3 ปีต่อมา มีเหตุโรคระบาดเกิดขึ้นที่นานกิง
ฝ่าาทรงทราบข่าว ในพระทัยทรงแอบเป็ห่วงองค์หญิงฉานชิงเป็อย่างมากเพราะไม่ได้พบและไม่ได้ข่าวเลยเป็ระยะเวลา 5 ปี อีกทั้งก็กลัวองค์หญิงจะติดโรคระบาดนี้ไปด้วย จึงมีรับสั่งให้เสนาบดีจื่อหลิงหลานเข้าเฝ้าพร้อมกับมอบหมายให้ไปแก้ปัญหาที่นานกิงอย่างเร่งด่วน
“เ้าจงไปแก้ปัญหาโรคระบาดที่นานกิงเถิด” ฝ่าาตรัส
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ” เสนาบดีรับคำ
“หากเ้าเจอองค์หญิงฉานชิง รีบส่งข่าวมาบอกเราด้วยเราเป็ห่วงนางมาก” ฝ่าาตรัส
“พะย่ะค่ะ” ในใจจื่อหลิงหลานเองก็เป็ห่วงองค์หญิงฉานชิงเช่นกันเพราะเขาเองก็ไม่ได้ข่าวคราวขององค์หญิงเลย เขาจึงรีบนำกองทัพไปที่นานกิงโดยเร็วที่สุด
********************************************************
เมื่อท่านเสนาบดีมาถึงนานกิง ก็รีบมาที่สถานฝึกแพทย์หญิงเพื่อขอให้หมอหญิงกลุ่มหนึ่งเข้าไปช่วยรักษาให้ชาวบ้านที่ติดโรคระบาด
หมอหญิงาุโทั้งฝ่ายแดงและฝ่ายเขียวก็ได้จัดทีมหมอหนึ่งในนั้นมีฉานชิงที่แปลงโฉมแล้วด้วยโดยแต่งตั้งให้ฟางอี้ซึ่งอยู่ฝ่ายแดงเป็หัวหน้าทีมหมอมีอำนาจสั่งการทั้งหมด เพราะนางเก่งทางด้านการแพทย์มากที่สุดและมีวิชาประจำตระกูลด้วยมีผลทำให้ฟางอี้เป็คนหยิ่งยโส มั่นใจในตัวเองอย่างมาก
กลุ่มทีมหมอหญิงทั้งหมดได้เข้าพบเสนาบดีจื่อหลิงหลานพวกนางไม่ค่อยได้พบผู้ชายหน้าตาดี เมื่อเห็นเสนาบดีหนุ่มต่างก็ฮือฮาในรูปลักษณ์ที่ดูหล่อเหลาสำอางมีเพียงฉานชิงที่รู้สึกหมั่นไส้ชายที่ตนเคยหลงรัก
ฉานชิงคิดในใจว่า "ไปไหนก็โปรยเสน่ห์ไปทั่วเชียวนะ"
ทางด้านท่านเสนาฯก็จำฉานชิงไม่ได้ เมื่อมากันพร้อมครบทุกคนท่านเสนาฯก็ประกาศมอบหมายให้ฟางอี้มีอำนาจสั่งการเื่รักษาโรคระบาดและประเมินสถานการณ์ได้เลย
********************************************************
ส่วนอ้ายกว่านั้น เขาได้ผันตัวมาเป็ชาวยุทธ์พเนจร และสืบได้ว่านี่ไม่ใช่โรคระบาดแต่เป็ทางชิตันวางแผนนำพิษซูมาปล่อยลงแหล่งน้ำใกล้ๆนานกิง แม้รู้แผนการทั้งหมดของชิตันแล้วแต่เขาไม่รู้ว่าจะรักษาพิษเหล่านี้ได้ยังไง ดังนั้นจึงตัดสินใจจับกุมหมอหญิงสองคนในทีมหมอที่มาที่หมู่บ้านนานกิงแห่งนั้น
และเป็การบังเอิญที่อ้ายกว่าได้จับกุมตัวฉานชิงและหลิงเอ๋อ ฉานชิงจดจำอ้ายกว่าได้แต่นางไม่อาจแสดงตนว่ามีวรยุทธ์และแสดงตัวว่าเป็เพื่อนของเขาได้จึงแสร้งทำเป็ยอมให้อ้ายกว่าจับกุมตัวไป ส่วนหลิงเอ๋อที่มาด้วยกันก็ใกลัวมาก
“เ้าจับพวกข้ามาทำไมน่ะ”หลิงเอ๋อกล่าว
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรพวกเ้าข้าเพียงแต่จะให้พวกเ้ามารักษาชาวบ้านที่อยู่ในบ้านหลังนี้เท่านั้น” อ้ายกว่ากล่าวตามตรง
“นี่เป็โรคระบาดนะพวกข้าจะมารักษาชาวบ้านเหล่านี้โดยไม่ป้องกันตัวเองได้อย่างไร พวกข้าก็ติดโรคไปด้วยสิหากเป็เช่นนั้นยังไงพวกข้าก็ไม่มีแรงรักษาให้อยู่ดี”ฉานชิงกล่าว
“นี่ไม่ใช่โรคระบาดน่ะสิ ข้าจะเล่าให้พวกเ้าฟังเอง” อ้ายกว่าอธิบาย
หลังจากนั้นอ้ายกว่าก็ได้เล่าแผนการชั่วของชิตันให้หมอหญิงทั้งสองฟังจนหมดฉานชิงกับหลิงเอ๋อจึงปรึกษากัน เนื่องจากรู้แล้วว่าเป็พิษดังกล่าวเป็พิษซู ซึ่งพิษชนิดนี้เป็สารโลหะหนักพวกนางกำลังไล่เลียงสมุนไพรที่สามารถช่วยขับพิษเหล่านี้ได้จึงเขียนตัวยาให้อ้ายกว่าไปซื้อมาจากร้านขายยาโดยให้อ้ายกว่าไปหาแหล่งน้ำที่ไม่ได้อยู่แถวนานกิงมาให้ด้วย
อ้ายกว่าจึงได้นำตัวยามาและตักน้ำไร้พิษมาให้หมอหญิงทั้งสองคนจึงช่วยกันรักษาทุกคนในครอบครัวนี้จนหายป่วย พวกเขาพากันขอบคุณหมอหญิงกันยกใหญ่
หมอหญิงทั้งสองจึงขอตัวกลับไปเพื่อบอกแผนการของชิตันและบอกวิธีการรักษาให้กับท่านเสนาฯได้รับรู้
เนื่องจากเหตุการณ์โรคระบาดเป็เื่เร่งด่วนจึงไม่มีใครสนใจเื่ที่หมอหญิง 2 คนหายตัวไป แต่ท่านเสนาฯก็ส่งทหาร 2 คนออกตามหา แต่ก็หาไม่เจอ
ณ ตอนนั้นทีมหมอจากเมืองหลวงและทีมหมอหญิงยังไม่สามารถแก้ปัญหาโรคระบาดได้อีกทั้งมีหมอบางคนติดโรคระบาดไปด้วย ซึ่งความจริงคือพวกนางได้เผลอดื่มน้ำที่มีพิษซูเจือปนไปด้วยนั่นเอง
ท่านเสนาฯจื่อหลิงหลานเข้าใจว่าเป็โรคระบาดจึงต้องรีบตัดสินใจกำจัดคนที่เป็โรคระบาดเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังหมู่บ้านอื่นแต่ก่อนตัดสินใจก็คิดว่าควรจะบอกการตัดสินใจนี้ให้องค์หญิงทรงทราบด้วย เนื่องจากเขารู้ว่าองค์หญิงทรงไม่ยอมเป็แน่แท้
“เรียนท่านเสนาฯ เอ่อองค์หญิงทรงไม่สะดวกให้เข้าพบเ้าค่ะ” หลินยี่กล่าว
