บทที่ 82 เรื่องราวอีกมุม
“ผู้อาวุโส ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าท่านมาอยู่ที่นี่นานเท่าใด แล้วในตอนนั้นมหาทวีปฟ้านิรันดร์กับมหาทวีปทั้งสี่ยังเชื่อมต่อกันหรือไม่”
ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าแปลกๆ
“พวกข้าน่าจะเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้น่าจะประมาณหนึ่งหมื่นปีได้ละนะ ในตอนนั้นทุกมหาทวีปก็เชื่อมต่อกันอยู่แล้วไม่ใช่รึ”
เมื่อจิตวิญญาณธาตุไฟเอ่ยมาถึงตรงนี้ ตัวเขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
“ละ..หรือว่า เจ้ากำลังจะบอกพวกข้าว่าปัจจุบัน มหาทวีปฟ้านิรันดร์ไม่ได้เชื่อมต่อกับอีกสี่มหาทวีปงั้นรึ”
จิตวิญญาณธาตุไฟเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงประหลาดใจปนเคร่งเครียด
ในตอนนั้นเอง จิตวิญญาณธาตุไม้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในที่แห่งนี้ พร้อมเอ่ยตอบแทนชายหนุ่ม
“เดี๋ยวข้าจะเป็นคนเล่าทุกอย่างเอง เจ้าก็ควรจะอยู่ฟังด้วย”
นางเอ่ยตอบจิตวิญญาณธาตุไฟก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่ม
“ขอรับ”
เมื่อชายหนุ่มตอบรับนางจึงเริ่มเอ่ย จนเวลาได้ผ่านไปสองก้านธูปนางจึงหยุดลง จิตวิญญาณธาตุตนอื่นๆ เวลานี้ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
สรุปคือเมื่อราวๆ หนึ่งหมื่นปีก่อน เหล่าว่าที่ราชาของจิตวิญญาณธาตุต่างๆ ของอาณาจักรวิญญาณธาตุที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมวิญญาณธาตุไว้มากที่สุดในมหาทวีปทั้งห้า ได้ถูกลักพาตัวมาโดย ชายที่ถูกเรียกกันว่าจักรพรรดิเซียนวิถีสวรรค์
ใช่แล้ว คนผู้นั้นคือผู้ก่อตั้งสำนักวิถีสวรรค์และเป็นเจ้าของมุกฟ้านิรันดร์แห่งนี้ และที่สำคัญที่สุดคนผู้นั้นคือจอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียน ในตอนที่ชายหนุ่มรู้ถึงระดับพลังของเจ้าของสถานที่แห่งนี้นั้น ใจของชายหนุ่มก็เต้นรัวดั่งกองศึก
หลังจากที่จักรพรรดิเซียนวิถีสวรรค์ ได้นำตัวของเหล่าจิตวิญญาณธาตุมานั้น ตัวของจักรพรรดิเซียนวิถีสวรรค์ผู้นั้นก็ได้หายตัวไป และมีเพียงแค่ จิตวิญญาณธาตุไม้กับจิตวิญญาณอาวุธของที่แห่งนี้เท่านั้นที่รู้เหตุผลของการหายตัวไป
ทว่าเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ จิตวิญญาณธาตุไม้นางก็แค่บอกเพียงว่า จักรพรรดิเซียนวิถีสวรรค์นั้นกำลังทำเรื่องสำคัญอย่างมากต่อพิภพแห่งนี้อยู่ ส่วนการที่ตัวเขานำพวกจิตวิญญาณธาตุมาที่นี่นั่นก็เพราะเมื่อตัวเขาหายไปนั้น จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมหาทวีปทั้งห้าอย่างแน่นอน
และมีความเป็นไปได้สูงที่ อาณาจักรวิญญาณธาตุจะหายไป เพราะไม่ว่าจะขุมอำนาจใดก็ต้องการจิตวิญญาณธาตุมาดูดซับเสริมความแข็งแกร่งของพลังธาตุตนเองอยู่แล้ว
