เช้าวันใหม่ของเมืองโตเกียว กับการได้หลับอย่างเต็มที่เมื่อคืนทำให้น้ำรินรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก พลางบิดตัวไปมา ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน อยากอาบน้ำเหลือเกิน แต่ก็ยากลำบากเสียนี่กระไร ไหนจะกลัวแผลที่ข้อมือจะโดนน้ำ แล้วไหนจะที่หัวอีก โอย.. ช่างทรมานอะไรอย่างนี้ เมื่อวานยังมีคนช่วยอาบ แต่ก็อายจนแทบอยากจะถอดหัวออกไม่ให้พวกหล่อนเห็นหน้าไปซะอย่างนั้น แล้ววันนี้จะทำยังไงดีล่ะ คงต้องเอาไว้ก่อน หล่อนไม่หน้าด้านขนาดที่จะให้ใครมาอาบน้ำให้อย่างกับเด็ก ๆ เป็ครั้งที่สองหรอก หญิงสาวจึงหันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเดิมที่เคยใส่ มาจากที่โรงพยาบาล ไม่รู้ว่านี่เป็ชุดของใคร รู้แต่ว่า ทานากะเอามาให้ ั้แ่วันที่จะออกจากโรงพยาบาล
ก๊อก ก๊อก..
เสียงเคาะประตู ดังสองครั้งติดกัน ก่อนที่จะมีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่กำยำ หญิงสาวจำได้ทันทีว่าเป็ทานากะ ที่เป็คนเปิดประตูเข้ามา วันนี้บอดี้การ์ดหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำตามเคย ส่วนทางด้านหลังของชายผู้นั้นมีผู้หญิงสาวซึ่งบ่งบอกว่าเป็คนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ดูจากหน้าตา น่าจะอายุไม่เกินยี่สิบห้าด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่แน่นักหรอก คนญี่ปุ่นน่ะหน้าอ่อนกว่าอายุกันทั้งนั้น ในมือเธอถือถาดอาหารมาด้วย
“ทานอาหารเช้าครับ คุณน้ำริน” ทานากะยังใช้คำพูดอย่างสุภาพกับหล่อนเสมอ
“อ้อ! ลืมไป นี่เป็เสื้อผ้าชุดใหม่ ที่เ้านายผมเอามาให้คุณ มิกะ ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณน้ำรินหน่อยนะ ทานให้อร่อยนะครับ นี่เป็อาหารไทย คุณคงทานได้” นายบอดี้การ์ดหน้าเ็าพอ ๆ กับเ้านายของเขาหันไปพูดกับ สาวน้อยหน้าตาน่ารัก ก่อนจะหันมาพูดกับหล่อน หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องสาวหน้าตาละอ่อนเพียงลำพัง
“เอ่อ..จะทานล่ะนะคะ”
“ทานเลยสิคะ หลังจากทานเสร็จแล้ว ฉันจะช่วยคุณ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเองค่ะ” หะ..หา นี่เธอพูดภาษาอังกฤษได้ชัดแจ๋วมากกว่าหล่อนเสียอีกนะนี่
“อ๊ะ..ไม่ต้องหรอก ทำเองได้..อือ ๆ ฉันต้องเรียกเธอว่า มิกะจัง ถูกมั๊ย”
“ค่ะ ถูกแล้ว เอ่อ คุณ รีบ ๆ ทานเถอะนะคะ ถ้าหากชักช้า เ้านายเล่นงานฉันแน่เลยค่ะ”
“อืมห์.. เ้านายมิกะ ดุมากเลยหรือ?” ก็รู้อยู่หรอกนะว่า เ้านายของมิกะน่ะ ร้ายกาจขนาดไหน แต่ไม่ยักกะรู้ว่า ดุ..อีกด้วย ต่อไปนี้เราต้องระวังตัว อยู่ห่าง ๆ เขาเป็ดีที่สุด
