ในห้องโถงตอนนี้จำนวนเหล่าบรรดาบ่าวรับใช้ที่ได้ให้ปากคำลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว หานลี่กันหันไปหาบ่าวรับใช้ที่ติดตามตนเองมาก่อนจะซุบซิบบางอย่าง บ่าวรับใช้พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากที่นั่นอย่างไม่เร่งรีบ หญิงสาวมองไปทางหีบสมุดบัญชีตลอดสี่ปีกว่า ๆ นั้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“สมุดบัญชีมีมากจนเกินไป ข้าเกรงว่า....”
หานลี่กันยกมือขึ้นห้ามบุรุษมากอายุให้หยุดพูดต่อในทันที หญิงสาวมองมาทางหยางชุนและจื่อรั่วที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“ชุนเออร์ จื่อรั่ว พวกเจ้าจำกลุ่มตัวเลขที่ข้าสอนได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ”
ทั้งสองตอบขึ้นพร้อมกัน หานลี่กันยิ้มให้กับทั้งสอง
“เช่นนั้นวันนี้จะเป็นการทดสอบพวกเจ้า จงเปิดสมุดบัญชีพวกนี้และแทนค่าด้วยกลุ่มตัวเลขที่ข้าสอนไป แล้วจึงค่อยคิดคำนวณ ไม่ต้องรีบหากไม่เข้าใจให้ถาม แบ่งกันคนละสองปี ปีสุดท้ายข้าจะตรวจสอบเอง”
“ขอรับ”
เมื่อแบ่งหน้าที่กันแล้วทั้งสามจึงก้มหน้าก้มตากับกองสมุดบัญชีนั้น บุรุษมากอายุมองไปทางคนทั้งสามนั้นด้วยแววตาที่เปล่งประกาย ‘ไม่คิดว่านายหญิงจะใจร้อนถึงเพียงนี้ แต่ก็ดีไม่น้อย เห็นเช่นนี้ข้าเองก็เบาใจ’ พ่อบ้านหยูยิ้มให้กับตัวเอง
“บัญชีของเจ้าเรียบร้อยและเป็นระเบียบดีมาก อีกทั้งทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลและไม่มีที่ติ”
“ขอบคุณนายหญิงที่เอ่ยชม”
หานลี่กันเอ่ยขึ้นเมื่อสมุดบัญชีเล่มสุดท้ายของปีที่นางตรวจถูกปิดลง เพียงไม่นานบ่าวที่หายออกไปได้กลับเข้ามาพร้อมกับผู้คนอีก 7-8 คน
“คำนับฮูหยิน พวกเราเป็นผู้ดูแลร้านที่เป็นสินเดิมของฮูหยินคนเก่า พวกเราได้รับแจ้งจากบ่าวของฮูหยินว่าฮูหยินเชิญพวกเรามาพบ”
“เชิญผู้อาวุโสทุกคนนั่งก่อน วันนี้ที่ข้ามีเชิญพวกท่านมานั้นเป็นเพราะข้ามีเรื่องที่ต้องการถามและเจรจากับผู้อาวุโสทุกท่าน อีกทั้งตอนนี้ข้าเป็นเพียงผู้ดูแลเรื่องพวกนี้แทนชุนเออร์เท่านั้น ขอผู้อาวุโสทุกท่านโปรดเรียกข้าว่า...คุณหนูหานก็พอ”
ถ้อยคำที่หานลี่กันเรียกพวกเขาอย่างให้เกียรตินั้นทำให้เหล่าบุรุษมีอายุรู้สึกพึงพอใจและชื่นชมในตัวหญิงสาว พวกเขาทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ทุกคนทราบดีว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าคือผู้ใดและได้รับสิทธิ์ใดบ้าง ทันทีที่พวกเขาได้รับการเชิญให้มาทั้งหมดจึงมิได้รั้งรอ ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์แม้จะไม่มีผู้ใดมาตรวจสอบพวกเขาก็ตาม และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่หานลี่กันทราบมาก่อนแล้ว
“คุณหนูหานกล่าวหนักเกินไปแล้ว พวกเราล้วนทำหน้าที่อย่างแข็งขันและซื่อตรง หากคุณหนูหานไม่พอใจหรือมีข้อสงสัยประการใดเชิญถามได้ขอรับ”
“เช่นนั้นข้าไม่ขอเกรงใจ”
หานลี่กันเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งหยิบกระดาษและพู่กันขึ้นมาก่อนจะมองไปทางบุรุษมีอายุเหล่านั้น
“ข้าอยากทราบผลกำไรหรือผลการขาดทุนของทุกร้านในตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา”
บุรุษมีอายุร้านเครื่องเขียนทางฝั่งตะวันออกของเมืองยืนขึ้นรายงานก่อนในทันที
“ข้าเถ้าแก่ฟู่ดูแลร้านเครื่องเขียนทางตะวันออกของเมือง ทุกปีจะทำกำไรได้ 200 ตำลึงขอรับ”
ทุกคนต่างยืนขึ้นรายงานจนครบเมื่อหานลี่กันนับรวมหญิงสาวถึงกับตาโตกับผลกำไรที่ได้’ กำไรมาถึงขนาดนี้แต่กลับตกอยู่ในมือของนังหนูเน่า ข้าจะต้องเอาคืนทุกบาททุกสตางค์ให้หมด’ หานลี่กันคิดในใจ
“ขอบคุณที่ทุกคนลำบากเพื่อร้านของชุนเออร์”
หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ คำพูดของนางทำให้ทุกคนมองไปทางเด็กชายตัวน้อยที่กำลังตั้งใจขีดเขียนและจดจ้องสมุดบัญชีตรงหน้านั้น
“ที่ข้าเชิญพวกท่านมาพบก็เพื่อจะยื่นข้อเสนอดี ๆ ให้”
หานลี่กันเว้นคำพูดเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังทุกคนที่ตั้งใจฟังนาง
“ข้าเชื่อว่าในร้านของผู้อาวุโสทุกท่านนั้นย่อมต้องมีเด็กในร้าน และบางร้านอาจจะมีเด็กที่เข้า ๆ ออก ๆ จนทำให้ร้านเกิดความวุ่นวาย ข้าจึงอยากเสนอวิธีการขายของแบบใหม่”
หานลี่กันนำกระดาษที่ตนเองเขียนออกมาแล้วส่งไปให้เหล่าผู้มีอายุเหล่านั้น ทันทีที่ทุกคนอ่านจบถึงกับตาโตและหันมาหาหญิงสาว
“คุณหนูหานหมายความว่าอย่างไรกัน”
“ข้าหมายความตามที่เขียนทุกประการ คนที่ทำดีย่อมต้องได้รับคำชมและรางวัล คนที่เกียจคร้านย่อมต้องกำจัด ทุกที่ล้วนมีระเบียบเช่นนี้ใช่หรือไม่”
“ถูกต้องแต่....”
“ไม่เพียงแต่ต้องขายได้เท่านั้นเด็กในร้านทุกร้านจะต้องพูดจาดีอ่อนน้อม ส่วนกำไรที่ข้าแบ่งให้นั้นนั่นคิดเป็นรายเดือน”
“รายเดือนหรือขอรับ”
“ถูกต้อง แล้วเมื่อทำงานครบปี ในวันสิ้นปีจะมีให้อีกหากใครทำงานดี ทำงานทะลุเป้ามิใช่แค่เด็กในร้านที่ได้ แต่พวกท่านเองก็เช่นกัน”
“เช่นนั้นหมายความว่า....”
“ทุกคนจะได้เงินพิเศษแตกต่างกันไปตามความสามารถของตนเอง ส่วนพวกท่านนั้น....ทุกปีข้าจะเพิ่มเงินเดือนให้ปีละครั้ง...พวกท่านว่าดีหรือไม่”
“ขอบคุณคุณหนูหาน ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกข้าได้อะไรเช่นนี้”
ทุกคนต่างรีบคุกเข่าลงเอ่ยของคุณหานลี่กันในทันที หานลี่กันมองทุกคนก่อนจะบอกให้ทุกคนยืนขึ้น ‘ความจริงเรื่องพวกนี้ในโลกของฉันก็มีมานานแล้วนะ การทำยอดขาย ค่าคอมมิชชั่น โอที การขึ้นเงินเดือน จริงสิ คงต้องเพิ่มวันหยุดให้พวกเขาด้วย’
“มีอีกเรื่อง วันหยุดของเด็กในร้าน ให้ผู้อาวุโสทุกท่านสลับวันหยุดให้เด็กในร้านหยุดเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 วันโดยไม่หักเงิน หากเดือนไหนไม่หยุดสามารถสะสมได้แต่ไม่ให้หยุดตรงกันกับคนในร้าน แต่หากใครไม่หยุดเลยตลอดทั้งปีจะมีรางวัลความขยันให้ด้วย”
“คุณหนูทำเช่นนี้.......จะทำให้ร้าน”
“พวกท่านเชื่อข้า การทำเช่นนี้จะทำให้คนเหล่านั้นรักร้านของเรามากขึ้นและอยู่กับเราไปนาน ๆ พวกท่านเองก็จะไม่ต้องเสียเวลากับการสอนงานเด็กใหม่อีก พวกท่านว่าไม่ดีหรือ”
“แต่...”
