ตอนที่97 การตายของลูก้าและเสียงคำรามของลอร์ดพยัคฆ์
ลูก้ากระชากดาบกลับก่อนหันไปจ้องบารอนเต็มตา แล้วในจังหวะที่ทั้งสองแยกออกจากกันครู่หนึ่ง หมวกเกราะหนังและที่ปิดหน้าของบารอนที่โดนคมดาบเฉือนซ้ำหลายครั้งก็หลุดกระเด็นลงพื้นกลิ้งไปกระแทกขอบฟุตบาท
ใบหน้าภายใต้หมวกเกราะถูกเปิดเผยออกมาในที่สุดลูก้าชะงัก ดวงตาของเขาหรี่ลงทันที
“แก...” เสียงนั้นไม่ใช่ความโกรธในทันทีแต่เป็นความสับสนที่แทบจะลากออกมาจากในลำคอ
“บารอน?”
บารอนไม่ตอบ เขาเพียงยกดาบขึ้นอีกครั้งแววตาเย็นชาราวกับคนตรงหน้าเป็นแค่ศัตรูคนหนึ่งที่ต้องฆ่าให้ตายแต่ลูก้ากำลังสับสนและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยความเข้าใจของตัวเอง
บารอนอดีตทหารระดับสูงในค่ายแกนนอนถ้าลูก้าคือมือขวาที่ลอร์ดแกนนอนไว้ใจที่สุดในการทหารบารอนก็คือมือซ้ายในด้านการต่อสู้เป็นคนที่เคยคุ้มกันตราประทับดินแดนกลับเข้าค่ายแกนนอนด้วยตัวเองเป็นคนที่เคยยืนอยู่ในแถวหน้าเดียวกับเขา
และคนแบบนั้น...ควรตายไปแล้ว
“แต่ว่าจะเป็นไปได้ยังไง...” ลูก้าถอยไปครึ่งก้าว สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจากดุร้ายเป็นมึนงง “แกไม่ตาย? มึงทรยศ?!”
คำถามนั้นเต็มไปด้วยความสับสนเพราะในหัวของเขา คำตอบเดียวที่พอจะอธิบายได้คือ บารอนยังมีชีวิตอยู่และเปลี่ยนข้างมาร่วมกับค่ายมิดไนท์
แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นลูก้าไม่มีทางรู้เลยว่า บารอนคนเดิมตายไปแล้ว ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือร่างใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจากระบบปรับแต่งซอมบี้ของกัส
บารอนไม่มีความทรงจำในอดีตทว่าข้อมูลบางอย่างยังเหมือนเงาที่ตกค้างอยู่ในสัญชาตญาณ เขารู้จักชื่อรู้จักท่าทาง รู้จักความรู้สึกเกลียดชังบางอย่างที่ฝังลึกอยู่โดยไม่ต้องมีเหตุผลและยิ่งเห็นสีหน้าของลูก้าตอนนี้ ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งคมชัดขึ้น
คนตรงหน้า...สมควรตาย
ลูก้ากัดฟันแน่นก่อนด่าออกมาอย่างหยาบคายตามสันดานทหารรับจ้าง “ไอ้โง่สมควรตาย!ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย ตอนนี้ทรยศนายท่านไปแล้วเหรอวะ!” ลูก้าตะโกนด้วยความโกรธส่วนนายท่านที่ว่าหมายถึงลอร์ดแกนนอนและลูก้ายังเชื่อจริงๆ ว่าบารอนเป็นคนทรยศ
“กูจะเอาหัวมึงกลับไปให้นายท่านเอง!”สิ้นเสียงนั้น ลูก้าก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
คราวนี้ความลังเลหายไปหมดแล้วเหลือเพียงความเดือดดาลล้วนๆ ดาบของลูก้าหนักขึ้น เร็วขึ้น และอันตรายขึ้นอย่างชัดเจนราวกับความโกรธบีบเอาแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกมาจากร่าง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!บารอนรับอยู่ได้สามครั้ง ก่อนครั้งที่สี่
ลูก้าจะเปลี่ยนจังหวะกะทันหันใช้ปลายดาบสะบัดเปิดแนวรับของเขาแล้วฉวยดาบของออสก้าที่ตกอยู่ข้างพื้นขึ้นมาด้วยอีกมือในจังหวะเดียว
สองดาบ...หนึ่งคนคมหนึ่งกดแนวรับ...อีกคมเสียบตรงเข้าไป
ฉึก! ดาบของออสก้าทะลุเกราะหนังเนลสัน T1 ของบารอนตรงหน้าอก ก่อนฝังลึกเข้าไปในตำแหน่งหัวใจอย่างแม่นยำ
