เสียงกลองศึกของลานประลองเมืองเทียนหลิง…ดังขึ้นตั้งแต่ยามเช้า
ตึงงงงง—!
ตึงงงงง—!
ตึงงงงง—!
เสียงนั้นหนักแน่นราวสายฟ้าฟาดลงกลางเมือง
แม้แต่ผู้คนที่อยู่ไกลหลายสิบลี้…ยังได้ยินชัดเจน
วันนี้—
คือวันที่ “ของจริง” จะเริ่มเผยตัว
และคนทั้งเมือง…
กำลังรอดูว่า
ใครจะเหยียบขึ้นสวรรค์
ใครจะถูกเหยียบจมดิน
━━━━━━━━━━━━━━━
ลานประลองเทียนหลิงถูกสร้างอยู่ใจกลางนคร
กว้างใหญ่ราวสนามรบ
กำแพงหินสีดำสูงหลายสิบจั้งล้อมรอบ
อักขระป้องกันนับหมื่นสายสลักอยู่ทั่วพื้นเวที
เพราะศึกระดับนี้…
หากไม่มีค่ายกลคุ้มกัน
แรงปะทะเพียงครั้งเดียว
อาจทำให้คนดูตายเป็นร้อย
อัฒจันทร์รอบสนามแน่นขนัดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
ขุนนาง
ตระกูลใหญ่
ผู้ฝึกตนอิสระ
พ่อค้าจากต่างเมือง
แม้แต่สำนักระดับสูงจากแคว้นใกล้เคียง…ยังส่งคนมาดู
เพราะทุกคนรู้ดีว่า—
ในศึกครั้งนี้
จะมีคนที่วันหน้าสะเทือนทั้งแคว้นถือกำเนิดขึ้น
เหนืออัฒจันทร์ฝั่งเหนือ—
เหล่าประมุขและผู้อาวุโสนั่งเรียงกันบนแท่นหยกสูง
มองลงมายังสนามด้วยสายตานิ่งลึก
ส่วนฝั่งตะวันตก—
โต๊ะพนันเรียงยาวหลายสิบตัว
หินวิญญาณถูกโยนลงกองเหมือนเศษหินไร้ค่า
ยอดเดิมพันวันนี้…
สูงจนแม้แต่ตระกูลเล็กยังซื้อได้ทั้งเมือง
“ฮั่วเจินหนึ่งต่อหนึ่ง!”
“เฟิงลั่วหนึ่งต่อสาม!”
“หลินเสี่ยวชวนหนึ่งต่อเจ็ด!”
เสียงตะโกนดังระงม
พ่อค้าร่างอ้วนคนหนึ่งหัวเราะลั่น
“ใครจะบ้าไปลงเด็กสร้างแกนขั้นต้นกันวะ!”
“หลิงเซียวฆ่ามันได้ในสิบกระบวนท่าแน่!”
หลายคนหัวเราะเห็นด้วย
เพราะบนหน้ากระดาน—
ชื่อของ “หลินเสี่ยวชวน”
ยังถูกมองเป็นเพียงม้ามืด
ยังไม่ใช่สัตว์ประหลาดระดับเดียวกับฮั่วเจิน
แต่ในมุมเงียบของอัฒจันทร์…
กลับมีคนจำนวนไม่น้อย
กำลังเฝ้ามองชื่อเขาโดยไม่พูดอะไร
━━━━━━━━━━━━━━━
ทางเดินนักสู้ด้านใต้สนาม
เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะช้า ๆ
เสี่ยวชวนเดินออกมาพร้อมกระบี่คราสฟ้าที่ห้อยอยู่ข้างเอว
ชุดสีดำเรียบง่าย
ไม่มีเครื่องประดับหรู
ไม่มีออร่าอลังการ
แต่ตั้งแต่วินาทีที่เขาปรากฏตัว—
สายตาจำนวนมาก
กลับหันมาทันที
บางคนมองด้วยความสงสัย
บางคนมองด้วยความหวาดระแวง
บางคน…
มองเหมือนกำลังจ้องสัตว์ประหลาด
“นั่นมันหลินเสี่ยวชวน…”
“ดูไม่ออกเลยว่าแข็งแกร่งตรงไหน”
“คนแบบนี้น่ากลัวสุดต่างหาก…”
เสียงกระซิบดังต่อเนื่อง
เสี่ยวชวนไม่ได้สนใจ
เขาเพียงเดินผ่านทุกคนไปเงียบ ๆ
ราวกับโลกภายนอก…
ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
ภายในหัว—
เสียงของเซวียนซาดังขึ้นเบา ๆ
“คนเยอะชะมัด”
“ข้าเกลียดกลิ่นมนุษย์”
เสี่ยวชวนไม่ตอบ
สายตาของเขาจับอยู่บนสนามเบื้องหน้า
วันนี้—
เขาจะเริ่มก้าวเข้าสู่โลกอีกใบจริง ๆ แล้ว
━━━━━━━━━━━━━━━
“คู่แรก!”