อืมห์.. อาหารมื้อเช้าวันนี้อร่อยเหลือเกิน เมื่อถึงเวลาที่ต้องอาบน้ำ น้ำรินอิดออดทำเป็ชวนมิกะคุยโน่น คุยนี่ เพื่อเป็การถ่วงเวลา ไม่อยากอาบขึ้นมาซะดื้อ ๆ มันไม่ชินนี่นา ส่วนมิกะพยายามเหลือเกิน ที่จะช่วยหล่อนเพราะเห็นว่ายังมีแผลอยู่ สุดท้ายน้ำรินต้องหลอกให้เมทสาวออกไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ จึงรีบเผ่นเข้าห้องน้ำ ล็อกประตูเพื่อกันไม่ให้เมทสาวเข้ามาได้ น้ำรินได้ยินเสียงมิกะเคาะประตูอยู่สองสามครั้ง ร้องเรียกให้หล่อนเปิดประตูอยู่สักพัก ก็เงียบเสียงไปสงสัยคงยอมแพ้แล้วล่ะสิ หึ ๆ ขอโทษนะมิกะ ฉันรู้นะว่าเธอต้องทำตามหน้าที่ แต่.. ฉันไม่ชอบให้คนอื่นเห็นร่างกายนี่นา..เป็ใครก็อายทั้งนั้นแหละ
เมื่อได้เข้ามาอยู่ในห้องน้ำตามลำพังสมใจแล้ว หญิงสาวจัดการรวบผมยาวสลวยไว้ในหมวกคลุมผมกันน้ำกระเด็นมาเปียกแผล ส่วนข้อมือใช้ถุงพลาสติกมามัดครอบไว้จนเกือบถึงข้อศอกเพื่อกันน้ำเช่นกัน แต่ก็ทุลักทุเลน่าดู กว่าจะจัดการกับร่างกายส่วนที่มีแผลนี่ก็เล่นเอาเหงื่อตกไปเลยทีเดียว
ขณะที่กำลังหลับหูหลับตาฟอกสบู่ที่หน้าอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น น้ำรินต้องชะงักมือ ที่เตรียมจะเอื้อมไปเปิดก๊อกฝักบัวอาบน้ำ หากได้ยินเสียงเคาะประตูหนัก ๆ อยู่สองครั้งติด ๆ กัน หัวคิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอย่างนึกสงสัย ใครกันนะ? หรือว่าจะเป็มิกะมีอะไรข้างนอกหรือเปล่า ถึงได้เคาะประตูเสียแรงเชียวหญิงสาวจึงตัดสินใจควานหาเสื้อตัวเก่า ที่เพิ่งถอดทิ้งไว้ตรงหน้ากระจกบานใหญ่เสื้อตัวดังกล่าวสามารถปิดได้เพียงแค่ด้านหน้าเท่านั้น ไม่เป็ไรหรอกน่า น่าจะเป็มิกะ ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะวานหยิบผ้าเช็ดตัวให้เสียเลย
หากลืมไปว่าสบู่ที่ฟอกบนใบหน้าเมื่อครู่ยังไม่ทันได้ล้างออกเลย ทว่าจะด้วยเหตุบังเอิญหรือความซวยจะมาเยือนก็หารู้ไม่ ขณะที่กำลังเอื้อมมือข้างที่ว่างไปเปิดประตู จู่ ๆ น้ำสบู่ที่หล่อนอุตส่าห์ถูยกเว้นรอบดวงตากลับมีหยดน้ำไหลเข้ามาที่ตาทั้งสองข้าง ความแสบพุ่งปรี๊ดเข้ามาทันที ทำให้หล่อนรีบหลับตาให้ปิดสนิท
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู กำลังจะเตรียมเงื้อมือทุบประตูห้องน้ำลงไปอีกครั้ง ต้องชะงักค้างแทบจะทันที เมื่อได้เห็นภาพหญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวหมดจด มีผ้าผืนเล็ก ๆ ขยุ้มปิดร่างส่วนหน้าไว้อย่างิ่เหม่ เนินอกขาวสะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจของผู้เป็เ้าของ ฮิโรยูกิเอง เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ส่งผลให้เขาต้องลอบกลืนน้ำลายตัวเองโดยไม่รู้ตัว และเหมือนกับว่ากำลังกลั้นหายใจแทนเ้าหล่อน เพราะกลัวว่าอะไรต่อมิอะไรที่ปิดร่างเพียงน้อยนิดนั่นจะเปิดให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน ร่างสูงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ได้แต่ยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู มองดูว่าหล่อนจะทำอย่างไรต่อไป มือเล็กยกขึ้นปัดป่ายที่ตาไปมาอย่างรำคาญ ๆ ส่วนปากบางก็พร่ำพูด ทั้งที่ตายังปิดสนิทอยู่
