ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า

    ตอนที่ 44 : รอบ 2 เริ่มขึ้นเเล้ว

    ฉางกวงที่กลับมาถึงเรือนของตนเองก็ตัดสินใจจะเเบ่งเวลามายกระดับพลังปราณของตนเเต่ก็จะหักโหมเกินไปก็จะไม่ดีกับวันพรุ่งนี้ คิดได้ดังนั้นเขาจึงเริ่มต้นฝึกฝนภายในทันที


    ปราณขั้น 4 ของเขาในตอนนี้เสถียรมากพอเเล้ว จึงไม่มีปัญหาอันใดเลยที่จะฝึกฝนเพิ่มเติมออปราณในขอบเขตของขยายปราณจากที่เขาได้ความรู้มาจากอาจารย์ของตนนั้น  ปราณในขอบเขตขยายปราณนั้น

    จุดมุ่งหมายในขั้นนี้ก็คือทำให้ปราณตัวเองเพิ่มขึ้นทบทวีขึ้นจากเดิม


    โดยปกติการที่ตั้งสมาธิฝึกไปเรื่อย ๆ ก็จะพัฒนาขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งเป็นวิธีที่คนปกติมักจะใช้กัน  เเต่ด้วยความเก่งกาจของเเขกอาวุโส ทำให้เขารู้ถึงความหมายที่เเท้จริงของขอบเขตขยายปราณ  นั่นก็คือ การรวบรวมพลังงานธาตุจากธรรมชาติมาสะสมไว้ในร่างกายเพื่อทำให้พลังปราณที่ปล่อยออกมาได้นั้นทบทวียิ่งขึ้น


    ฉางกวงตอนเเรกที่เขาได้ยินเช่นนั้นก็พลันคิดหนัก เนื่องจากปราณสีขาวของเขาคือธาตุเหมันต์เเต่ในธรรมชาติทั่วไปจะมีธาตุนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ฉะนั้นถ้าเขาต้องการซึมซับธาตุเหมันต์เขาจะต้องกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์จันทราเพื่อก่อตัวพลังปราณเหมันต์ในร่างกาย 


    “งั้นในตอนนี้ข้าก็ก่อตัวธาตุอัคคีไปก่อนก็เเล้วกัน”  ฉางกวงคิดได้ดังนั้นจึงเริ่มตั้งสมาธิรวบรวมพลังงานธาตุอัคคีที่อยู่ในธรรมชาติปกติ

    เพ่งสมาธิไปยังในร่างกายของตนเอง  ผ่านไป 1 เค่ออย่างรวดเร็ว  เขาก็พลันเริ่มเห็นก้อนพลังงานสีเเดงส้มขนาดเท่าเมล็ดเเตงโมกำลังลอยค้างอยู่ในจุดศูนย์กลางของร่างกายเขา 


    “จากที่ข้าได้ยินมาจากอาจารย์ ขั้น 4 ที่ยังไม่มีก้อนพลังงานธาตุอยู่ในตัวนั้นก็นับได้เเค่ว่าสัมผัสกับขั้น 4 ก็เพียงเท่านั้น”  คิดได้ดังนั้นเขาจึงได้เเบ่งสมาธิอีกว่วนไปก่อตัวพลังงานธาตุเหมันต์ด้วยเช่นกัน เเต่ก็เห็นได้ชัดว่าเเค่เพียงพลังงานจากปราณของเขาอย่างเดียวนั้นนับว่าไม่เพียงพอเเม้เเต่น้อย  


    “ข้ายังมีเจ้าไฟเหมันต์นั่นอยู่นี่ ลองดูก็ไม่เสียหาย”  เขาจึงมุ่งสมาธิไปยังจุดที่ไฟเหมันต์อยู่ในทันที 


    “มันได้ผล”  ฉางกวงรู้สึกว่าพลังงานเหมันต์ที่ก่อตัวขึ้นมานั้นมีขนาดใหญ่กว่าก้อนพลังงานอัคคีของเขาเป็นอย่างมาก

    ถ้าเเขกอาวุโสหรือเหล่าคนระดับสูงได้มาเห็นก้อนพลังงานสีขาวนี่ สีหน้าคงจะตกตะลึง หลุดอุทานออกมาอย่างเเน่นอน