“สำนักภูผาทมิฬ — เหยียนตง!”
“พบ!”
“ถังอี้แห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”
เสียงประกาศดังสนั่น
ทั้งสนามเริ่มฮือฮาทันที
เพราะชื่อ “เหยียนตง”
ดังมากพอจะทำให้คนหายใจช้าลง
ตึง…
ร่างสูงใหญ่กระโดดลงสนาม
พื้นหินแตกร้าวทันทีที่เท้าลงถึง
เหยียนตงยังคงเหมือนเดิม
ร่างกายราวสัตว์อสูร
ไหล่กว้าง
สายตาหนักแน่น
เพียงยืนเฉย ๆ
ก็ให้ความรู้สึกเหมือนภูเขาดำลูกหนึ่ง
ส่วนถังอี้…
สีหน้าขาวซีดเล็กน้อย
แต่ยังคงชักกระบี่ออกมา
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ!”
เหยียนตงพยักหน้า
“ดี”
จากนั้น—
เขาต่อยหมัดเดียว
ตูมมมม—!!!
อากาศระเบิดเสียงดังสนั่น
ถังอี้ถูกอัดกระเด็นออกนอกสนามทันที
ทั้งสนามเงียบไปชั่วขณะ
ก่อนเสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้น
“จบแล้ว!?”
“หมัดเดียว!?”
“บ้าไปแล้ว!”
เหยียนตงเก็บหมัดช้า ๆ
สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“อ่อนเกินไป”
พูดจบก็เดินลงสนามทันที
ราวกับเรื่องเมื่อครู่…
ไม่มีค่าให้จดจำ
บนอัฒจันทร์—
เสี่ยวชวนมองเงียบ ๆ
เซวียนซาหัวเราะในหัว
“เด็กนี่…”
“พลังดิบสูงมาก”
เสี่ยวชวนพยักหน้าเบา ๆ
เหยียนตงไม่ใช่คนเร็ว
ไม่ใช่คนพลิกแพลง
แต่เขาเป็นประเภท—
ต่อยแล้วคนตาย
และคนแบบนี้…
น่ารำคาญมากเวลาเป็นศัตรู
━━━━━━━━━━━━━━━
“คู่ถัดไป!”
“สำนักวายุไร้เงา — เฟิงลั่ว!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นหลายจุดทันที
เฟิงลั่วเดินลงสนามพร้อมรอยยิ้มบาง
หล่อเหลา
ผ่อนคลาย
เหมือนคุณชายเที่ยวเล่น
แต่ทันทีที่คู่ต่อสู้เดินขึ้นมา—
สายตาเขาเปลี่ยน
เย็นลงทันที
เหมือนมีดที่หลุดออกจากฝัก
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงประกาศ—
หายไป
ใช่
เฟิงลั่ว “หายไป” จากสายตาคนดูทันที
ฉัวะ!
เสียงบางอย่างดังขึ้นเบา ๆ
จากนั้น—
คู่ต่อสู้ค่อย ๆ ทรุดลง
มีรอยเลือดเส้นเล็กปรากฏตรงลำคอ
ทั้งสนามเงียบกริบ
ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงบางคน…
ยังขมวดคิ้ว
เฟิงลั่วกลับมายืนที่เดิม
มีดสั้นยังหมุนอยู่ระหว่างนิ้ว
“ข้าแทงเบี่ยงเส้นเลือดแล้ว”
“ไม่ตายหรอก”
เขายิ้ม
“วันนี้อารมณ์ดี”
หลายคนหนาวสันหลังทันที
เพราะคำพูดนั้นหมายความว่า—
ถ้าอารมณ์ไม่ดี
อีกฝ่ายคงตายไปแล้ว
━━━━━━━━━━━━━━━
“คู่ถัดไป!”
“สำนักเพลิงสุริยัน — ฮั่วเจิน!”
ตูม—!
