เสี่ยวหมานไม่ได้สงสัยว่าเขามีเจตนาแอบแฝงนางส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา
"ข้าเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วันข้าเองก็ไม่รู้ เทียบกับเป็นห่วงเรื่องเหล่านี้ สู้ท่านห่วงบาดแผลของตนเองเถอะหากผู้อื่นรู้ว่าท่านพักรักษาตัวอยู่ในเรือนคุณหนูของข้าทำให้คุณหนูเสื่อมเสียชื่อเสียง เช่นนั้นแม้แต่วาสนาเรื่องแต่งงานก็จะถูกท่านทำลายจนหมดสิ้น!"
หรงจิ่งคิดไม่ถึงว่าพวกนางเพิ่งมารับใช้ซ่งอวี้อดไม่ได้ที่จะท้อใจ เขาไม่ได้พูดอะไรอีก พยักหน้าแล้วหลับตาพักผ่อน
ตอนพลบค่ำซ่งอวี้มาจับชีพจรของหรงจิ่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม และดูว่าแผลของเขาสมานไปถึงไหนแล้ว
"แผลสมานได้ดีกินยาต่อไปอีกไม่ถึงสิบวันก็น่าจะสมานกันหมดแล้ว อีกสิบวันสะเก็ดเหล่านั้นจะหลุดลอกออกมาเอง แม้จะน่าเกลียดไปบ้าง แต่ท่านเป็นบุรุษน่าจะไม่ใช่เรื่องสำคัญ" หลังจากจับชีพจรเสร็จซ่งอวี้ก็พูดขึ้น"นับตั้งแต่วันนี้ ทายานี้รอบๆ บาดแผลวันละสามครั้ง ในเรือนมีเพียงสตรีท่านทายาเองก็แล้วกัน"
หรงจิ่งรับขวดยาเล็กๆมาจากซ่งอวี้ เขาจับขวดยานั้นเล่น "มีแผลหนึ่งอยู่บนแผ่นหลัง ข้าไม่อาจทาได้รบกวนแม่นางให้บุรุษในเรือนมาทายาให้ข้าหน่อย ข้าจะซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก"
ขณะพูดน้ำเสียงของหรงจิ่งจริงจังยิ่งนัก แววตาของเขามีความเคร่งเครียดและกระอักกระอ่วนเล็กน้อยคล้ายกำลังหนักใจกับเรื่องนี้ ซ่งอวี้จึงไม่ได้สงสัยแต่อย่างใด นางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง"ในเรือนของข้าไม่มีบุรุษ มีเพียงสตรี สำหรับเรื่องทายาให้ท่าน พวกข้ามีใจช่วยแต่ก็ไม่อาจทำได้จริงด้วย ในเรือนมีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ข้าให้เขามาช่วยทายาให้ท่าน ดีหรือไม่?"
เด็กผู้ชาย? หรือว่าจะเป็นลูกของซ่งอวี้? แต่ดูจากอายุของนางแล้วคล้ายว่า...
แววตาของหรงจิ่งฉายประกายบางอย่างครู่หนึ่งเขาพูดด้วยความเกรงใจ "หรือว่าจะเป็นน้องชายของแม่นาง? รบกวนเขาเช่นนี้คงไม่ดีกระมัง?"
แม้สุขภาพร่างกายของโจวจื้อหย่วนจะไม่ค่อยดีเท่าใดนักแต่ทายาแค่นี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ซ่งอวี้จึงพูด"เขาเป็นลูกชายของอาฝู เรื่องเล็กๆ เช่นการทายานั้นทำได้ไม่เป็นไร"
หรงจิ่งได้คำตอบที่ตนอยากจะได้แล้วเขายิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก หลังจากมองส่งซ่งอวี้ออกไปเขาค่อยกางมือออกวางขวดยาเล็กๆ เอาไว้กลางฝ่ามือ แล้วพูดพึมพำอย่างครุ่นคิด"ไม่สิ นางมีสามีแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ช่างเถอะ ดูกันต่อไป"
หลี่เฉิงสามีของนางหรงจิ่งเคยเจอครั้งหนึ่ง แม้จะสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่หน้าตาและกิริยาของเขาไม่ใช่ชาวนาคนหนึ่งอย่างแน่นอน ชาติกำเนิดของเขาต้องไม่ธรรมดาแค่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาต้องซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวแล้วยังแต่งงานกับหญิงชาวบ้าน
แม้ซ่งอวี้จะมีรูปโฉมงดงามกิริยาวาจาดี ทว่ายากจะซ่อนเร้นชาติกำเนิดที่เป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านของนางได้รับนางมาเป็นอนุภรรยาได้ แต่หากจะตบแต่งให้เป็นภรรยาเอกเกรงว่าจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะเอาได้ แต่เมื่อเห็นแววตาของหลี่เฉิงยามมองซ่งอวี้นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักหรงจิ่งก็รู้ทันทีว่าหลี่เฉิงต้องการให้ซ่งอวี้เป็นภรรยาเอกด้วยความจริงใจ
แต่เวลานี้ซ่งอวี้กลับบอกว่าในเรือนไม่มีบุรุษ หลี่เฉิงหายไปไหนแล้ว?
"น่าสนใจน่าสนใจจริงๆ ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ข้าไม่อาจให้คนรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่เช่นนั้นข้าอยู่ที่นี่ต่อไปก่อนก็แล้วกันดูสิว่าซ่งอวี้มีความสามารถมากเพียงใด" หริงจิ่งครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง เก็บขวดยาเอาไว้แล้วหลับตาลงนอนต่อ
หลังจากผ่านไปอีกสามสี่วันในที่สุดหวังเสี่ยวลิ่วก็เตรียมของสร้างบ้านจนครบแล้ว รวมถึงไม้อิฐและต้นไม้ดอกไม้ต่างๆ
ร้านค้าที่หวังเสี่ยวลิ่วซื้อของเหล่านี้ด้วยล้วนเป็นผู้ร่วมทำการค้าคนสนิทของเขา จึงขายวัสดุให้เขาในราคาดีเมื่อคิดคำนวณราคาในการซื้อวัสดุเหล่านี้แล้ว ถูกกว่าตอนแรกห้าตำลึง
ซ่งอวี้รู้ดีว่าหวังเสี่ยวลิ่วไม่ได้เอากำไรอีกทอดหนึ่งทั้งยังไม่ได้แจ้งราคาเท็จ นางดีใจยิ่งนัก จึงให้อั่งเปาเขาซองใหญ่ หลังจากนั้นก็ไปถามป้าหวังเรื่องหาแรงงาน
หวังเสี่ยวลิ่วทำงานดีทางด้านป้าหวังก็คืบหน้าไม่น้อย นางรู้ดีว่าซ่งอวี้อยากจะได้คนงานเช่นไรด้วยเหตุนี้ตอนเลือกคนจึงเลือกคนที่ดูซื่อสัตย์และไม่พูดมาก
ซ่งอวี้บอกนางตั้งแต่แรกแล้วว่าหากมีความจำเป็นจริงๆ สามารถเพิ่มค่าแรงได้ แต่ว่าต้องเป็นคนซื่อสัตย์นางไม่อยากให้วันนี้เพิ่งปลูกบ้านสร้างเรือนเสร็จ พรุ่งนี้ก็พาคนนอกมาขโมยของในเรือน
ตอนแรกป้าหวังรู้สึกว่าซ่งอวี้กังวลจนเกินไปนางไม่ได้เก็บมาใส่ใจ สุดท้ายตอนหาแรงงานมีอันธพาลชื่อดังของหมู่บ้านมาสมัครด้วยสองสามคนคำพูดของพวกเขาล้วนกำลังข่มขู่ว่าหากอยากจะสร้างเรือนอย่างราบรื่นต้องจ่ายค่าคุ้มครอง
หลังจากนั้นพวกเขาก็มองไปยังพวกคนที่มาสมัครงานพูดเรื่องการหาแรงงานของพวกนางออกมาอย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ค่าคุ้มครองจึงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่า
ป้าหวังเกลียดพวกคนปากสว่างยิ่งนักแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ มีความคิดจะยอมแพ้ โชคดีที่ทางการส่งคนมาไถ่ถามทำให้พวกอันธพาลตกใจจึงรอดปลอดภัย
หลังจากจบเรื่องนี้ขอเพียงเป็นคนปากสว่างล้วนถูกป้าหวังไล่ออกไป นางกลัวเหลือเกินว่าคนแบบนี้จะก่อเรื่องอีกในขณะเดียวกันก็ชื่นชมการคาดการณ์ล่วงหน้าของซ่งอวี้ ทั้งที่ยังไม่เกิดเรื่องขึ้นแต่ซ่งอวี้กลับคาดเดาได้คร่าวๆ แล้ว ช่างเก่งกาจยิ่งนัก