“โอ๊ย!แย่แล้ว มิกะหรือ? แสบ แสบตาจัง ลืมตาไม่ขึ้นเลย ทะ ..ทำยังไงดีล่ะ ฉันมองไม่เห็นทางเลย มิกะช่วยด้วยสิ ช่วยพาเข้าไปห้องน้ำทีได้มั้ย” หญิงสาวหลับตาปี๋ มือก็ป่ายสะเปะสะปะ ควานหาคนที่พูดด้วยอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี โดยไม่ได้นึกเอะใจสักเพียงนิดว่า ทำไมมิกะถึงไม่พูดอะไรเลย
เมื่อสิ้นคำขอร้องและอ้อนวอน จากหญิงสาวร่างเล็กกะทัดรัด ตรงหน้า ฮิโรยูกิจำต้องคว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างที่ไม่มีถุงพลาสติกคลุมไว้ เพราะข้างที่ว่ากลับไปอยู่ที่หน้าอกขาวสะอาด พยายามกุมผ้าชิ้นเล็กไว้อย่าง้าปกปิดแต่ก็ไม่มิดซักเท่าไหร่นั่น สายตาที่มองผ่าน ๆ ไปยังเรือนร่างเปลือยเปล่าที่มีผ้าชิ้นบาง ๆ ปิดอยู่ ทำให้เขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอเป็หนที่สอง
ชายหนุ่มพาหล่อนกลับเข้ามาอยู่ในห้องน้ำได้สำเร็จ พยายามบังคับสายตาให้มองไปจุดอื่น แทนที่จะเป็ร่างขาวกระจ่างตรงหน้า จากนั้นก็เปิดฝักบัวอาบน้ำให้กับเ้าหล่อน ก่อนที่จะยกลงมาล้างหน้าป้ายฟองสบู่ออกจากตาให้หล่อนอย่างเบามือ เขาต้องพยายามสะกดอารมณ์ที่มันกำลังพลุ่งพล่านอย่างหนัก เมื่ออยู่ใกล้กับเรือนร่างขาวผ่อง ผ้าชิ้นเล็ก ๆ เมื่อโดนน้ำก็ยิ่งเน้นความชัดแจ๋ว ให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน นั่นกลับยิ่งเพิ่มความเย้ายวนให้กับหล่อน โดยที่เ้าตัวไม่รู้ เขาต้องหายใจเข้าออกอย่างหนัก พยายามกำหนดจุดที่จะมองหล่อนเพียงแค่ใบหน้าขาวสะอาด แทนที่จะเป็ส่วนอื่น
“อ๊ะ! มิกะขอบใจมากนะไม่เป็ไรแล้ว ฉันทำเองได้ มีอะไรด่วนหรือ ถึงได้เคาะประตูเสียงดังเชียว แต่ยังไงก็ต้องขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้มิกะล่ะก็ ฉันต้องแย่แน่ ๆ เลย” ปากก็พูดไปแต่มือข้างที่ว่างก็ปัดป่ายสายน้ำออกจากตาและใบหน้าอย่างไม่ยอมมองมาที่ตัวต้นเหตุเพียงสักนิด แต่ชั่วแวบหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณ น้ำรินนึกสงสัยขึ้นมาฉับพลันทันที ว่าทำไมมิกะถึงไม่ค่อยช่างพูดเลย และรู้สึกราวกับว่า มีใครมองหล่อนอยู่
กระนั้น
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวรีบลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วเท่าความคิด แต่ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาได้ ก็ต้องรีบหลับตาลงไปใหม่ ก่อนที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าภาพที่หล่อนเห็นตรงหน้ากลับยังไม่เลือนหายไป เพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด พลางขยี้ตาไปมาอีกรอบก่อนจะเบิ่งตาขึ้นมามองเพื่อให้แน่ชัดอีกครั้ง เมื่อเห็นดังนั้นหล่อนก็แทบล้มทั้งยืน อยากจะให้ตัวเองถูกน้ำหลอมละลายไปด้วยกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อยากจะเป็ลมล้มพับไปเสียตอนนี้ แล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาให้เป็ที่อับอายขายขี้หน้าอีกต่อไป แต่อาการที่เป็อยู่ตอนนี้ และที่หล่อนทำได้คือ มือข้างที่คลุมถุงพลาสติกขยุ้มเสื้อเนื้อผ้าบางเบา และยิ่งบางเข้าไปอีกเมื่อโดนน้ำ มันแทบช่วยอะไรไม่ได้เลยเพื่อปกปิดท่อนบน ส่วนท่อนล่างนั่นเล่า หล่อนไม่อยากจะนึกถึงเลย หญิงสาวทำได้แค่หนีบต้นขาเข้าหากัน อย่างกระดากอายสุดชีวิต
