ระบบเทพฝึกอสูร

    ตอนที่ 42 แร่ไฟฟ้า

    เหยียนฉีคุยกับสืออวี่ได้ไม่นานก็ขอตัวออกไป เพราะเขายังมีงานอื่นต้องไปทำ


    “สิบเอ็ด ไปหาของอร่อยกินกัน”


    ช่วงบ่าย สืออวี่เรียกสิบเอ็ดออกมาจากห้วงมิติอสูรอีกครั้ง


    ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการเดินทางเมื่อช่วงเช้า หลังจากได้งีบหลับในห้วงมิติอสูร ร่างกายของสิบเอ็ดก็ฟื้นฟูกลับมาจนเกือบเต็มร้อย นี่แหละคือความสุดยอดของห้วงมิติอสูร


    ส่วนทางฝั่งสืออวี่เอง หลังจากได้นั่งทำสมาธิพักผ่อนไปนิดหน่อย ก็กลับมากระปรี้กระเปร่าแล้ว


    เมื่อมีเป้าหมายใหม่ สืออวี่ก็ไม่อยากชักช้า ตัดสินใจพาสิบเอ็ดออกเดินทางต่อทันที


    “งู้ววว—”


    ในโลกภายนอก ร่างของสิบเอ็ดค่อยๆ ปรากฏขึ้น พอมันได้ยินคำว่า “กิน” ก็เผลอยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว


    ....


    เนื่องจากผลของสารานุกรมสกิล ทำให้สมรรถภาพร่างกายของสืออวี่จัดว่าโดดเด่นกว่าผู้ฝึกอสูรในระดับเดียวกันพอสมควร


    ตอนที่เขาเตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้ง ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ไม่ว่าจะมาถึงเขตปลอดภัยก่อนหรือหลัง ต่างก็ยังคงพักผ่อนกันอยู่


    เมื่อคนเหล่านั้นเห็นสืออวี่กับเจ้าแพนด้ากำลังจะออกจากเขตปลอดภัยไป ก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา...


    เมื่อเช้าพวกเอ็งเพิ่งล่าหมูป่าขนหนามมาห้าตัวรวดไม่ใช่เหรอ? นี่จะออกไปล่าอีกแล้ว? ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยบ้างหรือไง???


    ถ้าเฉินข่ายอยู่ที่นี่ คงพูดขึ้นว่า “สมกับเป็นพวกนายจริงๆ ไอดอลของฉันเลย”


    …


    เขตภูเขาแม่เหล็ก


    ที่นี่คือภูเขาที่มีสนามแม่เหล็กพิเศษปกคลุม สภาพแวดล้อมเฉพาะตัวนี้ทำให้เกิดแร่แมกนีไทต์จำนวนมาก แร่ชนิดนี้ถูกเรียกกันว่า 'แร่ไฟฟ้า’


    แร่ไฟฟ้านั้นอันตรายเพราะมันจะปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ไฟฟ้าชนิดนี้ก็เป็นของโปรดของสิ่งมีชีวิตสายอัสนีหลายชนิดเช่นกัน


    ในคู่มือระบุไว้ว่าเขตภูเขาแม่เหล็กเป็นหนึ่งในโซนที่อันตรายที่สุดของภูเขาเทียนหมาง เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของอสูรดุร้ายเลเวลสิบ 


    และที่สำคัญ อสูรดุร้ายธาตุสายฟ้าก็ขึ้นชื่อเรื่องพลังทำลายล้างที่รุนแรง


    สนามแม่เหล็กพิเศษของที่นี่ แม้ความแข็งแกร่งจะไม่สูงมาก แต่ก็ไม่เหมาะให้ผู้ฝึกอสูรฝึกหัดที่ร่างกายอ่อนแออยู่นานเกินไป หากอยู่นานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทจนเกิดภาพหลอนได้


    แต่อันตรายก็ส่วนอันตราย สืออวี่ตั้งใจจะมายังไงก็ต้องมา เทียบกับพวกโบราณสถานแล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นมิตรจะตาย แถมยังมีบุฟเฟต์รออยู่ด้วย


    “นั่นน่ะเหรอ แร่ไฟฟ้า?”