    เพราะโดยปกติทั่วไป ก้อนพลังงานที่ขอบเขตขยายปราณสามารถสร้างขึ้นมาได้นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดเเตงโมเพียงนิดเดียวเท่านั้น  เเต่กับของฉางกวงนี่ ก้อนพลังงานสีขาวกลับมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับส้มลูกหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปมันไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเเน่นอน

    ก้อนพลังงานทั้งสองได้พลันส่งเสริมปราณที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเขา ทำให้รู้สึกได้ว่ามีเรี่ยวเเรงเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด 


    “เอาล่ะ พอเท่านี้ก่อน”  ฉางกวงเมื่อเห็นว่าตนเองก่อก้อนพลังงานขึ้นในตัวเองได้เเล้วนั้นจึงรีบพักผ่อนอย่างรวดเร็ว 

    พอตื่นขึ้นมาเขาก็รีบเดินทางไปยังจุดที่นัดหมายกับอาจารย์เเละเจียงหวงในทันที 

    พอเขามาถึงก็เห็นทั้งสองยืนรออยู่ก่อนเเล้ว 


    “ท่านอาจารย์ เจียงหวง ข้าขออภัยด้วยที่มาช้า”  ฉางกวงเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิด


    “ไม่เป็นไรอันใดหรอก เอาล่ะในเมื่อมากันครบเเล้วก็ออกเดินทางกันได้”

    ทั้งสามพลันเคลื่อนไหวไปยังทิศทางออกจากเมืองมัจฉาวารีอย่างรวดเร็ว  โดยที่เจียงหวงจะช้ากว่าฉางกวงเเละเเขกอาวุโสจ้าวอยู่เล็กน้อย 


    “กวงเอ๋อ เจ้าสร้างก้อนพลังงานธาตุได้เเล้วซินะ ขอยินดีต้อนรับสู่ขั้น 4 อย่างเต็มตัว”  เเขกอาวุโสยิ้มอย่างพึงพอใจ


    “ขอรับ”  ฉางกวงพยักหน้า 


    “ส่วนหวงเอ๋อไม่ต้องเสียใจไป จากที่ข้าสังเกตตัวเจ้าเเล้ว ปราณของเจ้าในตอนนี้ใกล้เคียงกับขั้น 4 เเล้ว”  อาจารย์อาวุโสจ้าวเอ่ยปลอบอย่างเสียมิได้


    ระหว่างทางที่เดินทางออกมานั้น ตรงด้านหน้าป่า พวกเขาทั้ง 3 ก็เริ่มเห็นพลังปราณหลายเส้นสายที่เเข็งเเกร่งไม่น้อยกว่าพวกเขาเลย  กำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกับพวกเขา เห็นดังนั้นทั้ง 3 สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมขึ้นไม่น้อย


    ทั้งสามเดินทางต่อมาได้อีกซักพัก ก็เห็นกลุ่มคนยืนกันเเน่นขนัด เสียงดังจ้อกเเจ้ก

    เมื่อฉางกวงกับเจียงหวงเห็นเหล่าศิษย์สายนอกนั่งรวมกันเป็นแถว ๆ จึงรีบไปรวมตัวด้วยอย่างรวดเร็ว


    พอดีกับที่ “ เอาล่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาเเล้ว ข้าคาดว่าพวกเจ้าทุกคนคงจะรู้กฎกติกาของรอบนี้เเล้ว

    พวกเจ้าคนใดมีข้อสงสัยรึไม่”  ผู้อาวุโสที่คุมสอบเอ่ยพลางหันไปมองยังศิษย์สายนอกที่นั่งเรียงเเถวกันอย่างเรียบร้อย  พอเห็นไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจาอันใด ก็พยักหัวอย่างพึงพอใจ


    “งั้นข้าขอประกาศเริ่มการทดสอบได้…ณ…บัดนี้”  สิ้นเสียงของผู้คุมสอบเเล้วเเต่ละเเถวก็พลันกระจายตัวไปในทิศทางด้านหน้าของตน 


    เพื่อไม่ให้ผู้เข้าทดสอบเกาะติดกันเกินไป ทางสำนักจึงใช้วิธีกระจายเเถวผู้ที่สอบผ่านเเต่ละเเถวไปเป็นรูปเเบบวงกลม


    “จากที่ข้าได้ฟังมาคร่าว ๆ ก่อนเวลา 1 เค่อทุกคนยังจะไม่สามารถจู่โจมกันได้ ต้องใช้เวลานี้เตรียมตัวให้พร้อม”  ฉางกวงที่เดินไปกับเเถวของตน สีหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม การคัดเลือกรอบนี้ทุกคนก็สามารถเป็นศัตรูของเจ้าได้  การที่ไม่เตรียมตัวถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สิ้นคิดเป็นอย่างมาก   พอเดินมาได้ชั่วจิบชาศิษย์พี่สายในที่คุมเเถวก็สั่งให้ทุกคนในเเถวของฉางกวงกระจายตัวกันได้


    เพื่อไม่ให้เเต่ละเเถวพบกันได้ง่ายเกินไป ทางสำนักจึงกำหนดให้เเต่ละเเถวเดินตรงไประยะทางที่ต่างกัน 

    เเถวของฉางกวงนั้นเดินเข้ามาได้ค่อนข้างที่จะไกล พอสิ้นเสียงของศิษย์พี่สายใน ทุกคนก็พลันมองหน้ากันอยู่สักพัก จึงเริ่มเดินเเยกออกไปเป็นฝั่งซ้าย ขวา ฉางกวงเองก็เดินออกไปทางฝั่งซ้ายพลางหันมองรอบ ๆ ด้วยว่ามีผู้ใดสะกดรอยตามมารึเปล่า


    “หวังว่าเจียงหวงจะผ่านรอบนี้ได้นะ พลังปราณของเขาค่อนข้างจะต่ำเลยเมื่อเทียบกันคนอื่น ๆ”  ฉางกวงพึมพำกับตนเองพลางมองรอบข้างอย่างระมัดระวัง


    “ฮัด…ชิ้ว ทำไมข้ารู้สึกว่ามีคนพูดถึงข้าอยู่นะ”  เจียงหวงที่เดินไปกับกลุ่มของตนเอง พลันถูจมูกอย่างไม่รู้ตัว


    ฉางกวงเมื่อสังเกตเเล้วว่าไม่มีผู้ใดตามเขามาจริง ๆ จึงเริ่มทำตามเเผนในใจของตนโดยทันที


    “ก่อนอื่นเลย ข้าต้องหาอาหารเตรียมไว้ก่อนรวมถึงน้ำสะอาดด้วย”  ถึงเเม้ว่าฉางกวงจะเป็นผู้ฝึกตนในขั้น 4 เเล้วเเต่ในเรื่องการเอาชีวิตรอดโดยการอดอาหารก็จะเหนือกว่าคนปกติทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาจึงพลันจึงพุ่งตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลังปราณขั้น 4


    ผ่านมาได้อีกชั่วจิบชานั้นเอง เขาพลันเจอเเม่น้ำอยู่สายหนึ่ง เเม่น้ำสายนี้ดูไปก็ไม่นับว่าใหญ่เลยเเม้เเต่น้อย  เเต่พอสังเกตดูดี ๆ ก็เห็นว่าในเเม่น้ำพอมีฝูงมัจฉาเเหวกว่ายผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว


    “จุดนี้เหมาะสมจริง ๆ ที่จะพักอาศัย เเต่คงไม่ใช่ข้าเพียงคนเดียวเป็นเเน่ที่ค้นพบสถานที่เเห่งนี้”  ฉางกวงเอ่ยพลางหันไปมองยังบริเวณที่เขาสัมผัสได้ถึงก้อนพลังปราณ 


    “อย่างน้อยก็มี 2 3 คนเป็นเเน่ ถึงตอนนี้พวกเขาจะไม่สามารถทำอันใดได้เเต่ในอีกครึ่งเค่อก็ใช่ว่าจะไม่ทำ”  ฉางกวงครุ่นคิดอยู่ซักพัก พลันได้คำตอบขึ้นมาในใจ 


    เขาไม่รอช้าพลันร่ายวิชา ‘เหมันต์พิโรธ’ เเท่งน้ำเเข็งยาวเเหลมเเท่งหนึ่งพลันปรากฎขึ้นบนมือเขา 

    เห็นดังนั้นเขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ 


    พอเขาเตรียมเเท่งน้ำเเข็งเสร็จ  เขาก็จ้องมองยังบริเวณเเม่น้ำอยู่ชั่วครู่ ซักพักหนึ่งเขาก็เริ่มพุ่งออกไปยังบริเวณเเม่น้ำอย่างรวดเร็วพลางเสือกเเทงเเท่งน้ำเเข็งอย่างรวดเร็วเช่นกัน ถ้าเเขกอาวุโสจ้าวเเละเจียงหวงมาเห็นฉางกวงในสภาพนี้ คงจะอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างระอา  วิชาธาตุพิเศษของเจ้านำออกมาใช้เเทงปลาเช่นนี้หรอกรึ เเค่คิดตามก็ไม่รู้จะปวดหัวหรือหัวเราะขบขันดี


    คน 2 3 คนที่อยู่บริเวณนั้นก็ไม่ต่างกัน พวกเขาเห็นชัดเจนว่าฉางกวงร่ายวิชานำเเท่งน้ำเเข็งไปเเทงปลา  ก็อดไม่ได้ที่จะเหนื่อยใจกับฉางกวง สีหน้าของพวกเขาพลันเหยเก เเต่พวกเขาไม่ทันสังเกตเลยว่าพวกเขาได้ลดความระมัดระวังกับฉางกวงลงไม่น้อย


     ฉางกวงที่เเทงปลาอย่างเมามัน ตอนเเรกที่เเทงได้มาตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 ก็พลันหัวเราะอย่างผู้ชนะ เเต่พอเเทงไปเเทงมาก็ไม่ได้ปลาตัวที่ 3 เลย อารมณ์ก็เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดเเทงลงไปไม่ยั้งเลยเเม้เเต่น้อย 

    พอเเทงจนตัวเองหอบเเฮ่ก ๆ จึงเดินขึ้นจากเเม่น้ำด้วยความหัวเสียพลางรวบรวมกิ่งไม้มารวม ๆ กันเเล้วถ่ายทอดพลังปราณสีส้มเเดงลงไปในกิ่งไม้เหล่านั้น ด้วยพลังปราณขั้น 4 กิ่งไม้จึงติดไฟอย่างรวดเร็ว 


    พอเห็นเช่นนั้นฉางกวงก็ปิ้งปลากินพลางร้องรำทำเพลงอย่างมีความสุข 

    เมื่อเห็นเหตการณ์เป็นเช่นนี้คนที่กำลังจับตาดูเขาอยู่นั้น ก็พลันรู้สึกได้ว่าท้องของพวกตนส่งเสียงออกมาเช่นกัน  จึงมีหนึ่งในนั้นที่รู้สึกทนไม่ไหวเเล้วเดินออกมาจากที่ซ่อน พลันเดินเข้ามาหาฉางกวงอย่างรวดเร็ว


    “เจ้าศิษย์ใหม่ จงส่งปลาปิ้งเเละหยกของเจ้ามาบัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไร้เมตตาล่ะ”  คนผู้นี้น้ำเสียงดูถูกฉางกวงอย่างชัดเจน ในตอนเเรกที่เขาสังเกตฉางกวงนั้น เขาก็ระมัดระวังอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก  เเต่พอเห็นพฤติกรรมของฉางกวงก่อนหน้านี้เเล้ว ก็อดที่จะผิดหวังไม่ได้ว่าทำไมตนต้องมาระวังคนเยี่ยงนี้ด้วย  ดูยังไงก็เป็นมือใหม่เพียงเท่านั้น เจ้านี่จะเเข็งเเกร่งกว่าเขาผู้ที่อยู่มาจะ 3 ปีได้ยังไง


    “สหาย ท่านเองก็มากินด้วยกันสิ”  ฉางกวงยื่นปลาปิ้งให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว


    “เจ้ายังไม่รีบอีก อยากเจ็บตัวรึไร”  น้ำเสียงรอบนี้เต็มไปด้วยความดูถูกที่เพิ่มขึ้น


    เมื่อเห็นว่าฉางกวงยังนั่งกินปลาปิ้งอย่างนิ่งเฉยคล้ายกับไม่เเยเเสเขาเลยสักนิด  จึงพุ่งตัวเตรียมเข้าไปสั่งสอนอีกฝ่ายให้รู้ซึ้งถึงความหยิ่งยโสของตนเอง


    ฉางกวงที่กำลังก้มหัวกินอยู่นั้น เเววตาพลันเปลี่ยนเป็นลึกล้ำอยู่ชั่วกะพริบตา เเล้วพลันหายไปอย่างรวดเร็ว


    “สัมผัสนี้มัน ไม่ดีเเน่”  ศิษย์สายนอกผู้ที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาใกล้ถึงฉางกวงหน้าพลันเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912