น้ำรินรู้สึกร้อนั้แ่ปลายเท้าตลอดจนถึงหัวเลยในตอนนี้ หน้าร้อนซู่อย่างกับโดนน้ำร้อนลวกไปหมดทั้ง ๆ ที่เพิ่งโดนน้ำเย็นไปเมื่อครู่นี้เอง หญิงสาวได้แต่ยืนอึ้ง อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตมองคนที่ยืนเด่นเป็สง่าตรงหน้าอยู่หลายวินาที กว่าจะตั้งสติได้จึงส่งเสียงร้องกรี๊ดด้วยความใ ก่อนจะออกแรงผลักร่างสูงใหญ่ออกไป
“กรี๊ด!!! คุณ! ออกไปนะ คนลามก คนหน้าไม่อาย คุณเข้ามาในห้องน้ำฉันได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” แรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดผลักร่างสูงใหญ่ที่มีพละกำลังมากมายกว่าหล่อน ทั้งผลัก ทั้งดัน ทั้งทุบตีอย่างกับเด็ก ด้วยมือข้างเดียวที่เหลืออยู่ ตอนนี้หล่อนไม่อยากคิดอะไรแล้ว ขอให้ได้ทำร้ายร่างกายเขา และไล่ออกไปให้พ้น ๆ เท่านั้นเป็พอ ชายหนุ่มพยายามปัดป้องร่างกายจากมือเล็กเพียงข้างเดียวที่ฟาดลงมาไม่ยั้ง เห็นตัวเล็ก ๆ อย่างนี้เถอะ มือหนักชะมัดเลย
“นี่เธอ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ได้อยากเข้ามานักหรอกนะ เธอเองต่างหากที่ชวนฉันเข้ามาด้วยน่ะ ลืมไปแล้วหรือ?” ร่างสูงตวาดกลับไปบ้าง ปากก็พูดไป มือก็ป้องจากการประทุษร้ายร่างกายจากหล่อนไป
“ใครชวน ฉันไม่ได้ชวนคุณสักหน่อย เพียงแต่ฉันคิดว่าเป็มิกะต่างหากแล้วทำไมคุณถึงไม่พูดออกมาก่อนล่ะ คนลามก ออกไปนะ ออกไป! ไม่อย่างนั้นฉันจะฟาดคุณด้วยแจกันนี่เลยคอยดู” เมื่ออับจนหนทาง หญิงสาวเลยหันไปคว้าแจกันที่อยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ในห้องน้ำ ชูขึ้นกะว่าถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นหล่อนจะใช้สิ่งนี้แหละเป็อาวุธ ทำร้ายร่างกายเขา ฮิโรยูกิ หยุดยืนหอบหายใจ กระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง เมื่อเห็นหล่อนหันไปคว้าแจกันขนาดพอดีมือ ขึ้นมาขู่เขาฟอด ๆ อยู่ในมุมห้องน้ำเพื่อตั้งหลัก อย่างนึกขัน เมื่อเห็นสภาพหล่อนตอนนี้ ช่างตลกสิ้นดี หญิงสาวร่างเล็ก ที่ร่างทั้งร่างเปลือยเปล่าแทบจะไม่มีอะไรปกปิดได้เลย หัวก็ถูกคลุมด้วยหมวกกันน้ำ ซึ่งตอนนี้มีเส้นผมหลุดลุ่ยลงมาอย่างไม่เป็ระเบียบราวกับยายเพิ้ง ส่วนมืออีกข้างก็พยายามนักพยายามหนาขยุ้มเสื้อตัวบาง ปิดร่างกายส่วนหน้าไว้ ช่างเป็ภาพที่น่ามองมากเลยทีเดียวเชียวล่ะ น่าแปลก..ที่ท่าทางแบบนี้ของหล่อนกลับทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อทั้ง ๆ ที่ ไม่น่าใช่เวลาที่จะมาขบขันสักนิด