ท่านเสนาฯคิดในใจว่า “พระองค์ทรงโกรธกระหม่อมอยู่ล่ะสิพะย่ะค่ะ” แต่ตอบไปว่า“ไม่เป็ไร งั้นข้าขอตัว” ท่านเสนาฯจึงกลับไปที่ค่ายในหมู่บ้านนานกิงทันที
ณ ค่ายในหมู่บ้านนานกิง
“เอาล่ะเนื่องจากโรคระบาดได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เรามีความจำเป็ต้องกำจั…..” ท่านเสนาฯประกาศไม่จบ เพราะมีเสียงหมอหญิง
“ช้าก่อนเ้าค่ะ ท่านเสนาฯ” ฉานชิงะโ
ฉานชิงและหลิงเอ๋อรีบวิ่งไปข้างหน้าคุกเข่าพร้อมกับเล่าแผนการของชิตันให้เสนาบดีและทุกคนฟัง รวมทั้งบอกว่าพวกตนได้มีวิธีรักษาแล้ว
แต่หมอาุโและหัวหน้าหมอกลับมองหมอหญิงตำแหน่งต่ำต้อยอย่างดูถูกดูแคลนพวกนางไม่ยอมเชื่อถือหมอหญิงทั้งสองเลย พวกเขาต่างพร้อมใจกันบอกว่าจะต้องรีบกำจัดคนที่ติดโรคระบาดโดยด่วนก่อนที่จะแพร่เชื้อไปมากกว่านี้
“พวกเ้าเป็เพียงหมอปลายแถว กล้ามาอวดตนได้อย่างไรมาพูดพร่อยๆว่ารักษาได้ ช่างไม่รู้จักประมาณตนยิ่งนัก”หัวหน้าหมอฝ่ายแดงกล่าว
ท่านเสนาฯไม่รู้สถานะและความสามารถของหมอหญิงแต่ละคนว่าเป็อย่างไรท่านจำเป็ต้องฟังขุนนางชั้นผู้ใหญ่และหมอหลวงาุโ ทำให้ไม่อาจเชื่อและกระทำตามหมอหญิงสาวทั้งสองได้อีกทั้งท่านเกรงว่าพวกนางอาจเป็ผู้ไม่หวังดีปลอมตัวเข้ามาก่อการร้ายก็เป็ได้
องค์หญิงฉานชิงนึกอยู่แล้วว่าเื่ราวต้องเป็เช่นนี้ พระนางต้องพบกับเหตุการณ์ที่ขุนนางผู้ใหญ่ไม่ยอมฟังหมอหญิงตำแหน่งเล็กๆดังนั้นก่อนที่พระองค์จะเสด็จมาพบท่านเสนาฯและเหล่าขุนนาง พระองค์ทรงเรียกหลินยี่ให้มาพร้อมกับทหารองครักษ์โดยถือราชโองการมาที่ค่ายหมอแห่งนี้ด้วย
เมื่อองค์หญิงฉานชิงทรงทอดพระเนตรเห็นหลินยี่มาถึงที่นี่แล้ว จึงตัดสินพระทัยลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม
หลิงเอ๋อเห็นเข้าก็ใในการกระทำของฉานชิง
ในพระทัยองค์หญิงฉานชิงทรงดำริว่า “ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ” เพราะไม่อยากให้ราชสำนักทำลายชาวบ้านผู้บริสุทธิ์จึงทรงประกาศต่อหน้าทุกคนในที่แห่งนั้นว่า
“ข้าคือ…องค์หญิงฉานชิง”พร้อมกันนั้นก็ได้แกะหน้ากากออก
หลินยี่ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ก็รีบเข้าไปพร้อมกับทหารองครักษ์ และรีบแสดงตนออกมาทันที