จักรพรรดิเซียนวิถีสวรรค์จึงได้นำพาว่าที่ราชาและผู้ที่มีพรสวรรค์ของจิตวิญญาณธาตุแต่ละธาตุมาจำนวนหนึ่ง เพื่อไม่ให้เหล่าเผ่าจิตวิญญาณธาตุต้องสูญสิ้น
และสิ่งที่คาดการณ์ไว้ก็เกิดขึ้นจริงๆ สี่พันปีต่อจากนั้น สามมหาทวีปอย่าง
มหาทวีปเก้าภูผา
มหาทวีปพันมายา
มหาทวีปสวรรค์จำแลง
ทั้งสามได้ร่วมมือกันโจมตีมหาทวีปฟ้านิรันดร์ด้วยเหตุผลอันใดก็ไม่อาจทราบได้ สงครามครั้งนั้นทำให้เหล่าขุมอำนาจมากมายต้องล่มสลายและตัวตนระดับราชันย์เซียนตกตายกันเป็นจำนวนมาก
เดิมทีตัวตนระดับจักรพรรดิเซียนในมหาทวีปฟ้านิรันดร์นั้นมีถึงสี่คน นั่นจึงทำให้มหาทวีปฟ้านิรันดร์เป็นมหาทวีปที่แข็งแกร่งที่สุด ทว่าในตอนนั้นเหล่าตัวตนระดับจักรพรรดิเซียนต่างพากันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จักรพรรดิเซียนของมหาทวีปอื่นก็หายไปด้วยเช่นกัน
สงครามในครั้งนั้นจึงทำให้เป็นสงครามของตัวตนระดับราชันย์เซียนลงไปเท่านั้น และผลลัพธ์ของสงครามก็เป็นดังข้อมูลที่ชายหนุ่มเคยรู้มา มหาทวีปฟ้านิรันดร์จึงสร้างกำแพงตัดขาดมหาทวีปฟ้านิรันดร์กับมหาทวีปอื่นๆ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ถึงอย่างนั้น อาณาจักรวิญญาณธาตุก็ได้รับผลกระทบมากเช่นกัน สงครามนั้นทำให้อาณาจักรวิญญาณธาตุที่เป็นขุมอำนาจระดับหนึ่งกลายเป็นขุมอำนาจระดับสามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่าในอีกพันปีต่อมา ได้เกิดสิ่งที่เรียกว่าสงครามบรรพกาลเกิดขึ้น ทำให้เหล่าขุมอำนาจที่เหลือรอดจากสงครามครั้งแรกและอยู่ในสภาพอ่อนแอ ได้ล่มสลายไปในที่สุดหรือบางขุมอำนาจก็ได้แตกกระจายออกไปหลบหนีเอาตัวรอด
ซึ่งอาณาจักรวิญญาณธาตุนั้นเป็นอย่างหลัง ส่วนเรื่องราวอื่นๆ ก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มรู้มา เช่นบริเวณที่กำแพงมหาทวีปถูกทำลายนั้นก็คือสนามรบร้อยดินแดน และหลังจากจบสงครามบรรพกาลก็ผ่านมาจนถึงห้าพันปี ณ ปัจจุบัน
นี่ก็ถือเป็นความรู้ใหม่ของชายหนุ่มเช่นกัน ก่อนหน้านี้ตัวชายหนุ่มแม้จะรู้ประวัติศาสตร์ของพิภพบูรพามาบ้าง แต่ก็ยังไม่รู้เวลาที่แน่ชัด
“ตระกูลหลินของข้า ก็สุดยอดเสียจริงแม้จะเข้าสู่ช่วงอ่อนแอแต่ก็ยืนหยัดอยู่ได้ถึงห้าพันปี”
“จะว่าไป แสดงว่าไอเจ้างูดินในดินแดนถงเทียนนั่นก็แต่งเรื่องสินะ ในเมื่อเจ้านั่นเป็นตัวตนในยุคสงครามบรรพกาล แล้วจะมีอายุถึงแสนปีหมื่นปีได้อย่างไร มิน่าล่ะเจ้านั่นถึงได้พลาดท่าให้ข้ากับคงหมิง”
“แต่เรื่องที่พลังปราณของดินแดนถงเทียนถูกอะไรบางอย่างดูดซับมาอย่างยาวนานอาจจะเป็นจริงก็ได้ ไม่เช่นนั้นซินแสเฒ่าคงไม่เรียกที่แห่งนั้นว่าเป็นดินแดนต้องสาปเป็นแน่ สุดท้ายข้าก็ต้องรอถามซินแสเฒ่าสินะ”
หลังจากเรียบเรียงความรู้ที่ได้มาใหม่ ชายหนุ่มก็อดที่จะพึมพำกับตัวเองเสียไม่ได้
ในตอนนี้เองเสียงของจิตวิญญาณธาตุไม้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะเจ้าหนู เจ้าควรไปต่อได้แล้ว”
สิ้นเสียง พลังปราณธาตุไม้ของนางก็ได้ห่อหุ้มร่างของชายหนุ่มและส่งเขาหายไปจากที่แห่งนี้
“ส่วนพวกเจ้าทั้งสี่คนตามข้ามาที่มิติธาตุไม้ เมื่อผู้อาวุโสหยินหยางและจิตวิญญาณธาตุตนอื่นๆ ขัดเกลาเจ้าหนูนั้นเสร็จเขาจะมาบอกพวกเราเอง ว่าควรทำเช่นไรต่อไป”
สิ้นเสียงร่างของจิตวิญญาณธาตุไม้ก็ได้เดินนำเหล่าจิตวิญญาณธาตุทั้งสี่ที่ยังไม่สามารถยอมรับเรื่องราวที่ฟังมาได้ เข้ามายังมิติธาตุไม้ของตน
ตุบ…ชายหนุ่มโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าและร่วงลงสู่พื้น
“ผู้อาวุโสจิตวิญญาณธาตุไม้ เหตุใดท่านไม่ส่งข้ามาดีๆ กันล่ะ”
เมื่อมองดูรอบๆ ชายหนุ่มจึงรับรู้ได้ว่าตอนนี้รอบตัวเขา ปรากฏเหล่าพฤกษานานาพันธุ์ ภูเขาและลำธารสายลมที่พัดโชย สุริยันจันทราที่หมุนวนเปลี่ยนกลางวันและกลางคืน
ชายหนุ่มยืนขึ้นและมองดูการหมุนวนเช่นนั้นอย่างไม่วางตา ทว่าในตอนนั้นเองร่างของชายชราไว้เครายาวหน้าตาใจดีก็ได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าชายหนุ่ม
“ที่นี่คือมิติจำลองที่ข้าสร้างขึ้น เจ้าต้องทำความเข้าใจวัฏจักรและการเกื้อหนุนของกันและกันในขั้นแรกให้ได้และเจ้าจะผ่านการขัดเกลาสุดท้ายนี้”
สิ้นเสียงของชายชรา จิตวิญญาณธาตุต่างๆ ก็ต่างพากันปรากฏตัวขึ้น มีทั้งเด็กและหนุ่มสาวต่างก็ใช้พลังปราณธาตุของตัวเองช่วยให้วัฏจักรในที่แห่งนี้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก
จิตวิญญาณธาตุเหล่านี้ ก็คือกลุ่มก้อนพลังปราณก่อนหน้าที่พุ่งเข้าหาชายหนุ่มนั่นเอง
“ข้าต้องทำความเข้าใจเช่นไรรึขอรับผู้อาวุโส”
ชายหนุ่มงุนงงเป็นอย่างมาก จู่ๆ เขาก็ถูกส่งเข้ามาในที่แห่งนี้ ยังไม่ทันที่จะได้รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ ชายชราตรงหน้าก็ปรากฏตัวพร้อมกับจิตวิญญาณธาตุอื่นๆ และให้เขาทำความเข้าใจเนี่ยนะ
แล้วในมิติที่เหมือนมหาทวีปฟ้านิรันดร์ภายนอกเช่นนี้ จะให้เขาทำความเข้าใจอันใดกัน นอกจากวันเวลาที่หมุนเร็วขึ้น
ทว่าเมื่อคิดมาได้ถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็เริ่มนึกอะไรขึ้นมาได้
“หรือนี่จะเกี่ยวกับกายกำเนิดเต๋าและวิถีหยินหยางของข้า”
ชายหนุ่มถามออกไปด้วยสีหน้ามั่นใจ ในคำถามของตน
เมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่ม ชายจึงยกมือขึ้นมาชราลูบเคราเบาๆ พร้อมเอ่ย
"ถูกต้อง เอาล่ะต่อจากนี้ก็จงทำความเข้าใจขั้นต้นเกี่ยวกับวัฏจักรนี้ให้ได้ เวลาของเจ้าในที่แห่งนี้เหลือไม่มากแล้ว หากเจ้าทำความเข้าใจไม่ได้กายกำเนิดเต๋าของเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อันใด"
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio