ข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God )

    ตอนที่ 30 ผิดคาด

            สายตาทุกคนในห้องสอบได้กลับมาจดจ้องจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงอีกครั้ง


            “ เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมง การทดสอบในรอบที่ 3 นี้คงมีเพียงข้าฝูฉางเท่านั้นที่ผ่าน ” ฝูฉางได้ทำการเหลือบมองจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเมื่อเห็นว่าเหลือเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นพึ่งจะขยับนั้นทำให้เค้ามั่นใจเป็นอย่างมากว่าการทดสอบในครั้งนี้คงมีเพียงเค้าเท่านั้นที่ผ่าน


            ไม่ใช่เพียงแค่ฝูฉางเท่านั้นที่คิดแบบนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นคู่ลุงหลานหรือแม้แต่ชายชราเคราขาวไม่มีใครมองจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงในแง่ดีเลยสักคน


            ตอนนี้ซูเหมยลี่ที่มองจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้ตกตะลึงอีกครั้ง


            “ เจ้าบ้านั้นมันคิดจะทำอะไรของมันอีก ” ตอนนี้นั้นซูเหมยลี่ได้เห็นว่าจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเริ่มจัดเตรียมวัตถุดิบแล้วแต่ แต่เจ้าบ้านั้นมันใช้เพียงมือข้างเดียวเท่านั้น คำพูดที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นกล่าวกับลุงของเค้าข้างนอกห้องสอบได้เริ่มวนกลับเข้ามาภายในหัว 


            “ สำหรับซูเหมยลี่อื่นนั้นข้าไม่รู้แต่ถ้าเป็นหลานสาวซูเหมยลี่คนนี้ของเจ้านั้นข้าใช้เพียงมือข้างเดียวก็เก่งกว่านางไปไม่รู้กี่ 10 เท่าแล้ว ” ซูเหมยลี่ได้กลายเป็นหน้าดำคล่ำเครียดอีกครั้งด้วยความโกรธ


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเมื่อผ่านไป 10 นาทีก็ได้จัดเตรียมวัตถุดิบเสร็จสิ้น


            หลังจากนั้นเค้าก็ได้โยนวัตถุดิบทั้งหมดที่จัดเตรียมเข้าไปภายในเตาหลอมในครั้งเดียว


            เมื่อชายชราเคราขาวเห็นแบบนั้นตัวเค้าทำได้เพียงแค่ส่ายหน้า เค้าไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เก่งทฤษฎีขนาดนั้นถึงได้ทำพลาดในเรื่องง่ายๆได้ อาจารย์ของเจ้าหนูนี้ มันไม่ได้สอนภาคปฎิบัติเลยหรือยังไง เมื่อคิดได้เช่นนี้ชายชราเคราขาวจึงได้หันกลับไปมอง ซูโยวคู่แข่งในอดีตของเค้า แต่แทนที่จะเห็นสีหน้าที่ซะใจเพราะความผิดพลาดของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงกลับกันตอนนี้ ซูโยวนั้นได้เริ่มเปิดหนังสือของเค้าอีกครั้ง 


            “ ไม่จริง มันต้องไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดเป็นแน่ ” ตอนนี้ซูโยวนั้นทำได้แค่มองเนื้อหาภายในหนังสือพร้อมกลับมองจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงสลับกันไปมาเท่านั้น อย่างอื่นนอกจากนี้เค้าล้วนไม่สนใจ


            หลังจากที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้โยนวัตถุดิบทั้งหมดเข้าเตาหลอมตัวของเค้าก็ได้เริ่มควบคุมไฟเพื่อหลอมวัตถุดิบเหล่านั้น ตอนนี้ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเริ่มใช้ทักษะการควบคุมไฟของเค้าแล้ว


            เมื่อชายชราเคราขาวรวมทั้งซูเหมยลี่เห็นดังนั้นทั้งคู่ได้แต่ตกตะลึงอีกครั้ง


            ตอนนี้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงกำลังควบคุมไฟด้วยมือเพียงข้างเดียวไม่พอแค่นั้นรูปลักษณ์ของไฟที่ปรากฎออกมา มันคือกิเลนในตำนาน


            “ มัน !!! มันทำได้จริงๆ ” ซูโยวนั้นได้เห็นขั้นตอนก่อนที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นจะใช้ทักษะการควบคุมไฟ เค้าคุ้นๆมันอย่างมากจึงได้เปิดหนังสือของเค้าขึ้นมาเพื่อดูอีกครั้ง ทักษะกิเลนเพลิงสวรรค์


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเลือกใช้ ทักษะกิเลนเพลิงสวรรค์มันเป็นทักษะที่เค้าคิดค้นขึ้นมาเองเนื่องจากว่าเค้าไม่ชอบขั้นตอนที่ยุ่งยากของการหลอมโอสถในยุคของเค้า ทักษะกิเลนเพลิงสวรรค์นี้นั้นจุดสำคัญคือมันไม่ต้องคิดอะไรเยอะในขั้นตอนการหลอมโอสถเพียงแค่ใส่วัตถุดิบที่ถูกต้องเข้าไปไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับว่าอันไหนก่อนอันไหนหลังแต่มันจะยากตรงทักษะการควบคุมไฟเพราะเค้าต้องควบคุมไฟทุกส่วนให้พอเหมาะพอดีเพราะถ้าหากตัวของเค้านั้นพลาดเพียงเล็กน้อยขึ้นมาเตาหลอมของเค้านั้นสามารถระเบิดได้เลย


            ตอนนี้ผ่านไป อีก 15 นาทีเหลืออีกเพียง 5 นาทีเท่านั้นก็จะหมดเวลาในการทดสอบแล้ว


             ฟิ้บ ๆ ฮ่า ๆ


            ฝั่งเตาหลอมของฝูฉางนั้นโอสถหอมหวนได้ส่งกลิ่นหอมออกมาแล้ว


            “ สำเร็จ ” ตอนนี้นั้นฝูฉางได้หัวเราะออกมาเมื่อเค้าเปิดเตาหลอมออกเค้าได้พบกับโอสถหอมหวนอยู่ 2 เม็ด โอสถทั้ง 2 จากที่มองเบื้องต้นนั้นเห็นทีจะมีโอกาสที่ความบริสุทธิ์มากกว่า 5 ส่วนอยู่พอสมควร


            เมื่อชายชราเคราขาวเห็นอย่างนั้นก็ได้เดินเข้าไปตรวจสอบ


            “ ความบริสุทธิ์อยู่ที่ 5 ส่วนจริงๆ  ” 


            “ ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วยที่ได้ผ่านการทดสอบเป็นนักหลอมโอสถ 1 ดาวขั้นพื้น……” ชายชราเคราขาวยังกล่าวคำอวยพรไม่ทันจบบัดนี้เสียงระเบิดได้ดังออกมาจากเตาหลอมของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิง


            พร้อมกันนั้นก็ได้มีกลิ่นหอมมันเป็นกลิ่นที่หอมกว่าโอสถหอมหวนของฝูฉางนับ 10 นับ 100 เท่าออกมา


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงยังไม่ทันได้ไปเปิดเตาของเค้าบัดนี้ซูโยวนั้นได้วิ่งเข้าไปก่อนและด้วยระดับการฝึกตนของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ ซูโยวได้เปิดเตาขึ้นมากลิ่นหอมได้โชยออกมาอีกครั้งบัดนี้มันหอมฟรุ้งไปทั่วสมาคมนักหลอมโอสถแล้ว


            “ ฮ่าๆ นี้มันโอสถหอมหวนที่ความบริสุทธิ์ 9 ส่วนจริงๆ อีกนิดเดียวมันก็ก็จะกลายเป็นขั้น 10 ส่วนในตำนานแเล้ว  ” ซูโยวนั้นได้หัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมาเค้าลืมความบาดหมางหรือการเดิมพันทั้งหมดนั้นไปแล้วนี้เป็นครั้งแรกที่เค้าได้เห็นโอสถความบริสุทธิ์ 9 ส่วนกับตาตัวเองในชีวิตนี้


            “ มันเป็นของข้าต่างหาก ” ชายชราเคราขาวที่พึ่งตั้งสติได้รีบเข้ามาแย่งโอสถในมือของซูโยวภาพที่เห็นไม่ต่างจากเด็กน้อยแย่งของเล่นกันเท่าไหร่นัก


            “ พวกเจ้าทั้ง 2 หยุด !!! ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้ตะโกนออกมา โดยไม่สนหน้าอินหน้าพรมไหนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นชายชราเคราขาวหรือตัวของซูโยว


            ทั้ง 2 พึ่งได้สติก่อนจะรู้ตัวว่าได้แสดงกิริยาที่ไม่ดีออกมา


            “ สิ่งนี้นั้นข้าไม่ให้ใครฟรีๆทั้งนั้น ข้าจะขอแลกมันกับแหวนมิติขั้น 1 ดาว ชายชราเคราขาวข้านั้นจะให้โอกาสท่านก่อนถ้าหากท่านนั้นมีแหวนมิติก็ส่งมันมาให้กับข้า ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงพูดออกมาเหมือนการออกคำสั่งก็มิปาน


            “ เจ้า!!! เจ้าชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว เจ้าคิดว่าแค่เพียงเจ้านั้นมีทักษะการกลั่นหลอมที่เก่งแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ เจ้าอย่าได้ลืมว่าในห้องนี้นั้น มีกันไม่กี่คนถ้าพวกข้าทั้งหมดฆ่าปิดปากเจ้า แล้วเจ้าจะทำอะไรได้ ” บัดนี้ชายชราเคราขาวพูดขึ้นมาอีกครั้งเค้าก็ไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าเค้าเป็นคนดีคงไม่เลือกตัดศัตรูคู่แข่งด้วยทรัพยากรณ์การฝึกตนแต่คงแข่งขันกันซึ่งหน้า


            “ เจ้าคิดจะทำอย่างนั้นจริงๆหรือ ต่อให้เจ้าคิดจริงๆข้านั้นก็จะช่วยปกป้องเจ้าหนูนี้เอง ” ผิดคลาดมากอยู่ๆ ซูโยวที่คิดจะฆ่าจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงตั้งแต่ต้นกลับกลายเป็นเลือกที่จะปกป้อง


            “ เจ้าหมายควา่มว่ายังไง เจ้าลืมเรื่องการเดิมพันระหว่างพวกเจ้าคู่ลุงหลานกับมันแล้ว….. ”


            ชายชราเคราขาวพูดยังไม่ทันจบอีกครั้ง  อยู่ๆซูเหมยลี่ที่ตอนแรกนั้นยืนเงียบๆบัดนี้ได้เดินมาโขกหัวคำนับแทบเท้าของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิง 3 ครั้งพร้อมเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

    คล้ายกับเรื่องข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God ) ที่คุณอ่าน