เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่5 ตอนที่ 121: สัตว์

            ใบหน้าของซีถูหมิงซื่อ และโจวกวางเหนียนต่างเขียวคล้ำในขณะที่หยางเฉินและเฉียงเวยกลับหัวเราะอย่างสนุกสนาน โจวตงเฉิง...อ้า ไม่ใช่ คุณชาแนลปรากฏตัวขึ้นอย่างอลังการและสง่างามเพียบพร้อม ทำให้สองเจ้าพ่อตัวเบ้งผู้เอาแต่ใจดูเหมือนลูกโป่งฟีบไปในทันที

            "ไอ้ลูกโง่…แกจะทำให้ฉันโกรธจนตายเลยหรือไง..." โจวกวางเหนียนชี้นิ้วไปที่ชาแนล

            "ออกไปซะออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!!!"

            "ทำไมพ่อต้องทำตื่นเต้นด้วยละคะ?คืนนี้ช่างงดางามนัก ฉันยังอยากจะเต้นรำกับคุณหยางอยู่ด้วย"ชาแนลกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้

            แขกที่มาในงานได้ยินดังนั้นพยายามกลั้นหัวเราะกันยกใหญ่ใครจะเคยคิดว่าลูกชายของแก๊งมาเฟียจะปรากฏกายดั่งนางงามจักรวาลขนาดนี้?!

            เฉียงเวยจ้องมองหยางเฉินด้วยสายตาอันแปลกประหลาดพลางถามว่า

            "คุณสามีคุณกับโจวตงเฉิงคงไม่ได้..."

            "พูดอะไรของคุณน่ะ!"สีหน้าหยางเฉินเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเขารีบกล่าวท้วงขึ้นทันที"ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเป็นแบบนี้ผมบังเอิญเจอกับเขาแค่ครั้งเดียวเอง"

            ได้ยินดังนั้นเฉียงเวยก็เอามือทาบอกอย่างโล่งใจ

            "ถ้าหากคุณชอบผู้ชายขึ้นมาจริงๆล่ะก็ ฉันจะไปจากคุณซะ!" เธอยอมรับได้หากหยางเฉินจะรักชอบผู้หญิงอื่นแต่ถ้าเขาไปชอบผู้ชายเมื่อไร นั่นอาจทำให้เธอเป็นบ้าได้

            โจวกวางเหนียนเคลื่อนกายไปยังชาแนลอย่างภูตพรายพร้อมใบหน้าอันดำทะมึน เขาแยกเขี้ยวกล่าวขึ้นว่า "แกมาที่นี่เพื่อต่อต้านพ่อของแกอย่างนั้นหรือ!?"

            "ทำไมพ่อพูดอย่างนั้นล่ะพ่อไม่อยากให้ลูกสาวสวยหรือไง?"

            "แกเป็นผู้ชาย!เป็นผลผลิตจากเอวของข้า!!!" โจวกวางเหนียนตะโกนอย่างบ้าคลั่งนั่นทำให้คนโดยรอบต่างตกตะลึง

            ชาแนลได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อยเธอหมุนตัวอย่างสง่างามพลางกล่าวว่า

            "ใครจะรู้ดีไปว่าตัวฉันได้?หากท่านพ่อไม่เชื่อว่าฉันเป็นผู้หญิงจริงๆดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่ฉันจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้คือ ถอด…ให้ทุกคนได้เห็น..."

            ทุกคนในงานได้ยินดังนั้นต่างตกตะลึงเธอยกกระโปรงขึ้นเผยให้เห็นเรียวขาที่ไร้ขน และต้นขาอันสวยงาม...

            เขาจะถอดชุดชั้นในจริงๆ!!!

            แต่ไม่มีใครจะละสายตาเพราะว่าขาที่สวยงามของชาแนลนั้น คล้ายกับขาของนางแบบบนแคทวอล์คที่ทำให้ผู้คนได้เพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงพวกเขาต่างละอายใจที่ไม่อาจละสายตาไปจากขาของชายที่แต่งหญิงผู้นี้ได้อีกทั้งยังรอคอยที่จะได้ยินชุดชั้นในของเขา!