“ขำอะไรของคุณฉันพูดจริง ๆ นะถ้าขืนยังไม่ออกไปฉันทุบคุณด้วยแจกันนี่แน่ ไม่ได้ขู่ด้วย” หญิงสาวขู่เขาฟอด ๆ ทันใดนั้นก็เหลือบตาไปมองที่กระจกบานใหญ่ด้านข้างอย่างลืมตัว แต่แล้ว ก็ต้องสะดุ้งใ ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อภาพที่สะท้อนกลับมา เป็หญิงสาวนางหนึ่งที่สภาพเกือบเป็ชีเปลือย แถมยังเหมือนยัยเพิ้งอีกต่างหาก น้ำรินมองเห็นว่าผู้หญิงที่อยู่ในกระจกช่างหน้าตาเหมือนหล่อนเหลือเกิน พลางก้มหน้าสำรวจตัวเองอย่างลืมตัว แต่แล้วก็แทบร้องออกมาอย่างอับอายสุดชีวิต เมื่อเห็นสภาพน่าอนาถของตัวเอง ก่อนที่จะเงยหน้ามองสบตา กับเ้าของร่างสูงที่ตอนนี้ยืนยิ้มกริ่มทำตาเ้าชู้แพรวพราวตอบกลับมาให้อย่างผู้มีชัย
น้ำรินโกรธจนไม่ลืมหูลืมตา อารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความโมโห จึงเขวี้ยงแจกันกลับไป หวังจะทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายให้ได้เจ็บบ้าง แต่ร่างสูงกลับรับแจกันไปถืออย่างสบายใจเฉิบ หญิงสาวกัดฟันกรอดโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ จึงหันไปคว้าของทุกชิ้นที่อยู่หน้ากระจก เพื่อประทุษร้ายชายหนุ่ม
อย่างบ้าคลั่ง
“อ๊ะ! นี่เธอจะทำบ้าอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ ห้ามทำของของ ฉันพังนะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เธอเจ็บตัวแน่”
“ไม่หยุด! นอกเสียจากว่าคุณจะออกไปจากที่นี่” เมื่อหยิบของทุกชิ้นที่อยู่หน้ากระจกไปหมดเกลี้ยงแล้ว หากจะเหลือสิ่งสุดท้าย นั่นก็คือ แปรงขัดห้องน้ำ หญิงสาวฉวยขึ้นมาถือไว้ในมือ เม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างสกัดกั้นอารมณ์โกรธ เล็งแปรงขัดห้องน้ำไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ
“นี่เธอ! จะใช้แปรงขัดห้องน้ำทำร้ายฉันอย่างนั้นรึ? มันจะเกินไปแล้วนะ เธอถือดียังไง วางมันลงเดี๋ยวนี้นะ” ร่างสูงก้าวสามขุมเข้าไปแย่งของสิ่งนั้นออกจากมือหญิงสาวอย่างโกรธจัด แต่มีหรือหล่อนจะยอมง่าย ๆ จึงเกิดการยื้อแย่งฉุดกระชากกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“อ๊าย! อย่าเข้ามานะ คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ! ปล่อย..”
“นี่! เธอ! เลิกร้องโวยวายสักทีจะได้มั๊ย!” ทำไมนะ คนอย่างฮิโรยูกิ ต้องมาโดนแปรงขัดห้องน้ำกระหน่ำเอา ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงไม่จัดการกับหล่อนอย่างเด็ดขาดไปเลย ทำให้ไม่กล้าแม้แต่ จะเข้าใกล้เขาเลยด้วยซ้ำ และทำไมเขาไม่เดินหนีออกไปเสีย เพื่อเป็การสงบศึกขนาดย่อมนี่ซะ แต่มันไม่ใช่วิสัยของคนอย่างเขานี่นา ที่จะหนีปัญหาใด ๆ ถ้าหากว่ายังไม่ได้สะสางให้เรียบร้อยเสียก่อน เขาเข้ามาเพื่อที่จะเค้นเอาความจริงจากหล่อนไม่ใช่หรือ
ผู้หญิงคนนี้ก็ช่างกระไร ตัวเองแทบจะไม่มีทางสู้อยู่แล้ว ยังทำเป็อวดเก่งอีก เดี๋ยวเถอะจะทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะร้องออกมาเลยคอยดู ชายหนุ่มจึงใช้มือเพียงข้างเดียวรวบท่อนแขนเล็ก ข้างที่ถืออาวุธประทุษร้ายเขาเหยง ๆ ขึ้นเหนือศีรษะกลมมน แล้วใช้ลำตัวที่สูงใหญ่กว่า ออกแรงดันร่างเล็ก เพียงนิดเดียวนั่นหล่อนก็เซแถด ๆ จนหลังชิดกำแพงห้องน้ำ ตรึงร่างของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน หรือทำร้าย ร่างกายเขาได้อีกต่อไป
“หึ! เป็ไงล่ะแม่สาวน้อย อึ้งไปเลยสิทีนี้ เอาสิ ขยับสิ ตีฉันสิ เอาเลย เงียบอยู่ทำไมล่ะ ว่าไง? ก้มหน้าทำไม เก่งนักไม่ใช่หรือ? ฮึ” คนตัวใหญ่กว่า ก้มหน้าลงมาพูดจนแทบชิดกับพวงแก้มสุกปรั่งของหล่อน ฮิโรยูกิกระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง นึกสนุกที่ได้แกล้งหล่อน หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาของเขาแทบจะทันที ดูเหมือนว่าเ้าหล่อนจะใสุดขีด หรือไม่ก็ช็อกไปแล้วล่ะมั้ง อาการนิ่งเงียบแบบฉับพลันเมื่อเขาแกล้งเอาจมูกโด่ง และใช้ริมฝีปากกระซิบพูด ที่ข้างใบหูน้อย ๆ นั่น แก้มใสแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที ตัวแข็งทื่อ หลับตาปี๋ แถมยังกัดริมฝีปาก จนเขากลัวว่า สักพักเือาจจะออกได้
หึ! แน่จริงเก่งให้ตลอดสิ ตอนนี้หล่อนกำลังสั่นราวกับลูกแมวตกน้ำ หนาวหรือ? หรือว่ากลัวเขา มือข้างที่ถูกคลุมด้วยถุงพลาสติกยังอยู่แถว ๆ หน้าอกนุ่มหยุ่น พยายามเหลือเกินที่จะกำเสื้อเนื้อผ้าบางเบานั่น หวังที่จะให้มันปกปิดล่ะสิ แวบหนึ่งชายหนุ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจเ้าผ้าผืนนั้นชะมัด ที่บังอาจมาบดบังทัศนียภาพ ที่น่าชมนั่นไปเสีย ระหว่างร่างสูงใหญ่ที่แนบชิดกันแทบไม่มีช่องว่างกับร่างเล็กกระจ้อยร่อย เมื่อยืนเทียบกันอย่างนี้ มีเพียงท่อนแขนเล็กเรียวกั้นไว้เท่านั้น น้ำรินเริ่มสั่นเทาราวกับลูกนก กลัวเหลือเกิน ทั้งกลัว ทั้งหวาดหวั่นว่าเขาจะทำอะไรที่หล่อนเองก็คงไม่สามารถป้องกันตัวเองได้เลย
“นี่..ไม่กลัวเืไปเลี้ยงที่ปากไม่ทันหรือ? เขียวแล้วนะนั่น” ฮึ!บ้า..คนบ้า ยังมีหน้ามาพูดอีก แล้วทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย หัวใจแทบเต้นออกมานอกอกแล้วตอนนี้ น้ำรินเผลอคลายริมฝีปากออกแทบทันที เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ เลยเจอเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมาอยู่ก่อนแล้ว จมูกโด่งชนเข้ากับพวงแก้มใสอย่างจัง ใบหน้าเขาและหล่อนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ ตาต่อตาประสานกันนิ่ง ชั่ววินาทีนั้น ชายหนุ่มค่อย ๆ โน้มใบหน้าคมเข้มมาจนชิดกับดวงหน้าใส ฮิโรยูกิรู้สึกอยากจูบหล่อนขึ้นมาถนัดใจ เขาจึงปล่อยมือ ข้างที่จับแขนหล่อนขึ้นเหนือหัวเมื่อครู่ เปลี่ยนมาเป็จับศีรษะเล็ก ๆ นั่นเข้ามาหาช้า ๆ จากนั้นใช้ริมฝีปากประกบกับเรียวปากเล็กเย็นจัด ช่างนุ่มนิ่มยิ่งนัก เมื่อได้ััแค่แตะเท่านั้นชายหนุ่ม เบียดร่างสูงใหญ่เข้าไปแนบชิดกับร่างหล่อนอีกครั้ง