เสียงเหล็กแทงทะลุเนื้อดังชัดจนคนที่ได้ยินต้องขนลุกแม้แต่ลูก้ายังชะงักไปเสี้ยววินาที เพราะรู้ดีว่าบาดแผลนี้ต่อให้เป็นผู้มีพลังระดับพื้นฐานขั้นสูงก็ยังต้องตาย
บารอนก้มมองดาบที่ปักคาอกตัวเองเลือดสีเข้มไหลซึมออกมาตามร่องเกราะ แต่สีหน้าของเขากลับแทบไม่เปลี่ยนไม่มีความตกใจหรือความเจ็บปวด มีเพียงความเย็นชาบนใบหน้าเท่านั้น
“...” ลูก้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่เข้าใจและสับสน
จนเผลอประมาท นั่นเองคือความผิดพลาดของลูก้าเพราะในเสี้ยววินาทีที่คิดว่าอีกฝ่ายตายแน่ บารอนกลับขยับด้วยความรวดเร็วและโหดเหี้ยม มือซ้ายของเขากระชากตัวลูก้าเข้ามาใกล้ก่อนมืออีกข้างใช้ดาบกะซวกเข้าไปที่ท้องของลูก้าเต็มแรง
ฉึก!
“อะ!” ลูก้าตาเบิกแต่ยังไม่ทันได้กรีดร้องบารอนตวัดดาบกรีดในแนวนอน
ฉัวะ! ท้องของลูก้าถูกผ่าเปิดเลือดกับสิ่งที่อยู่ข้างในทะลักออกมาในคราวเดียว
ความเจ็บปวดรุนแรงจนขาทั้งสองข้างอ่อนยวบลูก้าเซถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือปล่อยดาบออกจากอกของบารอนแทบจะทันที
บารอนดึงดาบออกจากหน้าอกตัวเองด้วยใบหน้าเฉยเมยราวกับดึงเศษเหล็กที่น่ารำคาญออกจากร่างกายส่วนอื่น ไม่ใช่ดาบที่เพิ่งแทงทะลุหัวใจโยนมันทิ้งลงอย่างไม่ใส่ใจ
ลูก้าจ้องภาพนั้นอย่างสิ้นหวังความโกรธแตกกระจายหายไปหมดแล้ว สิ่งที่แทนที่มันคือความหวาดกลัวจนลึกไปถึงวิญญาณที่กำลังใกล้หายไป
“แก...” ลูก้าถอยหลังไปอีกก้าวมือสั่นจนดาบอีกเล่มหลุดมือค่อยๆ ยกนิ้วชี้อย่างอ่อนแรงไปที่ออสก้า
“แกไม่ใช่มนุษย์!” บารอนไม่ตอบเพราะไม่จำเป็นต้องพูดกับคนที่กำลังจะตาย
เดินเข้าหาอย่างช้าๆ ทีละก้าวๆ ดาบในมือยังหยดเลือดลงพื้นเป็นสายสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนรูปสลักที่ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะ
ลูก้าพยายามถอยแต่ขาทั้งสองข้างเริ่มไม่เชื่อฟังแล้วเลือดกับไส้ที่ไหลทะลักออกมาทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่
ในที่สุดหลังของเขาก็กระแทกเข้ากับซากคอนกรีต
“ไม่มีทางหนีอีกแล้ว” บารอนยกดาบขึ้นแล้วแทงตรงเข้าไปที่หน้าอกลูก้า
ฉึก!ดาบผ่านช่องด้านบนของแผ่นเหล็กเกราะยุทธวิธี T1ที่ป้องกันอยู่ข้างในและทะลุเข้าหัวใจอย่างเด็ดขาด
ลูก้ากระอักเลือดออกมาเต็มปากดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน บารอนกดด้ามดาบลึกลงอีกนิด ก่อนโน้มหน้าเข้าไปใกล้แล้วพูดเสียงเรียบ
“ใช่ กูไม่เคยบอกว่าตัวเองคือมนุษย์”พูดจบบารอนก็บิดดาบ
กร๊อด!เสียงเนื้อและกระดูกข้างในฉีกขาดดังชัด ลูก้ากระตุกเฮือกสุดท้ายก่อนที่ดวงตาจะดับวูบลงร่างแข็งค้างอยู่กับคมดาบอีกเสี้ยวลมหายใจจากนั้นก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นตายคาที่ทันทีบารอนถอนดาบออกช้าๆเลือดไหลลงมาตามคมดาบจนหยดลงถนนที่เต็มไปด้วยซากศพและปลอกกระสุนเขายืนมองศพลูก้าเพียงครู่เดียว ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสนามรบรอบด้าน
ฝั่งของแกนนอนที่เหลืออยู่เริ่มเสียขวัญอย่างหนักแล้วเพราะหัวหน้าของพวกมัน...ตายห่าไปแล้ว
...
ความตายของลูก้าส่งผลให้ทหารทั้งหมดยอมแพ้ในทันทีที่จริงแล้วตั้งแต่ทหารมืดพลปืนปรากฏตัวทหารจากค่ายแกนนอนที่ยังสู้อยู่ก็ถูกยิงตายอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่ว่าใครก็มีเสื้อเกราะยุทธวิธีแบบของลูก้า
ดังนั้นจากจำนวนทหารค่ายแกนนอนสามร้อยคนจนเหลือรอดถึงตอนนี้เหลือกันอยู่แค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้น
แต่ละคนต่างมองไปยังศพเพื่อนด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัวถ้าพวกเขายอมแพ้ช้ากว่านี้คงเป็นหนึ่งในศพที่นอนตายอยู่ที่พื้นทั้งหมดถูกปลดอาวุธและส่งกลับที่ค่ายแกนนอนในทันที
โดยที่ก่อนจะไปก็โดนโฮมและกริมพากันสอบสวนไปอีกรอบหนึ่งเพื่อล้วงเอาข้อมูลของค่ายแกนนอนออกมา
ทหารพวกนี้เป็นทหารจากค่ายแกนนอนไม่ใช่ทหารภายในพันธมิตรดังนั้นจึงรู้เส้นทางและตำแหน่งในค่ายแกนนอนทั้งหมดรู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้ค่ายแกนนอนเหลือทหารไม่มากนักมีทหารเหลืออยู่แค่สองร้อยกว่านายเท่านั้น
“ทางท่านลิชก็น่าจะเริ่มแล้วพวกเราก็ควรจะออกเดินทางต่อได้แล้ว” กริมดูข้อมูลที่ได้มาแล้วก็หันไปถามโฮม
“ได้อยู่แต่ว่าคงต้องรายงานเรื่องการสูญเสียกับทหารหน่วยจู่โจมพวกนี้หน่อยกำลังพวกเราอาจจะไม่พอ” โฮมพูดพร้อมกับทำหน้ากังวลอยู่ไม่น้อย
“อืม” กริมก็เห็นด้วย
ทหารของออสก้าสูญเสียไปเยอะมีมาสองร้อยนายตอนสู้กับมอร์ไม่เสียไปสักคน เพราะว่าทหารที่อยู่กับมอร์เป็นแค่ทหารที่บาดเจ็บไม่ก็ทหารที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้อีกทั้งส่วนใหญ่ก็เป็นแค่คนธรรมดาไม่ก็ขั้นต้นหรือขั้นกลางไม่กี่คนเท่านั้น
ออสก้าสามารถรับมือได้อย่างง่ายดายแต่พอปะทะกับลูก้าและทหารค่ายแกนนอนมันต่างออกไป ผู้มีพลังเกือบครึ่งร้อยแถมยังมีลูก้าที่ฆ่าทหารมืดไปหลายนาย
ตอนนี้ทหารมืดหน่วยจู่โจมเหลือกันอยู่หนึ่งร้อยหกสิบนายเท่านั้นแถมอีกยี่สิบกว่านายก็บาดเจ็บ ถ้าเป็นบาดแผลทั่วไปก็ไม่เป็นไรแต่ว่าบาดแผลอย่างกระดูกหักทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวกอาจจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกหลายวัน
ออสก้าเองก็อยู่ในสภาพกระดูกแตกร้าวไปทั้งตัวแต่ว่าก็ไม่ยอมแพ้และเลือกจะไปต่อ ตำแหน่งของออสก้าลองแอรีสซึ่งเป็นพวกที่ติดตามกัสตั้งแต่ช่วงแรกดังนั้นในที่นี่แทบไม่มีใครสั่งการและคัดค้านออสก้าได้เลยทำให้จำใจต้องพาออสก้าไปด้วยในภารกิจต่อไป
ทหารมืดที่กระดูกแตกหักถูกส่งกลับไปที่ค่ายพร้อมกับคุมตัวเชลยที่ปลดอาวุธไปด้วยแม้จะกระดูกแตกหัก แต่ไม่ได้หมายความว่าสู้ไม่ไหวอีกอย่างพวกเชลยก็ไม่มีจิตใจจะสู้แล้ว
นอกจากที่พึ่งจับมาได้ใหม่ ก็มีเชลยของเก่าอยู่และมอร์ที่สภาพตอนนี้บาดเจ็บสาหัสแต่ยอมรับว่าอีกฝ่ายอึดมากและยังไม่ตาย ออสก้ามองดูรถที่จากไปก็สั่งทุกคนทันที
“ขึ้นรถไปกันต่อ”
ทหารสามร้อยห้าสิบกว่านายออกเดินทางกันอีกครั้งมุ่งหน้าสู่ค่ายแกนนอนความตายกำลังมุ่งไปหาค่ายแกนนอน
...
ที่ค่ายอสูร
ลอร์ดพยัคฆ์ตอนนี้นั่งก้นไม่ติดแล้วเพราะว่าพวกเขาได้ข่าวตั้งแต่เช้าว่ากองกำลังพันธมิตรผู้แก้แค้นที่รวบรวมไปหนึ่งพันนายถูกทำลายย่อยยับ ด้วยทหารจากฝ่ายพันธมิตรราชา
“บัดซบ เราโดนหลอก มันคือกับดักค่ายมิดไนท์สารเลวนั่นมันไม่เคยเป็นกลาง มันเข้าร่วมกับพันธมิตรราชา”
“ตายๆ ไปตายซะให้หมด”
“สารเลวกูจะฆ่าพวกมึง” เสียงคำรามของลอร์ดพยัคฆ์ทำเอาข้ารับใช้ด้านนอกสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอารมณ์โมโหร้ายของลอร์ดพยัคฆ์นั้นน่ากลัวไม่ต่างจากเสือร้าย
ยิ่งตอนนี้ความพ่ายแพ้ของพันธมิตรยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆกำลังทหารไม่เพียงพอ แถมยังส่งไปตายกันเพิ่มอีกยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆที่สำคัญพวกตัวแทนจากค่ายระดับสองตายไปแล้วสี่คนค่ายทั้งสี่นั้นก็เลือกจะถอยหนีอย่างแนบเนียนไม่ยอมติดต่อมาอีกขนาดส่งคนไปแล้วก็ยังทำเงียบ แถมพวกที่เหลือก็พากันหนีออกจากค่ายไปแล้วตอนนี้ค่ายอสูรเหมือนกับถูกลอยแพส่วนคำว่าที่พันธมิตรนั้นก็แค่กระดาษเปียกน้ำเท่านั้น
ค่ายอสูรไม่มีกำลังจะไปข่มขวัญค่ายระดับสองได้อีกเพราะว่ากำลังทหารเหลือในค่ายแค่หลักร้อยเท่านั้นส่วนอีกสองร้อยกว่าก็กระจายตามสนามรบที่แนวหน้า
“ถอนกำลังกลับมา”
“ไม่ได้ แบบนั้นเท่ากับยกหัวไว้บนเขียงให้ไอ้สารเลวแกนนอนนั่น”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงตื่นตระหนกวิ่งเข้ามา
“นายท่านแย่แล้วมีขบวนรถทหารกำลังมุ่งหน้ามาที่ค่ายพวกเรา”ข้ารับใช้รับรายงานด้วยความหวาดกลัว
“ว่ายังไงนะ!”