี้แต่ละคนเหยียบเกินเขตแดนแห่งเลเวลเก้าสิบแล้วค่าสถานะสูงปรี๊ด พลังโจมตีจึงยิ่งน่ากลัวกว่าเดิม
ทั้งหมดต่อสู้ร่วมเป็นตายกันมานานจิตสำนึกการประสานงานเริ่มเข้าสู่เขตแดนแห่งโทรจิตแล้ว อนันต์ที่เป็นแกนหลักของทีมเอ่ยเพียงซ้ายหรือขวาพาราฟินและกิระก็หมุนตามได้อย่างฉับพลัน
การบุกโจมตีนี้เริ่มขึ้นเพียงสิบนาทีสถานที่เกิดเหตุก็แดงฉานดั่งป่าฤดูใบไม้ร่วง ฝั่งตรงข้ามเลือดไหลเป็นสายน้ำชโลมจนทั้งซอยเป็นแดนมิคสัญญี
ทว่าอีกสิ่งที่เกินความคาดหมายของทั้งสองฝ่ายไปแล้วก็คือสงครามย่อยๆ ครั้งนี้ลุกลามไปจนทั่วตลาดแล้ว
สำหรับเกมเมอร์บางคนเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความมันสะใจต่างหากที่พวกเขาโหยหา
คนพวกนี้ไม่สนใจหรอกว่าเรื่องนี้ใครถูกใครผิดแต่ละคนพอเห็นว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น จู่ๆ ก็เลือกฝ่ายที่ตัวเองถูกใจแล้วเข้าร่วมทันที
บางคนชอบมวยรองก็แวบ โผล่มาอยู่ข้างๆ พาราฟิน ช่วยร่ายเวทเสริมพลัง ช่วยโจมตีให้หน้าตาเฉย
ส่วนอีกฝ่ายคิดประจบครันช์ที่เป็นพ่อค้าใหญ่ของเมืองก็เข้าไปอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวแล้วเสริมการโจมตีอย่างใกล้ชิด สักพักก็หันมาสาดเวทฟื้นฟูให้เพื่อเอาหน้า
ไม่ก็พวกคิดฉกฉวยผลประโยชน์พอเกิดความวุ่นวาย ก็หันไปปาดคอคนข้างๆ ชิงทรัพย์เสียเฉยๆ ก่อนจะหายตัวหนีไป
ส่วนทั้งแปดก็บุกตะลุยกันราวเป็นพยัคฆ์ในฝูงแกะยิ่งสู้ยิ่งมัน การรบจึงยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้นไปอีก
ความเร็วในการต่อสู้ของคนทั้งหมดนับว่าน่าสะพรึงมันทำเอาฟาร์นาร์ทที่เพิ่งคุ้นเคยกับคนพวกนี้ถึงกับไปต่อไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะสอดมือเข้าไปช่วยยังไงได้แต่ถลาออกไปเสริมอีกมุมของขบวนเพื่อไม่ให้ตัวเองมือว่าง
ขนาดฟาร์นาร์ทที่เป็นหนึ่งในทหารรับจ้างระดับสูงยังตระหนกพวกครันช์ยิ่งแล้วใหญ่ ฝีมือระดับนี้พวกเขาไม่แม้แต่จะเคยจินตนาการถึงด้วยซ้ำทั้งหมดจึงรับมืออย่างวุ่นวาย มือไม้ปั่นป่วน มีแต่เสียงตะโกนว่าเติมเลือดๆ ประสานกับเสียงโหยหวนของความเจ็บปวดดังระงมไปทั้งตลาด
ม่านเวทมืดกางขึ้นกั้นศรเวทนับสิบๆ ดอก พุ่งออกมาจากทุกทิศทาง
ส่วนอีกคนก็แยกร่างจากหนึ่งเป็นสี่มายาเวทเปลี่ยนภูมิเร่งเร้า พาราฟินเปลี่ยนจากไกลเป็นใกล้ จ้วงกริชคู่ใส่คู่ฝ่ายตรงข้ามทันที
สัตว์อสูรทั้งสี่ของกิระโดดซ้ายเด้งขวาตัวที่บินก็บิน ตัวที่เลื้อยก็เลื้อย ทั้งหมดเข้าขากันประหนึ่งเป็นปาร์ตี้ย่อยอีกกลุ่มแถมเมื่อทั้งหมดได้รับการบัฟเสริมจากไซออนก็ทำให้พลังการต่อสู้ปะทุขึ้นราวภูเขาไฟระเบิด
คนอื่นๆแม้ช้ากว่า แต่ก็เพียงเล็กน้อย มะปรางเองก็ใช่ย่อย สองมือเหนี่ยวไกปืนคู่ยิงกราด ชุดเกราะเสริมแรงสะสมพลังเต็มเหนี่ยวจากนั้นก็ระเบิดออกเป็นสายฟ้านับสิบๆ เส้น ช็อตจนคู่ต่อสู้ล้มลงไปที่พื้นทันที
ส่วนทรินิตี้กับฮาลอสเองก็แข็งแกร่งมรณเวทและสุคติเวทของพวกเขาต่างก็เป็นกำลังเสริมที่สำคัญไม่น้อยกว่าสายอื่นๆการต่อสู้ครั้งนี้พวกอนันต์จึงแทบไม่ต้องกังวลถึงเลือดของตัวเองเลย
การต่อสู้ยิ่งมายิ่งขยายใหญ่จากตอนแรกที่มีผู้เล่นเข้าร่วมแค่ในตลาด ตอนนี้เริ่มลุกลามไปหนึ่งปีกของเมืองแล้ว
ผู้เล่นที่อยู่ใกล้นั้นยังดีหน่อยที่รู้ว่าสงครามโลกครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรทว่าไอ้คนที่อยู่ห่างออกมาสองสามช่วงตึกนั้นน่าสงสารมาก จู่ๆก็มีมีดบินที่ไม่รู้ลอยมาจากไหน ปักฉึกเข้ากลางหลัง ทำเอาเลือดลดฮวบๆ เกิดเรื่องอย่างนี้มีหรือเขาจะไม่หัวร้อน ควงคทาจ้วงหอกเข้าร่วมงานทันที
เพราะเหตุนี้การต่อสู้จึงยิ่งลุกลามไปเรื่อยๆ
ว่ากันว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราแต่สำหรับฮาลอส ถ้าเขาไม่เลิก ใครก็ออกจากงานไม่ได้
ทั้งเจ็ดรวมฟาร์นาร์ทที่เพิ่งสนิทกันใช้การต่อสู้หล่อเลี้ยงการต่อสู้จับครันช์ไว้เป็นตัวประกัน จากนั้นก็เวียนเทียนกระทืบกันคนละตีนสองตีน แม้พวกทหารรับจ้างของฝั่งนั้นที่เพิ่งฟื้นกลับมาพยายามถลาเข้ามาช่วยนายจ้าง ทว่าพวกนั้นเพิ่งเลเวลลด ค่าสถานะหดหายในขณะที่พวกพาราฟินเลเวลขึ้นเป็นจรวด จึงยิ่งสู้ยิ่งง่ายดายเลเวลก็พุ่งขึ้นไปอีกหลายระดับ
การต่อสู้ครั้งนั้นดำเนินไปถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงค่อยสงบลง ทั้งทั่วเมืองเกิดความเสียหายอย่างหนักเศรษฐกิจหยุดชะงัก ผู้เล่นสามในสี่ตายอย่างน้อยคนละสองรอบ เลือดนองเป็นทะเลสีชาด ครันช์เองก็ตายไปหลายครั้งเลเวลลดจากสี่สิบเก้าเหลือยี่สิบสี่ หลังจากนี้คงไม่อาจก่อเรื่องวุ่นวายได้อีก
ทำให้หลังจากนั้นหลายวันเมืองโรมคัลก็เงียบสงบขึ้นมากเลยทีเดียว
ทว่าเหตุการณ์เหล่านี้หากจบลงง่ายดายเกรงว่ากิลด์อนันตนาคราชคงไม่เกิดขึ้น พระเจ้าจึงเหยาะน้ำปลาลงมาอีกนิดน้ำส้มลงมาอีกหน่อย ด้วยการจัดให้ครันช์มีพี่ชายเป็นพ่อค้าใหญ่อยู่ต่างเมืองถึงสองคนซ้ำแล้วยังมีกิลด์ขนาดใหญ่กว่าพันคนเป็นของตัวเองอีกต่างหาก
น้องชายสุดที่รักถูกรุมกระทืบจนเลเวลร่วงพี่ชายมีหรือจะยอม ทำให้ไม่กี่วันถัดมา ก็มีกองกำลังชุดใหญ่สามร้อยคนจากต่างเมืองมาตามล่าพวกเอเปคพร้อมกัน
พวกเขาวางแผนมาอย่างดีจึงรู้ว่าหากทำสงครามในเมืองจะเสียเปรียบด้านภูมิประเทศรวมถึงอาจเกิดสงครามปั่นป่วนแบบหนก่อน จึงปิดล้อมเพียงทางเข้าออกทุกด้านของเมืองเอาไว้หากใครจะผ่าน ต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด
ถูกขังอยู่ในเมืองออกไปไหนไม่ได้ ก็แปลว่าไม่สามารถอัปเลเวลจากการฆ่าสัตว์อสูรได้ หากคิดจะเก็บค่าประสบการณ์ก็มีแต่ต้องทำงานง่อยๆ กับ NPC เท่านั้น ไม่ก็ต้องออฟไลน์ยาวๆไปเป็นเดือน จนกว่าเรื่องจะซาลง นี่คือแผนการกดดันที่พี่ชายของครันช์คิดขึ้น
แผนการนี้ฟังดูเผินๆก็น่าจะได้ผลดี แต่มีคำกล่าวหนึ่งบอกว่า อย่าริอ่านต้อนหมาให้จนตรอก พวกเขาไม่รู้เลยว่าเพราะแรงกดดันพวกนี้ถึงได้สร้างสัตว์ประหลาดตัวใหม่ขึ้นมาแปดตัว
จบสงครามไปวันก่อนพวกอนันต์เลเวลแตะหนึ่งร้อยเศษแล้ว นับว่านำโด่งอยู่หัวแถวของเกม เดิมทีพวกเขากะว่าหลังจากนี้จะเริ่มออกล่าสัตว์อสูรที่เลเวลสูงๆเพื่อดรอปคัมภีร์ทักษะระดับกลางมาใช้กัน ทว่าพอเมืองถูกปิด พวกเขาก็ออกไม่ได้ ไอเดียนี้จึงเป็นหมันตั้งแต่ยังไม่ได้คลอด
เลเวลสูงค่าสถานะก็ยิ่งสูง พลังเวทมนตร์ที่มีเยอะจนไม่รู้จะใช้ยังไงหมดทักษะใหม่ก็ฝึกไม่ได้ แต่ทั้งหมดสับสนอยู่ไม่นานก็มีคนเสนอไอเดียขึ้นมาว่างั้นลองฝึกข้ามสายพลังดูสักหน่อยแล้วกัน
ในวิหารเวทมนตร์ของแต่ละเมืองทั่วเกมต่างแจกทักษะขั้นต้นให้เมืองละนิดอยู่แล้วพวกเขาเองเพิ่งมาถึงโรมคัลได้ไม่กี่วัน จึงรีบไปรับมาทันที แถมยังมีตลาดขายคัมภีร์ทักษะระดับต่ำอยู่บ้างข้างพวกนี้แม้จะหาไม่ง่าย ทว่าเงินพวกเขาก็พอมี สุดท้ายก็หามาได้
และนั่นคือจุดเปลี่ยนของเรื่องราวทั้งหมด
แต่ละวันพวกเขาจะฝึกใช้ทักษะข้ามสายต่อสู้กันอย่างบ้าพลังทั้งเช่าสนามประลองของระบบเพื่อเอากันถึงตาย หรือสู้กันอยู่ข้างถนนเพื่อประหยัดเงินวันดีคืนดีคิดอยากลองของก็โน่น ออกไปแย็บๆ แถวประตูเมืองฆ่าสักสิบคนยี่สิบคนแล้วค่อยวิ่งหน้าตั้งกลับเข้ามา แล้วเอามาขิงกันว่าวันนี้เก็บได้กี่แต้ม
ความปั่นป่วนนี้ทำเอาพวกสมาชิกกิลด์ที่พี่ชายครันช์สั่งการมาหัวร้อนจนเป็นบ้าร่ำๆ จะก่อสงครามในเมืองอยู่รอมร่อ แต่เพราะถูกกำชับนักหนาไว้ จึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ทว่าสงครามยืดเยื้อนี้ดำเนินไปได้เพียงยี่สิบวันในที่สุดพวกเอเปคก็คิดเปรี้ยวอยากออกจากเมือง
พวกเขาซ้อมมือกันอย่างหนักมาแล้วจึงคิดว่าขอเพียงลงมือสายฟ้าแลบ กำลังที่กระจายอยู่หลายจุดไม่มีทางรับไหว
ทว่านั่นเป็นความคิดที่ผิด
กองกำลังพวกนั้นแม้เลเวลอ่อนด้อย ทว่าจำนวนมีมาก ซ้ำยังมีเงินหนาคอยซัพพอร์ตไอเทมแต่ละคนจึงแทบไม่ต่างจากพวกเขา แถมฝีมือก็ค่อนข้างดี ทบไปทบมาแม้พวกเขาจะเก่งกว่า แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ สุดท้ายออกมาแปดทว่ากลับตายกลับเมืองไปถึงห้า มีแค่พาราฟิน อนันต์กับไซออนเท่านั้นที่รอดมาได้แบบเจ็บสาหัส
แต่ว่านั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาท้อถอยทั้งหมดกลับมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิมเพราะรู้ดีว่าการที่เลเวลของพวกเขาแช่อยู่อย่างนี้ไม่เป็นผลดีซ้ำแล้วเงินในมือก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ถ้าหากพวกเขาอยู่ต่ออีกหนึ่งเดือนดีไม่ดีคงต้องออฟไลน์เพื่อประหยัดเงินในเกม
ทำให้หลังจากนั้นพวกเขาต่างก็เล่นบทสงครามกองโจร เช้าๆ เบื่อๆ ก็ออกไปแซะๆ ที่ประตูเหนือจากนั้นพอบ่ายคล้อยก็ไปแหย่ๆ ที่ประตูใต้
วันไหนอารมณ์ดีหน่อยก็แยกไปสามฝั่งตีๆ ถอยๆ แล้วค่อยเข้าเมือง
ทำอย่างนี้อยู่ห้าวันจนฝ่ายปิดเมืองประสาทแทบกินทว่าความจริงแล้ว นี่เป็นแผนระยะยาวเพื่อบั่นทอนกำลังคนพวกนั้น
สงครามกองโจรมีพวกเขาเป็นคนควบคุมจังหวะ จะรุกจะถอยเมื่อไหร่ก็ได้ หรือจะออฟไลน์หนีก็จัดเวรกันได้ทั้งนั้น ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจทำแบบนั้นได้เพราะถ้าเกิดพวกเอเปคหลุดออกไป ไอ้ที่ทำมาสี่ห้าอาทิตย์ก็เสียแรงเปล่าจึงได้แต่อดทนผลัดกันเฝ้าระวังอย่างหงุดหงิดและเหน็ดเหนื่อย
และในที่สุดแผนการก็สัมฤทธิผล
พวกเขาหนีออกมาได้ในไม่กี่วัน
การยื้อกันไปกันมาแบบนี้หากใช้หัวคิดสักหน่อยก็ย่อมรู้ว่าไร้ค่า ทว่าไม่รู้ว่าพี่น้องครันช์ร่ำรวยมาจากไหนเพราะหลังจากที่พวกเขาหนีมาได้ สมาชิกกิลด์พวกนั้นก็ยังไม่รามือไล่ตามโจมตีพวกเขาแทบทั้งวันทั้งคืน
เอเปคทั้งแปดแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนถูกไล่ไปซ้าย ถูกต้อนไปขวา โดนผลักขึ้นเหนือ กดดันลงใต้ ต้องหนีฝ่าทะเลทราย มุดถ้ำหมกโคลน สารพัดจะเอาตัวรอด เหตุการณ์ในช่วงนั้น เรียกได้ว่าจากตะวันตกถึงตะวันออกของทวีปตั้งแต่โรมคัลจนถึงไตรเหมันต์ พวกเขาไปมาทุกแห่งแล้ว
ว่ากันว่าความลำบากที่เกินทนจะหลอมคนให้ทนทาน
ระหว่างการไล่ล่าพวกเขาย่อมสู้เพื่อเอาคืน ทำให้ระหว่างนั้นทักษะทั้งสายหลักรองของทุกคนพัฒนาไปแบบก้าวกระโดดแต่ละคนสามารถหนึ่งแบกสาม หนึ่งแบกสี่ได้โดยไม่เหลือบ่ากว่าแรง และไม่นานฝ่ายที่ถูกล่า…
…ก็เปลี่ยนเป็นผู้ล่า
จากเดิมพวกเขาทั้งแปด อย่างมากก็สู้กับฝ่ายตรงข้ามได้มากสุดที่สองสามเท่าทว่าตอนนี้ถึงกับแบกได้เกือบทีละสามสี่สิบคน แถมยิ่งฆ่ายิ่งฮึกเหิมฝ่ายตรงข้ามยิ่งตายก็ยิ่งอ่อนแอ ทั้งเลเวลร่วง ของดรอป ซ้ำยังต้องรอเวลาเกิดอีกหลายชั่วโมง
ทหารจากกิลด์พวกนั้นเดิมทีก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานนี้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วที่พวกเขายังทำอยู่ก็เพราะเงินล้วนๆ ในเมื่อพลังใจต่างกันซ้ำยังมีเรื่องฝีมือเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อีกเพียงอาทิตย์เศษการไล่ล่าก็จบลงด้วยการล่าถอยของฝั่งโน้น
แม้มันจะระทึกใจไม่หยอกทว่าความตื่นเต้นที่ได้รับขนาดที่หัวใจแทบกระดอนออกมาจากหน้าอกแบบนี้แม้แต่พาราฟินก็ยังขยาด มันถึงกับเก็บเรื่องนี้ไปฝันร้ายติดกันหลายคืน
เหตุการณ์นั้นทำให้พวกเขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของการมีพวกมากว่ามีดีอย่างไรทั้งหมดจึงเริ่มมีความคิดที่จะสร้างกิลด์ของพวกเขาขึ้นบ้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีกครั้ง
และนั่นก็คือจุดเริ่มต้น ของกิลด์อนันตนาคราช
ฮาลอสเป็นคนก่อเรื่องต่างหาก นักอ่านทุกท่าน (>_<) เอ๊ะ หรือว่าเป็นครันช์กันแน่นะ???