“อ๊ะ!คะ..คุ..อุ๊บ” ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากแนบชิดกับปากของหล่อนลงไปอีกอย่างลึกซึ้ง กลบเสียงที่กำลังประท้วงเมื่อครู่ให้หายไปเรียบร้อย ตอนนี้น้ำรินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อเป็ท่อนไม้ ทำอะไรไม่ถูกอยู่ภายใต้อ้อมกอดอันแ่าของเขา ร่างสูงเลื่อนมือมาขยุ้มผมนุ่มสลวยอย่างหลงใหล กระตุกเล็กน้อยเพื่อให้ได้จูบหล่อนได้ถนัดมากยิ่งขึ้น ริมฝีปากที่เย็นชืดในตอนแรกค่อย ๆ อุ่นขึ้นแล้วในตอนนี้ เหมือนยิ่งได้ใจที่ได้ริมฝีปากหวาน ชายหนุ่มใช้ปลายลิ้นตวัดลิ้นเล็ก ๆ นั่น จุมพิตอย่างดูดดื่ม เรียกร้องหนักหน่วงมากกว่าเก่า กดร่างเล็กเข้ามาหาอย่าง้าให้ทุกส่วนของหล่อนหลอมละลายอยู่ในอ้อมกอดของเขา
อืมห์.. น้ำรินเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว ั้แ่เล็กจนโตเป็สาว อายุเลยมากระทั่ง ยี่สิบแปดปี หล่อนยังไม่เคยจูบกับใครแม้แต่ครั้งเดียว เคยดูแต่ในหนังในละคร อ่านในหนังสือ เพิ่งมาเจอกับตัวเองจัง ๆ ก็วันนี้ ดูเหมือนว่าร่างกายทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็ แขน ขา รวมทั้งหัวใจของหล่อนมันสั่นสะท้านไปหมดแล้ว เกิดอาการหวาดผวา ชาหนึบไปทั่วทั้งตัว แบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิตนี้
ฝ่ามือหนาใหญ่ค่อย ๆ คลายจากการเกาะกุม แต่ใบหน้าและริมฝีปากร้อนแรง ยังไม่ยอมคลายออกจากเรียวปากหล่อนแม้แต่น้อย เขาจูบหล่อนเนิ่นนาน เรียกร้องราวกับค้นพบสิ่งล้ำค่า อยากลิ้มชิมรสอยู่อย่างไม่เบื่อหน่าย ชายหนุ่มเลื่อนมือใหญ่อีกข้าง ไล้ลงไปเคล้นคลึงสีข้างและทรวงอกของหล่อน ช่างนุ่มมือนัก ถึงแม้ว่าจะไม่อวบอิ่มเหมือนหญิงสาวที่เขาเคยผ่านมาก็ตาม แต่เขากลับรู้สึกชอบมันมากด้วยซ้ำ หล่อนช่างเล็กกะทัดรัดไปเสียทุกส่วน แต่ก็..น่ารัก
หญิงสาวผวาตื่นกลัวจนสุดขีดเมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาได้ัั มาถูกบริเวณหน้าอก ดูเหมือนว่าหล่อนจะตื่นจากอารมณ์เคลิบเคลิ้มเสียแล้ว ทรวงอกกะทัดรัด หอบสะท้อนขึ้นลงภายใต้อุ้งมือใหญ่ของเขา พยายามดิ้นรนขยับหนี ใบหน้าขาวใส เบี่ยงหลบจุมพิตของอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่ร่างทั้งร่างถูกบดเบียดจนแทบหายเข้าไปในตัวเขาอยู่รอมร่อแล้ว
“อื้อ!...” ฮิโรยูกิจึงยอมถอนจุมพิตอันดูดดื่มเมื่อครู่อย่างไม่ค่อยพอใจนักแต่ยังไม่ยอมผละ ออกจากร่างนุ่มนิ่มเขายังตระคองกอดหล่อนไว้พลางก้มลงไปมองดวงหน้าใสจนแทบเห็นเส้นเืนั้น ไม่นึกเลยว่าใบหน้าของหล่อนจะใส สะอาด นวลเนียนอย่างนี้มาก่อน แน่ล่ะก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เข้าใกล้หล่อนขนาดนี้ ชายหนุ่มเพ่งมองหญิงสาวที่เพิ่งโดนจูบแบบผู้ช่ำชองอย่างเขาเข้า ถึงกับยืนหอบหายใจราวกับขาดอากาศมาอย่างนั้นล่ะ หล่อนกำลังยืนจ้องนิ่งมองเขม็งมาทางชายหนุ่ม ราวกับจะกินเืกินเนื้อ แถมยังทำสีหน้าเหมือนผ่านเื่น่าตื่นเต้นจนทำให้แทบช็อกสุดขีด
ฮิโรยูกิกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยตามวิสัยของผู้มีชัยกว่า ก้มลงหาดวงหน้าแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศสุก ใช้มือข้างหนึ่งยันผนังห้องน้ำ ส่วนอีกข้างที่ว่างยกขึ้นมาเชยคางหญิงสาว แค่ออกแรงเพียงนิด หน้าเล็กนั่นก็แหงนขึ้นมาสบตากับเขาอย่างง่ายดาย ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบ จนชิดข้างใบหูของคนที่ดูเหมือนยังไม่หายจากอาการเห็นสิ่งแปลกปลอมลงมาบนโลก
“สงสัยจะไม่เคยถูกใครจูบล่ะสิ..ไม่ได้เื่เลยจริง ๆ เอาไว้คราวหลัง ฉันจะสอนให้ใหม่ก็แล้วกันนะ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มแบบเยาะเย้ยนิดหนึ่ง ก่อนจะผละออกมาจากร่างเล็ก หากจู่ ๆ ก็หยุดชะงักหันกลับมามองร่างเปลือยที่แทบจะไม่มีอะไรปกปิด แต่ก็ดูยั่วยวน เซ็กซี่เหลือร้ายในสายตาเขา ถึงแม้ว่าหล่อนจะจัดอยู่ในไซด์มินิก็เถอะ
“อ้อ! ลืมไป..คราวหลังถ้าจะเข้าห้องน้ำ อย่าลืมเอาผ้าเช็ดตัวเข้ามาด้วยทุกครั้งนะเพราะ..ตัวที่อยู่กับเธอตอนนี้น่ะ..มันช่วยอะไรไม่ได้เลย” น้ำรินเพิ่งรู้สึกตัวว่าหล่อนอยู่ในสภาพไหนตอนนี้ พลางก้มลงมองร่างตัวเอง ท่อนขาเปลือยเปล่า หนีบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง
“ฮ๊ะ! นี่! คุณ!”
“อ๊ะ ๆ อย่านะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ โดนหนักกว่านี้แน่ เอาล่ะ ฉันให้เวลาเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สิบนาที เรามีเื่ต้องคุยกัน ถ้าขืนชักช้ากว่านี้ ฉันจะเป็คนอาบน้ำแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง ว่าไง..จะทำเองหรือจะให้ฉันช่วย เลือกเอา”
“ฉะ..ฉันทำเองได้ สิบนาทีก็สิบนาทีสิ คุณออกไปได้แล้ว”
“เอ..หรือว่าจะเปลี่ยนใจดี ระหว่างช่วยเธออาบน้ำกับปล่อยให้เธอจัดการตัวเองนี่อันไหนมันจะเร็วกว่ากันนะ”
“ไม่นะ! ฉันอาบเองได้ จะ..จริง ๆ นะคะ.. ฉันขอเวลา สิบ..นาที” เสียงอ่อนไปเลยล่ะสิ หึ หึ ช่างน่าสงสาร น่าเวทนาดีแท้ แต่อย่าหวังเลยว่าต่อไปนี้ฉันจะใจดีกับเธออีก อย่าคิดเอาความใส ซื่อของเธอมาล่อหน่อยเลย ฉันไม่ใจอ่อนกับเธอหรอก
“เอ้า! นี่ผ้าเช็ดตัวแล้วก็เสื้อผ้าชุดใหม่ รีบ ๆ จัดการซะห้ามให้เกินเวลาที่กำหนด ไม่อย่างนั้นละก็..” ชายหนุ่มหันมาทำตาเ้าชู้กรุ้มกริ่ม ส่งสายตาหมายมาดมาให้ก่อนจะผลุบหายออกจากห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว เมื่อตั้งสติได้ หญิงสาวรีบวิ่งแผล็วไปกดล็อกประตูห้องน้ำแทบจะทันที ที่ร่างสูงใหญ่หายวับจากอาณาเขตสายตา น้ำรินยืนพิงประตูห้องน้ำ หัวใจเต้นตุบตับ มันรัวเร็วราวกับกลองก็ไม่ปาน ไม่ได้แล้ว ไม่มีเวลามาอ้อยอิ่งแล้ว ถ้าหากขืนชักช้ากว่านี้ มีหวัง..เขาเล่นงานเอาตายแน่
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>.ฝากติดตามด้วยนะคะ