            "แกบ้าไปแล้ว!"

            โจวกวางเหนียนไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปและพุ่งเข้าไปเขาตบแก้มซ้ายของชาแนลในทันที!

            แป๊ะ!!

            รอยแดงรูปฝ่ามือปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชาแนลอย่างรวดเร็วมือที่จับกระโปรงค่อยๆ คลายออก เคลื่อนมาจับใบหน้าอย่างช้าๆพร้อมมองไปที่โจวกวางเหนียน อย่างกับนักแสดงมืออาชีพ ดวงตาของเธอค่อยๆ มีหยดน้ำใสๆไหลออกมา

            "คุณพ่อคุณพ่อตบฉันจริงๆ...ฉัน...ฉันจะไม่สนใจคุณพ่ออีกต่อไปแล้ว!" หลังจากพูดจบเธอก็ยกกระโปรงวิ่งออกจากงานเลี้ยงไปทันที!

            เป็นบ้าอะไรกัน!เธอเพิ่งจะมาแท้ๆ ทำไมจึงรีบกลับไปเร็วเหลือเกิน!?

            ใบหน้าโจวกวางเหนียนไม่รู้จะเขียวคล้ำอย่างไรแล้วหลังจากที่ได้เห็นลูกชายร้องไห้เหมือนสาวน้อย และวิ่งออกจากงานไปและหันกลับไปมองใบหน้าอันมืดมนของซีถูหมิงซื่อพร้อมกล่าวว่า

            "ผมจะกลับไปสั่งสอนลูกชายไม่ได้เรื่องของผมก่อนคุณคนเชิญสนุกกันต่อได้เลย!"

            พูดจบโจวกวางเหนียนก็เดินออกจากงานเลี้ยงไปอีกคนและเหล่าบอดี้การ์ดของตงเฉิงต่างตามเจ้านายไปอย่างสง่างาม

            แค่ชั่วเวลาเพียงสั้นๆพ่อลูกตระกูลโจวต่างจากไป นั่นทำให้แขกที่มาในงานต่างเศร้าหมองเพราะโชว์ดีๆนั้นนานๆ ครั้งจะมีได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น

            หยางเฉินไม่คาดคิดว่าการกระทำของโจวตงเฉิงจะทำให้สถานการณ์วุ่นวายถึงเพียงนี้แต่นี่กลับทำให้สถานการณ์ตึงเครียดกลับกลายเป็นขบขันและทางด้านพันธมิตรตะวันตกก็กลับกลายเป็นอับอายไปโดยพลัน

            ซีถูหมิงซื่อก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีด้วยประสบการณ์ใบวงการอันโชกโชนของเขา ทำให้เขารักษาจิตใจให้เยือกเย็นไว้ได้ดวงตาอันมืดทะมึนจ้องมองเฉียงเวยและหยางเฉินไม่กะพริบ

            "คุณโจวอาจจะไปแล้วแต่เรื่องของเรายังไม่จบฉันคิดว่าทุกคนคงอยากให้ตระกูลซีถูกับตระกูลโจวเป็นทองแผ่นเดียวกัน?"

            คำถามนี้ดูเหมือนถามไปยังแขกต่างๆแต่พวกเขากลับไม่ตอบอะไร และเลือกที่จะก้มหน้าเงียบแทน

            ซีถูหมิงซื่อไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจกับการตอบสนองของแขกต่างๆเขายังคงพูดตอบว่า

            "ลูกเฉียงลูกไม่อยากให้ครอบครัวของเรารวมตัวกันอีกครั้งหรือ?"

            "ฉันว่าฉันบอกชัดเจนแล้วนะประธานซีถูคุณควรเก็บความหวังดีกลับไปได้แล้ว อีกอย่างคุณชาแนลก็เป็นผู้หญิงที่สวยเอามากๆด้วย" เฉียงเวยกล่าวเสียงดังฟังชัด

            "เรื่องของคุณชายโจวทำให้พ่อตกใจมากเหมือนกัน"ซีถูหมิงซื่อไม่ได้โกรธ เขาถอนหายใจและกล่าวต่อว่า "ผมเชื่อว่าคุณชายโจวติดเล่นจนเกินไปวัยรุ่นอย่างพวกลูกมักทำอะไรผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เขาแต่ต้องการเวลาแก้ไขตัวเองแต่ถ้าหากมีใครยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคงเป็นเรื่องที่แย่เอามากๆ"

            "มันจะเป็นอย่างไรงั้นหรือหากฉันจะทำผิดโดยไม่รู้สึกเสียใจอะไร?"เฉียงเวยกล่าวยิ้มๆ

            "ถ้างั้นพ่อก็จะช่วยให้ลูกรู้สึกเสียใจเอง"ใบหน้าของซีถูหมิงซื่อมืดมนลงทันทีเขาโบกมือให้สัญญาณลูกน้องอย่างเงียบๆ

            จางหู่เห็นดังนั้นก็พยักหน้าพร้อมตะโกนขึ้นว่า

            "แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคุณโจวกลับไปแล้ว และงานเลี้ยงของเราก็คงต้องจบลงตรงนี้แต่หากท่านใดอยากดูโชว์สนุกๆ ต่อ พวกเราก็ยินดีเป็นอย่างมาก!"จางหู่พูดพลางเผยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม

            แขกทุกคนที่ได้ยินต่างตกใจและเริ่มวิ่งออกไปอย่างจ้าละหวั่น พวกเขาไม่รู้ว่า 'โชว์'ที่จางหู่พูดหมายถึงอะไร แต่เดิมพวกเขาถูกบังคับให้มาอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าจะอยู่ต่อ

            พริบตาเดียวผู้คนในงานก็จากไปจนหมดเหลือไว้เพียงพรรคพวกของพันธมิตรตะวันตก และกลุ่มของเฉียงเวย

            เสี่ยวจ้าวที่สวมชุดพนักงานเสิร์ฟถอยกลับไปที่ด้านข้างของเฉียงเวยเขามีโทสะเป็นอย่างมาก และไม่มีความกลัวใดๆ หลงเหลืออยู่ในสายตา

            สำหรับเฉินหรงเธอกำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาวน้อยใสซื่ออย่างเธอไม่คิดว่าจะมาเจอกับเรื่องแบบนี้ และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้แต่เธอก็ยังคงจับกระโปรงของเธอไว้ด้วยมือทั้งสอง เพื่อข่มอารมณ์ตื่นเต้น

            เหล่าคนของพันธมิตรตะวันตกต่างล้อมกลุ่มของเฉียงเวยไว้อย่างหนาแน่นในที่สุดสงครามอันยาวนานก็มาถึงจุดสิ้นสุด ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว

            "พวกคุณวางแผนนี้มานานแค่ไหนแล้ว?"เฉียงเวยถาม

            ซีถูหมิงซื่อรับซิการ์ซึ่งผ่านการตัดมาแล้วจุดไฟแล้วอัดมะเร็งเข้าไปเต็มปอด พร้อมกล่าวว่า

            "จริงๆแล้วมันก็ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ เราติดต่อกันและต่างเข้าใจกันเป็นอย่างดี"

            "คุณหมายความว่าสองคนเป็นเหมือนขนนกที่มาจากนกตัวเดียวกัน?"เฉียงเวยยิ้มและกล่าวว่า "โจวกวางเหนียนทำธุรกิจค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์ สิ่งที่คุณได้ทำในไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็คล้ายกับเขาอยู่ไม่น้อย"

            "ฮึๆ ลูกพูดแบบนั้นได้ยังไง" ซีถูหมิงซื่อส่ายหัวพลางกล่าวว่า "พ่อจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะคนเรามีอาชีพอะไรก็ต้องทำตามอาชีพนั้น เป็นมาเฟียจะไม่ให้ขายยามันย่อมเป็นไปไม่ได้สำหรับการค้ามนุษย์ก็เช่นกัน พวกเราทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็ไม่มีใครเสียเปรียบกันนะ ลูกจะมาว่าพ่อได้ยังไง"

            "รู้มั้ยอะไรที่ทำให้ลูกแพ้?"ซีถูหมิงซื่อพ่นควันทำสีหน้าคล้ายกับผู้ชนะ

            โดยไม่รอให้เฉียงเวยตอบซีถูหมิงซื่อเบิกตากว้างตะโกนขึ้น "แกแพ้เพราะแกใจดีเกินไปยังไงล่ะ!"

            "มันเป็นเรื่องดีที่จะเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแต่มากเกินไปก็ไม่ดีลูกคุณคิดว่าขายยาเสพติดและค้ามนุษย์มันไร้มนุษยธรรมและเป็นอันตรายต่อโลกใช่มั้ยล่ะแต่ลูกลองคิดดูสิ ถ้าไม่มีใครต้องการซื้อ แล้วพวกเราจะขายมันไปทำไม?" ซีถูหมิงซื่อพูดพลางเดินไปรอบๆ เหมือนเขาเป็นอาจารย์ที่กำลังบรรยายบทเรียนหัวข้อสำคัญแก่นักศึกษา

            "และในเมื่อลูกทรยศพ่อลูกเรียกพ่อว่าสัตว์ประหลาดใช่หรือเปล่าแล้วรู้หรือไม่ว่าพ่อไม่ได้โกรธอะไรลูกเลยที่ลูกเรียกพ่อแบบนั้นสงสัยมั้ยว่าเพราะอะไร เพราะพ่อเป็นสัตว์ประหลาดอยู่แล้วยังไงล่ะ!!!!" ซีถูหมิงซื่อพูดพลางโยนซิการ์ลงกับพื้นแล้วใช้เท้าขยี้มันอย่างรุนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มแปลกๆ

            "ดูนี่!นี่คือตัวอย่างของพวกไร้ประโยชน์ที่มีมนุษยธรรมมันแหลกสลายหายไปเพียงแค่เท้าเดียว"

            "งานเลี้ยงคืนนี้จัดขึ้นเพื่อพูดคุยกับคุณโจวความจริงลูกไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยซ้ำ ไม่ช้าก็เร็วเราก็จะต้องสู้กันอยู่แล้วแต่ลูกกลับมางานนี้โดยไม่เอาลูกน้องมาด้วยพ่อรู้ว่าลูกไม่ต้องการให้ลูกน้องบาดเจ็บล้มตาย ลูกใจดีเกินไปจริงๆป้อนเนื้อเข้าปากเสือชัดๆ"

            "นั่นคือสิ่งที่ฉันเลือกฉันไม่ต้องการคำสั่งสอนจากคุณ" เฉียงเวยกล่าว

            ซีถูหมิงซื่อหัวเราะในลำคอพลางกล่าวว่า

            "ลูกคิดว่าพ่อจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นเพื่อฆ่าแขกทุกคนที่มาในงานและทุกคนก็ต้องคิดว่าฉันจะไม่ทำอะไรลูกสาวตัวเองในงานเลี้ยงอย่างแน่นอนแต่พ่อจะทำมัน! เหมือนพวกสัตว์ที่ไม่เคยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใดๆและไม่สนว่ามันจะผิดศีลธรรมสักแค่ไหน!?"

            เฉียงเวยมองไปที่ซีถูหมิงซื่อด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ "โชคร้ายที่ฉันไม่คิดว่าคู่ต่อสู้ของฉันเป็นมนุษย์เหมือนกัน"

            "โชคร้ายเหมือนกันที่เลือดที่ไหลเวียนในตัวลูกเป็นครึ่งหนึ่งเป็นเลือดของสัตว์ประหลาด"เสียงของซีถูหมิงซื่อค่อยๆ ดังขึ้นเขาจ้องมองเฉียงเวยด้วยสายตาอันแหลมคม "วันนี้ลูกจะเชื่อฟังพ่อหรือจะให้พ่อเป็นคนส่งลูกไปโลกหน้า..."

            ซีถูหมิงซื่อกล่าวพลางชี้ปากกระบอกปืนไปทางเฉียงเวย!

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน