ท้องฟ้ายามราตรีมืดมิด ด้วยมีเมฆบดบัง
ระหว่างทาง มีเสียงสัตว์ร้ายคำรามอยู่เนืองๆนกล่าเหยื่อดุร้ายกางปีกพุ่งทะยาน ท่ามกลางความมืดมิดเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านอย่างรวดเร็ว
ฉู่เฟิงเงยหน้า เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของสัตว์พวกนี้เขาเชื่อว่าในบรรดาพวกมัน บางตัวอาจกลายพันธุ์ไปแล้ว เพียงแต่ยังจำศีลอยู่
ในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ? ไม่มีใครตอบได้ ทว่าเขาเองได้เตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมที่จะเผชิญภยันตรายในภายภาคหน้าแล้ว
ระยะทางห้าสิบกว่ากิโลเมตร สองข้างทางคือภูเขาเรียงรายหากเป็นคนธรรมดาเดินทางเพียงคนเดียวคงกลัวจนหัวหด
ทว่าฉู่เฟิงไม่กลัว เขาก้าวเดินในป่าลึกอย่างมั่นคงและไร้กังวลด้วยความว่องไวอย่างยิ่ง
ไม่นานนักเมฆกระจายตัว แสงจากโค้งฟ้าสาดส่องลงมาขับไล่ความมืดมิดส่ำสัตว์หยุดการเคลื่อนไหว บรรยากาศกดดันผ่อนคลาย
ดาวพร่างพราวแวววาวเหมือนไข่มุกสว่างไสวฝังอยู่บนม่านฟ้าส่องประกายระยิบระยับ
“ผ่านมาตั้งนานแล้ว หวงหนิวไม่น่าจะได้กลิ่นแล้วนะ?” ฉู่เฟิงเข้าใกล้เมืองชิงหยาง เกือบจะถึงบ้านแล้ว
เขาตัดสินใจแล้ว ต้องหาอะไรปิดปากหวงหนิวสักหน่อย!
“เถ้าแก่ ขอเนื้อวัวย่างร้อยห้าสิบไม้ฮะ!”พอเข้าตัวเมือง ฉู่เฟิงก็เห็นแผงเนื้อย่าง จึงรีบสาวเท้าเข้าไป
“ไม่มี มีแต่เนื้อแกะ!”อาเฮียวัยหนุ่มมองหน้าเขาแปลกๆ แต่ก่อนแต่ไรก็ไม่เคยขายเนื้อวัว มาหาเรื่องป่าววะ?
“พูดผิดฮะ เนื้อแกะ เอาร้อยห้าสิบไม้ฮะ!”ฉู่เฟิงเฝ้ามองไปทางทิศตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นทางไปบ้านของเขา
“ไม่เอาเงิน เอาของกินมาแลก!” อาเฮียขายเนื้อย่างพูดหนักแน่น
เป็นเพราะตอนนี้ทุกแห่งหนล้วนเกิดเหตุพิสดาร ทางขาดผู้คนให้ความสำคัญกับปัจจัยสี่อย่างมาก ตอนนี้เงินตราไม่สำคัญอีกต่อไป
“ถึงเราสองคนจะไม่สนิทกันมาก แต่ก็ถือว่ารู้จักกันอยู่เฮียย่างเนื้อให้ผมก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ผมขนของกินมาให้” ฉู่เฟิงตอบ
อาเฮียขายเนื้อย่างหน้าบาน คนบ้านเดียวกัน ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกชักดาบอีกทั้งเขาเองก็พอจะรู้จักฉู่เฟิงอยู่บ้าง
“แล้วเนื้อนี่แช่แข็งไว้นานแค่ไหนแล้วล่ะ ไม่เสียเหรอ?” ฉู่เฟิงถามเบาๆ
เฮียขายเนื้อย่างตอบอ้อมแอ้ม “ไม่น่ามีปัญหานะ”
“ขอแค่ไม่มีปัญหาก็พอแล้ว!” ฉู่เฟิงตบบ่าเขาด้วยสีหน้าท่าทางเชื่อมั่น เหมือนจะบอกว่าไม่กลัวว่ากินแล้วจะท้องเสีย
ในที่สุด เนื้อย่างจากเตาก็เสร็จเรียบร้อย โรยขมิ้นโรยพริกไทยแล้วกลิ่นหอมตลบอบอวล
“อย่ากินเยอะล่ะ เกิดท้องเสียขึ้นมาจริงๆ นี่ไม่เกี่ยวกับฉันนะ!” เฮียขายเนื้อย่างยังแอบเป็นห่วงอยู่หน่อยๆ
“วางใจฮะ ไม่เป็นไรหรอก กระเพาะผมแข็งแรง!”ฉู่เฟิงไม่ใส่ใจ มองไปทางตู้แช่ด้านหลัง แล้วบอกว่า “เอาเบียร์ด้วยฮะ”
“ได้เลย!”