    เมื่อมีเป้าหมายชัดเจน สืออวี่กับสิบเอ็ดก็เดินอ้อมเพื่อเลี่ยงอสูรดุร้ายบางส่วน จะได้ไม่เปลืองแรงโดยใช่เหตุ ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงชายขอบของภูเขาแม่เหล็ก


    ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างตีนเขากับพื้นดิน สิบเอ็ดตาไวเห็นแร่พิเศษสีขาวอมฟ้าเข้าอย่างจัง มันรีบร้อง “งู้ว” เตือนสืออวี่ทันที


    แร่ไฟฟ้าเป็นแร่ทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ดูเหมือนหินงอกที่แทรกตัวอยู่ระหว่างพื้นดินกับภูเขาแม่เหล็ก มันจะส่งเสียงเปรี้ยะๆ และปล่อยกระแสไฟออกมาเป็นระยะ ดูจากรอยไหม้ดำรอบๆ แล้ว ความรุนแรงของกระแสไฟน่าจะไม่เบาเลย


    “ลองใช้กายาเหล็กคลุมทั้งตัว แล้วไปหักมาลองชิมดูไหม?” สืออวี่ยุ


    สิบเอ็ด: Σ(°△°|||)︴“อืมมม...”


    พูดตามตรง สิบเอ็ดเองก็ไม่เคยกินแร่ไฟฟ้ามาก่อน เหมือนที่มันไม่เคยกินหนอนไหมเขียวนั่นแหละ พอเจอของกินใหม่แบบนี้ มันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า… กินได้จริงเหรอ?


    วิถีแห่งความตะกละก็ต้องมีมาตรฐานนะ ไม่ใช่จะยัดทุกอย่างเข้าปากได้หมด ขืนท้องเสียขึ้นมา เดี๋ยวจะกระทบการฝึกฝนเอา


    “วางใจเถอะ กินได้”


    เงื่อนไขพื้นฐานที่อสูรกินเหล็กจะกินแร่ไฟฟ้าได้ คือต้องมีสกิลกายาเหล็กขั้นชำนาญขึ้นไป ซึ่งของสิบเอ็ดถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้ว เรื่องย่อยสบายหายห่วง


    “งู้วว...”


    สิบเอ็ดได้ยินแบบนั้นก็จำใจค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้แร่ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง มันใช้สกิลกายาเหล็กที่ฝ่ามือ แล้วออกแรงหัก


    เปรี้ยง!


    จังหวะที่แร่ไฟฟ้าถูกหักออกมา ประกายไฟก็ระเบิดปะทุเสียงดังสนั่น เล่นเอาสิบเอ็ดสะดุ้งโหยงจนก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น


    สืออวี่: “....”


    ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้เนี่ย… ตอนสู้โคตรดุดัน ไหงตอนขุดแร่ถึงระเบิดใส่ตัวเองได้ล่ะ


    “งู้ว!”


    สิบเอ็ดเองก็รู้สึกขายขี้หน้าเหมือนกัน มันรีบลุกขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วหยิบแร่ไฟฟ้าที่ตกอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง


    คราวนี้ กระแสไฟแล่นพล่านไปทั่วร่างสิบเอ็ด ทำให้มันรู้สึกชาๆ


    ไม่ชินเอาซะเลย… ปกติไม่ว่าจะกินไผ่เหล็กหรือไม้แกนเหล็ก สิบเอ็ดจะได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูกก่อนเสมอ แต่เจ้าสิ่งนี่ไม่มีกลิ่น! แถมหน้าตาและสัมผัสยังดูอันตรายสุดๆ


    กินได้จริงดิ?


