แสงแดดอ่อนทอแสงมายังเรือนร่างของสตรีในอาภรณ์ม่วงที่กำลังนอนพักอยู่ริมสระบัวของจวน จิ่งอันรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวจากความสุขสมที่สามีปรนเปรอให้นางแทบจะทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน แม้นางจะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เขาและนางอยู่ด้วยกันนั้นการร่วมรักกันของเขาทำให้นางสุขสมยิ่งนัก แต่ร่างกายน้อย ๆ ของนางเองก็ต้องการพักเช่นกัน นางจึงเลือกที่จะมานอนเอนกายหลบอยู่ที่นี่
"คุณหนูเจ้าขา คุณหนูจะรับของว่างเพิ่มไหมเจ้าคะ"
"ไม่ล่ะ แค่นี้ก็พอ จริงสิแม่นมฟางล่ะ"
"ท่านอ๋องให้แม่นมหาคนมาตัวชุดให้คุณหนูเพิ่มเจ้าค่ะ เพราะ..."
เสี่ยวเถาหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย จิ่งอันที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใดชายหนุ่มจึงให้แม่นมฟางเรียกคนมาตัดชุดเพิ่ม นางได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ 'หากสามีของข้าไม่รีบร้อนจนทำชุดของข้าฉีกขาด ก็คงไม่ต้องตัดใหม่เช่นนี้หรอก' แต่กระนั้นทุกครั้งที่ทั้งสองต้องการกันและกัน ต่างฝ่ายต่างมิเคยสนใจเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มกายไม่ต่างกัน
"แล้วท่านอ๋องล่ะ"
"เห็นเหวินจูแจ้งมาว่าฝ่าบาททรงเรียกท่านอ๋องเข้าพบเพคะ"
จิ่งอันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนที่แม่นมฟางจะพาช่างมาวัดตัวตัดชุดให้แก่นาง สตรีมากอายุดูช่างตัดชุดพร้อมด้วยรอยยิ้ม 'วัยหนุ่มสาวช่างดีเสียจริง ๆ อีกไม่นานพวกเราคงมีนายน้อยสมใจอย่างแน่นอน'
"เจ้ายิ้มอะไรหรือแม่นมฟาง"
พ่อบ้านเฉินที่เดินผ่านมาแวะทักทายสตรีมากอายุที่ยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น
"เจ้าก็รู้ว่าข้ายิ้มเพราะอะไร"
ชายมากอายุพยักหน้าช้า ๆ เขายิ้มตอบแม่นมฟางก่อนจะเดินไปทำงานของตนตามเดิม ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่นั้นเหวินจูได้เดินเข้ามาคำนับจิ่งอันที่เพิ่งวัดชุดเสร็จ
"พระชายา ท่านอ๋องให้มาแจ้งให้ท่านตามไปที่เหลาสุรากลางเมืองพะยะค่ะ"
"ไหนว่าท่านอ๋องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทมิใช่หรือ"
เหวินจูทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนจะก้มหน้าตอบหญิงสาว
"ระหว่างทางท่านอ๋องถูกคุณหนูเซียวจิ่วดักไว้พะยะค่ะ นางจึงได้ลากท่านอ๋องไปยังเหลาสุรากลางเมือง ดีที่ตอนนั้นอ๋องสามและอ๋องหุ้ยอยู่ด้วยท่านอ๋องจึงได้ชวนทั้งสองไปด้วยกันพะยะค่ะ"
จิ่งอันพยักหน้าช้า ๆ แม่นมฟางเมื่อได้ยินสิ่งที่เหวินจูเอ่ยนางรีบเดินเข้ามาหาจิ่งอัน
"พระชายาต้องรีบไปนะเพคะ อ๋องหุ้ย อ๋องสามและคุณหนูเซียวจิ่วแม้จะเป็นพระญาติ แต่ก็เป็นญาติห่าง ๆ ที่ชอบทำให้ท่านอ๋องต้องปวดหัวและเดือดร้อน อีกทั้งคุณหนูเซียวจิ่งก็ยังชอบยัดเยียดตัวเองให้ท่านอ๋องด้วยนะเพคะ"
ประโยคสุดท้ายนั้นสตรีมากอายุพยายามกดเสียงให้เบาลงเพื่อให้ได้ยินเพียงนางและจิ่งอันเท่านั้น แม่นมฟางรู้ดีว่าเซียวจิ่วนั้นแอบชอบอ๋องสี่มานาน แม้ชายหนุ่มจะคิดกับนางเพียงน้องสาวแต่นางกลับพยายามเข้ามามีบทบาทในชีวิตของท่านอ๋องเสมอ ๆ แม้แต่เหวินจูเองก็รู้ดีเช่นกันว่าหลายครั้งที่ท่านอ๋องยอมอ่อนข้อให้นางก็เพราะเห็นนางเป็นญาติ แต่หลายครั้งที่นางใช้เล่ห์กับท่านอ๋องจนทำให้ท่านอ๋องเกือบพลาดท่า
"ข้ารู้แล้ว เจ้ารีบกลับไปดูท่านอ๋องเถอะ เดี๋ยวข้าจะตามไป"
"พะยะค่ะ"
"เสี่ยวเถา ช่วยเราแต่งตัวหน่อย"
หญิงสาวเดินนำหน้าเสี่ยวเถากลับไปยังเรือนที่พัก ขณะที่กำลังแต่งตัวหญิงสาวนึกอะไรบางอย่างได้จึงหันไปหาแม่นมฟางที่ตามมาช่วยนางแต่งตัว
"แม่นมฟาง ท่านคือคนที่ข้าไว้ใจที่สุดที่สามารถจะช่วยข้าและท่านอ๋องให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้"
หญิงสาวจับมือสตรีมากอายุ
"หากมีอะไรที่หม่อมฉันพอจะสามารถช่วยพระชายาและท่านอ๋องได้ หม่อมฉันยินดีและพร้อมเสมอเพคะ"
จิ่งอันหันไปกระซิบกระซาบกับแม่นมฟาง สตรีมากอายุพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเดินหายไปตามทางหลังจวนในทันที
"คุณหนูคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ"
จิ่งอันอมยิ้มก่อนจะหันไปตอบเสี่ยวเถาที่กำลังทำผมให้นาง
"ความหึงหวงของสตรีนั้นอันตรายมาก ยิ่งกับศัตรูที่นางเกลียดเช่นข้า"
เสียงดนตรีบรรเลงเพลงดังกึกก้องทั่วทั้งห้อง สตรีผู้งดงามร่ายรำด้วยท่วงท่าที่สอดคล้องกับดนตรีอยู่เบื้องหน้า สามบุรุษและหนึ่งสตรีนั่งคุยกันอยู่บนโต๊ะอาหาร ผ้าเนื้อบางเบาหมุนปลิวตามแรงของสตรีร่างบางที่กำลังร่ายรำ อกใหญ่ในผ้าบางเบากระเพื่อมตามจังหวะการกระโดดไปมา ผ้าน้อยนิดที่ปกปิดไว้แทบจะปิดอกนั้นไว้ไม่อยู่
"พี่มู่หรง ดื่มเหล้านี่สิเพคะ เหล้านี่ข้าสั่งพิเศษมาเพื่อท่านโดยเฉพาะนะเพคะ"
"คุณหนูจิ่ว เหตุใดเจ้าถึงดูแลแต่อ๋องสี่ทั้ง ๆ ที่ข้าและอ๋องสามก็อยู่ตรงนี้"
"ชิ ข้ามิได้อยากชวนพวกท่านมา แต่พวกท่านตามพี่มู่หรงมาเอง"
"ทำไมเจ้าช่างพูดจาใจร้ายกับพวกข้าเช่นนี้ ฮ่า ๆ ๆ "
แม้อ๋องหุ้ยและอ๋องสามจะถูกเซียวจิ่วกล่าวใส่แรง ๆ แต่พวกเขากลับมิได้ถือสา เพราะสตรีร่างน้อยที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นน่าสนใจยิ่งกว่า
"ข้าได้ยินว่ามีสตรีมาใหม่ นางร่ายรำได้งดงามยิ่ง ไม่เสียแรงที่ขอตามอ๋องสี่มาจริง ๆ "
เซียวจิ่วที่นั่งฟังอ๋องหุ้ยและอ๋องสามคุยกันอยู่นั้น แม้นางจะไม่พอใจที่ทั้งสองตามมาแต่กลับมิสามารถทำสิ่งใดได้เพราะแผนการที่นางวางไว้นั้นจะล้มเหลวทันทีเมื่อเซียวมู่หรงไม่มา