ในที่สุด ฉู่เฟิงแบกถุงใบเขื่องสองใบ ยังไม่ทันจะย่างเท้าเข้าบ้านก็เปิดเบียร์กลั้วปากไปก่อน กังวลเหลือเกินว่าหวงหนิวจะจมูกดีได้กลิ่น
“หวงหนิว นายดูนี่ ฉันเอาอะไรกลับมาฝาก” พอก้าวเข้าบ้านฉู่เฟิงก็ตะโกนลั่นๆ
หวงหนิวโผล่หัวออกมา มองเขาอย่างสงสัยมันรู้สึกว่าหมอนี่ปากหวานก้นเปรี้ยว พอเห็นห่อเนื้อในมือฉู่เฟิงมันก็ท่าหน้าหยามเหยียดทันที เชิดหัว สีหน้าสีตาบอกว่าแค่นี้เหรอ
“นายหมายความว่าไงหา?นี่ฉันอุตส่าห์หวังดีหอบของกินกลับมาให้นะ ยังจะมาทำหน้าดูถูก นู่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่เอา” ฉู่เฟิงถลึงตาใส่มัน
หวงหนิวได้ยินก็โมโหปรี๊ด เขี่ยพื้นถามฉู่เฟิง
นายไปหาสาวสวย กินอาหารชั้นเลิศ แล้วเอาอะไรกลับมาให้ฉัน? ของข้างถนน เนื้อย่างเสียบไม้ราคาถูก จะหลอกอำฉันเหรอ!?
จากนั้น จมูกหวงหนิวก็เริ่มพ่นควัน
ฉู่เฟิงรู้สึกพลาด ได้แต่แอบด่าตัวเองในใจไอ้วัวตัวนี้นับวันจะหลอกยากขึ้นทุกที ตั้งแต่มันใช้อินเทอร์เน็ตเป็น อะไรๆมันก็รู้ดีไปหมด
แต่ว่าในเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างนี้ เขาได้แต่ปากแข็งไปก่อน
เขาเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง “นายจะไปรู้อะไรหา ของอร่อยที่แท้จริงน่ะมันอยู่ตามซอกเล็กซอยน้อยไอ้พวกของหรูๆ นั่นน่ะ เป็นประเภทอร่อยเพราะแพงต่างหาก จริงๆแล้วไม่ได้อร่อยเลยสักนิด ไม่เชื่อลองชิมดูดิ!”
พูดไปแล้วเขาก็แอบสวดมนต์ไป อย่าท้องเสียนะได้โปรด จากนั้นกัดฟันหลับตาปี๋ เนื้ออยู่นั่น ... กัดเข้าไป จากนั้นก็ร้อง “นี่มันสุดยอดความอร่อยในแผ่นดินเลยนะเนี่ย!”
หวงหนิวสงสัย มองดูท่าทางฟินสุดๆ ของเขาแล้วก็ชักจะหวั่นไหวอีกทั้งกลิ่นก็หอมกรุ่นยั่วยวน
สุดท้าย มันอดรนทนไม่ไหว เดินเข้าไปใกล้ ใช้สองกีบหน้ากอดมาสองไม้ส่งเข้าปาก เคี้ยวหยับๆ แล้วกลืน ทันใดนั้นมันทำตาโต ร้องมอออกมาคำหนึ่ง
ฉู่เฟิงสะดุ้งพรวด ระวังตัวแจ
“ของฉันหมดเลย!” หวงหนิวเขี่ยตัวอักษรบนพื้นจากนั้นออกแรงผลักฉู่เฟิงออกไปด้านข้าง แล้วนั่งลงจัดการของอร่อยแต่เพียงตัวเดียว
“ไอ้วัวบ้า ไร้น้ำใจไปหน่อยไหมแก!” ฉู่เฟิงด่ามัน
“มอ มอ มอ!” หวงหนิวร้องรัวๆ รู้สึกปลื้มปริ่มนั่งกินเนื้อย่างเสียบไม้อยู่ตรงนั้นอย่างตะกละตะกลาม ปากมันแผล็บ
ที่จริงแล้ว เนื้อย่างนั้นรสชาติไม่เลวเลย อาเฮียคนนั้นถือว่าฝีมือดีอย่างยิ่งหากไม่กลัวว่าเนื้อที่เก็บไว้นานไปอาจทำให้เสาะท้องได้ฉู่เฟิงก็อยากจะแย่งมันกินอยู่หรอก
แต่ในเมื่อรู้เบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว เขาก็ไม่กล้าเอาตัวเองเข้าเสี่ยงดังนั้น เลยยกเนื้อย่างทั้งหมดให้หวงหนิวไป ตบไหล่มันแล้วบอกว่า “ไง ลิ้นฉันใช้ได้มะ?”
หวงหนิวยื่นกีบหน้าข้างหนึ่งออกมา โบกว่อน แถมยังทำหน้าเหยียดๆ!
“ไอ้วัวไม่มีสามัญสำนึก!” ฉู่เฟิงกรอกเบียร์ดับโมโห
หวงหนิวมองขวดเบียร์ในมือเขา แล้วยื่นกีบออกไป บอกว่าจะเอาอย่างงี้มั่งแต่พอเข้าปากไปได้แค่คำเดียว มันก็พ่นพรวดออกมา
มันตาโต นี่มันเหล้าบ้าอะไรเนี่ย?
“นายจะไปรู้อะไร นี่มันเหล้าที่รสชาติดีที่สุดในแผ่นดิน ขายดีมากเลยแหละ”ฉู่เฟิงบอก
หวงหนิวแยกเขี้ยว มันรู้จักลาฟีต1โรมาเน่-ก็องติ2 เลยหัวเราะเยาะว่าฉู่เฟิงดื่มเหล้าราคาถูก
ฉู่เฟิงหน้าดำคล้ำ บอกว่า “เดี๋ยวฉันจะยึดเครื่องมือสื่อสารของแก!”
เขาพึมพำ ไอ้วัวบ้านี่พอใช้เครื่องมือสื่อสารเป็น อะไรๆ ก็รู้ไปหมดอีกหน่อยเขาจะหลอกอำมันยังไงล่ะ
สุดท้าย หวงหนิวกินเนื้อแกะย่างไปร้อยกว่าไม้ ปลื้มปริ่มมากมันนอนแผ่หลาอยู่บนเก้าอี้หวายในสวน แหงนหน้าดูท้องฟ้า ท่าทางสบายอกสบายใจ
“หวงหนิว มานี่ มากินยาสักสองเม็ด” ฉู่เฟิงเดินมาหา
หวงหนิวหันไปมองเขา สีหน้างุนงง ไม่เข้าใจ
“ยาฆ่าเชื้อ แก้ท้องเสีย กินปุ๊บหยุดปั๊บ กินสองเม็ดกันไว้ก่อน”ฉู่เฟิงเอ่ยสีหน้าเจื่อนๆ
หมายความว่าไง? เรื่องไรกัน?!หวงหนิวพลิกตัวนั่งทันที ถลึงตาวัวจ้องฉู่เฟิงเขม็ง
“ยาบำรุง กินเยอะหน่อยจะได้ดีต่อร่างกายไง” ฉู่เฟิงโม้อย่างไม่อายปาก
“มอ!”
หวงหนิวไม่โง่สักหน่อย นิ่งคิดอยู่แป๊บก็ปี๊ดทันที ของข้างถนนจริงๆ ด้วยกินเสร็จแล้วยังต้องกินยากันทันที อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ หลอกลวงวัวเกินไปแล้ว!
มันพุ่งเข้าหาฉู่เฟิง
ตรงนั้นเกิดเหตุชุลมุนทันที วุ่นวายกันไปหมด ก็ไม่รู้ว่ากินเวลานานเท่าใดจึงสงบลงในที่สุด
หวงหนิวกระฟัดกระเฟียด วิ่งตะบึงกลับไปห้องของมัน
ฉู่เฟิงสูดปาก เขาเองก็โดนไปหลายกีบ โชคดีที่ตอนนี้ร่างกายเขาแข็งแกร่งไม่เช่นนั้น คงปางตาย
เขาเดินไปห้องน้ำ อาบน้ำอุ่นๆวันนี้วิ่งไปวิ่งมาระหว่างอำเภอเมืองกับเมืองชิงหยางทั้งวันแล้วเมื่อครู่ยังวางมวยกับหวงหนิวอีก เขารู้สึกเหนื่อยล้าหน่อยๆ
ตอนที่ฉู่เฟิงเดินเข้าห้องก็ง่วงงุนเต็มที ไฟก็ไม่เปิดทิ้งตัวลงบนเตียงนอนทันที
“ไม่ใช่ละ!”
วินาทีนั้น เขาตื่นทันที หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
ทำไมถึงนุ่มนิ่มอย่างนี้?
แถมเตียงยังร้องได้อีก เสียงเหมือนคนถูกทับ
พรึ่บ!
ฉู่เฟิงขนลุกซู่ บนเตียงมีคน เขาถอยฉากทันที แล้วตบสวิตช์เปิดไฟ
นี่มันอะไรกัน? เขาตาค้างปากค้าง!
บนเตียงมีคนจริงๆ ด้วย แถมยังเป็นผู้หญิงที่สวยมากอีกด้วยท่าทางเหมือนตกใจตื่นเพราะถูกทับ หญิงสาวขมวดคิ้ว ดวงตาฉายแววงุนงง
“คุณเป็นใครน่ะ ดึกดื่นเที่ยงคืนอย่างนี้ คิดจะลักหลับผมเหรอ?!”
ฉู่เฟิงถามเป็นการเป็นงาน เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยคิดจะใช้เสียงข่มขวัญไว้ก่อน
เขาไม่อยากให้มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นโดยเฉพาะเสียงสาวสวยกรีดร้องในห้องของเขา
เมื่อพิจารณาให้ดี หัวใจฉู่เฟิงถึงกับกระตุกหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่แค่สวยระดับธรรมดา อายุอานามประมาณยี่สิบปีทั้งเสื้อและกางเกงเป็นสีขาว ผมตรงยาวประบ่าเงาสลวยคลอเคลียข้างคอขาวระหงใบหน้าอ่อนหวาน เยาว์วัยและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เธอตื่นเต็มตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดาเจอเรื่องอย่างนี้หากยังนิ่งได้อยู่ ตาสวยเป็นประกายแวววาวประเมินดูสภาพภายในห้องจากนั้นมีทีท่าผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว
เธอรู้สึกเจ็บที่ด้านหลังศีรษะ จึงขมวดคิ้วน้อยๆ นวดหลังศีรษะเบาๆผ่านไปชั่วครู่จึงถามฉู่เฟิงว่า “คุณตีฉันสลบแล้วพาฉันมาไว้ที่นี่?”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ถ้าผมคิดทำอย่างนั้นจริงๆคุณจะยังปลอดภัยไม่บุบสลายอย่างนี้เหรอ?!”ฉู่เฟิงปฏิเสธเสียงแข็ง เรื่องนี้ให้ตายก็ยอมรับไม่ได้
“แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?” เด็กสาวเอ่ยถามแม้จะนิ่งอย่างยิ่ง แต่หลังจากตื่นเต็มที่แล้วกลับมีท่าทีแตกตื่นหน่อยๆพลางลอบสำรวจร่างกายตัวเอง
“ผมสิอยากถาม คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเข้ามานอนในห้องผมได้ยังไงคิดจะทำอะไรผมหา?”เรื่องหนังหน้าหนานี่เป็นความสามารถพิเศษของฉู่เฟิง เขาไล่บี้สอบสวน
พอสาวสวยได้ฟังดังนั้น ก็เลิกคิ้วทันที ตัวเองทำเรื่องหน้าไม่อายอย่างนั้นหรือ?โดนคนประณามถึงขนาดนี้ ทว่าเธอเก็บอารมณ์ ปฏิเสธเสียงแข็ง
“คุณรออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวผมมา”
ฉู่เฟิงวิ่งลงไปชั้นล่าง พุ่งไปยังห้องของหวงหนิว
“ไอ้วัวตัวดี แกทำอะไรหา?”
หวงหนิวกำลังอารมณ์ไม่ดี พอเห็นเขาเข้าก็เกือบจะปี๊ดอีกรอบแต่ถูกฉู่เฟิงดักไว้ก่อน
“ห้องของฉันมีผู้หญิงโผล่มาได้ไง หรือว่านาย...แสดงความกตัญญูต่อฉัน?”
