บทที่ 31 ปั่นป่วน (ตอนต้น)
7วันในเกม...หากเทียบกับเวลาในโลกจริง ก็เป็นเวลาเพียงแค่ยี่สิบกว่าชั่วโมงเท่านั้นและตั้งแต่มีนเริ่มวางสินค้าลงไปในระบบประมูลมาจนมาถึงตอนนี้ เวลาก็ผ่านไปแล้วกว่าครึ่งทางโดยช่วงเวลาเพียงเท่านี้ถือว่า เป็นเวลาที่ “สั้นมาก” สำหรับการประมูลไอเทมสำคัญชิ้นหนึ่ง
หลังจากหญิงสาวเชื่อมต่อระบบแล้วจึงมาไล่อ่านเนื้อหารายละเอียดในกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับเซตไอเทมฯ ของตัวเองที่ได้ลงประมูลไปในทันที
>> บอร์ดประมูล
กระทู้ที่2035421 ++เซตไอเทมปะการังสีรุ้ง++
“เซตเครื่องประดับสายนักเวทเว้ย...”ลูเซียส
“บวกค่าสถานะโคตรโหด”lol
“หาจากที่ไหนวะ?”จารย์เจิม
“แม่X...ราคาโคตรจะพุ่ง” Mr.J
“WTF Price!!” Aloha
“แหวนอยู่ไหน? แหวน ๆ ๆ ๆ แหวน...ไม่มี๊ไม่มี?????” พระเจ้าจอร์ช
“MsMนี่ใครวะ??” กาซ่า
“ไอ้ปิแอร์...มันรวยมากรึไง?เคาะราคาแข่งอยู่นั่นแหละ!!” AIIZ
“ปั่นราคาป่าววะ???”มอยส์
ฯลฯ
มีนนั่งอ่านไปอมยิ้มไปอยู่นานก็พอจะสรุปใจความได้ว่าเซตไอเทมเครื่องประดับทั้งสองชิ้นนี้ ไม่เพียงจะเป็นที่ต้องการของเหล่านักเวทเท่านั้นไม่เว้นแม้แต่บรรดากิลด์ใหญ่ ๆ และผู้เล่นที่มีความมั่งคั่งก็ยังให้ความสนใจพวกมันจำนวนมากเนื่องจากเซตเครื่องประดับเซตนี้ นอกจากจะเป็นไอเทมที่มีค่าสถานะสูงในระดับหนึ่งแล้วยังมีความงดงามอันเกิดจากสีสันลวดลายของปะการังสีรุ้ง ซึ่งมีความโดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นอีกด้วยด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไอเทมเซตทั้งสองชิ้นได้รับความสนใจจากผู้เล่นเป็นอย่างมากและอีกปัจจัยหนึ่งที่ถูกพูดถึงก็คือ การที่มีนนำไอเทมเซตดังกล่าวมาลงประมูลเพียงแค่2 จาก 3 ชิ้น จึงทำให้ผู้เล่นที่เข้ามาดูต่างเกิดความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับสถานที่ดรอปของมันอย่างล้นหลามซึ่งมันก็เป็นไปตามแผนการฯ ที่ตนได้วางเอาไว้...
เนื่องจากในเวลานี้มีนยังไม่ได้เห็นราคาล่าสุดของมัน เพราะมัวแต่ค้นหาและเก็บข้อมูลอื่น ๆ เพื่อวางแผนการในขั้นต่อไปอยู่ดังนั้นมีนจึงไม่รู้ว่า ราคาของไอเทมทั้งสองในปัจจุบัน กระโดดไปไกลเกินกว่าจะเป็นไอเทมระดับAแล้ว ถึงแม้หญิงสาวจะแยกขายมันเป็นชิ้นเดี่ยว ๆ และไม่ได้นำพวกมันมาลงประมูลครบทั้ง3 ชิ้นก็ตาม...
ส่วนข้อมูลที่มีนสนใจซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในแผนการฯ ก็คือ ข้อมูลของอาชีพที่มีความสามารถในการแกะสลักหรืออาชีพอื่นใดก็ตาม ซึ่งสามารถแก้ไขดัดแปลงไอเทมสวมใส่ได้ จากการศึกษาฯ หญิงสาวให้ความสนใจอยู่2 อาชีพ คือ [ช่างศิลป์] และ [ประติมากร] ดังนั้นมีนจึงพยายามอ่านรายละเอียดและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพทั้งสองอย่างตั้งใจนั่นก็เพราะ...มีนมองเห็น “ช่องทางสร้างความมั่งคั่ง” เพิ่มขึ้นมาอีกหลายช่องทางจากการไล่อ่านกระทู้ประมูลทั้งหลาย ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นความคิดอันฟุ้งซ่านขึ้นมา...อย่างไม่รู้จบ
แต่เนื่องจากอาชีพที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นเป็นอาชีพขั้น 2 ของอาชีพ “ศิลปิน” ด้วยเหตุนี้ มีนจึงจำต้องไปทำเควสอาชีพขั้น 1ให้ผ่านเสียก่อน จึงจะสามารถรับเอาภารกิจอาชีพทั้ง 2 มาทำได้
แต่ด้วยอาชีพทั้ง2 พวกมันต่างก็มีข้อดีกันคนละแบบ จึงทำให้การตัดสินใจเลือกอาชีพใดอาชีพหนึ่งทำได้ค่อนข้างยากอยู่เหมือนกันดังนั้นมีนจึงได้แต่พักเรื่องนี้เอาไว้ ก่อนจะตัดสินใจเข้าเกมไปรับอาชีพ “ศิลปินฝึกหัด” มาก่อนเป็นอันดับแรก...
