ยามเช้าของวันใหม่แสงแดดอ่อนทอดผ่านแนวระเบียงยาวของตำหนักฝึกสอนเสียงฝีเท้าของหญิงสาวห้าคนดังก้องไปบนพื้นหิน พวกนางยืนเรียงแถวกันอย่างเป็ระเบียบ
แม้สีหน้าจะนิ่งเรียบแต่แฝงด้วยความสุขุมนุ่มลึก แม้ท่วงท่าจะยังไม่ชัดเจนแต่แววตานั้นเปี่ยมด้วยสง่าราศรีตามที่ถูกฝึกมา คงจะมีเพียงหลี่เยว่ที่ยังฉายแววตาซ่อนความตื่นเต้นและความกดดันเอาไว้ไม่มิด
ประตูตำหนักเปิดออกอย่างเชื่องช้านางข้าหลวงหมี่ก้าวนำหน้า ตามมาด้วยนางข้าหลวงใหญ่อีกสี่คน พวกนางสวมใส่ชุดคลุมสีเข้มไร้ลวดลายเพียงการปรากฏตัวก็ทำให้บรรยากาศเงียบงันในทันที สายตาคมกริบกวาดมองผ่านหญิงสาวทั้งห้าคนราวกับกำลังประเมินระดับของแต่ละคน
ความสั่นไหวเพียงเล็กน้อยมิอาจหนีพ้นสายตาของข้าหลวงหมี่ได้ นางหยุดความสนใจมองสบกับหลี่เยว่ ก่อนจะเอ่ยถาม“เ้ากลัวงั้นสินะ”
หลี่เยว่พยักหน้าอย่างช้าๆนางตอบไปตามความจริงอย่างไม่ปิดบัง หลายเดือนแห่งความทรหด อดกลั้น และน้ำตา ได้นำพาหลี่เยว่ให้สามารถเอาชนะหญิงสาวหลายสิบคนมาได้แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่เคยลืมความกลัวที่มีต่อวังหลวง
สายตาของนางข้าหลวงหมี่ไร้ซึ่งอารมณ์นางเบือนหน้าไปที่หญิงสาวคนอื่น ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“แล้วพวกเ้าสี่คนกลัวหรือไม่??”
หญิงสาวคนอื่นล้วนตอบเป็เสียงเดียว
“ไม่กลัวเ้าคะ”
ได้ยินเช่นนั้นนางข้าหลวงหมี่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“นั้นสินะความมั่งคั่ง อำนาจและเงินทองกำลังรอคอยพวกเ้าอยู่ใครกันเล่าที่จะหวาดกลัวสิ่งของเ่าั้”
พูดจบ ข้าหลวงหมี่จ้องมองไปที่หลี่เยว่สายตาของนางมิได้ดำมืดไร้อารมณ์หากแต่แฝงไว้ด้วยความเอ็นดู
นางเอ่ยต่อหลี่เยว่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังไม่เบา
“วังหลวงแห่งนี้มีเพียงแต่คนที่รู้สึกหวาดกลัวมันอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น ถึงจะสามารถมีชีวิตรอดไปได้”
จากนั้นนางเพิ่มระดับเสียงให้กับสตรีคนอื่นได้ยิน
“พวกเ้าห้าคน คือผู้ที่รอดมาถึงการฝึกสุดท้ายแต่นี้ยังไม่ใช่เส้นชัยที่พวกเ้าปรารถนาเพราะยังมีอีกหนึ่งการฝึกฝนที่เ้าจะต้องทำเพื่อให้ตัวเองปีนขึ้นไปได้สูงกว่านางกำนัลหรือสนมทั่วไป”
ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวบางคนเผลอกลืนน้ำลายส่วนตัวของหลี่เยว่กำมือแน่นอย่างลืมตัว นางข้าหลวงหมี่เดินวนรอบแถวช้าๆเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็จังหวะ
“จากห้าคนจะมีเพียงหนึ่งคนที่ถูกส่งขึ้นไปถวายงานบนเตียงของฝ่าาดังนั้นสิ่งที่พวกเ้าต้องฝึกฝนและเรียนรู้ต่อไปนี้ คือการปรนนิบัติบุรุษการที่พวกเ้าจะกลายเป็หงส์ในหมู่ไก่ฟ้าได้ มีเพียงต้องอุ้มของท้องัเท่านั้น”
นางข้าหลวงหมี่หยุดยืนตรงหน้าหลี่เยว่ดวงตาคมสบกับนางเพียงครู่ ก่อนจะกล่าวต่อ “ั้แ่วินาทีนี้ไป ทุกคำพูด ทุกการเคลื่อนไหว ทุกความคิดของพวกเ้า จะมีนางข้าหลวงคอยฝึกสอนอย่างใกล้ชิดพวกเ้ามีข้อสงสัยหรือไม่??”
ไม่มีใครกล้ายกมือถามคงจะมีเพียงหลี่เยว่ ที่ยกมือขึ้นและถามถึงสิ่งที่ใครหลายคนต่างใคร่รู้
“มีเพียงหนึ่งคนในหมู่พวกเราที่จะได้ไปรับใช้ฝ่าา และอีกสี่คนที่ไม่ได้รับเลือกจะมีชะตากรรมอย่างไรหรือเ้าคะ”
นางข้าหลวงหมี่กล่าวตอบเสียงเย็น “ก็มิได้แย่นัก ในฐานะที่พวกเ้าผ่านการฝึกฝนตลอดหลายเดือนมาได้ก็ยังสามารถคงวิถีชาววังเอาไว้ แต่ก็มิอาจเชิดหน้าชูคอได้อีกตลอดชีวิตเป็ได้แค่นางกำนัลตัวเล็กๆเท่านั้น”
คำพูดสั้นๆไม่กี่ประโยคหากแต่เป็คำตอบที่สั่นสะท้านไปถึงจิตใจของสตรีทั้งห้าคน
“จงเรียนรู้ให้มากถามให้น้อยและฟังให้เยอะ เอาละ พวกเ้าแต่ละคนก็ตามนางข้าหลวงไป พวกนางจะช่วยฝึกฝนในสิ่งที่พวกเ้าต้องรู้...ส่วนเ้าหลี่เยว่”
ได้ยินเช่นนั้นร่างของหลี่เยว่สะดุ้งเฮือก สายตาของนางสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที
“ตามข้ามา”
หลี่เยว่เดินตามหลังนางข้าหลวงหมี่ไปอย่างช้าๆ นางรู้ดี…ว่านี่ไม่ใช่เพียงการฝึกเหมือนเช่นทุกครั้งแต่เป็การเรียนรู้ที่สตรีทุกคนจะต้องใช้มันปรนนิบัติให้บุรุษพึงใจ
หากแต่ความยากของหลี่เยว่นั้นเหนือกว่าสตรีทั่วหล้าเพราะบุรุษที่นางต้องปรนนิบัติรับใช้นั้น คือผู้นั่งบัลลังก์ัของแผ่นดิน