    สิบเอ็ดยื่นส่งให้สืออวี่... หรือว่าผู้ฝึกอสูรจะลองชิมก่อน?


    “ไม่เป็นไร แกกินก่อนเลย กินแล้วป่วยก็ไม่ต้องกลัว สกิลสมานแผลความเร็วสูงของแกอยู่ขั้นชำนาญแล้ว แผลภายในร่างกายก็รักษาตัวเองได้”


    ภาพประทับใจรางวัลออสการ์: ‘พ่อพระผู้เสียสละ (แต่ให้ลูกน้องรับจบ)’


    สาเหตุที่ต้องให้อสูรกินเหล็กมีสกิลกายาเหล็กขั้นชำนาญที่คลุมได้ทั้งตัวก่อนถึงจะกินแร่ไฟฟ้าได้ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสไฟไปทำลายเซลล์ที่เปราะบางภายในร่างกาย


    แต่สำหรับสิบเอ็ด ต่อให้บาดเจ็บก็ไม่เป็นไร แม้สมานแผลความเร็วสูงขั้นเริ่มต้นจะรักษาได้แค่แผลภายนอก แต่ขั้นชำนาญนั้นรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้


    ดังนั้น ไม่มีปัญหาแน่นอน สืออวี่วางใจมาก (เพราะไม่ใช่คนกิน)


    ยิ่งมีสกิลรักษาแบบนี้ สิบเอ็ดยิ่งกินแร่ไฟฟ้าจำนวนมากได้ในเวลาสั้นๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง


    สมานแผลความเร็วสูงขั้นชำนาญ... นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้สืออวี่มั่นใจว่าสิบเอ็ดจะกินล้างบางภูเขาทั้งลูกได้ภายในสามวัน...


    “งู้วว—” ในเมื่อผู้ฝึกอสูรยืนยันขนาดนี้ สิบเอ็ดก็ทำหน้ามุ่งมั่นยอมตายถวายชีวิต


    กรุบ!


    มันใช้กายาเหล็กคลุมทั้งตัว แล้วใช้ฟันที่แข็งแกร่งกัดแร่ไฟฟ้าที่ยัดเข้าปากไป


    เปรี้ยะๆๆ!


    สิบเอ็ดพยายามเคี้ยวแร่ไฟฟ้า ท่ามกลางกระแสไฟที่กระโดดโลดเต้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวลูกอมเปาะแปะแตกในปาก พอเคี้ยวละเอียด สิบเอ็ดก็กลั้นใจกลืนเศษแร่ไฟฟ้าลงคอ


    “อื้มม—”


    ทันทีที่กลืนลงไป กระแสไฟที่แผ่ซ่านภายในร่างกายก็ทำให้มันชาไปทั้งตัววูบหนึ่ง


    แต่จากนั้น สิบเอ็ดก็ต้องตาโต… ถึงจะไม่ได้อร่อยมาก แต่ความรู้สึกชาที่ถาโถมเข้ามาหลังกลืนลงไปให้ความรู้สึกแปลกใหม่มาก


    มันไม่ได้รู้สึกต่อต้านความรู้สึกนี้ แถมยังรู้สึกสบายตัวเหมือนตอนฝึกฝนอีกต่างหาก... หรือว่าจะกินได้จริงๆ?


    “เอิ๊ก~” สิบเอ็ดเรอออกมาเป็นประกายสายฟ้าจางๆ จากนั้นก็ตบพุงปุๆ แล้วหันไปมองสืออวี่ด้วยตาเป็นประกาย


    มีอีกไหม?