หวงหนิวยกกีบให้ข้าง เป็นเชิงดูถูก
ในที่สุด ฉู่เฟิงก็เค้นจนได้เรื่อง
ตอนเย็น หวงหนิวออกไปฝัง “สมบัติ” ของมันที่สวนผลไม้ขากลับก็เจอผู้หญิงคนหนึ่งเดินวนเวียนอยู่แถวนี้ แถมยังเป็นมนุษย์พิเศษ
มันคิดว่าเธอจะมาหาเรื่องฉู่เฟิง
ก็เพราะในที่สุด หญิงสาวคนนั้นก็เดินมายังบ้านของฉู่เฟิง
ผลก็คือ มันไม่พูดพร่ำทำเพลง ลอบเข้าใกล้ พุ่งเข้าด้านหลังแล้วกระแทกกีบไปสองที จนเธอตาเหลือก สลบลงไปกองกับพื้น
“นี่นายกล้าลงกีบจริงๆ เหรอเนี่ย” ฉู่เฟิงรู้สึกจนปัญญา
หวงหนิวแอบด่าเขา ทีนายยังกำจัดสาวสวยไปคนเลยมันรู้ถึงวีรกรรมในอำเภอเมืองของฉู่เฟิงตอนที่นั่งกินเนื้อย่าง
“จากนั้น แกก็โยนเธอเข้าไปในห้องฉัน?” ฉู่เฟิงถาม
มันทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอย่างยากเย็น เรื่องของเรื่องก็คือต่อมามันเพิ่งรู้ว่ามีมนุษย์พิเศษอีกหลายคนเข้ามาพักค้างแรมที่เมืองชิงหยางมันสำนึกว่ามโนล้ำเกินจนกลายเป็นว่าทำร้ายหญิงสาวคนนั้นไปฟรีๆ
“แกก่อเรื่องแล้วมาโยนลงเตียงฉันเนี่ยนะ?!”ฉู่เฟิงถลึงตาใส่มัน
คนกับคนพูดจากันง่ายกว่า! มันเขี่ยตัวอักษรตามนี้จากนั้นยื่นกีบขึ้นมา ชี้ไปทางประตู บอกว่าฉู่เฟิงออกไปให้ไวเลย!
สุดท้าย ฉู่เฟิงกลับไปที่ห้องอย่างจนปัญญามองดูหญิงสาวที่งดงามอย่างสุดจะบรรยายด้วยความรู้สึกแตกตื่น
ตอนนั้น สาวสวยเยาว์วัยผู้นี้เริ่มปรับตัวได้แล้ว เธอสงบนิ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่าง มองขึ้นไปยังฟากฟ้า
ฉู่เฟิงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจริงๆ บอกว่ามีวัวมาตบหัวเธอสลบใครมันจะไปเชื่อล่ะ!
เขาลากหวงหนิวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้ ขืนเรื่องหลุดออกไปได้เกิดเรื่องใหญ่แน่
“ที่นี่มีอะไรให้กินไหม?” สาวสวยเอ่ยถาม
ฉู่เฟิงสะดุ้ง ไม่เหมือนที่เขาคิดไว้แฮะคนเขาไม่ยักกะมีความคิดกล่าวโทษหรือประณามเลยสักนิด แต่กลับท่าทางสบายๆแถมยังถามหาของกินอีก
“มี อยู่ในสวน” ฉู่เฟิงตอบ ที่นั่นยังพอมีเนื้อย่างเหลือ
หญิงสาวแย้มยิ้ม หวานหยาดเยิ้มยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก เอ่ยว่า“คุณไม่ใช่มนุษย์พิเศษ?”
“เปล่า ไม่ใช่!” ฉู่เฟิงพยักหน้า
“ที่ลักพาตัวฉันมาเป็นสัตว์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งความรู้สึกสุดท้ายที่ฉันสัมผัสได้ มันร้ายกาจอย่างมาก อันตรายอย่างยิ่ง”คำพูดของหญิงสาวทำให้ฉู่เฟิงวางใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่สุมเรื่องมาที่เขา
“คุณเลี้ยงสัตว์กลายพันธุ์เอาไว้เหรอ?” เธอถามเบาๆพลางหัวเราะนุ่มนวล ตาโตหยีโค้ง มุมปากยกยิ้มน้อยๆ
“ไม่มีเรื่องอย่างนั้นหรอก!” ฉู่เฟิงปฏิเสธทันควัน
ระหว่างพูด พวกเขาก็เดินไปถึงสวน หญิงสาวขมวดคิ้วเห็นได้ชัดว่าเธอไม่คุ้นเคยกับการกินอาหารข้างทางอย่างนี้ หากด้วยความหิวสุดท้ายก็หยิบขึ้นมาหนึ่งไม้
เธอละเลียดกินอย่างละเมียดละไม ขนาดกินเนื้อแกะย่างก็ยังใช้อากัปกิริยาอย่างนี้ ฉู่เฟิงเดาว่าเธอต้องมาจากครอบครัวที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนท่ามกลางความคลุมเครือไม่ชัดเจน ยังเห็นได้ถึงกิริยามารยาทอันเคร่งครัด
กินไปได้หน่อย หญิงสาวก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา ขมวดคิ้วน้อยๆแล้วเริ่มตอบข้อความไม่หยุดหย่อน
“เอาละ ฉันควรจะกลับได้แล้ว หายตัวไปนานขนาดนี้ พวกเขาเป็นห่วงกันมากไว้วันหลัง ฉันค่อยกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าสัตว์กลายพันธุ์นั่น!” หญิงสาวเอ่ย สุดท้ายก็ลอยตัวขึ้นเบื้องบนกลางหลังปรากฏปีกแสงขึ้นหนึ่งคู่ ส่องแสงสีขาวราวหิมะ เธอลอยตัวขึ้นสู่กลางอากาศดุจดั่งเทพธิดาผู้เปล่งประกาย ไร้มลทินและสูงส่ง
ผมประบ่าเคลียอยู่ที่คอขาวระหงพลิ้วไปตามลม ดวงตาเป็นประกายเสื้อขาวกางเกงขาวยิ่งขับให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความผุดผ่องไร้ซึ่งฝุ่นผงชวนให้คนเข้าใจผิดว่าหญิงสาวผู้นี้หาใช่คนธรรมดาไม่
“เดี๋ยวก่อน” ฉู่เฟิงตะโกน
สาวน้อยหันกลับมามอง เธองดงามอย่างประหลาด ตอนนี้ยิ่งดูบริสุทธิ์สูงส่งเมื่อยิ้มน้อยๆร่างทั้งร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศแผ่กระแสอ่อนโยนและเปล่งประกายอันลึกลับ
“ทำไมหรือ?” หญิงสาวถามเบาๆ
“เอานี่ไปด้วย!” ฉู่เฟิงโยนขวดเล็กขึ้นไปให้
“นี่มันอะไรเหรอ?” หญิงสาวไม่เข้าใจ พอรับมาดูใบหน้างดงามก็ฉายแววสงสัย ปีกแสงสีขาวที่กลางหลังส่องแสงสว่างไสว
“ยาฆ่าเชื้อน่ะ!” ฉู่เฟิงตอบ
เด็กสาวในชุดขาวได้ยินก็ตัวสั่นน้อยๆ ถึงแม้ใบหน้าจะงดงามอย่างยิ่งหากตอนนี้แววตากลับเปล่งแสงดุร้ายขึ้นมาแวบหนึ่ง เธอไม่สนใจฉู่เฟิงกระพือปีกแสงคู่นั้นทะยานสู่ฟากฟ้า
“อย่าทำหล่นนะ ถือดีๆ ล่ะ!” ฉู่เฟิงตะโกนไล่ตามหลัง
กลางอากาศ หญิงสาวชะงักเล็กน้อย เหมือนกับกำลังบังคับอะไรสักอย่างจากนั้นก็หายไปในพริบตา
ไม่นานนัก เธอก็รวมตัวกับมนุษย์พิเศษคนอื่นๆ
“ขอบคุณฟ้าดิน โทรไม่ติดเลยพวกเรานึกว่าคนของเทียนเสินเซิงอู้ซุ่มวางกำลังลอบโจมตีท่านเสียอีก”
“ในที่สุดท่านก็ปรากฏกายแล้ว!”
ใครหลายคนถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
********************************************************************
1 ชาโต้ลาฟิต – รอธส์ชิลด์ Chateau Lafite-Rothschild ไวน์แดงจากแคว้นบอร์โดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศสขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในไวน์ห้าอรหันต์ อันได้แก่ ชาโต้ ลาฟิต – รอธส์ชิลด์ (Château Lafite – Rothschild) ชาโต้ลาตูร์ (Château Latour) ชาโต้ มาร์โกซ์ (ChâteauMargaux) ชาโต้ มูตอง – รอธส์ชิลด์ (ChâteauMouton - Rothschild) และ ชาโต้ โอต์ – บริออง(Château Haut – Brion)
2 โรมาเน่-ก็องติRomanee-Conti ไวน์แดงจากแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ประเทศฝรั่งเศส เป็นไวน์แดงที่ราคาแพงที่สุดในโลก