ตอนที่ 9 ซื้ออาหารแห้งและเครื่องปรุงรส
เซียวิเยวี่ยพบร้านอาหารที่อยู่ใกล้ ๆ พลางคิดวางแผนถึงสิ่งที่เธอจำเป็ต้องซื้อระหว่างรับประทานอาหาร
ใน่บ่าย เธอไปตลาดค้าส่งเกษตรกรที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของเมืองซึ่งมีสินค้าขายทุกอย่าง รวมถึงธัญพืช น้ำมัน อาหารแห้ง ผัก ผลไม้ เนื้อแช่แข็ง อาหารทะเล และอีกมากมาย
เซียวิเยวี่ยสวมชุดแบบเดียวกับก่อนหน้า อีกทั้งยังใช้วิธีพูดแบบเดียวกันเพื่อซื้อเครื่องมือการเกษตรเช่น จอบ และพลั่วเหล็กอย่างละ 5 ชุด
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดคือ 2,000 หยวน
จากนั้นเธอไปยังร้านขายเครื่องปรุงรสเพื่อซื้อน้ำมันถั่วเหลือง 20 กล่อง เกลือ 10 กล่อง ซีอิ๊ว 10 กล่อง น้ำส้มสายชู 10 กล่อง พริกไทยเสฉวน 2 กล่อง จันทน์แปดกลีบ*[1] 2 กล่อง พริกป่น 1 กล่อง และเครื่องปรุงรสอื่น ๆ
นอกจากนี้ยังมีน้ำตาลทรายขาว 60 กล่อง
ใน่าน้ำตาลทรายขาวถือเป็ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ที่สามารถเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ในยุคหลังโลกล่มสลาย น้ำตาลทรายกลายเป็สินค้าหายาก นั่นคือเหตุผลที่เซียวิเยวี่ยซื้อมันในจำนวนมาก เธอวางแผนที่จะนำไปใช้ในการค้าและแลกเปลี่ยนในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีของแห้งต่าง ๆ อีกจำนวนมากที่เก็บรักษาง่าย เช่น เห็ดหูหนูแห้ง เห็ดหอมแห้ง ดอกไม้จีนแห้ง พุทราจีน เมล็ดบัวแห้ง วอลนัต อัลมอนด์ พิสตาชิโอ
เฮเซลนัต แมคคาเดเมีย แครนเบอร์รีแห้ง ลูกเกด เนยถั่ว…
ทั้งหมดนี้ซื้ออย่างละ 10 กล่อง
เซียวิเยวี่ยชอบกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาก เธอจึงซื้อมัน 30 กล่อง เพื่อจะได้เพลิดเพลินกับมัน
ค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องปรุงรสและอาหารแห้งทั้งหมดคือ 85,000 หยวน เถ้าแก่ยังให้น้ำพริกเหล่ากันมาอีก 1 กล่อง ซึ่งสามารถส่งถึงหน้าประตูบ้านภายในวันนี้
หลังจากที่เซียวิเยวี่ยกรอกที่อยู่ เธอเห็นว่าคนงานในร้านกำลังบรรจุกล่องสินค้าบนรถบรรทุก เนื่องจากเซียวิเยวี่ยซื้อของจำนวนมาก เถ้าแก่จึงต้องยืมรถบรรทุกของร้านค้าหลายรายในบริเวณใกล้เคียงเพื่อนำไปส่งยังเขตหวาฮั่น
เธอเดินไปยังร้านขายข้าวสารที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อซื้อข้าวตงเป่ย 2,000 ชั่ง แป้งหมี่ขาว 2,000 ชั่ง ข้าวแดง 500 ชั่ง ข้าวดำ 500 ชั่ง ข้าวกล้อง 500 ชั่ง เมล็ดข้าวโพด 1,000 ชั่ง ถั่วลูกไก่ 200 ชั่ง ลูกเดือย 500 ชั่ง แป้งข้าวโพด 300 ชั่ง...