การเลือกแรงงานในตอนหลังดีขึ้นมากไม่มีคนก่อปัญหา ทั้งยังมีมาตรฐานแล้ว ป้าหวังเลือกเฉพาะพวกแรงงานที่ซื่อสัตย์ทุกคนล้วนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวหนิว เจอหน้ากันทุกวันเพียงครู่หนึ่งก็เลือกแรงงานได้แล้ว
"คนที่ป้าเลือกให้เจ้าล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงเรื่องความซื่อสัตย์เจ้าจ้างงานพวกเขาด้วยความสบายใจได้เลย"หลังจากป้าหวังอธิบายอุปนิสัยของแรงงานให้ซ่งอวี้ฟัง นางก็ตบหน้าอกพูดรับประกัน
ป้าหวังถือเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ดีกับนางที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้วซ่งอวี้เชื่อใจป้าหวังได้ นางยิ้มแล้วพยักหน้า หาเวลาว่างเรียกพวกเขามารวมตัวกันให้หวังเสี่ยวลิ่วอธิบายโครงสร้างของเรือนที่ตนจะสร้างให้พวกเขาฟัง
เรื่องอื่นๆ ล้วนพูดง่ายแต่เรื่องท่อระบายน้ำพวกเขาไม่เข้าใจเท่าใดนัก ดังนั้นจึงต้องอธิบายล่วงหน้า
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จในที่สุดเรือนของซ่งอวี้ก็เริ่มสร้างแล้ว
ในหมู่บ้านไม่ว่าผู้ใดปลูกบ้านสร้างเรือนล้วนเป็นเรื่องใหญ่ต้องถามไถ่ผู้ใหญ่บ้านก่อน ผู้ใหญ่บ้านมาพูดคุยกับซ่งอวี้ตามระเบียบพบว่าซ่งอวี้ไม่ได้เลือกวันมงคลในการปลูกเรือน จึงไปหาเฉินซิ่วไฉแทนซ่งอวี้ให้เฉินซิ่วไฉเลือกวันมงคลให้โดยได้กำหนดการสร้างเรือนในอีกสามวันข้างหน้า
ซ่งอวี้จนปัญญาแต่นี่คือธรรมเนียมของยุคสมัยนี้ หากนางจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ต้องยอมคล้อยตามด้วยเหตุนี้ซ่งอวี้จึงยอม
สามวันใช่หรือไม่เช่นนั้นก็รอสามวัน ถึงอย่างไรก็ไม่ได้นานมากนัก
หลังจากนั้นในสามวันนี้นางก็หารือกับหวังเสี่ยวลิ่ว เพราะถึงอย่างไรเรือนหลังเก่าก็อยู่ในแผนการสร้างเรือนใหม่ด้วยหากสร้างพร้อมกัน เช่นนั้นพวกนางก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย
ผลสรุปในการหารือย่อมสร้างเรือนหลังใหม่ก่อน แล้วค่อยสร้างเรือนหลังเก่าที่นางอยู่อาศัย
วันปลูกเรือนอากาศดียิ่งนัก
ซ่งอวี้ทิ้งงานในมือแล้วมาดูการสร้างเรือน อาฝูและเสี่ยวหมานก็เช่นเดียวกัน ละจากการทำงานบ้านแล้วมาช่วย
สิ่งสำคัญที่สุดของการปลูกเรือนคือฐานขอเพียงมีฐานที่แข็งแรงก็จะสร้างเรือนที่มั่นคงและทนทานได้สำหรับเรื่องการก่อสร้างซ่งอวี้ไม่เข้าใจเท่าใดนักแต่หวังเสี่ยวลิ่วเป็นคนซื่อสัตย์ไม่คดโกง นางเชื่อมั่นในตัวเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรแล้ว แต่มื้อกลางวัน...