องค์หญิงฉานชิงตรัสอย่างเด็ดขาดว่า “นี่เป็ภัยอย่างใหญ่หลวง ใครให้พวกท่านทำลายชาวบ้านผู้บริสุทธิ์แทนที่ได้ยินว่านี่เป็แผนการของชิตัน พวกท่านจะต้องตรวจสอบก่อนและเมื่อมีวิธีรักษาแล้วแทนที่พวกท่านจะลองทดสอบเพื่อรีบไปรักษาท่านเห็นชาวบ้านเป็ผักเป็ปลาหรืออย่างไร”
ท่านเสนาบดีพร้อมกับเหล่าขุนนางพากันคุกเข่าแสดงความเคารพเพราะเห็นทหารองครักษ์แสดงป้ายทองประจำตัวองค์หญิง และถือพระราชโองการอย่างชัดเจน
องค์หญิงทรงกริ้ว แต่ก็รีบสงบสติอารมณ์ แล้วตรัสไปอีกว่า “ฝ่าาได้มอบอำนาจให้ข้าเป็ผู้แทนพระองค์ มีอำนาจสั่งการให้ขุนนางทุกระดับกระทำตามได้” และเรียกให้องครักษ์อัญเชิญราชโองการ
หลังจากนั้นองค์หญิงก็ทรงสั่งการให้หลิงเอ๋อทดสอบการรักษาให้กับชาวบ้านคนหนึ่งและให้หลิงเอ๋อเจาะเืของชาวบ้านคนนั้นเพื่อทดสอบว่ามีพิษซูจริงๆ(โดยใช้เข็มเงินทดสอบ) ณ ตอนนั้นทุกคนยังคงแคลงใจ ยังไม่เชื่อ ดังนั้นในระหว่างที่มุงดูอยู่ก็พากันใช้ผ้าปิดจมูก
นอกจากนี้องค์หญิงตรัสเรียกทหารจำนวน 50 นาย ให้ไปสุ่มตักน้ำจากแหล่งน้ำ 50 จุดที่อยู่ใกล้ๆเมืองนานกิง โดยให้ทุกคนจดจำว่าได้ตักน้ำจากแหล่งไหนเพื่อทดสอบว่ามีจุดไหนที่ปนเปื้อนสารพิษบ้าง
เมื่อทุกคนได้เห็นประจักษ์แล้วว่า ชาวบ้านและแหล่งน้ำใกล้ๆนานกิงมีพิษซูจริงๆทุกคนจึงยอมเชื่อ และยอมรับผิดที่เกือบตัดสินใจผิดพลาดทำลายผู้บริสุทธิ์
องค์หญิงฉานชิงทรงทำงานในทีมหมอมาหลายปี จึงรู้ดีว่าใครเป็อย่างไรเพื่อความรวดเร็วจึงขอเฉพาะทีมหมอฝ่ายเขียว แต่ยกเว้นชิงชิงและเสี่ยวฟางซึ่งเป็สายให้ฝ่ายแดงและประกาศต่อหน้าทุกคนว่า
“พวกเ้าจงกลับไปอยู่กลุ่มหมอหญิงฝ่ายแดงเสียเถิดชิงชิง เสี่ยวฟาง การเป็ตัวปัญหาเพื่อทำลายฝ่ายอื่นไม่ใช่จรรยาบรรณของหมอ”องค์หญิงตรัสจบ จึงทำให้ทุกคนได้รู้ว่าชิงชิงและเสี่ยวฟางเป็สายให้ฝ่ายแดงตลอดมานี่เองแม้ฝ่ายแดงจะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
หมอหญิงฝ่ายเขียวรีบไปรักษาให้ชาวบ้านทันที
องค์หญิงตรัสอีกว่า “ทหาร! พวกเ้าจงไปประกาศบอกชาวบ้านว่าห้ามใช้น้ำจากแหล่งน้ำใกล้นานกิงเด็ดขาดและให้พวกเ้าจัดหาแหล่งน้ำที่ไม่มีพิษซูปนเปื้อนให้ชาวบ้านด้วย”
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