เสียงเชียร์ดังสนั่นทั้งสนาม
ทันทีที่ชายชุดแดงเดินออกมา
อุณหภูมิรอบสนามเหมือนสูงขึ้นทันที
ฮั่วเจินยังคงมีออร่าแบบเดิม
สูงส่ง
ร้อนแรง
เหมือนดวงอาทิตย์กลางสนามรบ
คู่ต่อสู้ของเขา…
ถึงกับหน้าซีดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
“เริ่มได้!”
ฮั่วเจินยกมือขึ้นช้า ๆ
เปลวเพลิงสีแดงเข้มพุ่งออกจากฝ่ามือ
จากนั้น—
ตูมมมม—!!!
เวทีครึ่งหนึ่งระเบิดเป็นทะเลเพลิง
คู่ต่อสู้กระเด็นออกนอกสนามทั้งที่ยังไม่ทันชักอาวุธ
ทั้งสนามตกตะลึง
“วิชาเพลิงอัสนีสุริยัน…”
“เขาฝึกถึงขั้นนั้นแล้วหรือ!?”
แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนยังสีหน้าเปลี่ยน
ฮั่วเจินสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ
เปลวไฟดับทันที
จากนั้นเขาจึงเงยหน้ามองไปยังอัฒจันทร์
ตรงตำแหน่งที่เสี่ยวชวนนั่งอยู่
สายตาของทั้งสองสบกันกลางอากาศ
ไม่มีคำพูด
แต่แรงกดดันกลับปะทะกันเงียบ ๆ
เฟิงลั่วที่ยืนดูอยู่หัวเราะเบา ๆ
“น่าสนุกจริง ๆ…”
━━━━━━━━━━━━━━━
เวลาผ่านไปทีละคู่
ผู้คนเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ชื่อที่ทุกคนรอ…
ยังไม่ถูกเรียก
จนกระทั่ง—
“คู่ถัดไป!”
เสียงผู้อาวุโสดังสนั่นสนาม
“สำนักกระบี่ฟ้าคราม — หลินเสี่ยวชวน!”
“พบ!”
“หลิงเซียวแห่งสำนักเพลิงสุริยัน!”
ทั้งสนามฮือฮาทันที
ในที่สุด…
ก็มาถึงแล้ว
หลิงเซียวกระโดดลงสนามพร้อมเสียงหัวเราะเย็น
ร่างกายเต็มไปด้วยลมปราณเพลิง
สร้างแกนพลังขั้นกลาง
สูงกว่าเสี่ยวชวนหนึ่งขั้นใหญ่เต็ม ๆ
เขาชักดาบยาวสีแดงออกมา
“ในที่สุดก็ถึงตาข้า”
เสี่ยวชวนเดินลงสนามช้า ๆ
กระบี่คราสฟ้ายังไม่ถูกชักออก
สีหน้าเขาสงบนิ่งเกินไป
จนหลายคนเริ่มรู้สึกอึดอัด
“เจ้ารู้ไหม”
หลิงเซียวยิ้มเย็น
“ข้าเกลียดพวกที่ทำตัวลึกลับที่สุด”
เสี่ยวชวนมองเขาเงียบ ๆ
“งั้นหรือ”
“เดี๋ยวข้าจะลากเจ้าลงจากฟ้าเอง”
ตูม—!
ลมปราณเพลิงระเบิดออกจากร่างหลิงเซียว
เปลวไฟหมุนวนรอบดาบ
เสียงเชียร์ดังสนั่นทันที
แต่เสี่ยวชวน…
ยังคงยืนนิ่ง
เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
บนอัฒจันทร์—
มู่ชิงหรี่ตาลง
“เขากำลังอ่านจังหวะ…”
หลิงเปากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
หลิงเอ๋อกัดริมฝีปาก
แม้แต่ฮั่วเจิน…
ยังเริ่มตั้งใจมองจริง ๆ แล้ว
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงประกาศ—
หลิงเซียวพุ่งเข้าใส่ทันที!
เปลวเพลิงลากยาวราวอสรพิษไฟ
เร็ว
หนัก
รุนแรง
“กระบี่เพลิงโลกันตร์!”
ฉัวะ—!
ดาบฟันลงกลางอากาศ
แต่ในวินาทีนั้นเอง—
เสี่ยวชวนขยับ
เพียงก้าวเดียว
หลบ
ง่ายเกินไป
หลิงเซียวชะงักทันที
เพราะเขารู้สึกว่า—
อีกฝ่ายเหมือน “เห็น” การโจมตีล่วงหน้า
ยังไม่ทันคิดจบ
ฉัวะ!