“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ พวกท่านลองนำกฎนี้ไปใช้สัก 6 เดือนก่อน หากดีก็นำไปใช้ต่อไป หากไม่ดีค่อยกลับมาใช้แบบเดิม”
แม้ทุกคนแม้จะดีใจกับระบบการเงินที่ตนเองได้เพิ่มขึ้นจากเดิมแต่พวกเขากลับไม่แน่ใจกับสิ่งที่หานลี่กันเสนอแต่เมื่อให้ลองใช้แค่หกเดือนทุกคนจึงพยักหน้ารับแต่โดยดี
“นี่มันอะไรกัน เจ้ามาแค่วันเดียวกลับทำให้จวนวุ่นวายถึงเพียงนี้เชียวหรือ มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
หานลี่กันมองสตรีผู้มาใหม่นั้นก่อนจะยกยิ้มข้างหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินไปนั่งข้าง ๆ หยางชุนที่ตอนนี้แม้จะนั่งนิ่งแต่หญิงสาวกลับรู้ดีว่าเด็กชายตัวน้อยยังคงมีความรู้สึกกลัวในตัวสตรีผู้มาใหม่นี้
“ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นคุณหนูรองเซวียนี่เอง”
หานลี่กันมองจ้องไปทางเซวียอินเหมือนจะยิ้มไม่ยิ้ม
“ในเมื่อเจ้ามาก็ดีแล้ว อาหมิงเรื่องที่ให้จัดการเรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
อาหมิงเอ่ยตอบหานลี่กันขณะที่อาหมิ่นเองก็เดินเข้ามาพร้อม ๆ กับบ่าวรับใช้ชายอีกสองคน
“ห้องสินเดิมทุกอย่างยังอยู่ครบเจ้าค่ะ”
อาหมิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะคืนกุญแจให้แก่หานลี่กัน หญิงสาวตั้งใจรับอย่างช้า ๆ เพื่อให้เซวียอินเห็นกุญแจนั้นชัด ๆ
“นี่เจ้ามีกุญแจห้องนั้นได้อย่างไรกัน”
เสียงเซวียอินเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจก่อนจะมองไปทางลูกกุญแจที่อาหมิ่นได้ยื่นมอบคืนให้หานลี่กัน
“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไร”
“เจ้า….เจ้าต้องขโมยมันมาอย่างแน่นอน”
หานลี่กันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจ้องมายังเซวียอิน
“ก่อนจะกล่าวหาใคร เจ้าควรที่จะมีหลักฐาน ข้าเพิ่งมาจวนนี้เป็นครั้งแรก ข้าจะมาขโมยของได้อย่างไร อีกทั้งข้าได้รับสิทธิ์ทุกอย่างในจวน เช่นนี้จะเรียกว่าขโมยได้เช่นนั้นหรือ”
“แต่กุญแจนั่น”
“กุญแจที่เจ้าไม่มีและไม่สามารถมีในครอบครอง เจ้าอย่าคิดว่าผู้อื่นจะไม่สามารถครอบครองได้สิ และการครอบครองของข้าก็เป็นไปอย่างชอบธรรม มิได้ลักขโมย....หากจะพูดถึงการลักขโมยคำนี้ควรจะใช้กับเจ้ามากกว่าถึงจะถูก”
หานลี่กันจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเซวียอินดั่งจะล้วงลึกเข้าไปให้ถึงดวงใจจนหญิงสาวไม่อาจต้านทานไหวจึงรีบหลบตาในทันที