แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
เสียงค้อนกระทบกันแร่เหล็กเดิมๆดังขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ ภายในโรงหลอมเล็กๆแหน่งหนึ่งก็ยังมีร่างชายหนุ่มผมดำที่เปลือยท่อนบนคนเดิมยืนประจำตำแหน่งอยู่ แต่น่าแปลกที่คราวนี้กลับไม่มีคนแคระชราขี้บ่นยืนอยู่เคียงข้าง
ฟู่ๆๆๆ!
เสียงเหล็กที่ร้อนระอุถูกจุ่มลมในน้ำเพื่อให้เย็นลง ก่อนจะถูกนำมาขึ้นรูปอย่างเชี่ยวชาญ เพียงเวลาไม่นานเขาก็ได้ใบดาบเล่มหนึ่งที่มีความยาวราวครึ่งเมตร
ชายหนุ่มวางใบดาบที่ทำเสร็จแล้วไว้มุมหนึ่งก่อนจะเริ่มทำชิ้นใหม่อีกครั้ง โดยไม่ว่อกแว่ก
แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
เสียงตีเหล็กยาวนานต่อเนื่องไปทั้งวัน ชายชราที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมหันไปมองที่หลังร้านเป็ระยะๆก่อนจะฉีกยิ้มออกมา
ชายหนุ่มด้านในโรงตีเหล็กยังคงตีเหล็กต่อไปไม่หยุดยั้งจนกระทั่งได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาภายในหัว
-ท่านได้รับค่าสถานะกาย+1จุด,ค่าสถานะจิติญญา+1จุด-
-เนื่องจากค่าสถานะกายท่านมี20จุด จึงไม่อาจเพิ่มได้อีกนอกจากใช้แต้มสถานะ-
“ฟู่!”วาสพ่นลมหายใจ ก่อนจะวางค้อนในมือลง ก่อนจะเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
หน้าต่างสถานะ Lv.1
ชื่อ วาส ดีวอยด์
อาชีพ -
ฉายา -
ธาตุ -
ค่าสถานะ กาย [21 จุด(max) ]
ความเร็ว [ 21 จุด(max) ]
จิติญญา [ 16 จุด ]
แต้มสถานะ [ 0 จุด ]
เวลาผ่านไป1ปีหลังจากที่วาสได้มาทำงานกับไออ้อน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาฝึกฝนกล้ามเนื้อด้วยการตีเหล็กและฝึกการหลบหลีกก้อนหินที่ถูกปาด้วยมือไออ้อนตลอด จนในที่สุดค่าสถานะกายและความเร็วของเขาก็เพิ่มมาจนถึงจุดสูงสูด
ต้องขอบคุณความพยายามของวาสและความโรคจิตของไออ้อนที่ชอบเห็นวาสเ็ปเมื่อโดนก้อนหินปาใส่ จึงทำให้เขาสามารถฝึกฝนจนมาถึงจุดนี้ได้แต่ก็ต้องเสียเวลาไปกว่า1ปีเต็ม!
