หลังจากที่อวี๋เย่อิงและหยางเหวินฮ่าวออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ข่าวเรื่องการคบหากันระหว่างซีอีโออวี๋และท่านประธานหยางก็ถูกปล่อยออกไปในทันที
ซึ่งฝีมือของคนที่สามารถทำเรื่องราวเล็ก ๆ ให้ใหญ่โตขนาดนี้ได้ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน ย่อมเป็นท่านประธานหยางที่ไม่ต้องการที่จะปล่อยให้มีหนุ่ม ๆ หน้าเหม็นทั้งหลายเข้ามาเกาะแกะกับผู้หญิงของเขาอย่างโจ่งแจ้งเท่านั้นนั่นเอง
ข่าวนี้นับว่าสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจและรู้จักกับทั้งสองคนเป็นการส่วนตัวไม่อยู่น้อยเลย เพราะจากที่พวกเขาได้เห็นและรับรู้มาโดยตลอด ไม่เคยมีครั้งไหนที่บ่งบอกว่าคนทั้งคู่จะมีสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวกันแม้แต่ครั้งเดียวเลยนั่นเอง
แต่หลังจากที่ข่าวคราวของพวกเขาทั้งคู่เงียบไปและไม่ได้พบเจอผู้คนไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ พวกเขากลับกลับมาพร้อมข่าวการคบหากันอย่างเป็นทางการเลยเสียได้
ทุกคนคิดเป็นเสียงเดียวกันไปในทันที ว่าทั้งสองไม่คิดที่จะมีช่วงเวลาให้ทุกคนระแคะระคายก่อน แล้วค่อยเปิดตัวกันเลยหรือยังไงนะ
ยิ่งคิดทุกคนที่รู้ข่าวนี้ก็ยิ่งงุนงงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังไม่ย่อท้อที่จะตั้งคำถามกับทั้งคู่ในทุกครั้งที่มีโอกาสเช่นเดียวกัน แม้พวกเขาจะไม่เคยได้รับคำตอบที่น่าจะเป็นประโยชน์จากทั้งคู่เลยแม้แต่ครั้งเดียวก็ตามที
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
ในขณะที่ทุกคนรอบตัวของทั้งคู่กำลังสงสัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวต้นเรื่องทั้งสองกลับไม่ได้สนใจเรื่องภายนอกเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
อวี๋เย่อิงตั้งใจกลับไปทำงานด้วยความขยันขันแข็งเหมือนตัวเองมีหนี้เป็นร้อยล้านอย่างไรอย่างนั้น
ทางท่านประธานหยางเองก็โหมงานหนักเพื่อสะสางงานทุกอย่างในบริษัทของตัวเองด้วยความกระตือรือร้นอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกัน
อวี๋เย่อิงและหยางเหวินฮ่าวที่ได้กลับมามีพละกำลังในการทำงานอย่างที่ไม่ได้ทำแบบนี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ออกมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
กลางวันพวกเขาใช้เวลาไปกับการทำงานอย่างเต็มที่ ช่วงเย็นพวกเขาใช้เวลาร่วมกันไปกับการออกกำลังกายและหาของอร่อยกินโดยไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่กินไปนั้นจะมีผลต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใดด้วยความสนุกสนาน
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
หลังจากที่โหมงานหนักกันมาตลอดสามเดือนจนงานโครงการใหญ่ ๆ ที่พวกเขาทำประสบผลสำเร็จไปหลายงานอย่างงดงามแล้ว ทั้งสองที่ได้รับฉายาในวงการนักธุรกิจว่าเป็นดั่งปีศาจแห่งวงการนี้ก็ทำการลาพักร้อนเพื่อไปเที่ยวด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ในทันที
บางคนบอกว่า พวกเขาควรจะพักผ่อนกันตั้งแต่เดือนแรกที่มีข่าวว่าคบกันแล้ว เพราะพวกเขาไม่เพียงแค่โหมงานหนักกันเท่านั้น แต่ทุกโครงการและงานที่พวกเขาสร้างขึ้นในตอนนั้น ล้วนแล้วแต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักธุรกิจทั้งหลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเลยก็ว่าได้
วิสัยทัศน์อันกว้างไกล ความเฉลียวฉลาดและความกล้าได้กล้าเสียของพวกเขาที่ลงไปเล่นกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในแต่ละครั้ง แต่กลับทำทุกอย่างได้สำเร็จทุกครั้ง เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถอันน่าหวั่นเกรงของพวกเขาทั้งสองคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ว่าพวกเขานั้นเหมาะสมกับฉายาที่ได้รับมากเพียงใด
ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่าอวี๋เย่อิงและหยางเหวินฮ่าวจะพักจากการทำงานเป็นเวลาหนึ่งเดือนด้วยกัน เหล่านักธุรกิจทั้งหลายต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที เพราะตอนที่ทั้งสองคนนี้ทำงานอยู่ ทั่วทั้งแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาต่างก็หัวหมุนและวิ่งตามความกระตือรือร้นของพวกเขาไม่เว้นแต่ละวันจนสายตัวแทบขาดเลยทีเดียว ถึงความสำเร็จนั้นจะผลิดอกออกผลเป็นผลกำไรที่งดงามมากเพียงใด แต่พวกเขาก็ยังไม่อยากที่จะขาดใจตายเพราะเหนื่อยจนหายใจไม่ทันเนื่องจากวิ่งตามทั้งสองคนโดยไม่ได้หยุดพักเสียทีเช่นเดียวกัน
การพักผ่อนของทั้งสองคนในตอนนี้จึงเปรียบดั่งระฆังพักยกที่ทำให้เหล่าผู้บริหารและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาได้พักหายใจกันเสียทีไปโดยปริยาย
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
“ที่รัก ช้า ๆ หน่อยครับ” เหวินฮ่าวเรียกตามคนรักด้วยน้ำเสียงที่หอบนิด ๆ
เย่อิงที่ในตอนนี้อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบดูกระฉับกระเฉงหันมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่กำลังเดินตามเธอมาด้วยสีหน้าขบขัน
“ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องเตรียมของมาเยอะขนาดนี้ แต่คุณก็ไม่ยอมฟัง เอามาค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยถือ” หญิงสาวเอ่ยแล้วตั้งท่าที่จะเข้าไปช่วยชายหนุ่มถือของที่เขาหอบพาจนดูพะรุงพะรังไปหมดด้วยความเอ็นดู
“เยอะตรงไหนกันครับ นี่เอาไว้ให้คุณรองนั่งเวลาเมื่อย นี่เอาไว้ให้คุณกินเวลาหิว นี่เอาไว้เผื่อคุณกระหาย นี่เอาไว้เผื่อคุณโดนแมลงกัด ส่วนนี่เอาไว้เวลาที่คุณร้อน แล้วก็นี่...” หยางเหวินฮ่าวอธิบายประโยชน์ของของทุกอย่างที่เขาขนขึ้นเขามาด้วยอย่างละเอียด ทั้งยังเอี้ยวตัวหลบเย่อิงที่จะมาแย่งเขาถือของอย่างไม่ยินยอมอีกด้วย
อวี๋เย่อิงฟังคนรักพูดเรื่องเหล่านี้ออกมาแล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะของทุกอย่างที่เขาขนมานั้น แม้มันจะดูเยอะไปบ้าง แต่ทุกอย่างเขากลับคิดเผื่อเธอมาแล้วทั้งสิ้น
ร่างบางกอดคอคนรักแล้วยืดตัวไปมอบจุมพิตให้เขาเป็นรางวัลครั้งหนึ่งอย่างซุกซน ก่อนที่เธอจะหอมแก้มเขาไปอีกหลายทีอย่างมันเขี้ยวแล้วเอ่ย
“รางวัลของคนทำความดีค่ะ ฉันจะเดินจับมือคุณไปตลอดทางเอง ไม่ปล่อยให้คุณต้องเดินตามหลังอีกแล้ว ดีไหมคะ”
“ดีมากครับ จับมือกันไปตลอดทางเลย คนอื่นที่เดินผ่านจะได้รู้ ว่าคุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น” เหวินฮ่าวกระซิบข้างหูของคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
ใครใช้ให้คนรักของเขาสวยจนใครเห็นก็ต้องมองกันเล่า เดินจับมือเธอตลอดทางแบบนี้ในทุก ๆ ที่นี่แหละ เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดที่สุดแล้ว
ทั้งสองคนพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกันตลอดเวลาอยู่ถึงหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ตามที่พวกเขาได้ลางานกันเอาไว้เลยทีเดียว
+๐+๐+๐+๐+๐+๐+
หลังจากพักผ่อนกันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งสองก็กลับมาทำงานกันตามเดิมอย่างขยันขันแข็งทันที
แม้การกลับมาทำงานของคู่รักปีศาจจะสร้างความหวาดหวั่นให้กับทุกคนอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อดูจากความผ่อนคลายของพวกเขาหลังจากพักผ่อนกันมาอย่างยาวนานแล้ว ทุกคนก็เริ่มหายใจทั่วท้องและคลายกังวลกันในทันที
