หลังจากที่จัดของที่ซื้อเสร็จเล่อเยียนก็แอบมาพักสายตาเพราะวันนี้เธอเดินค่อนข้างเยอะแต่เธอก็ถือโอกาสสำรวจเมืองไปด้วย
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นเธอลุกขึ้นมาห่อเกี๊ยวทำเกี๊ยวน้ำเป็นมื้อเย็นใส่ไส้หมูสับเห็ดหอมแล้วก็ไส้ผัก เธอทำจำนวนเยอะพอสมควรเพราะจะทำแบ่งไปบ้านรองด้วย
"คุณช่วยเอาเกี๊ยวไปให้บ้านน้ารองหน่อยได้มั้ยคะ"เล่อเยียนให้หยางหมิงเฉิงเป็นคนนำเกี๊ยวไปให้กับครอบครัวน้าชาย
"เกี๊ยวแค่นี้จะไปพออะไรกัน คนตั้งเยอะเหอะ..หล่อนหิ้วของเข้าบ้านวันนี้หลังแทบหักแต่แบ่งมาเพียงสองชามเนี่ยนะ"น้าสะใภ้หยางไม่พอใจ
"คุณแม่คะ แต่หนูว่ามันเยอะมากๆ เลยนะคะ"หยางหมิงเฉิงเอาเกี๊ยวมาส่งแต่เขาไม่ได้อยู่นานเพราะกลัวเล่อเยียนหิว
" แค่นี้จะไปพอถึงพรุ่งนี้ได้ยังไงกันวันนี้กินแค่ครึ่งเดียวผู้หญิงกินเพียงคนละ 4 ตัวที่เหลือไว้สำหรับพรุ่งนี้" เรื่องอะไรหล่อนจะให้พวกไม่มีผลประโยชน์กินอิ่มท้อง
สะใภ้ใหญ่บ้านรองได้แต่กลอกตาไปมาแต่ไม่กล้ามีปากเสียงเพราะเธอตอนนี้นั้นถือว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ที่สุดเพราะท้องแก่ใกล้คลอดทำงานไม่ได้เธอรู้สึกดีไม่น้อยที่พ่อสามีถือขาหมูชิ้นโตมาให้บอกว่าเล่อเยียนฝากมาให้บำรุงขาหมูใครบ้างจะไม่อยากได้ยิ่งตอนนี้เธอท้องแก่ใกล้คลอดแล้วกลัวว่าจะไม่มีน้ำนมให้ลูกกินเพราะจะเข้าหน้าหนาวแล้ว
" แม่คะ พี่จะเข้ากรมวันไหนคะ" ลูกสาวคนเล็กหยางเซินซินเอ่ยถามขึ้น
" ฉันจะไปรู้หรือ ตั้งแต่มีเมียก็ไม่สนใจหัวฉันแล้วล่ะ"เธออดที่จะกระแนะกระแหนไม่ได้
" เงินฉันหมดแล้วค่ะ แม่ให้ฉันได้ไหมคะตอนนี้พี่มีเมียแล้วฉันไม่กล้าขอ"ปกติเธอจะขอเงินเขาประจำเวลาที่เขากลับมาบ้าน
" แกก็ไปขอพี่เขาสิ เคยทำตัวยังไงก็ทำแบบเดิมอีกอย่างฉันไม่มีให้หรอกมีแต่พวกไร้ความสามารถ" แล้วเธอก็ทำทีเป็นโมโหอีกรอบค่าใช้จ่ายไม่ลดแต่รายได้ลดลงเธอปวดใจเป็นอย่างมากตอนแรกแต่งหลานสะใภ้เข้ามาเธอกะว่าจะให้หล่อนเรียนรู้งานช่วยเลี้ยงหลานที่กำลังจะคลอดกลายเป็นว่าหล่อนหัวหมอตัดช่องน้อยไปก่อนซะนี่
สองสามีภรรยาทานเกี๊ยวน้ำกันเธอรู้สึกอึ้งกับความสามารถในการกินของสามีมาก เล่อเยียนกินเกี๊ยวไป 6 ตัว แต่ฝั่งของสามีเธอนั้นเขากินไปทั้งหมดเกือบ 15 ตัวไข่ต้มอีก 2 ฟอง สงสัยคงต้องหาลู่ทางทำเงินแล้วล่ะไม่งั้นลำพังแค่เงินเดือนเขาคนเดียวคงจะลำบากแน่
"ภรรยาครับ หวังว่าวันนี้คุณคงไม่ลืมที่เราตกลงกันนะ"หยางหมิงเฉิงอาบน้ำเสร็จเดินเข้ามาหาภรรยาที่นอนหลับพักสายตาในห้องนอน
"ตกลงกันเรื่องอะไรคะ"เธอที่กำลังจะเคลิ้มหลับเพราะอากาศกำลังเย็นสบายแต่กลับจำไม่ได้ว่าลืมอะไรไป
"วันนี้เราไปที่โรงพยาบาลมาแล้ว หมอบอกทำได้ครับ "เล่อเยียนตาโตขึ้นมาทันทีเธอลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลยเพราะที่ผ่านมาตลอดหลายวันเขาไม่มารุ่มร่ามเลยนอกจากขอคุยกับลูกช่วงก่อนนอน
"อะ อออ อะอื้ม" จะให้เธอตอบว่าอะไรล่ะมาเลยค่ะสามีเข้ามาทักทายลูกเลยค่ะ
หลังจากได้รับคำตอบจากภรรยาเขาทึกทักเอาเองว่าเธออนุญาตแล้วก็ขึ้นคร่อมร่างเธอทันทีตอนนี้ตัวเธอเกร็งแข็งทื่อแล้วใจเต้นแรงมากหยางหมิงเฉิงเอามือไปสัมผัสปอยผมที่ปิดหน้าภรรยาออก จากนั้นก็ก้มลงจูบหน้าผากเบาๆแล้วค่อยๆ ไล่ลงมายังกรอบหน้า ตา จมูก และค้างไว้ที่ริมฝีปากพร้อมทั้งกระซิบเบาๆ
" ไม่ต้องเกร็งหรอกครับ ผมจะทำนุ่มนวลที่สุด"ในขณะที่พูดปากของเขาและเธอขอสัมผัสกันไปมาแต่พอเขาพูดจบเข้าเริ่มประกบปากเธอทันที เขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ คือทำแบบนุ่มนวลจนทำให้เธอเคลิ้มให้ความร่วมมือบ้างเพราะเธอยังอ่อนหัดแต่เขาเล่นจับเธอพลิกไปมาจนเธอจะหลับกลางอากาศอยู่แล้วไม่เหนื่อยบ้างหรือไงกัน
หลังจากที่เขากินเธออิ่มแล้ว เล่อเยียนเข่าอ่อนแทบจะไม่มีแรงเดินแต่เธอต้องการที่จะไปล้างตัวเพราะรู้สึกนอนไม่สบายตัวเท่าไหร่หยางหมิงเฉิงที่สมใจก็ยิ้มแก้มปริซ้ำยังใจดีอุ้มภรรยาไปยังห้องน้ำช่วยเธอล้างตัวแต่ไม่รู้ว่าล้างกันยังไงถึงถูกจับกินอีกรอบเธอรับรู้แล้วว่าไม่ควรปล่อยให้เขาหิวนานขนาดนี้เพราะเมื่อเขาหิวเขาจะกินอย่างไม่รู้จักอิ่มเขาบอกว่าเธอใจร้ายไม่ให้เขาทักทายลูกเลยต้องชดเชยเวลาที่เสียใจ
เดิมทีเธอเป็นคนตื่นเช้ามาก04.30 น.เธอก็จะรู้สึกตัวแล้วแต่วันนี้เกือบจะ 07.00น.ที่เธอเพิ่งจะลืมตาเพราะรู้สึกเหมือนมีคนจ้องหน้าอยู่เมื่อลืมตาถึงกับต้องหลับตาลงอีกรอบพร้อมกับอาการเขินอาย
" ตื่นแล้วหรือครับ" หยางหมิงเฉิงที่นั่งข้างเตียงมือเท้าคางจ้องมองภรรยาเวลาเธอหลับตัวเขานั้นตื่นลุกขึ้นไปออกกำลังกายตั้งแต่ 05.00น.เพราะเคยชินไปซะแล้ว
" อือ"เล่อเยียนใช้ผ้าห่มคลุมหน้ารู้สึกหน้าร้อนผ่าวเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
" ลูกคงหิวแล้วละครับ คุณไปล้างหน้าเถอะผมทำกับข้าวไว้รอแล้ว"เขาอมยิ้มกับท่าทีเขินอายของเธอเพียงแค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืนก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจเขากำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้ว
" คุณออกไปก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวฉันตามไป"
เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จเธอก็ไปนั่งทานโจ๊กที่สามีเตรียมไว้ให้พร้อมกับไข่ต้ม2 ฟอง วันนี้รู้สึกเพลียง่วงนอนตลอดเวลาเลยจึงลุกออกไปเดินสำรวจหลังบ้านว่าพอจะปลูกพืชผลอะไรได้บ้าง
" ฉันอยากจะปลูกผักไว้กินค่ะ"เธอบอกกับหยางหมิงเฉิงซึ่งหมายความว่าให้เขาช่วยทำแปลงผักให้หน่อย
" เดี๋ยววันนี้ผมจัดการให้ครับ น่าจะโตทันก่อนหิมะตกพอดี"ปลูกผักใช้เวลาไม่นานน่าจะโตทันฤดูหนาวที่จะมาถึง
" ขอบคุณมากนะคะจริงสิคุณน้าสะใภ้ว่ายังไงบ้างคะเรื่องที่เราแยกครัวออกมา" จริงๆที่เธอให้เกี๊ยวไปเพียงแค่อยากจะดูปฏิกิริยาของคนบ้านนั้นเท่านั้น
" เธอไม่ว่าอะไรหรอกครับผมเป็นเพียงหลานเท่านั้น"หยางหมิงเป็นคนไม่ชอบพูดถึงคนอื่นเท่าไหร่แม้จะรู้ว่าน้าสะใภ้ไม่พอใจก็ตามแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก
" งั้นก็ดีค่ะฉันเข้ากับคนอื่นไม่เก่ง"เล่อเยียนยักไหล่เป็นเข้าใจเมื่อเขาไม่สนใจเธอก็ไม่จำเป็นต้องแคร์
" จริงสิครับผมมีอะไรจะให้ ช่วง 3-4 วันมานี้เห็นคุณยุ่งๆกับการดูแลแม่ผมก็เลยยังไม่ได้บอก"
หยางหมิงจูงมือภรรยาเข้ามายังห้องนอนพร้อมกับยื่นกระเป๋าเงินพร้อมกับคูปองต่างๆให้เธอเพราะอีก 2 วันเขาก็จะเข้าไปรายงานตัวที่กรมแล้วตอนนี้ในกระเป๋ามีเงินอยู่ 500 หยวนเพราะเขาใช้มันหมดไปกับสินสอดของเธอไปแล้วนอกจากนั้นยังมีคูปองเนื้อ คูปองผ้าต่างๆ อีกด้วยสวัสดิการของทหารถือว่าดีมากเลยทีเดียวเพราะต้องเสี่ยงชีวิตตลอดในขณะที่ปฏิบัติภารกิจ
ตอนนี้หลี่เล่อเยียนมีเงินสินสอดรวมกับสินเดิมคือ1299 หยวนบวกกับเงินในมิติที่เก็บไว้จากการหาในค่ายชนบทคือ1900 หยวน แล้วยังมีเงินที่หยางหมิงเฉิงให้เธอมาอีก 500หยวนรวมตอนนี้เธอมีเงินเก็บในมือ 3,699 หยวนเล่อเยียนไม่ได้บอกเขาเลยด้วยซ้ำว่าสินสอดพ่อของเธอยกให้ทั้งหมดการได้ครอบครองเงินนี่มันช่างมีความสุขเสียจริงเลย
" อีกไม่กี่วันเงินเดือนรวมทั้งเงินพิเศษที่ผมออกไปปฏิบัติภารกิจก็จะออกแล้วล่ะครับคุณไม่ต้องห่วงแต่ผมคงต้องส่งให้แม่ของผมบ้าง คุณจะว่าอะไรไหมครับ " เขารู้สึกเกรงใจถึงแม้ว่าเธอจะพูดไปแล้วว่าเต็มใจ
" คุณรับผิดชอบพวกเขายังไงก็ทำต่อไปเถอะค่ะแต่อย่าให้มันมากจนเกินพอดีก็พอเพราะพวกเรากำลังจะมีลูกแล้วนะคะ"เธอไม่รู้ว่าเขาส่งเงินให้แม่เขาเท่าไหร่ในแต่ละเดือนจึงพูดดักทางไว้ก่อน
" ผมส่งให้ที่บ้านเดือนละ 20 หยวนน่ะครับแล้วก็มีบ้านน้าหยางอีกเดือนละ 10 หยวน "เขาเงินเดือนเท่าไหร่กันทำไมถึงส่งให้เยอะขนาดนี้
" คุณจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าฉันจะถามถึงเงินเดือนในแต่ละเดือนของคุณ" เธอลังเลที่จะถามแต่คิดว่าตัวเองจำเป็นที่จะต้องรู้
" ไม่หรอกครับ ตอนนี้เงินเดือนผมอยู่ที่เดือนละ 80 หยวนมันเพิ่งจะขึ้นมาน่ะครับส่วนเงินพิเศษในแต่ละเดือนจะได้ไม่เท่ากันผมเลยตอบไม่ได้ว่าเดือนหนึ่งได้เท่าไหร่เคยได้มากสุด 200 หยวนน้อยสุด 30 หยวนครับ"เขาไม่คิดจะปิดบังอะไรภรรยาอยู่แล้ว เพราะต่อไปเธอต้องเป็นคนดูแลเรื่องเงินทั้งหมด
" ผมจะส่งให้แม่เดือนละ10 หยวนส่วนน้าหยางคงเหลือแค่ 5หยวน คุณว่าดีไหมครับ "
" คุณให้คุณแม่ 20 หยวนเหมือนเดิมเถอะค่ะนับวันท่านยิ่งชราลงทำงานหนักต่อไปไม่ได้นานส่วนบ้านน้าฉันคิดว่าควรหยุดให้ได้แล้วค่ะ "เธอมองไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องจุนเจืออีกต่อไปเพราะเท่าที่ดูพวกเขาก็ไม่ได้ลำบากอะไรออกจะสบายเกินไปเสียด้วยซ้ำ เงิน 10 หยวน สมัยนี้นับว่ามากพอสมควรเลยล่ะ หากใช้จ่ายในแต่ละเดือน
" ตามใจคุณแล้วกันครับ "เขาก็เคยคิดที่จะหยุดช่วยเหลือแต่คำว่ากตัญญูมันจึงไม่สามารถทำได้แต่ในเมื่อเขามีครอบครัวแล้วก็คงต้องคิดถึงครอบครัวเขาก่อนส่วนคนอื่นช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้วกัน