หลังจากออนไลน์เข้าเกมฯมีนจึงรีบเปิดหน้าต่างประมูลขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อดูการประมูลของไอเทมทั้ง 2ชิ้นที่ได้ลงประมูลไว้ และผลก็ปรากฏว่า...
ไอเทมประมูล : {กำไลปะการังสีรุ้ง} (เซต 1/3) ระดับ A (อยู่ระหว่างการประมูล)
ราคาเปิดประมูล : 100,000 เหรียญทอง
ราคาปัจจุบัน : 3,950,000 เหรียญทอง
เคาะราคาประมูล : ไม่จำกัด เหรียญทอง
ผู้เคาะราคาล่าสุด : เพกาซัส
ระยะเวลาประมูล : 7 วัน
เหลือเวลาประมูล : 2 วัน 20 ชั่วโมง 59 นาที
ผู้ขาย : MsM
จำนวนครั้งการประมูล : 396 ครั้ง
ไอเทมประมูล : {สร้อยคอปะการังสีรุ้ง} (เซต 1/3) ระดับ A (อยู่ระหว่างการประมูล)
ราคาเปิดประมูล : 200,000 เหรียญทอง
ราคาปัจจุบัน : 4,700,000 เหรียญทอง
เคาะราคาประมูล : ไม่จำกัด เหรียญทอง
ผู้เคาะราคาล่าสุด : ปิแอร์
ระยะเวลาประมูล : 7 วัน
เหลือเวลาประมูล : 2 วัน 20 ชั่วโมง 59 นาที
ผู้ขาย : MsM
จำนวนครั้งการประมูล : 303 ครั้ง
เพียงแค่เห็นตัวเลขราคาประมูลฯก็ทำเอาหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของไอเทมแทบตาโตเท่าไข่ห่านแล้ว จากที่มีนได้อ่านในกระทู้ฯซึ่งมีผู้เล่นบอกว่า “ราคาประมูลไอเทม 2 ชิ้นนี้ มันสูงเกินความเป็นจริง...”แต่ตนก็ไม่ได้คิดว่า ราคาของพวกมันจะสูงทะลุเพดานไปมากถึงขนาดนี้ เพราะราคาที่ตนจินตนาการเอาไว้ในตอนแรกก็เพียงแค่3–4แสนเหรียญทองเท่านั้น
เมื่อเห็นแบบนี้แล้วหญิงสาวก็เดาเอาว่า อีกไม่นานดันเจี้ยนของตน จะต้องได้รับความสนใจจากผู้เล่นอย่างล้นหลามแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าตัวเองจะเตรียมแผนการขั้นต่อไปเอาไว้รออยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ยังต้องรอให้การประมูลจบลงเสียก่อนแผนการที่ว่า...จึงจะเริ่มดำเนินการได้
ระหว่างนี้ มีนจึงเดินไปอาคารบริการของระบบฯเพื่อขอรับเควสเกี่ยวกับอาชีพ [ศิลปินฝึกหัด] ทันที
ภารกิจ: [บททดสอบของศิลปินฝึกหัด]ภารกิจเปลี่ยนอาชีพ ระดับ: A
ศิลปะคือชีวิต ชีวิตคือศิลปะ
ศิลปินมีศิลปะหล่อเลี้ยงชีวิต ใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะคือศิลปิน...
ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ใครพอมีสตางค์...โปรดให้
ศิลปินคนจรผู้อาภัพยากไร้ ขายเสียงขายฝันขายงาน...ที่ไหน
ขอให้ท่านได้โปรดเห็นใจ มอบสตางค์ให้ด้วยใจ...การุณย์
คนมีเงินเขาเรียกเป็นน้อง คนมีทองนั้นหนาเขาว่าพี่
ศิลปินจนจนคนนี้ แม้นไม่มีสมบัติพัสถาน
มีแต่กายาดวงจิตและวิญญาณ ที่สืบสานศิลปะคือศิลปิน...
เงื่อนไข
-ระดับ 10
- วาดภาพสิ่งก่อสร้าง จำนวน 10 ภาพ (0/10)
- ร้องเพลง จำนวน 10 เพลง (0/10)
- สร้างงานปั้น จำนวน 10 ชิ้น (0/10)
- สร้างงานแกะสลัก จำนวน 10 ชิ้น (0/10)
- หาเงินได้จากงานศิลปะ จำนวน 100,000 เหรียญเงิน (0/100,000)
รางวัลภารกิจ
-ได้รับอาชีพ “ศิลปินฝึกหัด”
- ได้รับทักษะ [ร้องเพลง]
- ได้รับทักษะ [วาดภาพ]
- ได้รับทักษะ [ปั้นดิน]
- ได้รับทักษะ [แกะสลัก]
บทลงโทษ
-ไม่มี
“เหอะๆ” มีนหัวเราะให้แก่ตัวเองอีกครั้ง หลังจากอ่านรายละเอียดเควสอาชีพที่ได้รับมา
มีนได้อ่านเนื้อหาของอาชีพนี้มาบ้างแล้วจากในกระทู้แนะนำอาชีพศิลปินฯแม้ว่าเงื่อนไขการได้รับอาชีพนี้จะไม่ยากมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกเหนื่อยใจกับอาชีพนี้ก็คือเงื่อนไขในข้อสุดท้ายที่ระบุว่า “ให้หาเงินได้จากงานศิลปะ จำนวน 100,000เหรียญเงิน” ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ตนถนัดเลย แม้แต่น้อย...
มีนมุ่งหน้าไปร้านขายอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดซึ่งจะมีสินค้าหลากหลายชนิดมาวางจำหน่าย ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเพื่อหาซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับงานศิลปะ จากนั้นมีนก็หาที่เงียบ ๆ นั่งทำเงื่อนไขต่างๆ จนแล้วเสร็จ โดยสถานที่ดังกล่าวจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลย...นอกเสียจาก “ห้องรับรองลูกค้า”ในอาคารบริการของระบบฯ นั่นเอง
หลังจากมีนวาดภาพบ้านที่ไม่ค่อยเหมือนบ้านร้องเพลงที่ไม่ค่อยจะตรงคีย์ ปั้นวัวปั้นควายให้ออกมาเป็นลูกหมูตัวเขื่อง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแกะสติ๊กเกอร์ที่หาความสวยงามไม่ได้จนครบตามเงื่อนไขฯ ที่ตัวเองคิดว่าง่ายที่สุดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นมีนจึงนั่งทำสมาธิปรับอารมณ์และเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับปฏิบัติภารกิจของเงื่อนไขฯ ในข้อสุดท้ายที่ว่า “หาเงินจากงานศิลปะ”
จากที่อ่านในกระทู้มาว่า“ศิลปิน” ส่วนใหญ่ มักจะใช้วิธีร้องเพลง เล่นดนตรี หรือเปิดการแสดงฯ เพื่อให้ได้เงินครบตามจำนวนในเวลาอันรวดเร็ว...
แต่...ที่กล่าวมาทั้งหมดตนทำไม่เป็นเลยแม้แต่อย่างเดียว
‘แล้วจะได้เงินแสน...มาได้ยังไงกันเล่า?’มีนยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
ในตอนแรก มีนคิดจะวาดรูปออกมาสักรูปหนึ่งก่อนจะมัดมือชกขายมันให้แก่ยัยน้ำเพื่อนรัก แต่ด้วยระยะทางระหว่างทวีปที่ไกลเหลือแสนจึงทำให้หญิงสาวต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปอย่างช่วยไม่ได้
มีนเดินทอดน่องอย่างใช้ความคิดอยู่ใกล้ๆ ลานน้ำพุกลางจัตุรัสหน้าปราสาทฯ
จู่ ๆ ความคิดประการหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมองอย่างหาสาเหตุไม่ได้‘นักแสดงหุ่นนิ่ง...’
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงรีบวิ่งมุ่งหน้าไปยังร้านขายอุปกรณ์ฯ อย่างรวดเร็ว…
มีนหาซื้อชุดตัวตลกแบบครบเซตพร้อมด้วยหมวกอีก 1 ใบ สำหรับให้ผู้ชมได้ใส่เงิน ก่อนจะเดินออกมายังลานน้ำพุอีกครั้งด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม...
เมื่อได้สถานที่เปิดการแสดงแล้วหญิงสาวในคราบตัวตลกผู้มีไฟอันลุกโชนก็ยืนนิ่งอยู่ในท่า “เก้าอี้ลมแบกภูเขา” เพื่อเฝ้ารอผู้ชมที่ผ่านไปมา...แวะบริจาคเงินให้ด้วยใจระทึก
ตัวมีนเองเคยเห็นนักแสดงหุ่นนิ่งเช่นนี้มาแล้วตอนที่ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว ในตอนนั้นมีนคิดว่า อาชีพนี้ช่างแสนสบายเสียจริงเพียงแค่ยืนเฉย ๆ ให้คนมาถ่ายรูปก็ได้เงินจำนวนมากแล้ว...
และวันนี้ ตนก็ได้มีโอกาสได้ลองทำอาชีพที่เคยคิดว่า“สบาย” ด้วยตัวเอง
1 ชั่วโมงผ่านไปหญิงสาวในชุดตัวตลกยังอยู่ในท่าเดิมไม่มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว สองมือยังคงชูขึ้นฟ้าสองขาก็อยู่ในท่านั่งเก้าอี้ลม พร้อมกับสอดส่ายสองตาไปมา เพื่อดูว่าเมื่อไหร่? จะมีผู้คนมาหยอดเงินลงในหมวกที่วางหงายอยู่ตรงหน้า
แต่แล้ว...
(30/100,000) นี่...คือตัวเลขของเหรียญเงินที่ได้รับจากการทำภารกิจล่าสุด
5 ชั่วโมงผ่านไปตัวตลกสาวได้เปลี่ยนท่าทางหุ่นนิ่งของตัวเองไปหลายรอบแล้ว ถึงแม้ตัวมีนในตอนนี้ จะมีค่าความอดทนและพละกำลังค่อนข้างสูงแต่ก็ยังไม่อาจจะฝืนยืนอยู่ในท่าเดิมได้เป็นเวลานาน ๆ
หญิงสาวเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งกายทั้งใจแม้ว่าสิ่งที่ตนทำ จะเป็นแค่การอยู่นิ่ง ๆ เพียงอย่างเดียวก็ตาม
ค่าความเหนื่อยล้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับความหวังของหญิงสาวที่มีแต่จะลดต่ำจมธรณี
(180/100,000) คือยอดเงินรายได้จากการแสดงหุ่นนิ่งเป็นเวลากว่า ครึ่งวัน…
“รายได้จากการแสดง”ไม่ได้เป็นไปตามที่ตัวเองหวังเอาไว้ แม้จะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปอยู่บ้างประปราย แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะเดินผ่านหรือไม่ก็เพียงชำเลืองมองมาเล็กน้อย บางคน...ก็เพียงแค่หยุดยืนมองพักหนึ่งและจากไปมันจึงทำให้ยอดเงินที่อยู่ในหมวกและตัวเลขในเงื่อนไขของภารกิจฯ ไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นในระดับที่ตนคาดหวังเลยสักนิด
‘คิดสิมีนคิด!’ มีนพยายามเค้นสมองนึกหาวิธีอื่น ที่จะทำให้ตัวเองผ่านเงื่อนไขของภารกิจที่แสนโหดร้ายนี้ไปให้ได้
“ออกมา...เอรีส!!”
ปลาตีนสีชมพูตัวเขื่องซึ่งมีตาสีดำตัดกับสีของลำตัว ได้ออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่ตามคำเรียกหาของผู้เป็นแม่
ทันทีที่เจ้าปลาตีนตาแป๋วได้ออกมาปรากฏตัว...ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็เริ่มให้ความสนใจก่อนจะทยอยเดินเข้ามา เพื่อดูสัตว์อสูรหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูตัวนี้กันมากขึ้น
“เอรีสจ๊ะช่วยแม่หน่อยนะ เดี๋ยวแม่จะหาขนมอร่อย ๆ ให้กิน...” มีนกระซิบบอกเจ้าปลาตีนสีชมพูตัวเขื่อง
“รับซาบเจ้าคร่า” ปลาตีนสาวตอบรับคำผู้เป็นแม่อย่างว่าง่าย
.............
มีนเรียกคทาเวทมนตร์ออกมาถือไว้ในมือก่อนจะร่ายเวทมนตร์บท [วงแหวนแห่งไฟ] ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร ให้ออกมาลอยอยู่เหนือพื้นสูงประมาณ 1ฟุต
มีนถือคทาเวทมนตร์ในมือต่างไม้บาตองของเหล่าวาทยกรผู้ควบคุมวงดนตรีที่มักถือกันเพื่อให้สัญญาณควบคุมจังหวะฯ และชี้บอกให้เจ้าปลาตีนน้อยกระโดดลอดห่วงไฟที่อยู่เบื้องหน้าวงนั้น
เจ้าปลาตีนตัวจ้อยเดินต้วมเตี้ยมจากเชื่องช้าค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น และเมื่อใกล้จะถึงตำแหน่งของห่วงไฟ มันก็กระโดดยกตัวลอยขึ้นสูงเหนือพื้นดินพาร่างของมันค่อย ๆ ลอดผ่านห่วงไฟอย่างช้า ๆ ก่อนจะลงมาหยุดยืนบนพื้น ด้วยท่วงท่าอันสง่างามในด้านตรงข้ามฯ
เฮ!เฮ! ฮือ!
เสียงฮือฮาจากผู้ชมเมื่อเจ้าปลาตีนน้อยกระโดดลอดห่วงไฟสำเร็จ…
มีนขยับยกวงแหวนแห่งไฟให้ขึ้นสูงจากพื้นดินเพิ่มเป็น2 ฟุต
มีนกวัดแกว่งคทาเวทมนตร์และออกคำสั่งต่อปลาตีนน้อยอีกครั้ง...
เฮ!เฮ! ฮือฮา! แปะ ๆ ๆ ๆ
เมื่อปลาตีนน้อยกระโดดลอดข้ามห่วงไฟสำเร็จ...ผู้ชมทั้งหลายต่างส่งเสียงฮือฮาพร้อมกับปรบมือให้กำลังใจอีกครั้ง
มีนขยับวงแหวนแห่งไฟขึ้นทีละ1 ฟุต อีกจำนวน 3 ครั้ง จนสุดท้าย...วงแหวนไฟดังกล่าวก็หยุดอยู่ที่ความสูง 1.5เมตรจากพื้นดิน
และในทุกครั้งที่เจ้าปลาตีนน้อยกระโดดข้ามไปสำเร็จ...นักแสดงทั้งคู่ต่างก็ได้รับเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องให้กำลังใจดังเกรียวกราวอยู่ตลอด…
ในรอบถัดมา...หญิงสาวเพิ่มระดับความยากด้วยการเรียกห่วงไฟเพิ่มขึ้นมาอีกวงหนึ่งโดยห่วงไฟวงที่สองนี้จะอยู่ในระนาบเดียวกันกับวงแรกเพียงแต่ทั้งสองจะมีระยะห่างประมาณ 1 ฟุต โดยการแสดงในรอบนี้ จะเริ่มต้นขึ้นที่ความสูง1 ฟุต เหนือพื้นดินเช่นเดิม
ฮือ! อาห์…
ระดับความยากที่เพิ่มขึ้นมานี้ได้เรียกเสียงฮือฮา ซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจากบรรดาผู้ชมอีกครั้ง
มีนขยับเพิ่มความสูงของวงแหวนเวททั้งสองมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ 1.5 เมตร เหนือพื้นดินในที่สุด…
และเสียงปรบมือให้กำลังใจดังขึ้นเช่นเดียวกับทุกครั้ง...
มีนขยับวงแหวนขึ้นไปเป็น2 เมตร และทำไม้ทำมือบอกกับผู้ชมว่า ในรอบนี้จะเป็นรอบปิดการแสดงแล้ว
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มคนดู…
เจ้าปลาตีนน้อยเร่งสปีดการวิ่งของมันให้เร็วขึ้นเร็วขึ้น และเร็วขึ้น และเมื่อถึงจุดกระโดด...
ฟุ่บ!!
มันลอยถีบตัวขึ้นบนอากาศกางแขนกางขาเหยียดตรง ก่อนจะพุ่งทะยานผ่านห่วงไฟทั้ง 2 วงอย่างช้า ๆ จนบีบหัวใจคนดูทั้งหลายให้ร่วมลุ้นตามไปด้วย
มันผ่านไปได้แล้ว...
ตุบ!!แอ๊ก!!
กลุบ ๆ ๆ ๆ
เสียงร้องดังออกมาจากปากเจ้าปลาตีนสีชมพูหลังจากที่ร่างของมันกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนจะกลิ้งไปตามแรงเฉื่อยอย่างหมดสภาพ
มันลงมายังพื้นอย่างไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก
เจ้าปลาตีนน้อยตัวนี้...มันกะจังหวะผิดแทนที่จะเอาเท้าทั้ง 4 ลงแตะพื้นอย่างสวยงาม กลับกลายเป็นว่า มันต้องการโชว์ลีลาการม้วนตีลังกาเพื่อให้คนดูเกิดความตื่นเต้น รู้สึกทึ่งในความสามารถและท่วงท่าอันงดงามของมัน
แต่เนื่องจากระยะความสูงที่2 เมตร เป็นระยะที่กระชั้นเกินกว่าจะทำให้มันหมุนตัวกลางอากาศได้ครบรอบ จึงกลายเป็นว่าส่วนหลังของปลาตีนสาวตกลงมากระแทกพื้นเข้าอย่างจัง และทำให้ร่างของมันม้วนกลิ้งไปไกลอีกหลายเมตร
ผู้ชมทั้งหลายต่างฮือฮาปนขบขันเล็กๆ ในความเซ่อซ่าน่ารักของมัน ก่อนที่หญิงสาวจะเรียกมันมายืนข้าง ๆและโค้งคำนับให้คนดูเป็นการปิดการแสดง…
ผู้ชมต่างทยอยเดินเข้ามาหยอดเงินลงในหมวกที่วางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับก้มลงมาลูบหัวเจ้าปลาตีนน้อยที่ยืนด้วยสองขาและจับหมวกใส่เงินเอาไว้...ด้วยความเอ็นดู
“ยอดเงินรายได้”จากการแสดงครั้งนี้ แทบจะเรียกได้ว่า เกินความคาดหมายของมีนไปไกล
มีนทำการเก็บเงินในหมวกเข้าคลังฯก่อนจะพบว่า ระบบได้แจ้งให้ทราบถึงจำนวนเงินที่ได้รับจากการแสดงเป็นจำนวนถึง 10เหรียญทอง และเกือบ 3 หมื่นเหรียญเงินเลยทีเดียว แม้จะถูกระบบหักชำระหนี้ค่าหนังสือของอเล็กซ์แต่จำนวนเงินที่ได้มานั้นก็ถือว่า “เกินพอ” สำหรับการผ่านภารกิจศิลปินฝึกหัดแล้ว
หลังจากมีนเก็บอุปกรณ์การแสดงรวมถึงเจ้าปลาตีนน้อยเข้าคลังสมบัติเคลื่อนที่เสร็จฯ ก็มีผู้คนจำนวนมากพากันเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่แสนน่ารักตัวนี้
>> คุณ...นั่นปลาตีนใช่ไหม?
>>มันเป็นสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ
>>คุณได้มายังไงหรือ? บอกหน่อยสิ
>>คุณเป็นนักฝึกสัตว์ใช่ไหม?
>>คุณได้อาชีพลับเกี่ยวกับผู้ควบคุมสัตว์อสูรหรือเปล่า?
>>ผมอยากได้ปลาตีนมาเลี้ยงต้องทำยังไง?
>>มันเก่งหรือเปล่า?
บลา ๆ ๆ ๆ
มีนกล่าวขอบคุณผู้ชมทุกคนอีกครั้งพร้อมกับกล่าวขออภัยที่ไม่สามารถตอบคำถามที่ผู้คนเหล่านั้นอยากรู้ได้ ก่อนจะเดินออกไปจากลานน้ำพุฯอย่างรีบเร่ง
แต่กระนั้นก็ยังมีผู้เล่นหลายคนเดินติดตามมาในระยะที่ไม่ห่างนักเพื่อต้องการเค้นเอาคำตอบให้ได้
ในตอนนี้ มีนไม่อยากให้ใครทราบเกี่ยวกับที่มาของมันและความลับของตนดังนั้นจึงเร่งฝีเท้ามุ่งตรงไปยังอาคารของระบบด้วยความเร็วที่แทบจะพอ ๆกับการวิ่งเลยทีเดียว
ทว่า ผู้เล่นหลายคนก็ยังไม่เลิกตื๊อเมื่อถามดี ๆ อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ ดังนั้นพวกมันจึงเริ่มแสดงท่าทางข่มขู่คุกคามมากขึ้นเรื่อย ๆ
กิริยาท่าทางที่ผู้เล่นจอมตื๊อแสดงออกไม่ได้ทำให้หญิงสาวเกิดความรู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด มีนคิดแค่ว่า ไม่อยากมีเรื่องจนเกิดปัญหาตามมาในภายหลังเท่านั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ มีนจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว
ผู้เล่นกลุ่มเดิมเมื่อเห็นว่าไม่ว่าจะขอร้องหรือข่มขู่อย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบคำถามของพวกตนแต่โดยดี ดังนั้นพวกมันจึงเปลี่ยนแผนการเป็นเข้ามาโอบล้อมตัวตลกผู้ปิดบังใบหน้าเอาไว้ก่อนจะชักดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาข่มขู่เป้าหมายให้หนักขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่า “สันติวิธี”คงจะใช้กับผู้เล่นกลุ่มนี้ไม่ได้ผล มีนจึงหยุดยืนอยู่กับที่ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้เล่นคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มฯพร้อมกับเรียกไม้เท้าเวทมนตร์ออกมาถือกระชับเอาไว้ในมือ
ไม่เห็นโลงศพไม่หลังน้ำตา…
มีนเรียกทักษะเวทมนตร์[บอลธาตุ] ทั้ง 8 ออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมหน่วงพวกมันเอาไว้เพื่อรอจังหวะโจมตี บอลธาตุฯ ขนาดเท่าผลส้มส่องแสงสว่างสีสันแตกต่างกันไปตามธาตุของทักษะหมุนวนอยู่รอบตัวผู้เรียกใช้งานอย่างช้า ๆ
“จะ...จอมเวทสรรพธาตุ!!” ผู้เล่นคนหนึ่งในกลุ่มฯ เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นบอลเวททั้ง 8ลอยวนอยู่รอบกายฝ่ายตรงข้าม
“ถะ...ถอยเถอะ” อีกคนกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
“ทำไมวะ!! พวกเรามีคนเยอะกว่า จะไปกลัวมันทำไม?” ผู้เล่นที่เหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มฯกล่าวขึ้นอย่างหัวเสียในความปอดแหกของลูกสมุน
“นะ...นั่นนั่นมัน อะ...อาชีพขั้น 3 ของพวกนักเวทเลยนะ ไอ้นี่มันต้องระดับ 300 แล้วแน่ๆ”ผู้เล่นคนที่พอจะรู้ข้อมูลอยู่บ้างเอ่ยปากอธิบายพร้อมกับเผยความรู้สึกหวาดกลัวออกมาให้เห็น
“เอาไงดีวะ?” ผู้เล่นหลายคนในกลุ่มฯเริ่มทำตัวไม่ถูกและมีสีหน้าเลิ่กลั่ก
“ถอย!!” คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มสั่งการต่อพรรคพวก ก่อนจะหันมากล่าวกับมีนอย่างอาฆาต“ฝากไว้ก่อนเถอะ แก!!”
นี่...มันบทของพวกผู้ร้ายชัดๆ
หลังจากพวกผู้เล่นฯซึ่งทำตัวเป็นอันธพาลกลุ่มนั้นจากไป หญิงสาวก็ยกเลิกเวทมนตร์ที่หน่วงไว้ ก่อนจะเดินตรงไปยังอาคารของระบบฯ
ผู้เล่นจำนวนมากที่ได้เห็นเหตุการณ์ฯต่างมองตามหญิงสาวไปด้วยสายตาเลื่อมใสปนอยากรู้ แต่กลับไม่มีใครคิดเข้ามาสอบถาม หรือสร้างความวุ่นวายใจให้แก่ตัวตลกผู้แข็งแกร่ง...แม้แต่รายเดียว
ไม่แปลก...ที่ผู้เล่นอันธพาลกลุ่มนั้นจะเข้าใจผิดคิดว่าหญิงสาวมีอาชีพขั้น 3 เป็น [จอมเวทสรรพธาตุ] นั่นก็เพราะว่า มีนสามารถเรียกบอลธาตุทั้ง8 ออกมาได้ภายในเวลาอันรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ จนทำให้ดูเหมือนว่าเป็นการเรียกเวทมนตร์ธาตุทั้ง 8 ออกมาในเวลาเดียวกันซึ่งความสามารถนี้ จากข้อมูลของอาชีพจอมเวทสรรพธาตุที่เกมได้แนะนำไว้ก็คือ “มีความสามารถในเรียกใช้งานเวทมนตร์หลายธาตุออกมาได้พร้อมกันเป็นจำนวนมาก...อย่างง่ายดาย”แม้ว่าจะยังไม่มีใครเคยเห็นการแสดงผลทักษะของอาชีพที่ว่านี้ก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันก็ได้ทำให้เหล่าอันธพาลและกลุ่มคนที่อยู่ในเหตุการณ์ฯ ต่างปะติดปะต่อเรื่องราวและคาดเดาไปต่างๆ นานา จนนักแสดงกายกรรมสัตว์อสูรผู้นี้...กลายเป็นจอมเวทสรรพธาตุไปโดยปริยาย
และไม่นานในกระดานข่าวของเกมฯก็มีกระทู้สุดร้อนแรงขึ้นมาอีกหลายกระทู้ไม่ว่าจะเป็น...
++จอมเวทสรรพธาตุอาชีพขั้น 3 ของนักเวท++
++มีคนถึงระดับ300 แล้ว++
++ อาชีพขั้น 3 มีคนได้แล้วจ้า++
++จอมเวทสรรพธาตุเจ๋งชะมัด++
++ปลาตีนสีชมพู...สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อสูรอัญเชิญ??++
++อาชีพนักฝึกสัตว์++
++ปลาตีนสีชมพูน่ารัก++
และอื่น ๆอีกมากมาย…โดยกระทู้ทั้งหมดก็เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประหลาดซึ่งเกิดขึ้นในลานน้ำพุตรงใจกลางจัตุรัสของเมืองอควาเรียสแห่งนี้
ในขณะที่คนต้นเรื่อง...ก็กำลังก้มหน้าก้มตาทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพสายศิลปะอย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง
ก็มีนไม่รู้ว่า จะเลือกอาชีพอะไรดีนี่นา...เพราะอันนั้นก็ดีอันนี้ก็ใช่
จนในที่สุดหญิงสาวจึงตัดสินใจเลือกรับภารกิจฯ ทั้ง 2 อาชีพไปพร้อม ๆ กันเลย นั่นก็คืออาชีพ [ช่างศิลป์] และอาชีพ [ประติมากร](เอ๊ะ!! หรือว่าไม่ได้เลือกกันหว่า...)
โดยอาชีพ “ช่างศิลป์”มีทักษะสำคัญที่หญิงสาวสนใจอยู่ทักษะหนึ่ง นั่นก็คือ ทักษะ [ตกแต่งงานศิลป์] ซึ่งทักษะนี้ เมื่อพัฒนาไปขั้นที่สูงขึ้นแล้วไม่ว่าชิ้นงานที่สร้างขึ้นมานั้น จะห่วยหรือแย่แค่ไหน ตัวทักษะก็จะทำให้ชิ้นงานนั้นมี“ความวิจิตร” เพิ่มขึ้น 2-10 เท่า โดยค่าความวิจิตรของชิ้นงานนี้เอง จะเป็นตัวเสริมค่าสถานะของชิ้นงานนั้นให้สูงขึ้น10-50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ส่วนอาชีพ “ประติมากร”มีทักษะสำคัญที่หญิงสาวต้องการก็คือ [เทคนิคการแกะสลัก] โดยทักษะนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ทักษะฯ สามารถแกะสลักชิ้นงานได้รวดเร็วขึ้นตั้งแต่2-10 เท่า อีกทั้งทักษะนี้ ยังเป็นทักษะติดตัว ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการแกะสลักชิ้นงานได้ตามระดับของทักษะฯส่วนสาเหตุที่มีนต้องการทักษะนี้มาใช้งานฯ ก็เพื่อลดระยะเวลาในการสลักอักขระลงในวงเวทของตนนั่นเอง
และกว่าหญิงสาวผู้มีความโลภจะสามารถผ่านเงื่อนไขของภารกิจจนได้รับอาชีพทั้งสองมาอยู่ในครอบครอง มีนก็ต้องอดทนทำงานศิลป์ฯอย่างทุลักทุเลอยู่นานสองนาน...
หลังจากได้รับอาชีพทั้ง2 มาแล้ว หญิงสาวกลับไม่คิดสนใจจะดูรายละเอียดทักษะอย่างอื่นของพวกมันแต่อย่างใด ก่อนจะรีบเปิดอ่านรายละเอียดทักษะทั้ง2 ที่ตนไขว่คว้าหามาครองได้อย่างยากลำบาก...ในทันที
ทักษะอาชีพช่างศิลป์: [ตกแต่งงานศิลป์][ขั้นต้น 0/100]
-(ทักษะเรียกใช้) แก้ไขตกแต่งชิ้นงานให้สวยงามขึ้น เพื่อเพิ่มความวิจิตร 2 เท่าใช้พลังเวทมนตร์ 150 หน่วย คูลดาวน์ 15 นาที
เงื่อนไข
-ช่างศิลป์
- เมื่อใช้ทักษะ [ตกแต่งงานศิลป์] กับชิ้นงานระบบจะประเมินความวิจิตรของชิ้นงานนั้น โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ
1) ระดับกักขฬะ ลดค่าสถานะของชิ้นงาน 20 เปอร์เซ็นต์
2) ระดับงดงาม เพิ่มค่าสถานะของชิ้นงาน 10 เปอร์เซ็นต์
3) ระดับเลิศเลอ เพิ่มค่าสถานะของชิ้นงาน 20 เปอร์เซ็นต์
4) ระดับพิศวง เพิ่มค่าสถานะของชิ้นงาน 50 เปอร์เซ็นต์
- 1 ชิ้นงานสามารถ ใช้ทักษะ [ตกแต่งงานศิลป์] ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง
- ระบบจะประเมินชิ้นงานใหม่ทุกครั้งที่ใช้ทักษะ [ตกแต่งงานศิลป์]
ทักษะอาชีพประติมากร: [เทคนิคการแกะสลัก][ขั้นต้น 0/100]
-(ทักษะติดตัว) เมื่อแกะสลัก จะเพิ่มความเร็วในการแกะสลัก 2 เท่า
เงื่อนไข
-ประติมากร
ในสายอาชีพเกี่ยวกับ“ศิลปิน” มีเพียง 2 ทักษะนี้เท่านั้นที่หญิงสาวคิดว่า จะช่วยเสริมความโดดเด่นและรีดเค้นเอาความสามารถของจอมอาคมออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ
ความจริงแล้วในแผนการสร้างความมั่งคั่งหญิงสาวยังต้องการอีก 2 ทักษะจาก 2 อาชีพ นั่นก็คือทักษะ [เจียระไนอัญมณี] ของอาชีพ “ช่างทำเครื่องประดับ”และทักษะ [ดัดแปลงไอเทม] ของอาชีพ“ช่างตีเหล็กระดับสูง” ซึ่งหากตนได้รับทักษะทั้งสองนี้มาอยู่ในครอบครอง พวกมันก็จะช่วยให้ตัวเองมีรายได้จากการขายไอเทมฯอย่างงดงามเป็นแน่...อย่างน้อยในเวลานี้ มีนก็คิดเช่นนั้น
แต่กระนั้นอาชีพ“ช่างทำเครื่องประดับ” ซึ่งจัดเป็น “อาชีพลับ” ที่จะต้องไปรับเควสโดยตรงจากเผ่าพันธุ์เอลฟ์ในทวีปแห่งจิตวิญญาณส่วนอาชีพ “ช่างตีเหล็กขั้นสูง” ก็ยังเป็นอาชีพขั้น 2 ของอาชีพ “ช่างตีเหล็ก” โดยต้องไปรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพที่เหมืองของเหล่าคนแคระในทวีปแห่งไฟซึ่ง 2 ทวีปที่กล่าวมานั้นอยู่ห่างจากทวีปแห่งน้ำที่หญิงสาวอยู่ในตอนนี้...ไกลโขเลยทีเดียวดังนั้นมีนจึงจำเป็นต้องเก็บพับโครงการที่ว่านี้...ไปก่อนชั่วคราว
หลังจากทำเควสเปลี่ยนอาชีพ“ช่างศิลป์” และ “ประติมากร” สำเร็จแล้ว มีนจึงมุ่งตรงไปยังโรงประมูลทันทีเนื่องจากทางระบบฯ ได้แจ้งเตือนมาพักใหญ่แล้วว่า “การประมูลไอเทมฯ ได้จบลงไปแล้ว”
มีนอยากจะรู้เหลือเกินว่าราคาของพวกมัน สุดท้ายแล้ว...จะจบลงที่เท่าไหร่?
เพื่อที่ตนจะได้นำมาเป็นข้อมูลในการประเมินแผนการขั้นต่อไปว่าจะได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน?
…………