บทที่ 8 ขายของให้คุณยายจาง
จนกระทั่งเห็นเงาสวี่ิเยว่ สวี่เซี่ยงหยางจึงรู้สึกสบายใจ แล้วสะพายตะกร้าวิ่งไปหาสวี่ิเยว่อย่างรวดเร็ว
"ิเยว่ เธอกลับมาแล้ว ฉันเป็ห่วงแทบตาย"
สวี่ิเยว่ขยิบตาให้สวี่เซี่ยงหยาง แล้วส่งตะกร้าเปล่าให้สวี่เซี่ยงหยางดู
เมื่อเห็นว่าตะกร้าว่างเปล่า สวี่เซี่ยงหยางก็ดีใจมาก พูดเสียงเบา ๆ ด้วยความยินดี "ิเยว่ขายหมดแล้ว"
เมื่อเห็นว่ามีคนอยู่รอบ ๆ สวี่ิเยว่จึงพยักหน้าแล้วลากสวี่เซี่ยงหยางไปที่มุมกำแพงที่ไม่มีคน กระซิบเบา ๆ ว่า "ขายหมดแล้ว พอดีมีบ้านหนึ่งลูกชายจะจัดงานเลี้ยง ก็เลยซื้อไปหมดเลย ขายได้ทั้งหมด 12 หยวน"
ได้ยินว่าขายได้ 12 หยวนอย่างง่ายดาย สวี่เซี่ยงหยางก็ตื่นเต้นจนต้องถูมือไปมา
สวี่ิเยว่เห็นสวี่เซี่ยงหยางดูมีความสุข เธอก็ยิ้มมุมปากแล้วพูดต่อ "พี่ คุณยายจางที่ซื้อเห็ดดูเป็คนดี เธอยังอยากให้พวกเราช่วยหาไก่สิบตัวกับผักด้วย อะไรก็ได้ที่ใช้ในงานเลี้ยง"
"ิเยว่ เธอฉลาดจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าในเมืองจะหาเงินได้ง่ายขนาดนี้" สวี่เซี่ยงหยางไม่คิดว่าสวี่ิเยว่จะหาธุรกิจใหญ่ขนาดนี้มาได้ ในใจรู้สึกปลื้มปีติยิ่งนัก
สวี่ิเยว่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของสวี่เซี่ยงหยางว่าในเมืองหาเงินได้ง่ายจริง ๆ
แต่ก่อนคิดว่าต้องรอถึงยุค 80 กว่าจะหาเงินได้ ไม่คิดว่าตอนนี้ก็หาเงินได้ง่ายเหมือนกัน แต่มีความเสี่ยงสูง ต้องทำอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
"ิเยว่ คุณยายจางจัดงานเลี้ยงอยากได้ปลาไหม ถ้าอยากได้ปลา เราไปจับปลาในแม่น้ำตอนกลางคืนได้นะ"
สวี่ิเยว่ไม่คิดว่าพี่ชายของตัวเองจะคิดหาทางทำมาหากินได้ขนาดนี้ ความกล้าก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีนี่อาจเป็พลังของเงินก็ได้!
เมื่อเทียบกับเงินแล้ว ชีวิตจะมีค่าอะไร
"พี่ เราไปเก็บเห็ดป่ากับเห็ดหูหนูที่ไม่มีใคร้าในูเา เอาไก่ที่เราเลี้ยงเองไปขาย ถ้าถูกจับได้ก็แค่ข้อหากักตุนสินค้า ถูกขังสักสองสามวันเท่านั้น ที่ร้ายแรงที่สุดก็แค่ถูกประจานรอบหมู่บ้าน ขอแค่เราหน้าด้านพอ การถูกประจานจะนับเป็อะไร"
"พี่ แต่ถ้าเราจับปลาในแม่น้ำไปขาย ถ้าถูกจับได้ลักษณะก็จะแตกต่างออกไป ปลาในแม่น้ำถือว่าเป็ของหมู่บ้าน ถ้าเราจับปลาในแม่น้ำไปขายก็เท่ากับว่าเราโกงของจากส่วนรวม"
"ที่บ้านคุณยายจางกำลังจัดงานเลี้ยง คนเยอะปากมาก ถ้าหลุดปากออกไปก็จะยุ่งยาก มีเงินที่หาได้ ก็มีเงินที่หาไม่ได้"
"พวกเราต้องมองการณ์ไกล ไม่ยึดติดกับ่เวลาหนึ่ง ขอแค่พวกเราปลอดภัย โอกาสหาเงินในอนาคตมีอีกเยอะแยะ พี่ต้องเชื่อมั่นในฝีมือของน้องสาวนะ"
หลังจากได้ยิน สวี่เซี่ยงหยางก็มองไปที่สวี่ิเยว่ด้วยสายตาเคารพนับถืออย่างยิ่ง
สวี่ิเยว่ยิ่งภูมิใจ เชิดคอพูดว่า "พี่ ต่อไปก็ตามน้องสาวคนนี้ไปเถอะ ฉันจะให้พี่ได้กินของอร่อยทุกวัน"
"หมู่บ้านที่รวยที่สุดในเมืองคือที่ไหน พี่รู้ไหม?"
สวี่เซี่ยงหยางตอบโดยไม่ต้องคิดว่า "แน่นอนว่าเป็โรงงานเหล็ก อาหญิงของเราอาศัยอยู่ในเขตที่พักของโรงงานเหล็ก"
หลังจากที่สวี่เซี่ยงหยางพูดจบ สวี่ิเยว่ก็นึกขึ้นได้ว่า อาเขยของเ้าของร่างเดิมทำงานอยู่ที่โรงงานเหล็ก
"พี่ พวกเราไปที่เขตที่พักของโรงงานเหล็กกันเถอะ ไปดูว่าจะขายเห็ดหูหนูและเห็ดที่เหลือพวกนี้ได้ไหม"
"ได้" เดินไปสักพัก สวี่เซี่ยงหยางก็พาสวี่ิเยว่มาถึงหน้าประตูเขตที่พักของโรงงานเหล็ก
"พี่รอฉันอยู่ที่ประตูใหญ่นะ ฉันจะเข้าไปข้างในลองขายดู ถ้าเราไปด้วยกันสองคนเป้าหมายจะใหญ่เกินไป ง่ายต่อการถูกจับตามอง"
พูดจบสวี่ิเยว่ก็ส่งตะกร้าเปล่าของตัวเองให้สวี่เซี่ยงหยาง แล้วสะพายตะกร้าบนหลังของสวี่เซี่ยงหยาง
ตะกร้าที่สวี่เซี่ยงหยางสะพายอยู่ใส่เห็ดหูหนูและเห็ดค่อนข้างเยอะ สวี่ิเยว่สะพายแล้วรู้สึกลำบากสักหน่อย
ตอนนี้สวี่เซี่ยงหยางรู้สึกเคารพนับถือน้องสาวของตัวเองเป็อย่างมาก พูดอะไรก็ฟังหมด "ิเยว่ เธอไปเถอะ! พี่จะรอเธออยู่ใต้ต้นไม้"
สวี่ิเยว่พยักหน้า สะพายตะกร้าเดินเข้าไปในเขตที่พักของโรงงานเหล็ก
สภาพแวดล้อมของเขตที่พักอาศัยโรงงานเหล็กนั้นดีมาก ภายในเป็อาคารอิฐสีแดงห้าชั้นเรียงราย ในเมืองระดับอำเภอทางตะวันออกเฉียงเหนือในยุค 70 นับว่าทรงอิทธิพลมากทีเดียว
สวี่ิเยว่เดินไปไม่ไกลก็เห็นศาลาพักผ่อนในชุมชน มีคุณยายนั่งคุยกันอยู่สองสามคน
เธอเดินเข้าไปทักทายคุณยายทั้งหลายด้วยความสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณยาย"
"ฉันมาถามหาคนค่ะ"
คุณยายตาเรียวคนหนึ่งถามตรง ๆ ว่า "แม่หนูมาหาใคร ในโรงงานเหล็กของพวกเรา ไม่มีใครที่ฉันผู้แซ่เถียนไม่รู้จักหรอก"
สวี่ิเยว่รีบทักทายอีกครั้ง "สวัสดีค่ะคุณยายเถียน ฉันมาหาคุณย่าของฉันค่ะ คุณย่าของฉันชื่อจางชุนหวา ลูกชายของเธอชื่อจางอ้ายกั๋วค่ะ"
พูดจบเธอก็วางตะกร้าที่แบกมาไว้บนพื้น แล้วจงใจให้เห็ดและเห็ดหูหนูในตะกร้าโผล่ออกมา
พอคุณยายทั้งหลายเห็นเห็ดและเห็ดหูหนูในตะกร้าของสวี่ิเยว่ต่างก็ตาโต
ในยุคที่ขาดแคลนเสื้อผ้าอาหาร ซื้ออะไรก็ต้องจำกัดปริมาณและต้องใช้ตั๋ว คุณยายที่วนเวียนอยู่แต่รอบเตาทั้งวันกังวลใจว่าจะกินอะไรในมื้ออาหารสามมื้อ
สวี่ิเยว่เห็นว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้วจึงพูดต่อ "คุณปู่ให้ฉันเอาเห็ดและเห็ดหูหนูจากป่ามาให้คุณย่าของฉันสักหน่อย แต่ฉันหาบ้านคุณย่าไม่เจอสักที บอกแค่ว่าอยู่แถวนี้"
คุณยายเถียนคิดแล้วพูดว่า "ในโรงงานของพวกเรามีคนชื่อจางอ้ายกั๋วสามคน แต่แม่ของพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันสักคน"
พอได้ยินคุณยายเถียนพูดแบบนั้น สวี่ิเยว่ก็นึกขึ้นได้ว่า ในยุคนี้ผู้ชายตั้งชื่อว่ารักชาติรักกองทัพกันเยอะ
"คุณยายเถียนคะ คนที่คุณยายพูดถึงทั้งสามคนไม่ใช่ค่ะ คุณย่าของฉันอยู่กับลูกชายค่ะ"
สวี่ิเยว่แสร้งทำเป็เศร้ามาก แล้วพูดต่อ "เป็เพราะตัวฉันเองที่มาโดยไม่ถามให้ชัดเจน หาบ้านคุณย่าไม่เจอ ฉันยังต้องแบกเห็ดหนัก ๆ เดินกลับบ้านไกลกว่าร้อยลี้อีก"
พูดจบก็แสร้งทำเป็เหนื่อยมาก แล้วทิ้งตัวนั่งลงในศาลาพักผ่อน
คุณยายเถียนหันไปมองพี่สาวสูงอายุสองสามคน พวกเขาพยักหน้าเข้าใจ เธอจับมือสวี่ิเยว่พูดว่า "ของหนักขนาดนี้ จะให้เด็กสาวตัวคนเดียวแบกกลับบ้านได้ยังไง"
"ไม่เจอคุณย่าเธอก็มาเจอพวกเราไม่ใช่เหรอ"
ยายคนอื่น ๆ ได้ยินคุณยายเถียนพูดแบบนี้ก็พากันเห็นด้วย
"ใช่ ๆ แม่หนูเอาเห็ดหูหนูกับเห็ดมาแลกกับพวกเราสิ"
สวี่ิเยว่ทำท่ากลัว ๆ พูดว่า "พวกคุณทำได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ"
คุณยายเถียนตบมือสวี่ิเยว่ พูดว่า "ไม่เป็ไรหรอกแม่หนู นี่ถือว่าเป็การแลกเปลี่ยน อีกอย่างเธอเป็หลานสาวของพี่ชายฉันที่มาเยี่ยมฉันพร้อมกับเอาของมาให้ ถ้าเธอไปฉันก็จะเอาของให้เธอด้วย เรียกว่าตอบแทนซึ่งกันและกัน"
จบคำพูดของคุณยายเถียน สวี่ิเยว่ก็รู้สึกว่าคุณยายเถียนไม่ธรรมดาเลย
คุณยายเถียนจูงมือสวี่ิเยว่พลางพูดว่า "เธอตามฉันกลับบ้านนะ"
คุณยายเถียนพูดจบก็ขยิบตาให้ยายคนอื่น ๆ
จากการกระทำครั้งนี้ สวี่ิเยว่เห็นแล้วว่าคุณยายพวกนี้ต้องทำแบบนี้บ่อย ๆ แน่ ดูจากการประสานงานกัน คนที่ไม่รู้เื่คงคิดว่าเป็การติดต่อกันของพรรคใต้ดิน
สวี่ิเยว่แบกตะกร้าตามหลังคุณยายเถียนไป
คุณยายเถียนพาสวี่ิเยว่ไปที่บ้านคุณยายเถียนซึ่งอยู่ชั้นสาม และเป็ชั้นที่มีสองครอบครัวอยู่
เมื่อเข้าไปในบ้านตระกูลเถียน สวี่ิเยว่ถึงได้รู้ว่าบ้านคุณยายเถียนไม่ธรรมดา
ห้องนั่งเล่นในบ้านกว้างมาก มีโซฟาและโทรทัศน์ครบครัน