ซึ่งเหล่ามือใหม่ที่มาถึงโลกนี้พร้อมกับวาสต่างพากันไปไกลไหนถึงไหนแล้ว ต่างกับวาสที่กลับจมปลักอยู่กับการฝึกจนไม่เป็ทำอะไร
ตลอด1ปีที่ผ่านมาชายหนุ่มเอาแต่หมกอยู่แต่ในร้านตีเหล็กของไออ้อน การออกไปข้างนอกก็มีเพียงแต่ออกไปซื้อสิ่งของตามที่ไออ้อนสั่งหรือไปกินอาหารข้างนอกร้านเท่านั้น
เมื่อค่าสถานะทั้ง2ของเขาเต็มแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะหมกตัวฝึกในร้านอีกต่อไป จากที่ทราบมาหากเขาจะเพิ่มค่าสถานะกายและความเร็วได้นั้น นอกจากใช้แต้มค่าสถานะแล้ว ก็คงต้องรอเมื่อเลเวลมากกว่า10 ถึงจะสามารถฝึกฝนร่างกายเพื่อเพิ่มค่าสถานะได้อีกครั้ง
ผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึงคือค่าจิติญญาที่เพิ่มขึ้นของวาส เหตุผลเพราะตอนที่วาสตั้งใจทำสิ่งใดนั้นจิตใจของเขาจะจดจ่อกับสิ่งนั้นจนไม่สนใจรอบข้างจึงเป็สาเหตุทำให้ค่าจิติญญาของเขาสามารถพัฒนาขึ้นมาได้
วาสสวมเสื้อก่อนจะออกมาจากหลังร้าน ก่อนจะเห็นไออ้อนนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้นวมมือข้างหนึ่งถือกล้องยาสูบไว้อยู่
“เสร็จแล้วงั้นหรือ?”ไออ้อนเอ่ยถาม วาสพยักหน้าก่อนกล่าวว่า
“ตอนนี้ค่าสถานะกายผมเต็มแล้ว”ไออ้อนแค่นเสียงเล็กหน่อยแล้วพูดว่า
“เหอะ! กว่าค่าสถานะกายเ้าจะเต็มได้ ทำเอาผลาญแร่ข้าไปเกือบหมด แถมดาบที่เ้าตีมายังไม่มีคุณภาพพอทีจะวางขายในร้านข้าได้อีก สิ้นเปลืองสิ้นดี”วาสยิ้มเจื่อน คำพูดของไออ้อนนั้นเป็จริงทุกอย่าง หลังจากที่ทำงานตีเหล็กมาตลอดปีทำให้วาสเข้าใจในศาสตร์การตีเหล็กขึ้นมาไม่น้อย
ตอนนี้วาสเข้าใจแล้วว่าผลงานของตนกับของไออ้อนแตกต่างกันมากแค่ไหน ครั้งแรกที่เขาสร้างมีดขึ้นมาเล่มหนึ่ง วาสรู้สึกภูมิใจมากจึงขอไออ้อนว่าต่อไปนี้ขอให้เขานำอาวุธที่สร้างได้นั้นมาขายในร้านด้วย
แต่ไออ้อนค้านหัวชนฝาพร้อมบอกว่าผลงานของวาสห่วยเกินกว่าจะเอามาขายในร้านเขา เมื่อได้ยินคำดูถูกของไออ้อนทำเอาวาสควันออกหู นานมากแล้วที่เขาไม่รู้สึกโกรธใคร
แต่เมื่อเวลาผ่านไปวาสถึงเข้าใจว่าทำไมไออ้อนจึงพูดเช่นนั้น ร้านของไออ้อนนั้นคือร้านตีเหล็กอันดับหนึ่งภายในเมืองเดสซ่าแห่งนี้ ทุกวันจะมีคนเข้ามาซื้อและสั่งทำอาวุธจำนวนมาก ขืนเขานำอาวุธของเขามาขายภายในร้าน มาตรฐานของร้านคงได้ตกต่ำลงแน่
“หยุดบ่นได้แล้วน่าตาแก่”วาสพูดเอื่อยๆ น่าประหลาดหลังจากที่ทำงานด้วยกันมาเพียงแค่1ปี กลับทำให้วาสรู้สึกไว้ใจไออ้อนจนเผยนิสัยที่แท้จริงออกมาได้ อาจเป็เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาชายชราร่างแคระนี้คอยช่วยเหลือเขามาตลอดทั้งๆที่แทบไม่รู้จักกัน
“แล้วนี้เ้าจะไปไหน”
“ผมจะไปข้างบนหน่อยนะ ตอนนี้เหลือแค่ค่าสถานะจิติญญาที่ยังไม่เต็มเลยว่าจะไปกินคอร์ให้มันเต็ม”วาสพูดพลางก้าวเดินบันไดโดยมีเสียงไออ้อนไล่หลังมาว่า
“เฮ้ย! ถ้าเ้าไปแล้วใครจะเฝ้าร้าน ตกลงข้าจ้างเ้ามาทำอะไรกันแน่วะเนี่ย!”
"ปู่ลืมไปแล้วรึไง นี้มันหมดเวลางานของผมแล้ว ต่าแก่ความจำสั้นเอ๊ย!"วาสพูดอย่างยียวนก่อนจะกลับขึ้นห้องไป ทิ้งให้ไออ้อนนั่งบ่นอยู่คนเดียว
ภายในห้องนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงเตียง ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่ง วาสนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเอามือล้วงเข้าไปในถุงเล็กๆข้างตัว ก่อนจะดึงถุงใบที่ใหญ่กว่าออกมา
ถุงใบเล็กที่อยู่ข้างเอววาสคือถุงมิติเก็บของซึ่งภายในนั้นจะเป็มิติว่างเปล่าขนาดเล็กอยู่ นอกจากถุงมิติแล้วยังมี สร้อยมิติเก็บของ แหวนมิติเก็บของ และอื่นๆอีกมากมาย โดยมีช่องว่างมิติสำหรับใส่ของต่างกันไป
วาสเทของที่อยู่ภายในถุงออก ก่อนจะมีคอร์จำนวนมากหล่นออกมา วาสมองคอร์ที่หน้าตนนี้เป็ทรัพย์สินที่เขาเก็บมาตลอด5เดือน ตอนนี้เขามีคอร์ทั้งหมด20,000ดิล
ความจริงวาสควรจะมีคอร์มากกว่านี้แต่เป็เพราะระยะเวลาตลอด1ปีนั้น วาสใช้คอร์ไปกับค่ากินค่าอยู่และการฝึกฝนไปเป็จำนวนมาก ซึ่งคอร์ที่ใช้ไปในการฝึกฝนคือการซื้อแร่เหล็กต่อจากไออ้อนเพื่อนำมาฝึกฝน แม้ไออ้อนจะขายต่อให้วาสในราคาถูกแต่จำนวนที่เขาใช้มันก็มากพอที่ผลาญทรัพย์สินของเขาอยู่ดี
วาสค่อยหยิบคอร์ที่โต๊ะใส่ปากช้าๆแต่ต่อเนื่อง ความรู้สึกหวานเย็นคล้ายน้ำหวานซึมไปทั่วปากก่อนจะไหลลงไปในร่างเขา
100ดิล...
200ดิล...
500ดิล..
1,000ดิล...
2,000ดิล...
-ท่านได้รับค่าสถานะจิติญญา+1จุด-
3,000ดิล…
4,000ดิล...
.
.
.
-ท่านได้รับค่าสถานะจิติญญา+1จุด-
-เนื่องจากค่าสถานะจิติญญาท่านมี21จุด จึงไม่อาจเพิ่มได้อีกนอกจากใช้แต้มสถานะ-
“อ๊ากกก! คอร์18,000ดิลของฉันนน”วาสร้องโหยหวนอยู่ภายในห้อง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงไม่นิยมกินคอร์กัน เพราะมันเปลืองอย่างนี้นี่เอง
“เฮ้! ไอ้หนูวาส มืดแล้วปิดร้านไปกินเหล้ากันโว้ยย”เสียงะโของไออ้อนดังมาจากข้างล่าง
วาสหน้าบึ้งตึงก่อนจะลุกขึ้นเก็บคอร์กลับไปในถุงและเปิดประตูห้องลงไปด้านล่าง
“ ปู่จะเลี้ยงผมใช่ไหม?”วาสเอ่ยประโยคแรกทันทีที่เห็นหน้า
“หา! อะไรของเ้าวะ ปกติข้าเห็นเ้าชอบจ่ายเองไม่ใช่หรือ”วาสหน้าบึ้งไม่พูดอะไร ไออ้อนมองหน้าวาสครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วหัวเราะดังลั่น
“ฮ่าๆๆๆ หน้าอย่างนี้แสดงว่าเ้ากินคอร์ตัวเองไปเกือบหมดแล้วสินะ ถึงได้มาอ้อนวอนขอให้ข้าเลี้ยง ฮ่าๆๆ”ไออ้อนหัวเราะไม่ไว้หน้าวาสเลยแม้แต่น้อย
“ตกลงจะเลี้ยงหรือไม่เลี้ยง!”วาสกระชากเสียง
“จุ๊ๆๆ คนที่ขอให้คนอื่นเลี้ยงข้าวเขาพูดกันอย่างนี้งั้นหรอเ้าหนู?”ไออ้อนเอามือจุ๊ปากด้วยท่าทางยียวน
“งั้นผมก็ไม่ไป”วาสทำท่าจะหันหลังกลับ
“โอ๋ๆๆ ไม่เอาน่าหลาน ไม่ต้องห่วงในเมื่อหลานที่แสนน่ารักของข้ากำลังลำบาก ปู่ไออ้อนที่แสนหล่อเหลาผู้นี้จะอุปการะเ้าสักมื้อ”ไออ้อนทำหน้าตาราวกับผู้าุโกำลังเอ็นดูผู้เยาว์อย่างเต็มที่ วาสแค่นเสียงอย่างหงุดหงิด ก่อนที่ทั้งสองจะปิดร้านและออกไปหาอาหารกินด้านนอก
เพียงเปิดประตูออกมาลมเย็นก็ตีเข้าที่หน้าของทั้งคู่ หนึ่งหนุ่มหนึ่งชราเอามือกระชับเสื้อผ้าของตน ถนนทางเดินตอนนี้เต็มไปด้วยกองหิมะจำนวนมากและยังคงมีหิมะตกลงมาทับถามเรื่อยๆ
“พับผ่าสิ! ข้าละเกลียดอากาศหนาวๆเป็บ้า”ชายชราบ่นอย่างหงุดหงิด วาสชำเรืองมองเล็กน้อย
ชายชราคนนี้อยู่ในโรงตีเหล็กร้อนๆทั้งวันยังไม่เคยปริปากบ่นสักคำ กลับมาบ่นกับอากาศหนาวที่วาสคิดว่ามันเย็นสบายดีซะได้
“ถ้าหนาวก็รีบเดินไปสิตาเฒ่า”พูดเสร็จวาสก็เดินจ้ำอ้าวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไออ้อนที่วิ่งตามพร้ะโกนไล่หลังมาว่า
“รอด้วยสิโว้ยย ไอ้เด็กเวรขาข้าสั้นกว่าเ้ามากนะโว้ยย!”
บาร์เหล้าแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากร้านช่างเหล็ก ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่เท่าไหร่นักคงเป็เพราะอากาศเย็นๆแบบนี้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มในที่พักเสียมากกว่า
หนึ่งหนุ่มหนึ่งแก่กำลังนั่งอยู่โต๊ะที่ใกล้เตาผิงของร้าน บนโต๊ะตอนนี้มีอาหารมากมายหลายอย่างพร้อมกับเหยือกเบียร์ขนาดใหญ่ที่อย่างอยู่ข้างๆ
อึกๆๆ
กินอาหารไม่กี่คำบาร์นก็จัดการคว้าเหยือกเบียร์มายกดื่มทั้งอย่างนั้น ดูท่าข่าวลือที่ว่าคนแคระนั้นขี้เหล้าจะจริงไม่น้อย
ตุบ! ฮาห์!
ไออ้อนวางเหยือกที่ไม่มีเบียร์เหลือแล้วลงพร้อมจะครางออกมาอย่างมีความสุข พร้อมเอ่ยว่า
“เบียร์ของพวกมนุษย์นี้สุดยอดจริงๆ ดื่มได้เยอะแถมไม่ค่อยเมาด้วย”วาสรับฟังเงียบๆ มือยังคนคอยตักอาหารป้อนเข้าปากอยู่ พลางบ่นในใจว่า
‘คนอื่นเขาดื่มกันทีละแก้ว ตาแก่นี้ดื่มทีละเหยือกแล้วยังบอกว่าเมายากอีก นับถือจริงๆ’
“แล้วนี้เ้าจะทำอย่างไรต่อเ้าหนู ค่าสถานะเ้าเต็มแล้วนี้ จะเริ่มล่ามอนเตอร์หรือยัง?”วาสพยักหน้าก่อนจะพูดว่า
"ก็คงจะเป็อย่างนั้นแหละ ต่อไปหลังทำงาน่เช้าเสร็จ่บ่ายผมคงออกไปล่ามอนเตอร์เลย"
"เ้านี้ทุ่มเทกับชีวิตจริงๆนะเ้าหนู ชีวิตนี้ไม่คิดจะพักผ่อนบ้างเลยรึไง?"
"รอผมแข็งแกร่งมากพอ ผมจะคิดเื่พักผ่อนแล้วกัน"วาสไม่อยากเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ตัวเขาไม่อยากมานั่งโอดครวญในอนาคตว่าอยากจะทำตัวให้ดีกว่านี้ในอดีต และเขายังอยู่ถึงความโหดร้ายของโลกใบนี้ที่ไม่มีที่ยืนให้สำหรับคนอ่อนแอ
ทั้งสองนั่งกินอาหารพลางคุยเื่สัพเพเหระไปเรื่อยๆ จนเมื่อไออ้อนดื่มเบียร์เหยือกที่แปดหมดจนใบหน้าเริ่มแดงก็เอ่ยขึ้นว่า
“เอาละ ข้าเริ่มเมาได้ทีละ ขอตัวกลับไปนอนก่อนเ้าจะอยู่ที่นี้ต่อสินะ? งั้นนี้คอร์เอาไปจ่ายด้วยละ”ไออ้อนเอาถุงใบหนึ่งออกจากถุงมิติที่ภายในมีเงินอยู่100ดิล ยื่นให้วาส
วาสพยักหน้าเงียบๆก่อนจะมองหลังของไออ้อนที่เดินออกร้านไป ก่อนจะหันมามองรอบและสั่งเบียร์มาอีกเหยือก พร้อมดื่มกินอย่างช้า
บาร์นี้ชื่อบาร์รากหญ้า ชื่อนั้นตั้งมาก็เพราะจะดึงดูดบุคคลชาวรากหญ้าทั้งหลาย เนื่องจากอาหารและเหล้าเบียร์ที่นี้ราคาถูกจึงทำให้มีเหล่าปุถุชนคนทั่วไปจำนวนไม่น้อยพากันหลั่งไหลเข้ามา แม้จะเป็วันคืนที่หนาวเหน็บเช่นนี้ก็ยังคงมีคนเข้ามาเรื่อยๆ จนมีจำนวนไม่น้อยแล้ว
วาสนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะคนเดียวคอยฟังเื่ราวต่างๆรอบตัว สถานที่นี้ไม่ต่างจากโรงเรียนสำหรับเขา โดยที่โรงเรียนนี้มีเหล่าขี้เหล้ารอบๆเป็ครู
วาสมานั่งที่บาร์รากหญ้าแห่งนี้บ่อยครั้ง และใช้บาร์รากหญ้าแห่งนี้เป็ที่เรียนรู้เื่ราวต่างๆที่เกี่ยวกับโลกนี้
“เฮ้! นั่นแกเ้าหนูวาสใช่ไหม”เสียงเรียกชื่อทำให้วาสหันใบหน้าเ็าไปมอง ก่อนจะเห็นชายแขนเดียวรูปร่างสมส่วนกำลังเดินมาหาเขา
วาสเพ่งมองใบหน้านั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะจำได้ว่าเขาคือบาร์นคนที่ผ่านบททดสอบเดียวกับเขามาจนได้มายังโลกใบนี้
อาจเป็เพราะบาร์นนั้นผอมลงมากจากชายวัยกลางคนหุ่นร่างท้วมกลับกลายเป็ชายวัยกลางคนหุ่นดีได้
“สวัสดีคุณบาร์น”วาสเอ่ยเสียงนิ่ง ตอนนี้เขาไม่มีความจำเป็ต้องทำตัวสุภาพกับบาร์นอีกแล้ว บาร์นไม่ได้สนใจสำเนียงการพูดของวาสเท่าไรนักจึงเอ่ยต่อว่า
“ว่ายังไงละ! ไม่เจอกันตั้ง1ปีแกไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกัน ทั้งๆที่อยู่เมืองเดียวกันกลับไม่เคยเจอกันซะได้”ที่บาร์นพูดก็ไม่ผิดนัก เนื่องจากว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาวาสเอาแต่ฝึกฝนตัวเองจึงไม่ค่อยไปไหนมาไหนนัก ส่วนใหญ่เขาก็จะอยู่ตีเหล็กที่ร้านไออ้อนซะส่วนใหญ่
“ผมทำงานอยู่ร้านตีเหล็กนะ”
“อย่างนั้นหรือแล้วนี้แกเลเวลเท่าไหร่แล้วละหือ”
“ผมยังเลเวล1อยู่”
“เลเวล1!”บาร์นทวนคำอย่างตื่นตะลึง พลางมองหน้าวาสแปลกๆ
“เอาเถอะ แกจะทำอะไรก็เื่ของแก แต่พรุ่งนี้พวกฉันจะออกไปจากเมืองนี้แล้วแกสนใจจะไปด้วยกันไหม ไม่ต้องห่วงเห็นอย่างนี้ฉันนะเลเวล13แล้ว เดี๋ยวฉันจะพาแกเก็บเลเวลระหว่างทางเอง”เหมือนกับว่าบาร์นนั้นยังอยากจะได้วาสมาเป็คนของเขาอยู่ จึงพยายามโน้มน้าววาสเต็มที่
“ขอโทษนะ พอดีผมยังอยากอยู่เมืองนี้อยู่นะ”วาสปฏิเสธเสียงเรียบ บาร์นถอนหายใจแล้วกล่าวต่อว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ แต่ถ้าแกจะอยู่เมืองนี้ต่อก็ระวังไว้อย่างหนึ่งก็แล้วกัน”
“ระวังอะไร?”วาสเอ่ยถามอย่างสงสัย ตลอดเวลา1ปีที่ผ่านมาชีวิตของเขานั้นสุขสบายดีแทบจะไม่มีเื่เดือดร้อนอะไรทั้งนั้น
“แกจำเ้าหนูผมทองที่ชื่อ เจค ได้ไหม เ้านั้นนะยังมีชีวิตอยู่อีกทั้งพ่อของมันยังเป็ถึงหัวหน้ากิลด์อาชาแดง เมื่อ2เดือนก่อนฉันเจอกับมันเข้า และมันก็จำฉันได้จากนั้นมันก็ราวีฉันและคนของฉันไม่เลิก ทั้งตัดช่องทางทำมาหากินคนของฉัน คอยกีดขวางไม่ให้พวกฉันล่ามอนเตอร์ และอย่างอื่นอีกต่างๆนาๆ ตอนนี้พวกฉันทนไม่ไหวเลยเลือกจะย้ายออกจากเมืองนี้ไปอยู่เมืองอื่นแทน ถ้าแกจะอยู่เมืองนี้ต่อก็ระวังดีๆละ อย่าให้มันเจอหน้าแกเด็ดขาด”วาสหน้าเครียด เหมือนว่าชีวิตของเขาเริ่มที่จะมีเค้าลางวุ่นวายอีกครั้งแล้ว
“ขอบคุณมากที่เตือนผม ขอให้พวกคุณโชคดีก็แล้วกัน”วาสดื่มเบียร์หมดเหยือกก่อนจะกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง และทิ้งถุงเงินไว้ก่อนเดินจากไป โดยมีบาร์นคอยมองแผ่นหลังของเขาอยู่เงียบๆ