นอกจากนี้เธอยังชอบกินผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ไส้กรอก 5 กล่อง น่องไก่ 5 กล่อง และหมูสามชั้นหูหนาน 5 กล่อง
เวลาหั่นไส้กรอกลงไปตอนทำไข่ดาวและข้าวผัด แทบไม่ต้องบรรยายเลยว่ากลิ่นหอมชวนกินขนาดไหน นอกจากนี้หมูสามชั้นหูหนานสามารถเก็บไว้ได้นาน เธอจึงซื้อเพิ่ม
หลังจากต่อรองกับเถ้าแก่แล้ว ราคารวมทั้งหมดเป็ 157,000 หยวน เถ้าแก่ยังให้ขาหมูดองทั้งขา และถั่วเขียวเม็ดเล็กอีก 200 ชั่งกับเธอ
เนื่องจากเธอซื้อในปริมาณมาก ร้านขายอาหารจึงต้องปรับเปลี่ยนสินค้าและตกลงว่าจะจัดส่งถึงประตูบ้านเธอในวันมะรืน
เซียวิเยวี่ยขับรถกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ หลังจากคำนวณค่าใช้จ่ายของวันนี้แล้ว เธอยังมีเงินเหลืออยู่ในบัญชีมากกว่า 730,000 หยวน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทีมงานรีโนเวตได้เลิกงานแล้ว บริเวณบ้านและสวนเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมายซึ่งเกี่ยวกับการก่อสร้าง
คนส่งของสำหรับชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ตมาถึงแล้วเช่นกัน ชั้นวาง 21 ชั้นถูกขนมาวางไว้เต็มสนามหญ้า และเซียวิเยวี่ยก็จ่ายเงินทันที
เซียวิเยวี่ยดีใจที่คนงานเลิกงานในเวลานี้พอดี ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่รู้จะเอาของทั้งหมดไปไว้ที่ไหน แต่เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว
ภายในบ้านไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับตู้เย็นเชิงพาณิชย์ทั้ง 2 ตู้ เธอวางแผนที่จะนำไปไว้บริเวณชั้นหนึ่งและเปลี่ยนมันให้เป็พื้นที่เก็บของ ส่วนเสบียงต่าง ๆ ควรนำออกมาจัดวางไว้ในบ้านส่วนหนึ่งให้ทุกคนได้เห็น มิฉะนั้นคงยากที่จะอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของซึ่งนำออกจากพื้นที่มิติ
รถบรรทุกของร้านขายเครื่องปรุงรสมาถึงตามกำหนด ด้วยจำนวนรถบรรทุกมีหลายคัน ทำให้ต้องใช้เวลาขนถ่ายสินค้ากว่า 1 ชั่วโมง
หลังจากที่คนขับจากไป เซียวิเยวี่ยขนย้ายกล่องสินค้าหลายร้อยกล่องเข้าไปในพื้นที่มิติด้วยตัวเองทั้งหมด
พื้นที่โล่งด้านข้างบ้านไม้เต็มไปด้วยสิ่งของต่าง ๆ มากมาย ฟู่กุ้ยเห็นแบบนั้นจึงะโไปมาท่ามกลางชั้นวางอย่างสนุกสนาน
เซียวิเยวี่ยพับแขนเสื้อขึ้น แล้วเริ่มทำงาน!