ดูเหมือนกับว่าความสุขที่พวกเขาเพิ่งได้รับมาจะส่งผลต่องานอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว เพราะงานในตอนนี้แม้จะไม่ได้สบายเท่ากับตอนที่ก่อนพวกเขาจะคบหากัน แต่มันก็ผ่อนคลายกว่าตอนที่พวกเขาคบกันในสามเดือนแรกอย่างเห็นได้ชัดเลยก็ว่าได้
ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ เช่นที่มันควรจะเป็น ซีอีโออวี๋ก็ยังคงเป็นซีอีโออวี๋ที่ใช้เวลาไปกับทุก ๆ เรื่องอย่างคุ้มค่าเช่นเดิม
ช่วงเย็นวันหนึ่งที่อวี๋เย่อิงยังคงทำงานล่วงเวลาอยู่ในห้องทำงานของเธอเอง หยางเหวินฮ่าวก็ได้มาหาเธอพร้อมกับขนมอย่างเช่นทุก ๆ ครั้งด้วยความคุ้นเคย
ชายหนุ่มจัดขนมและเครื่องดื่มเตรียมเอาไว้ให้หญิงสาวที่กำลังนั่งทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ด้วยความรู้ใจ
ดูเหมือนมุมอ่านหนังสือของเธอจะมีหนังสือมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่น้อยเลย เหวินฮ่าวคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าคนรักของเขานั้นเอาเวลาไหนไปให้ความสนใจกับทุกอย่างได้เยอะขนาดนี้ได้กัน
อวี๋เย่อิงที่กำลังนั่งทำงานอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้นั้น ราวกับเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งในชีวิตของเขาเลยก็ไม่ปาน
ชายหนุ่มนั่งมองดูคนรักทำงานไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่คิดที่จะเข้าไปรบกวนเธออย่างรู้มารยาท
จนเมื่อเย่อิงสะสางงานตรงหน้าของตนเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวในชุดเดรสแขนกุดก็ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานแล้วบิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันในทันที
“หิวไหมคะ วันนี้คุณอยากกินอะไรเหรอ” เย่อิงถามคนรักในขณะที่เดินไปนั่งลงบนตักของเขาอย่างออดอ้อน
“ยังไม่หิวครับ คุณกินขนมรองท้องก่อนเร็ว เลขาหลินบอกว่าคุณไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่บ่ายแล้ว” เขาตอบพลางหยิบขนมมาป้อนให้เธอถึงปากด้วยความใส่ใจ
หญิงสาวอ้าปากรับขนมที่คนรักป้อน ก่อนที่จะเคี้ยวมันอย่างช้า ๆ เพื่อลิ้มรสมันอย่างเต็มที่พลางเอนตัวพิงไปยังร่างกำยำของคนรักราวกับตนเองไร้กระดูกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างเคยชิน
ชายหนุ่มกอดคนตัวเล็กเอาไว้อย่างหลวม ๆ ไปพร้อม ๆ กับหยิบขนมชิ้นต่อไปป้อนเธอด้วยความใส่ใจ
ทั้งสองนั่งหยอกเย้าและกินขนมด้วยกันอย่างสบาย ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะสังเกตเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้าง ๆ โซฟาในเวลาต่อมา
“นิยายเรื่องใหม่เหรอครับ?”
“ค่ะ เลขาหลินหามาให้อ่านเล่นอีกแล้ว เห็นว่าเรื่องนี้ฉันมีชื่อเหมือนตัวประกอบที่ต้องตายด้วยนะคะ” เย่อิงที่นั่งอยู่บนตักของคนรักอย่างเกียจคร้านเล่าให้อีกฝ่ายฟังอย่างไม่คิดมาก แต่คนรักของเธอในตอนนี้ได้คิดมากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เอาหนังสือเล่มนี้ไปเผาเลยครับ อย่าเผลอไปอ่านเชียว” เขาว่า
อวี๋เย่อิงหัวเราะออกมาเล็กน้อยแล้วหันไปหอมแก้มเหวินฮ่าวเบา ๆ อย่างซุกซน
“ฉันล้อเล่นค่ะ เลขาหลินบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีใครตาย” เธอตอบ ในนิยายเล่มนี้ตัวมีตัวประกอบที่ชื่อเดียวกับเธอก็จริง แต่ตัวประกอบตัวนั้นไม่ได้ตายอย่างที่เธอบอกเหวินฮ่าวเลยแม้แต่น้อย
“คนขี้แกล้ง” ชายหนุ่มกระซิบข้าง ๆ หูของหญิงสาวแล้วใช้ริมฝีปากขบเม้มมันเบา ๆ อย่างต้องการลงโทษอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยว
ทั้งสองหยอกล้อกันไปมาโดยมีหนังสือเล่มนั้นวางอยู่ไม่ไกล ราวกับว่ามันกำลังรอให้พวกเขาได้เปิดอ่านมันอยู่อย่างไรอย่างนั้น...
-จบเล่มพิเศษ-
ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนจบมากๆเลยค่า
แล้วพบกันใหม่ในนิยายเรื่องถัดไปนะคะ
ด้วยรัก
泠风 (หลิงเฟิง)