แม้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้หมายจะเอาชีวิตแต่มิคาเอลก็ยังคงครองสติได้อยู่ทั้งยังถือเป็นการเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้จริงไปพร้อมๆ กันด้วย ในความคิดของมิคาเอลเขาเพียงอยากเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการต่อสู้จริงแต่ในความเป็นจริงนั้นตัวเขาที่อายุเพียงเจ็ดขวบเท่านั้นกลับรับมือกับกลุ่มนักฆ่าได้ถึงเพียงนี้ถือว่ามหัศจรรย์และได้ก้าวผ่านขีดจำกัดนั้นไปแล้ว!
‘แอลฟ์ ตามมาหรือไม่’ (มิคาเอล) ตอนนี้เขามาถึงบริเวณชายป่าด้านนอกของป่าดำแล้วแต่กลับพบว่าเสียงระเบิดได้เงียบไปแล้ว... แปลก
‘หยุดนิ่งไปแล้ว’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาใช้เวทนภาตรวจจับพบว่าเหล่ากลุ่มนักฆ่าได้หยุดนิ่งไปแล้วก็ให้ความรู้สึกระแวดระวังเกรงว่าทางรอดอาจกลายเป็นทางลวงก็เป็นได้ แต่แล้วมันก็ต้องตกใจขึ้นเอ่ยเรียกมิคาเอลเสียงตระหนก
‘มิคาเอล! นักฆ่า... มีกลุ่มนักฆ่าจำนวนมากกำลังมุ่งตรงมาทางนี้!’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาใช้เวทนภาตรวจจับศัตรู ปรากฏเป็นหน้าจอด้านหน้าให้มิคาเอลดูซึ่งพบกลุ่มคนหลายกลุ่มแต่ละกลุ่มมีจำนวนประมาณสี่ถึงห้าคน แบ่งกลุ่มเป็นหกทิศทางทิ้งระยะห่างระหว่างกันมากแต่หลุดจากวงโคจรของกัน นี่คล้ายเป็นการป้องกันแผนระเบิดต่อเนื่องที่มิคาเอลวางไว้ก่อนหน้า และทุกกลุ่มนั้นต่างก็กำลังมุ่งหน้ามาตรงจุดที่มิคาเอลยืนอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นพวกไหนนี่เป็นกลุ่มพวกเดียวกันกับกลุ่มนักฆ่าก่อนหน้านี้แน่นอน!
มิคาเอลมองภาพที่ปรากฏเป็นหน้าจอด้านหน้าด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวดแน่น มีหกทิศทางๆ ละห้าคนเท่ากับมีนักฆ่าจำนวนสามสิบคน ระดับต่ำสุดคือพลผู้ใช้เวทขั้นสูงส่วนระดับสูงสุดคือนักบุญเวทขั้นต่ำ... นี่มันกะว่าต้องฆ่าเขาให้ตายเลยไม่ใช่เหรอ ครานี้ไม่ง่ายเลยที่เขาจะรอดไปได้
“ยาก”
‘อืม ยากมาก’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็พลอยเคร่งขรึมลงไปตาม ทั้งฝีมือทั้งจำนวนมิคาเอลไม่มีทางชนะได้เลย จำนวนมากขนาดนี้ถ้ามันออกไปจัดการ... ได้ แต่ว่าก็อันตรายอยู่มากทีเดียว ร่างกายของมิคาเอลเป็นปัญหาแล้ว
‘พวกมันช่างบัดซบจริงๆ เพียงแค่เด็กเจ็ดขวบคนหนึ่งถึงกับขนาดต้องใช้นักฆ่าจำนวนมากขนาดนี้เลยรึ อีกทั้งยังมีฝีมือตั้งระดับนั้นด้วย ช่างสิ้นเปลืองนัก!’ (แอลฟ์)
‘หึ จะสิ้นเปลืองอะไร... ขอแค่ข้าตายทุกอย่างมันก็ดีไม่ใช่รึ ต่อให้จะสิ้นเปลืองไปสักหน่อยจะเป็นไรไป’ (มิคาเอล) เขากล่าวเค้นรอยยิ้มยากขึ้นพลางมองภาพการเคลื่อนไหวของเหล่ากลุ่มนักฆ่าที่มุ่งมานั้นด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ตอนนี้ค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าคนที่ลงมือกับเขาต้องการเป็นศัตรูกับบิดาเขาอย่างแท้จริง... และอาจเป็นคนใดคนหนึ่งในตระกูลที่ต้องการล้มบิดาของเขาด้วย
เหตุใดจะไม่ถูกเล่า... ก็คนที่แทงข้างหลังได้ลึกที่สุดก็มักจะเป็นคนสนิทหรือญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดที่สุดไม่ใช่รึ
มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาได้ฟังและมองรอยยิ้มของมิคาเอลแล้วก็พลันรู้สึกหนาวสะท้านในใจ เด็กอายุเจ็ดขวบสามารถยิ้มเหี้ยมเกรียมได้ขนาดนี้เชียวหรือ...
‘เจ้าจะเอายังไงต่อ... ดูท่าว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ปล่อยง่ายๆ แน่ถ้าไม่หายกันไปข้างหนึ่ง’ (แอลฟ์)
ตรืดดด ตู้ม ตู้ม ตู้มมม! ตรืดดด ตู้ม ตู้ม ตู้มมม! ตรืดดด ตู้ม ตู้ม ตู้มมม!
“.....” ถึงมิคาเอลจะแค้นแต่ตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าเขารับมือกับกลุ่มนักฆ่าจำนวนมากขนาดนี้ไม่ได้ มิคาเอลหลับตานิ่งโคจรพลังมาอยู่ที่ฝ่ามือเรียกสายใยพันธะสัญญากับเจ้าก้อนสีดำขึ้นมาตามด้วยส่งกระแสพลังบางเบาผ่านไปก่อนที่จะเหวี่ยงแรงกระชากสายนั้นกลับมาอย่างแรง พลันนั้นระเบิดไอควันเพลิงทมิฬวารีก็ทำการระเบิดอย่างต่อเนื่องขึ้นมาอย่างหนักหน่วงรุนแรงไล่ตามเส้นทางที่เขาวางไว้จนควันดำโขม่งลอยคละคลุ้งทั่วอาณาบริเวณ และแน่นอนว่าก็ต้องมีกลุ่มนักฆ่าบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบนั้นด้วย
วึ้ดดดดดดดดดด ตุบ!
“โอ๊ย เจ็บๆ ๆ นายท่าน! เหตุใดท่านจึงโหดเหี้ยมกับข้าอย่างนี้ ข้าเสียใจยิ่งนัก โฮๆ ๆ” เจ้าก้อนสีดำที่อยู่ๆ ก็ถูกเรียกกลับมาร้องโอดโอยเจ็บปวด มันถูกเรียกกลับมาหาใช่ด้วยวิธีการที่นุ่มนวลแต่อย่างใด นี่กลับกระชากเสียเต็มจนหัวมันเครื่องในมันแทบหลุดไปหมดเลย (เจ้าไม่มีหัว! -_-)
“เจ้ามานี้” มิคาเอลกล่าวขึ้นอย่างไม่สนใจท่าทางมากความของเจ้าก้อนสีดำ ตอนนี้แผนรับมือไม่มีแล้วขอเพียงรักษาชีวิตไว้เป็นได้พอ แน่นอนว่าเขามันก็เป็นคนจดจำความแค้นได้แม่นเช่นกัน มิคาเอลคิดไว้แล้วจดบัญชีแค้นไว้ เขาสู้ไม่ได้เขายอมรับ สำหรับวันนี้ขอเพียงมีชีวิตรอดวันหน้าอย่างไรก็ต้องได้แก้แค้นแน่... วันนี้ข้าต้องหนีอย่างหัวซุกหัวซุนวันหน้าเจ้าต้องได้รับการตอบแทนคืนกลับแน่!
‘มิคาเอลเจ้า... จะให้ข้า’ (แอลฟ์)
‘ไม่ต้อง!’ (มิคาเอล) จะให้มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาออกมาก็มีแต่จะรั้งให้ผลเสียมาก เขายังไม่ถึงกับจวนตัวขนาดนั้น นี่เป็นครั้งแรกกระมังที่มิคาเอลรู้สึกว่าเขาไม่สามารถเก็บกักอารมณ์ได้อยู่ เขาให้รู้สึกว่าภายในของเขามันเดือดปุดๆ เสียยิ่งนัก และนี่กระมังที่เขาเรียกกันว่า ความไม่ยินยอมพร้อมใจจำนน!
“ถ้าคิดว่าทำได้... อยากจะเข้ามาฆ่านักก็เข้ามา ข้ารออยู่!”
มิคาเอลมองภาพผ่านเวทนภาตรวจจับศัตรูของมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภา ขณะนี้กลุ่มเหล่านักฆ่าที่รอดพ้นจากระเบิดไอควันเพลิงทมิฬวารีนั่นอยู่ห่างจากจุดเขาไม่มากเข้าไปทุกทีแล้ว ทุกกลุ่มต่างมุ่งดาหน้าเข้ามาด้วยเป้าหมายจุดเดียวคือตัวเขา มิคาเอลตัดสินใจแน่วแน่อะไรบางอย่าง ไม่ลังเลแล้วทางไหนล้วนอันตรายทั้งสิ้น หากเช่นนั้นจะเป็นไรไปหากล้วนตกอยู่ในอันตรายไปพร้อมๆ กัน!
“เตรียมตัวกันเถอะ” มิคาเอลหยุดนิ่งสักพักก่อนโคจรพลังปรับสภาพร่างกายเท่าที่จะทำได้มากที่สุด มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาส่งพลังนภาเข้าเสริมพลังกายให้เต็มพิกัดที่สุดก่อนที่กลุ่มนักฆ่าจะเข้ามาให้รัศมีอันตรายที่ตั้งไว้ มิคาเอลโคจรพลังวนรอบกายตั้งสมาธิที่ปลายเท้าเตรียมใช้ทักษะตัวเบาอย่างที่สุดมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดแล้ว
“ไปกัน”
มิคาเอลเสริมพลังกายแข็งแกร่งแล้วจึงกระโดดขึ้นเหนือกลางอากาศจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่เส้นทางเข้าสู่ส่วนลึกให้มากขึ้น ‘ป่าดำ’ ป่าพิศวงที่เต็มไปด้วยทรัพยากรมากมายที่ยังไม่เคยมีใครที่จะสามารถบุกเบิกเข้าไปได้ไกลเกินกว่าแถบแนวชายป่าอย่างไรเล่า แต่ในขณะนี้เองมิคาเอลกำลังจะเข้าไปแล้ว อ้อ ไม่ใช่สิไม่ใช่เพียงเขาคนเดียวนับรวมถึงเหล่ากลุ่มนักฆ่านั่นด้วยนะ เอาล่ะมาดูสิ... ดูสิว่าพวกเจ้าจะยังกล้ามาฆ่าข้าหรือไม่ ข้ารออยู่!
หลังจากมิคาเอลมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าดำไปสักพักใหญ่แล้วทางเหล่านักฆ่าของแต่ละกลุ่มที่ยังหลงเหลือรอดจากการกร่อนไหม้ของระเบิดต่อเนื่องก่อนหน้านี้ก็เข้ามาประจบเหมาะสมทบร่วมกันที่บริเวณชายป่าดำพอดี จำนวนสมาชิกนักฆ่าที่ยังหลงเหลือกันอยู่นับแล้วได้จำนวนยี่สิบเอ็ดคนในฝีมือระดับนักรบเวทขั้นแรกขึ้นมา เมื่อมารวมกันที่บริเวณชายป่าดำแล้วพวกเขาก็พร้อมใจกันหยุดนิ่ง ใบหน้าของเหล่าชายฉกรรจ์ภายใต้ผ้าคลุมจ้องเขม็งเคร่งขรึมยิ่งขึ้น
“จะเอาอย่างไรต่อ เด็กนั่นมุ่งหน้าเข้าไปในป่าดำแล้ว” ชายนักฆ่าผู้หนึ่งในทีมเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงขรึมปนลำบากใจอยู่บ้าง... ก็ใครใช้ให้ไอ้เด็กเวรนั่นมันวิ่งหนีเข้าสู่ป่าดำป่าพิศวงนี้กันเล่า ไม่ตายดีแน่!
“เห๊อะ ยังจะถามอีกรึ ก็ต้องตามต่อไปสิ” ชายร่างสูงใหญ่ดูท่าทางมีความเป็นผู้นำของกลุ่มหนึ่งก้าวออกมาแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเหยียดหยิ่งยโส
“ในป่าดำ... เข้าแล้วออกมาไม่ได้ เด็กนั่นคงไม่รอดแล้ว”
“หึ จะรอดหรือไม่รอดเอาอะไรมากำหนดเล่า... ก็ไมใช่เพราะทีมหนึ่งลงมือไม่สำเร็จไม่ใช่รึ พวกข้าถึงได้ต้องมาตามเก็บเช่นนี้” ที่แท้แล้วชายที่เอ่ยกล่าวผู้นี้คือ ผู้นำของทีมนักฆ่ากลุ่มสอง ที่เพิ่งเข้ามาสมทบเป็นกำลังเสริมนั่นเอง เขาเพียงคิดว่าอีกทีมเป็นถึงทีมที่ถูกส่งมาก่อนให้เป็นทีมหนึ่งแต่กลับไม่สามารถปลิดชีพเหยื่อสังหารที่เป็นเพียงแค่เด็กชายอายุไม่สิบขวบได้ ช่าง... น่าละอายนักเชียว หึ เขาคิดและมองอย่างดูถูกเต็มที
“โวลล์!” ชายผู้นำของทีมนักฆ่ากลุ่มหนึ่งเอ่ยชื่อโค้ดเนมของผู้นำทีมตรงข้ามออกมาด้วยเสียงกร้าว เดิมทีเขาก็โมโหโกรธากับเหยื่อสังหารอยู่แล้วจนต้องยอมอดกลั้นใจเรียกทีมสองเข้ามาเสริมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนให้ขายหน้าแล้ว แต่เมื่อทีมสองกำลังเสริมมาถึงกลับพบว่าผู้นำของทีมสองนั่นคือผู้อริปฏิปักษ์ของตนในสมาคมนักฆ่า เขาจึงรู้สึกหัวเสียยิ่งนักพลันแทบจะสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่กับความยียวนของอีกฝ่าย มันจงใจมาหาเรื่องเขาชัดๆ หากไม่ห่วงเรื่องงานเขาคงได้ตันหน้าอีกฝ่ายไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!
“หรือไม่จริงเล่า”
“ถ้าเจ้าคิดว่าไอ้เด็กนั่นจะเป็นหมูให้เจ้าเชือดได้ง่ายๆ ก็ลองปลิดชีพไอ้เด็กบัดซบนั่นมาให้ได้สิ”
“ข้าทำแน่ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมาให้เจ้าสั่งหรอก! ส่วนตัวเจ้าน่ะนำทีมของตัวเองกลับไปรักษาตัวรักษาน้ำยาของตัวเองเถอะโซล!”
“เจ้า!”
สำหรับนักฆ่าเดิมทีก็ให้ตัดความรู้สึกมีชีวิตทิ้งไปแล้ว ฉะนั้นนอกจากผู้นำทั้งสองทีมที่มีการแลกเปลี่ยนปากเสียงสงครามน้ำลายกัน ระหว่างสมาชิกทีมลูกน้องเพียงนิ่งเฉยยืนมองดูอย่างไร้ความรู้สึกเท่านั้น... ก็ไม่รู้ว่าทำไมผู้นำโค้ดเนมโวลล์และผู้นำโค้ดเนมโซลยังมีความรู้สึกอยู่อีก พบหน้ากันแต่ละครั้งก็ทั้งทุ่มเถียงมีปากเสียงทั้งลงมือต่อกันบ้างแทบจะทุกครั้งเชียว มิใช่ว่าก่อนเข้าสมาคมนักฆ่าได้ตัดความรู้สึกทิ้งไปแล้วรึ หากยิ่งเป็นถึงขั้นนักฆ่าเดนตายแล้วมิใช่ว่าความรู้สึกนั้นได้ตัดทิ้งไปเปรียบเสมือนศพที่ยังมีชีวิตไม่ใช่รึ แล้วเหตุใดยังมีความรู้สึกมาทุ่มเถียงต่อกันอีก?
“หึๆ ไป! ในเมื่อเด็กนั่นกล้าเข้าไปแล้วเหตุใดเราต้องเกรง ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นการซ้อนแผนหลบเข้าไปในบริเวณใดบริเวณหนึ่งในป่าที่ไม่อันตรายมากจวนรอให้พวกเราถอดใจหรือไม่พบแล้วถอยไปเองก็เป็นได้ เด็กน้อยจริงๆ นักฆ่าไหนเลยจะรู้จักถอดใจกัน... ไป ฆ่า!” ผู้นำทีมนักฆ่ากลุ่มสองโค้ดเนมโวลล์กล่าวยาวพร้อมสั่งการเสร็จสรรพนำสมาชิกมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าดำไม่รั้งรอผู้นำทีมนักฆ่ากลุ่มหนึ่งที่เป็นปฏิปักษ์แต่อย่างใด
“หัวหน้า” สำหรับสมาชิกทีมนักฆ่ากลุ่มหนึ่งต่อให้พบว่าเหยื่อสังหารเป็นเด็กตัวอันตรายก็ใช่ว่าจะต้องถอยให้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องฟังคำสั่งของผู้นำของตนเท่านั้น
“ตาม” ถึงอย่างไรก็ต้องฆ่าให้ได้! สำหรับผู้นำทีมนักฆ่ากลุ่มหนึ่งโค้ดเนมโซลแล้วเขาเพียงมองและฟังคำกล่าวการตัดสินใจอันโง่งมอย่างง่าวๆ ของผู้นำทีมนักฆ่ากลุ่มสองโค้ดเนมโวลล์เท่านั้นเพราะหากจะเอ่ยอะไรไปคงจะยากยิ่งที่อีกฝ่ายจะฟัง หึ เพียงแค่เหยื่อสังหารเป็นเด็กชายนายน้อยเท่านั้นรึ... เดิมทีเขาก็คิดเช่นนั้นไม่ใช่รึ แล้วผลเป็นเช่นไรเล่า
นี่ถือเป็นความประมาทที่นำมาซึ่งความอัปยศอย่างหนึ่งให้เขาตอนนี้ไม่ใช่รึ... เห๊อะ โค้ดเนมโวลล์เอ๋ยที่เจ้าคิดนั่นมันคิดเองเออเองพกลมทั้งเพ! ในป่าดำป่าพิศวงนั้นมันมีที่ให้หลบอย่างปลอดภัยเสียที่ไหน แล้วถ้าไอ้เด็กนั่นมันกลัวจริงมันจะกล้าตอบโต้จนข้าต้องเรียกทีมสองเข้ามาหรือไร ถ้ามันกลัวจริงมันจะกล้ามุ่งหน้ามาอย่างมุ่งมั่นสู่ป่าดำพิศวงนี้ทำไม คิดอะไรโง่ๆ จริงๆ เลย สมาคมมีคนประเภทนี้ในระดับขั้นหัวหน้าทีมได้ยังไงกัน ส่วนตัวเขาถ้าไม่ใช่เพราะ ‘คนผู้นั้น’ สั่งการมามีรึที่จะอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสังหารทายาทของคนสำคัญมากฝีมือผู้นั้น ถึงข้าจะเป็นนักฆ่าแต่ข้าก็เป็นนักฆ่าระดับสูงนะ!
“ตามต่อ... ถ้าตายต้องพบศพไม่พบศพแปลว่ายังไม่ตาย!”
ทางด้านมิคาเอลเขายังคงเร่งฝีเท้ามุ่งหน้ามาไม่ลดละจนตอนนี้เขาได้ก้าวย่างเข้าสู่เส้นเขตขอบระหว่างบริเวณที่เรียกว่าชายป่าดำกับขอบเขตนอกป่าดำ แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ขอบเขตนอกป่าดำเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงอันตรายน่ากลัวที่ซ่อนตัวรายล้อมอยู่ บรรยากาศหมอกอ่อนๆ ก่อนค่อยๆ เริ่มเข้าสู่พื้นที่ที่หมอกล้อมจับตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มิคาเอลพลันขนลุกตั้งชันซู่อย่างห้ามไม่อยู่… เขารู้ดีว่าเพราะอะไร
ก่อนหน้านี้ที่เขาเคยย่างกรายเข้ามาป่าดำป่าพิศวงแห่งนี้ เพียงแค่ก้าวเข้ามา ณ บริเวณแนวชายป่าเท่านั้นกลับพบอันตรายที่ซุ่มซ่อนเป็นถึง สัตว์อสูรอสรพิษเลือดดำระดับเงินขั้นแรก แล้ว แต่มาดูตอนนี้สิ ตัวเขามุ่งหน้ามาจนพ้นแนวชายป่าจวนจะเข้าสู่บริเวณขอบนอกป่าดำแล้วอยู่รอมร่อแต่กลับยังไม่พบสัตว์อสูรเลยสักตัวเดียว... นั่นหมายความว่าอย่างไรน่ะเหรอ หมายความว่าสิ่งที่เขารออยู่มันอาจกำลังอยู่ที่ใดที่หนึ่งไม่ห่างนี้อย่างไรล่ะ
มิคาเอลหยุดยืนนิ่งกับที่มองย้อนกลับหลังพลางปรากฏรอยยิ้มแต่งแต้มที่มุมปากอีกครั้ง ต่างฝ่ายล้วนต่างก็มุ่งหน้ามาอย่างมุ่งมั่น ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรีบแล้ว...
“มา... รีบเข้ามาสิ ข้ารออยู่!”
---------------------------
นักฆ่ากลุ่มสองไม่ธรรมดาวุ้ยทั้งฝีมือเหนือกว่าทั้งมีจำนวนมากอีก แหม่มเอ้ยสถานการณ์พลิกแล้วเว้ยยยยย!!
เอาจริงนะที่ๆ กล่าวมาที่บอกว่ารออยู่ให้มาฆ่าเนี่ยร้อยทั้งร้อยเชื่อถือไม่ได้!!!
เห็นรอยยิ้มมุมปากของมิคาเอลแบบนี้แล้วพี่ใจบ่ดีเลยเด้อ มารอดูกันว่ามิคาเอลจะเอาไงต่อ จะกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบกับเขาบ้างหรือไม่ จะแก้สถานการณ์นี้ต่อยังไงต้องติดตามนะ!!!
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าา ^_^