    “อืม... ดูท่าจะไม่มีปัญหา งั้นเราไปหาแร่ไฟฟ้ากินกันต่อเถอะ”


    ตามคำบอกเล่าจากศิษย์ของสำนักยุทธ์ไผ่หิน เมื่ออสูรกินเหล็กกินแร่ไฟฟ้าเข้าไปจำนวนมาก จะเกิดความเข้ากันได้กับธาตุสายฟ้าระดับหนึ่ง


    ในระหว่างกระบวนการนี้ ยิ่งโดนฟ้าผ่าบ่อยๆ ก็จะยิ่งช่วยเร่งการพัฒนาพรสวรรค์ธาตุสายฟ้าได้เร็วขึ้น


    ทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขพื้นฐานในการเรียนรู้สกิลธาตุสายฟ้า


    จริงๆ แล้ว สืออวี่สนใจสกิลธาตุสายฟ้ามาก ถ้าที่นี่เป็นเหมืองไฟหรือเหมืองน้ำแข็ง เขาคงไม่กระตือรือร้นขนาดนี้


    ในเมื่อสารานุกรมสกิลบันทึกสกิลได้จำกัด เทียบกับหมัดปืนใหญ่ธาตุไฟแล้ว เขาอยากให้อสูรกินเหล็กเรียนสกิลธาตุสายฟ้ามากกว่า


    สำหรับผู้ฝึกอสูรที่เก่งกาจ สกิลเดี่ยวๆ เป็นแค่พื้นฐาน การนำสกิลพื้นฐานมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นท่าผสานต่างหาก ถึงจะเรียกว่าเข้าถึงแก่นแท้ของการเลี้ยงสัตว์อสูร


    ท่าผสานเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ฝึกอสูรทั่วไป เพราะต้องวัดกันที่ค่าความชำนาญของแต่ละสกิล ถ้าค่าความชำนาญไม่สูงพอ ก็จะไม่สามารถผสานหรือเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ


    ในสถานการณ์ที่การเพิ่มค่าความชำนาญของสกิลเป็นเรื่องยากแสนเข็ญ ผู้ฝึกอสูรที่สามารถทำให้หนึ่งบวกหนึ่งได้ผลลัพธ์มากกว่าสองนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ฝึกอสูรระดับปรมาจารย์ขึ้นไปถึงจะทำได้


    แต่สำหรับสืออวี่... มันอาจจะไม่ยากขนาดนั้น เพราะเขาสามารถปั๊มค่าความชำนาญได้


    ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเขาปั่นกายาเหล็กไปจนถึงขั้นไร้ที่ติ สกิลนี้อาจจะเอาไปใช้ร่วมกับสกิลธาตุสายฟ้า กลายเป็นท่าผสานระยะไกลได้เลย


    สัญลักษณ์ของสกิลกายาเหล็กขั้นสมบูรณ์แบบ คือสภาวะลื่นไหลและการซ้อนทับ ส่วนสัญลักษณ์ของขั้นไร้ที่ติ คือการปล่อยออกภายนอกและการเคลือบวัตถุอื่น


    หมายความว่า สามารถใช้สกิลกายาเหล็กสร้างเป็นอาวุธที่แยกออกจากร่างกาย หรือเคลือบชั้นกายาเหล็กให้กับวัตถุภายนอกได้


    เอฟเฟกต์นี้สืออวี่คิดว่ามันน่าสนใจมาก


    สืออวี่เลยคิดเล่นๆ ว่า ถ้าสิบเอ็ดมีกายาเหล็กขั้นไร้ที่ติ แล้วสร้างกระสุนโลหะขึ้นที่หน้าฝ่ามือ จากนั้นใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าดีดมันออกไปล่ะก็... พลังทำลายล้างคงโหดน่าดู


    จากสกิลกายาเหล็กระยะประชิด จะกลายร่างเป็นท่าผสานระยะไกลพลังทำลายสูง สองธาตุ... ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าทันที!


    ธาตุโลหะและธาตุสายฟ้า คือเส้นทางการปั้นอสูรกินเหล็กที่สืออวี่วางแผนไว้คร่าวๆ 


    ในตอนนี้สัตว์อสูรส่วนใหญ่จะมีธาตุหลักเพียงหนึ่งเดียว แต่การจะสร้างท่าผสานที่ทรงพลัง ผู้ฝึกอสูรเก่งๆ มักจะให้สัตว์อสูรเรียนรู้สกิลของธาตุอื่นมาเพื่อใช้ผสมผสาน ซึ่งธาตุที่ฝึกรองลงมานี้ มักจะเรียกว่าธาตุรอง


    สืออวี่ตั้งใจจะยึดโลหะเป็นธาตุหลักและเสริมด้วยสายฟ้าเป็นธาตุรอง เพราะสองธาตุนี้ทำคอมโบท่าผสานง่ายกว่าเมื่อเทียบกับธาตุโลหะผสมไฟ


    “นั่น… แมงป่องไฟฟ้าเหรอ?”


    ระหว่างที่เดินหาแร่ไฟฟ้าและสไลม์ไฟฟ้า สืออวี่ก็เจอแร่ไฟฟ้าก้อนใหม่ คราวนี้ไม่ได้มีแค่ก้อนเดียวโดดๆ แต่มีสามถึงสี่ก้อนอยู่รวมกัน


    แต่ข้างๆ แร่ไฟฟ้ามีเจ้าถิ่นเฝ้าอยู่.. แมงป่องไฟฟ้าตัวขนาดเท่าแขน ลำตัวสีม่วงมีลวดลายสายฟ้า จำนวนสองตัวกำลังดูดซับกระแสไฟที่รั่วไหลออกมาจากแร่


    —


    【ชื่อ】: แมงป่องไฟฟ้า


    【ธาตุ】: สายฟ้า


    【ระดับเผ่าพันธุ์】: เหนือสามัญ (ต่ำ)


    【สกิลเผ่าพันธุ์】: เหล็กในสายฟ้า


    —


    แมงป่องไฟฟ้าสามารถดูดซับสายฟ้ามาเก็บไว้ในตัว แล้วใช้เหล็กในปล่อยกระแสไฟที่มีพิษเข้าสู่ร่างศัตรูเพื่อสังหาร


    แม้ระดับเผ่าพันธุ์ของมันจะเป็นระดับเหนือสามัญขั้นต่ำ เหมือนกับหนอนไหมเขียว แต่ความอันตรายคนละเรื่องกันเลย


    “จี๊ดดด!!”


    ทันทีที่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นบุกรุกเข้ามา แมงป่องไฟฟ้าสองตัวที่มีระดับการเติบโตราวๆ เลเวลห้าก็ตั้งท่าเตรียมสู้ตาย


    ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัว พวกมันก็ถูกสิบเอ็ดคว้าตัวไว้ในมือข้างละตัวแล้ว ส่วนเหล็กในสายฟ้าของพวกมันน่ะเหรอ... เจาะกายาเหล็กของสิบเอ็ดไม่เข้าเลยสักนิด…


    “งู้วววว!!”


    สิบเอ็ดหมุนแขนเป็นกังหันลม ก่อนจะขว้างแมงป่องไฟฟ้าลอยละลิ่วไปไกลลิบ


    ในเมื่อเป้าหมายหลักคือสไลม์ไฟฟ้าเลเวลสิบจำนวนสามตัว สืออวี่จึงคร้านจะใส่ใจตัวประกอบพวกนี้


    พอไล่เจ้าถิ่นไปได้แล้ว สิบเอ็ดก็เริ่มลงมือขุดแร่ไฟฟ้าเหล่านี้


    เป้าหมายของพวกเขาคือ... กินแร่ไฟฟ้าในภูเขาแห่งนี้ให้เกลี้ยง!


    ในเมื่อจ่ายค่าสมัครสอบไปแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องช่วยประหยัดทรัพยากรแต่อย่างใด


    สมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งเมืองผิงเฉิงคงไม่ขาดแคลนแร่ไฟฟ้าแค่ไม่กี่ก้อนนี้หรอก… (มั้งนะ)


    คล้ายกับเรื่องระบบเทพฝึกอสูร ที่คุณอ่าน