เสี่ยวชวนชักกระบี่ครั้งแรก
เสียงกระบี่ดังเบาราวมังกรคำราม
คมกระบี่พาดผ่านแขนเสื้อหลิงเซียว
ขาด
เลือดซึมออกมาเส้นบาง
ทั้งสนามเงียบ
หลิงเซียวถอยทันที
สีหน้าเริ่มเปลี่ยน
“เร็ว…”
เสี่ยวชวนยังคงยืนนิ่ง
กระบี่ในมือสะท้อนแสงแดดเย็นเยียบ
“กระบี่แรก”
เขาพูดเรียบ ๆ
ทั้งสนามขนลุกทันที
หลิงเซียวกัดฟันแน่น
ก่อนระเบิดพลังเต็มกำลัง
เปลวไฟลุกท่วมทั้งสนาม!
“ตายซะ!”
ดาบเพลิงฟันลงต่อเนื่องราวพายุ
แต่เสี่ยวชวน…
กลับหลบทั้งหมด
ไม่สิ
ไม่ใช่แค่หลบ
เขา “เดินผ่าน” ช่องว่างของกระบวนท่าได้อย่างแม่นยำจนน่ากลัว
ดวงตาไร้หน้าเปิดใช้งานเงียบ ๆ
ในสายตาเขา—
ทุกอย่างช้าลง
ลมหายใจ
กล้ามเนื้อ
ทิศทางลมปราณ
เขามองเห็นหมด
จากนั้น—
ฉัวะ!
กระบี่ที่สองถูกชักออก
เร็วกว่าเดิม
ปลายกระบี่แตะตรงข้อมือหลิงเซียว
ดาบหลุดมือทันที
เสียงเหล็กตกพื้นดังชัดเจน
กึงงง…
ผู้คนทั้งสนามเริ่มลุกขึ้นยืน
เพราะพวกเขาเริ่มดูไม่ออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“กระบี่ที่สอง”
เสียงเสี่ยวชวนยังคงสงบ
หลิงเซียวหน้าซีด
เหงื่อเย็นไหลลงข้างแก้ม
เขาเริ่มรู้แล้วว่า—
ตัวเองกำลังถูก “เล่น”
แต่ก่อนจะถอย—
เสี่ยวชวนขยับอีกครั้ง
ก้าวเดียว
ใกล้ทันที
ฉัวะ—!
กระบี่ที่สามหยุดอยู่ตรงลำคอของหลิงเซียว
เบา
นิ่ง
เย็น
ทั้งสนามเงียบสนิท
ไม่มีเสียงแม้แต่ลมหายใจ
เพราะทุกคนยังไม่เข้าใจว่า—
มันจบได้อย่างไร
เสี่ยวชวนเก็บกระบี่ช้า ๆ
“จบแล้ว”
หลิงเซียวยืนนิ่ง
ใบหน้าซีดขาว
เพราะเมื่อครู่—
เขารู้สึกจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ
เสียงผู้อาวุโสดังขึ้นหลังความเงียบยาวนาน
“ผู้ชนะ…”
“หลินเสี่ยวชวน!”
ตูม—!!!
ทั้งสนามระเบิดเสียงฮือฮาทันที
“สามกระบี่!?”
“นี่มันตัวอะไรกันวะ!?”
“เขาชนะข้ามขั้นแบบนี้ได้ยังไง!?”
เหล่าขุนนางเริ่มลุกขึ้น
พ่อค้าเดิมพันหน้าซีดกันเป็นแถบ
ส่วนอัจฉริยะจากห้าสำนัก—
สายตาเปลี่ยนไปหมดแล้ว
เหยียนตงยิ้มกว้าง
เฟิงลั่วหัวเราะเหมือนเจอของเล่นใหม่
มู่ชิงจ้องเสี่ยวชวนเขม็ง
และฮั่วเจิน…
ในที่สุดก็เลิกมองเขาเหมือน “ม้ามืด”
ชายชุดแดงยืนขึ้นช้า ๆ
สายตาคมดุจเปลวเพลิงจับอยู่บนร่างเสี่ยวชวนไม่วาง
ก่อนพูดเบา ๆ เพียงประโยคเดียว
“ในที่สุด…”
“ก็มีคนพอให้ข้าจริงจังเสียที”