เธอย้ายชั้นวางไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม ขั้นแรกจัดแผนผังของชั้นวาง จากนั้นจึงวางแผนเกี่ยวกับวิธีวางสิ่งของต่าง ๆ
นำชั้นวาง 2 ชั้นเรียงกัน รวม 11 แถว ขณะที่แถวสุดท้ายมีชั้นวางเพียงชั้นเดียว
เซียวิเยวี่ยจัดเครื่องปรุงรสและของแห้งเป็หมวดหมู่อีกครั้ง จากนั้นหยิบแต่ละอย่างออกมาวางบนชั้นวางเพื่อให้หยิบจับได้ง่ายเมื่อจำเป็
กล่องที่เหลืออีกหลายร้อยกล่องถูกวางซ้อนกันบนพื้นหญ้าข้างชั้นวาง ซึ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว
หลังจากเสร็จสิ้นงานนี้แล้ว ร่างกายเซียวิเยวี่ยเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่น่าแปลกที่เธอรู้สึกว่ายังคงมีแรงเหลือเฟือ ทั้งที่ปกติเธอมักจะหอบเหนื่อยหลังจากเดินขึ้นชั้นสาม
พอคิดดูดี ๆ แล้ว บางทีมันอาจเป็ผลจากน้ำในบ่อ เซียวิเยวี่ยที่กำลังเหนื่อยล้าพลันหยิบแก้วน้ำขนาด 1 ลิตร ก่อนจะยกขึ้นดื่มครึ่งหนึ่งรวดเดียวเพื่อฟื้นฟูกำลังกาย
เซียวิเยวี่ยตัดสินใจแล้วว่า นับจากนี้เป็ต้นไปเธอจะดื่มเฉพาะน้ำจากบ่อในพื้นที่มิติเท่านั้น หากเธอดื่มวันละ 1 ลิตร บางทีเธออาจจะมีอายุยืนถึง 99 ปี และสามารถแบกถุงข้าวสารเดินขึ้นบนชั้น 20 โดยไม่หอบเหนื่อย
หญิงสาวลากถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเมล็ดพืชไปยังพื้นที่เพาะปลูก หลังจากคำนวณพื้นที่โดยประมาณของแปลงผักแต่ละแปลงแล้ว เซียวิเยวี่ยเดินเข้าไปพร้อมกับแท่งเหล็กเพื่อทำเครื่องหมายระบุตำแหน่ง
ในเวลานี้เอง มีเสียงกลไกดังขึ้น
[นายท่าน ภารกิจใหม่ของท่านมาถึงแล้ว: เตรียมหน้าดินของพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้ใช้งาน โปรดเลือกว่าจะยอมรับภารกิจหรือไม่ นับถอยหลังสามวินาที 3 2…]
“ยอมรับ”
เซียวิเยวี่ยทอดสายตามองออกไประยะไกล ที่ดิน 2 เอเคอร์ถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่
แต่เพื่อจะมีชีวิตที่ดีหลังจากการวันสิ้นโลก จงพับแขนเสื้อขึ้นและทำงานหนัก!
ทันใดนั้นคราดเหล็กเก้าซี่ก็หล่นลงมาตรงหน้าของเธอ ตัวคราดเป็เหล็ก แข็งแรงและดูน่าใช้มาก ส่วนของด้ามทำจากไม้ ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าแท่งเหล็ก
หญิงสาวมองดูพลั่วเหล็กในมือและตัดสินใจโยนมันทิ้งไป จากนั้นเธอหยิบคราดเก้าซี่ขึ้นมาและมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่เพาะปลูก
อุปกรณ์พื้นที่มิติมอบให้จะต้องมีประโยชน์กว่าแน่ ๆ
ฟู่กุ้ยติดตามเธออย่างใกล้ชิด และขุดดินด้วยอุ้งเท้าหน้าทั้งสองเพื่อช่วย
เซียวิเยวี่ยทำงาน
เวลา 4 ชั่วโมงต่อมา เซียวิเยวี่ยทรุดตัวลงนั่งบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากเตรียมหน้าดินบนพื้นที่ 2 เอเคอร์ ตุ่มใสขนาดใหญ่ 2 ตุ่มก็ปูดพองขึ้นบนฝ่ามือของเธอ
เซียวิเยวี่ยไม่สนใจตุ่มพองบนมือเลยแม้แต่น้อย ในชีวิตก่อนเธอต้องทนทุกข์ทรมานหลังวันสิ้นโลกอย่างมาก ครั้งหนึ่งมีคนร้ายเข้ามาปล้นชิงเสบียงอาหาร เธอได้ต่อสู้กับชายคนนั้นเพื่อแฮมที่หมดอายุครึ่งแท่งกระทั่งแขนของเธอหัก
แต่เนื่องจากไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล เธอจึงต้องทนความเ็ปและกลายเป็คนพิการ
แผลพุพองทั้งสองนี้จึงไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลย
ผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บนับครั้งไม่ถ้วน เซียวิเยวี่ยนอนขดตัวอยู่ในมุมห้องพร้อมร้องไห้ด้วยความเ็ป เฝ้าตั้งคำถามว่าเหตุใดพ่อแม่ของเธอถึงต้องเดินทางไปต่างประเทศ? เหตุใดพวกเขาถึงทิ้งเธอไว้ตามลำพังให้เผชิญกับความเ็ปและถูกข่มเหงรังแก?
โชคดีที่ตอนนี้พ่อกับแม่ขึ้นเครื่องบินแล้ว และจะกลับมาถึงบ้านในคืนวันพรุ่งนี้ เธอจะไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ต้องถูกรังแกอีกต่อไป
เซียวิเยวี่ยสงบสติอารมณ์พลางสูดหายใจเข้าออกช้า ๆ
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจสำเร็จ ท่านได้รับโกดังขนาดใหญ่เป็รางวัล]
ในชั่วพริบตาโกดังก็ปรากฏขึ้นบริเวณที่เธอจัดชั้นวาง
เซียวิเยวี่ยวิ่งไปดูในทันทีและประเมินด้วยสายตาว่า โกดังแห่งนี้มีพื้นที่มากกว่าหนึ่งพันตารางเมตร ยาวประมาณ 50 เมตร และกว้าง 20 เมตร
พื้นทำจากไม้กระดานหนาเพื่อป้องกันความชื้น และมีหน้าต่างทุก ๆ 3 เมตรเพื่อให้แสงจากภายนอกเข้ามาได้
ประตูหน้ามีสลักซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้สัตว์ตัวเล็กเข้ามาก่อปัญหา เช่น ฟู่กุ้ย
หญิงสาวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ โกดังนี้ใหญ่พอให้เธอจัดเก็บเสบียง
ชั้นวางและของใช้ถูกขนย้ายมาจัดวางอยู่ตรงหัวมุม ซึ่งกลายเป็เพียงมุมเล็ก ๆ ในโกดังอันกว้างใหญ่นี้
เซียวิเยวี่ยกลับบ้านมาปรุงบะหมี่หนึ่งหม้อสำหรับตัวเอง ใส่ผักหนึ่งกำมือ และตอกไข่ 3 ฟอง บะหมี่ธรรมดา ๆ แค่หม้อเดียวก็ทำให้เธอพอใจมากแล้ว
การที่สามารถทานบะหมี่ธรรมดาสักชามในวันสิ้นโลกได้ นั่นคงจะเกินจินตนาการมากแล้ว
อาหารที่เธอกินที่บ้านใน่ 2 วันที่ผ่านมานั้นเป็บะหมี่ เพราะปรุงได้รวดเร็วและอิ่มท้อง วันสิ้นโลกอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งเดือน เธอจึงไม่มีเวลาว่างทำอาหาร 3 อย่างพร้อมซุป 1 ถ้วยให้ตัวเอง
หลังจากเตรียมอาหารของตัวเองอย่างรวดเร็ว เซียวิเยวี่ยก็เตรียมชามนมอุ่นและน่องไก่ดิบ 2 ชิ้นสำหรับฟู่กุ้ย
[1]จันทร์แปดกลีบ หรือที่รู้จักกันในนามโป๊ยกั้ก เป็เครื่องเทศที่มีผลเป็รูปดาว เป็ต้นไม้ขนาดเล็กไม่ผลัดใบ มีถิ่นกำเนิดทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน