บทที่ 12 ท่านชอบเป็แขกที่ไม่ได้รับเชิญเหรอ? (2/2)
เกรเทลค่อย ๆ เงยหน้าหันไปทางต้นเสียง ซึ่งนางคิดไว้แล้วแหละว่าอีกฝ่ายเป็ใครไม่ได้นอกเสียจากเ้านายของเธอที่ชอบโผล่ไปไหนมาไหนตามใจชอบ
…อีตาหัวผัก…
ทำไมเขาขยันมาหาเธอจังเลยชักสงสัยแล้วสิว่าเขาเป็เกย์หรือเปล่า จากที่สังเกตพฤติกรรมดูเขาไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครมากนักหรือเธอะเข้าใจผิดไปเอง?
“ถ้าท่านจะนั่งก็นั่งเถอะ”
เธอก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่ใครมาขอนั่งด้วยจะรังเกียจ ร่างบางจึงเขยิบก้นไปด้านข้างเล็กน้อยให้เขาเบียดได้ วอลล็อคค่อย ๆ นั่งลงแล้วมองสิ่งที่เกรเทลถืออยู่มันคือกล่องอาหารที่คนครัวมักแบ่งแยกเอาไว้กันเอง
“ข้าไม่เข้าใจว่าท่านชอบเป็แขกที่ไม่ได้รับเชิญเหรอ?”
เด็กสาวขอพูดเหน็บเขาบ้าง เธอมั่นใจว่าไม่ได้รู้สึกไปเองคนเดียวเพราะหลายครั้งที่เขาไม่ยืนอยู่ก็มักมามีส่วนร่วมในวงสนทนาเสมอ เหมือนเขาวาปไปได้ทุกที่ที่อยากไปอย่างไรอย่างนั้น
ใบหน้าหล่อยกยิ้มน้อย ๆ แต่เลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแทน
“ดูสิเ้าไม่ได้ขโมยอาหารแล้ว”
ร่างเล็กหันขวับตาโตเ้าหมอนี่มันจะแซวไม่เลิกเลยหรือไงกันว่างนักเหรอ
“ข้าก็ไม่ได้ขโมยแล้วไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าเขาจะเข้าใจข้าผิดไปใหญ่”
ชายหนุ่มยิ้มขำกับคำพูดคำจาของเด็กทาสคนนี้ จังหวะเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะพูดตอบกลับไปอีกฝ่ายก็พูดตัดหน้าเขา
“อ่อจริงสิข้าจะคืนสิ่งนี้ให้ท่าน”
เกรเทลก้มลงไปหยิบถุงผ้าที่เฟียซเคยให้เธอไว้ั้แ่แรก เธอเปลี่ยนมันมาเป็กระเป๋าบรรจุข้าวของต่าง ๆ เพื่อที่เวลาไปไหนมาไหนจะได้หยิบใส่ไปได้ทุกที่ มือเรียวเปิดถุงออกแล้วล้วงลงไปหยิบเอากล่องอาหารที่ทำจากไม้เมื่อกลางวัน ส่งคืนให้วอลล็อคผู้เป็เ้าของ
คนผมสีเขียวเอียงคอมองเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปรับมา
“ขอบคุณท่านด้วย…ที่แบ่งอาหารมาให้ข้า”
แม้ว่ามันจะดูไม่เหมือนของเหลือตามที่เขาพูดเลยก็ตาม แต่ถ้าไม่มีอาหารมื้อนั้นเธอคงไม่มีแรงไปนั่งขัดโซ่แน่ ๆ เพราะใช้พลังงานหมดไปกับจัดระเบียบกรงเหล็กหมดแล้ว
ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำขอบคุณ เขารู้สึกเอ็นดูความถ่อมตนแปลก ๆ ของมัน ในบางครั้งก็ดูนอบน้อม บางครั้งก็ดูดื้อรั้น บางครั้งก็ดูไม่ยอมคน จากวันแรกที่เขาเจอมันนั่งแห้งอยู่ในกรงทาส หน้าตามันดูเหม่อลอยเหมือนคนไร้ิญญาแต่จากนั้นไม่นานแววตาก็เปลี่ยนไปราวคนละคน
เกรเทลเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรต่อเธอก็หันมาเปิดกล่องข้าวที่เป็มื้อเย็นของตนเอง ทว่าตอนที่กำลังจะตักข้าวคำแรกเข้าปากเธอก็ชะงักกลางอากาศ หางตาเหลือบมองไปยังอีกฝ่ายว่าทำไมยังนั่งมองเธออยู่
“นาย…มองข้าทำไม”
เกรเทลรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่มีคนจ้องตอนทานข้าวจึงเอ่ยปากถามออกไปด้วยความสงสัย
“หื้ม? เปล่านิข้าก็มองไปเรื่อย”
คำตอบของวอลล็อคทำเอาเธอขมวดคิ้วมุ่นเป็โบ ไม่เข้าใจว่าเขาตอบแบบนั้นจริง ๆ หรือแค่อยากกวนตีนเธอเล่น เพราะถ้าเป็อย่างหลังเธอจะไม่ทนนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว อยากนั่งก็นั่งไปคนเดียวคนเขาจะกินข้าวเงียบ ๆ ยังจะมากวนใจอยู่ได้
“เฮ้อ…แล้วท่านทานข้าวหรือยัง”
แม้ว่าเธอจะเหนื่อยใจกับผู้เป็เ้านายแค่ไหนแต่ก็เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันอึดอัดไปมากกว่านี้ เธอเลือกถามไถ่สารทุกข์สุกดิบแทนเขาคงจะไม่กัดเธอตอบหรอกนะ
“ยัง”
“อ้าวทำไม…”
เกรเทลใกับคำตอบที่ได้ยินจากเขาพอสมควร เป็ถึงนายใหญ่ของที่นี่แต่ทำไมไม่กินข้าวให้ตรงเวลา คนงานที่นี่ทุกคนพอเวลาพักก็พักกันตรงเวลาเป๊ะ ๆ ไม่มีขาดไม่มีเกินเสมือนกลัวโดนเอารัดเอาเปรียบ
“เพราะกล่องข้าวของข้าอยู่ที่เ้าไง”
“ห๊ะ?”
ประโยคต่อมายิ่งทำให้เธอใหนักยิ่งกว่าเดิม เขามุ่ยหน้าพยักพเยิดไปทางกล่องเปล่าในมือตนเอง นั้นหมายความว่าที่เขาไม่ได้กินข้าวเย็นเพราะไม่มีกล่องข้าวใช่ไหม? แล้วทำไมถึงไม่ใช้จานที่ครัวหรือหากล่องอื่นมาใส่แทนอ่ะ
“ข้าแค่ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครนักถ้ามันไม่จำเป็”
แต่ดันให้เธอยืมกล่องข้าวกลางวันเนี่ยนะ นายเป็บ้าหรือสติไม่ดีกันแน่เนี่ย เธอเชื่อแล้วว่าเ้านายคนนี้แปลกคนสุด ๆ คนหนึ่ง
“ข้าขอโทษด้วยที่ทำให้ท่านไม่ได้ทานข้าวเย็น ถ้าไม่เกรงใจเอาส่วนของข้าไปแทนไหม”
เกรเทลแสดงความมีน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่เธอจะทำได้ถือเสียว่าชดเชยที่เขาอุตส่าห์เสียสละกล่องข้าวกลางวันให้เธอยืมไป
“ไม่ต้องหรอกเ้ากินไปเถอะ ข้ากลัวเ้าหิวแล้วไปขโมยอาหารอีก”
ปฏิเสธแบบปกติไม่ได้ต้องพูดจาเหน็บแนมคืนเป็คำสร้อยหรือไง ท่าทางเขาจะอยากเปิดศึกน้ำลายกับเธอเข้าสักวัน ถ้าเขาไม่กินเธอก็ไม่มีความจำเป็ต้องเซ้าซี้อีกฝ่าย ดีเหมือนกันเธอจะได้อิ่ม ๆ ท้องตึงคนเดียวปล่อยให้เขาหิวไปเถอะหมั่นไส้
จากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมพวกเขาทั้งสองคน คนหนึ่งตักข้าวกินเคี้ยวจนแก้มตุ่ย ส่วนอีกคนเงยหน้ามองท้องฟ้าหูฟังเสียงน้ำลำธารไหลไปอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาสักประโยคเหมือนต่างฝ่ายต่างปล่อยให้เวลาเดินผ่านไป มีเพียงเสียงจากเ้าจิ้งหรีดเรไรดังรอบบริเวณ
“พรุ่งนี้เ้าก็อย่าลืมงานที่ข้าสั่งเชียวล่ะ มิฉะนั้นข้าจะเป็คนไปลากเ้าที่บ้านพักด้วยตนเอง”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเตือนเด็กหนุ่มข้างตัวพร้อมลากสายตามามองใบหน้าหวานที่กำลังเคี้ยวข้าวไม่หยุด
…มองไปมองมาคล้ายกระรอกเหมือนกันแฮะ…
เกรเทลกลืนข้าวคำสุดท้ายก่อนขานตอบรับ ไม่บอกเธอก็จำได้หรอกก็สัญญาไว้ว่าจะทำงานให้หนักกว่าเดิมสองเท่าใครจะไปลืมได้ลง หรือว่าการที่เขาโผล่มาให้เธอเห็นหน้าบ่อย ๆ แบบนี้จะเป็สัญญาเตือนว่า…ห้ามลืมหน้าที่หรือเปล่านะ
“ขอรับ แต่ว่าบ้านพักของนายท่านอยู่ไหน”
“ถัดจากลานส่วนกลางไปทางขวาประมาณ 500 เมตร บ้านพักที่ทำจากไม้สน ส่วนหน้าบ้านจะมีต้นวิลโลว์ต้นใหญ่ขึ้นอยู่สังเกตเห็นง่ายเ้าหนู”
เมื่อวอลล็อคเห็นเด็กหนุ่มพยักหน้าเข้าใจเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงคว้าเอากล่องไม้ติดมือไปด้วยเตรียมกลับที่พัก
“ข้าไปล่ะ คืนนี้เ้าก็พักผ่อนให้เยอะ ๆ พรุ่งนี้ยังมีงานอีกมากให้เ้าทำ”
กล่าวเสร็จเ้านายผมสีเขียวเข้มโดดเด่นก็เดินหายไปในความมืด ทิ้งให้เด็กสาวนั่งมึนงงกับพฤติกรรมอยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไปของอีกฝ่าย จนเธออดบ่นพึมพำขึ้นมาคนเดียวไม่ได้
“อะไรของหมอนี่กันนะ”
------
กดหัวใจ ❤️ หรือคอมเมนต์เป็กำลังใจให้ไรท์ได้นะคะ
หากพบคำผิด แก้ไขหรือติชม โปรดคอมเมนต์อย่างสุภาพไรท์ยินดีปรับปรุงแก้ไขค่ะ
Talk with writer
รี้ดคิดว่านังวอลดี้เหงามากไหมให้ลองทายเล่น ๆ แต่ไรท์ว่านางเหงาแหละเพราะไม่มีลูกน้องคนไหนยอมเล่นด้วย555
แวะมาพูดคุยเล่นหรือดูอัปเดตเกี่ยวกับนิยายไรท์ได้ที่
Facebook : C.T.Tiana
X (Twitter) : @Ccttiana