ลืมตามองเพดานพร้อมกับขยี้ตาเบาๆเพื่อความสายตาก่อนจะยืดแขนยืดขาเพื่อบิดี้เีคลายความเมื่อยในเช้าวันพฤหัสบดีแบบนี้จริงๆ ไทม์ควรจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้วแต่เมื่อคืนอาจารย์ไลน์บอกในกลุ่มว่าขอยกคลาสเพราะติดงานเลยทำให้ตอนนี้ไทม์ยังนอนแอ้งแม้งบนที่นอนอยู่
พลิกตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนตู้ข้างหัวนอนกดเปิดหน้าจอพบว่าตอนนี้ 9 โมงกว่าแล้วไทม์ยันตัวลุกก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก ทำการล้างหน้าล้างให้สดชื่นขณะที่กำลังแปรงฟันเสียงแจ้งเตือนจากมือถือก็ดังขึ้นให้ผมละสายตาหันไปมอง
ใช้นิ้วก้อยที่ยังไม่เปียกน้ำกดปลดล็อคหน้าจอก่อนจะกดที่ข้อความแจ้งเตือนไทม์ไล่อ่านข้อความแจ้งเตือนทีละตัว
‘วันนี้เป็วันเกิดของLukeggeasy’
มันคือแจ้งเตือนวันเกิดแล้วชื่อไอดีนี้ก็เป็ของลุคด้วยงั้นแสดงว่าวันนี้เป็วันเกิดลุคน่ะสิ
จัดการตัวเองเสร็จเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ลืมที่จะหยิบมือถือออกมาด้วยไทม์เดินกลับมานั่งบนเตียงกดเข้าแอปแชทไลน์ก่อนจะทักไปหาใครบางคน
time 00.00 : พี่ลูซี่ครับ
time 00.00 : ว่างมั้ยครับ
รอไม่นานก็ข้อความจากอีกฝั่งก็ตอบกลับมา
Lucyxx: ว่างอยู่ค่ะ
Lucyxx: มีอะไรรึเปล่าคะ
time 00.00 : ผมเห็นแจ้งเตือนในไลน์ว่าวันนี้วันเกิดพี่ลุคน่ะครับ
time 00.00 : ผมไม่แน่ใจว่าใช่ป่าว
Lucyxx: อ๋อ
Lucyxx: ใช่ค่ะ วันนี้วันเกิดลุคมัน
เป็ไปตามอย่างที่คิดวันนี้วันเกิดลุคจริงๆด้วย แต่เขายังไม่มีของขวัญเลยทำไงดี
time 00.00 : ผมยังไม่มีของขวัญเลยครับ
time 00.00 : ทำไงดี
Lucyxx: งั้นไปซื้อพร้อมพี่มั้ยคะ
time 00.00 : ได้หรอครับ
Lucyxx: ค่ะ พี่อยากจะให้เรามาช่วยเลือกของขวัญด้วย
time 00.00 : งั้นโอเคครับ ให้ผมไปกี่โมงครับ
Lucyxx: สักสิบเอ็ดโมงก็ได้ค่ะ
Lucyxx: เจอกันที่นี่นะคะ
Lucyxx: ส่งโลเคชั่น
time 00.00 : โอเคครับ เจอกันครับ
Lucyxx: เจอกันค่ะ
ยืนชะเง้อคอมองตึกสูงระฟ้าตรงหน้าสลับกับโลเคชั่นในมือถือเพื่อความแน่ใจว่ามาถูกจริงๆก่อนจะพี่ยามคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม “น้อง มีธุระอะไรรึเปล่า”
“เอ่อ…คือผมมาหาคนน่ะครับ”
“ได้นัดไว้รึเปล่า”ไทม์พยักหน้าตอบพี่ยามไปจะบอกว่านัดรึเปล่าผมก็ยังไม่แน่ใจเพราะลูซี่แค่ส่งโลเคชั่นมาว่าให้มาเจอที่นี่แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรไว้“งั้นไปติดต่อประชาสัมพันธ์ด้านในเลย”
“โอเคครับขอบคุณมากครับ”
เดินเข้าไปด้านในตึกตามที่พี่ยามบอกพอเข้ามาถึงก็ต้องตะลึงกับความโอ่อ่าของด้านใน กวาดสายตามองรอบๆ สำรวจอย่างพินิจความสูงด้าของเพดานสูงลิบจนแทบจะวัดไม่ได้ส่วนความกว้างของตรงล็อบบี้ด้านหน้าไม่ต้องพูดถึงน่าจะกว้างขนาดเท่าสนามฟุตบอลที่เขาใช้กันได้เลย ฝั่งด้านซ้ายมีเก้าอี้หลายตัวตั้งเรียงกันน่าจะเป็โซนรับแขกส่วนฝั่งขวามีคาเฟ่ชื่อดังตั้งอยู่ส่วนตรงกลางตึกบริเวณบันไดเลื่อนมีน้ำตกและเหล่าต้นไม้พันธุ์เลื้อยนาๆชนิดตกแต่งอยู่รอบๆราวกับว่าถ้าขึ้นไปชั้นบนจะเข้าไปในป่าอเมซอนอย่างไงอย่างงั้นเลย มองดีๆ ส่วนตรงกลางมันเป็แบบพื้นที่โปร่งทรงกระบอกแล้วล้อมลอบด้วยระเบียงของแต่ละชั้นเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันเรียกว่าอะไรแต่พอมองดูๆ ดีแล้วนี่มันห้างสรรพสินค้าห้างชัดๆ เลย
เมื่อสำรวจอย่างพอใจผมก็เดินไปตรงจุดประชาสัมพันธ์“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าติดต่อเื่อะไรคะ”
“อ่า…”ติดต่อเื่อะไรอันนี้เขาคิดไม่ออก ถ้าบอกว่ามาหาพี่ลูซี่ไปเขาจะว่าอะไรมั้ยนะแล้วเขาจะรู้จักพี่ลูซี่รึเปล่า “คือ…ผมมาหาพี่ลูซี่น่ะครับ”
“ขอบัตรประชาชนหน่อยค่ะ”หยิบบัตรประชาชนส่งให้พี่พนักงาน เธอคีย์ข้อมูลอยู่ครู่ก่อนจะส่งคืน
“เดี๋ยวเชิญนั่งรอที่โซนรับแขกฝั่งขวามือก่อนนะคะพอดีคุณลูซี่ติดประชุมอยู่ อีกประมาณยี่สิบนาทีกว่าจะเลิกน่ะค่ะ”
“อ๋อได้ครับ ขอบคุณมากครับ”
รับบัตรประชาชนเก็บใส่กระเป๋าก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซนรับแขกก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นรอ
นั่งเล่นโทรศัพท์ไปพลางแก้เบื่อระหว่างนั่งรอเล่นไปสักพักก็เห็นว่าแบตเหลือเพียง 40%เลยต้องตัดสินใจเก็บมือถือลงเพื่อเซฟแบตไม่ให้หมดทำให้ตอนนี้ว่างสุดๆ เลยด้วยความไม่มีอะไรทำไทม์เลยเปลี่ยนมานั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาแทน
ระหว่างรอก็นั่งคิดเื่ของขวัญที่จะซื้อไปพลางเขาไม่รู้ลุคชอบอะไรไม่ชอบอะไรรู้แค่ว่าเขานิสัยแบบไหนแล้วก็เป็พี่ชายของลูซี่แค่นั้นส่วนอย่างอื่นเขาไม่รู้เื่อะไรเลย
“ว๊าย!!!”เสียงร้องของใครบางคนทำให้เขาต้องหันไปมองพบว่าเป็ผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็พี่พนักงานที่นี่กำลังก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายตามพื้นเมื่อเห็นดังนั้นไทม์ก็ลุกจากเก้าอี้ตรงไปช่วยพี่เขาเก็บในทันที
“ผมช่วยนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ”ทำการเรียงก่อนจะยื่นกองสุดท้ายที่อยู่ในมือของตัวให้พี่เขาแต่ยังไม่ทันทีเธอจะรับปึกที่อยู่ในแฟ้มที่เธอถืออยู่ก็ร่วงออกมากระจัดกระจายอีกครั้ง“ไม่นะ!!”
อ่า…แย่ล่ะ
พี่พนักงานเริ่มลนก่อนจะรีบก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายตามพื้นแต่เหมือนยิ่งเก็บยิ่งแย่คงเพราะว่าเมื่อเธอเก็บเธอก็หนีบเอาไว้แต่พอจะเอื้อมมือไปเก็บกระดาษที่หนีบเอาไว้ก็ร่วงอีก
“เอ่อ…ผมว่าเอากระดาษที่เก็บวางไว้บนโต้ะแล้วหาอะไรทับดีกว่ามั้ยครับไม่งั้นมันก็ร่วงอยู่แบบนี้”
“ไม่เป็ไรค่ะอ๊ะ!?” ยังพูดไม่จบประโยคเอกสารที่เก็บก็ปลิวว่อนอีกรอบถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่างวันนี้ก็คงเก็บกันไม่เสร็จแน่จัดการเอาปึกกระดาษในมือเอาไปวางบนโต๊ะกระจกแล้วเอาโทรศัพท์ทับไว้ไม่ให้มันปลิวก่อนจะหันไปขอกระดาษในมือของพี่เอาเพื่อจะเอามาวาง
“ขอกระดาษอันนั้นหน่อยครับผมจะเอามาวาง”
“คะ? เดี๋ยวนะคะอ๊ะ!?” เธอยื่นเอกสารในมือให้แต่ก็มีบางส่วนที่หล่นเพราะถือไม่ดีแต่โชคดีที่เขาเอามือไปรองรับไว้ทันไม่งั้นมีหวังได้เก็บใหม่แน่ๆ
ไทม์วางปึกกระดาษวางบนโต๊ะข้างๆกองแรกก่อนจะหันไปช่วยพี่พนักงานเก็บกระดาษที่เหลือจนเสร็จจะว่าไปนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีถุงผ้าอยู่หยิบถุงผ้าใส่เอกสารทั้งหมดลงกระเป๋าก่อนจะยื่นให้เธอเพราะคิดว่านี่น่าจะเป็การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแหละ
“ผมเอาเอกสารใส่ถุงผ้าให้แล้วคราวนี้ก็คงไม่ร่วงกระจายแล้วล่ะครับ” นอกจากเธอจะทำร่วงทั้งกระเป๋าน่ะนะ
“ขอบคุณมากนะคะขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันคงแย่แน่”
“ไม่เป็ไรครับผมเต็มใจช่วย”
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เธอค้อมศรีษะเล็กน้อยก่อนจะแยกตัวออกไป
“เป็คนใจดีเหมือนกันนะคะ”เสียงอันคุ้นเคยให้เขาต้องหันไปมองในทันที “พี่ลูซี่! สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ”
“เมื่อกี้พี่ลูซี่เห็นด้วยหรอครับั้แ่เมื่อไหร่”
“ั้แ่เราเลิกเล่นมือถือนั่นแหละค่ะ”งั้นก็หมายความว่าเห็นั้แ่แรกสินะ “อ่าว แล้วทำไมพี่ลูซี่ไม่เข้ามาหาผมล่ะครับ”
“พี่ไม่อยากรบกวนน่ะค่ะเห็นเรายุ่งกันอยู่”
“งั้นเราไปกันเลยมั้ยครับ”หยิบมือถือขึ้นมาเช็คเวลาเหมือนว่าตอนนี้จะบ่ายกว่าแล้ว “งั้นไปกันค่ะ”
รถยนต์Mercedes-Benzสีดำเคลื่อนตัวไปตามถนนเส้นหลักด้วยความเร็ว 60 กม. / ชม.ระหว่างทางเราไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากส่วนนึงเพราะเห็นว่าอีกคนขับรถอยู่เลยไม่อยากกวน
ระหว่างทางไทม์ได้ข้อมูลจากลูซี่จริงๆ แล้ววันนี้จะไม่มีปาร์ตี้วันเกิดมากสุดก็แค่นัดเพื่อนพี่น้องคนสนิทมากินข้าวกินขนมกันไม่ใช่ว่าแค่ปีนี้ที่ไม่อยากจัดแต่ปกติก็ไม่มีการจัดปาร์ตี้วันเกิดอยู่ของพลุคอยู่แล้วด้วยเหตุผลที่ว่า ‘วุ่นวาย’
ซึ่งมันขัดกับนิสัยของลุคมากเพราะดูภายนอกเขาเหมือนคนชอบปาร์ตี้แต่ความจริงคือไม่ชอบความวุ่นวายแต่เขาก็คิดว่าก็แค่วันเกิดไม่จำเป็ต้องจัดอลังการแค่กินข้าวกินขนมพร้อมหน้าพร้อมหน้าแค่นั้นก็เกินพอแล้ว
ถึงห้างสรรพสินค้ารถยนต์คันหรูค่อยๆเทียบจอดที่ลานจอดรถเราเดินเข้าห้างระหว่างเดินไทม์ก็คอยสอดส่องหาของขวัญสำหรับลุคอยู่ตลอด
“พี่ลูซี่ครับพี่ลูซี่จะซื้อของขวัญอะไรให้พี่ลุคหรอครับ”
“คงเป็พวกเกมส์ไม่ก็ฟิกเกอร์แหละค่ะมันชอบอะไรพวกนี้” จะว่าไปคราวก่อนที่มาห้างลุคก็ซื้อฟิกเกอร์ไปเยอะแล้วแล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าซื้อไปมันจะซ้ำกับของเก่าหรือเปล่า
“อืม…คิดไม่ออกเลยครับทำไงดีพี่ลูซี่ช่วยคิดหน่อยครับ” หันไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างตัวอีกอย่างลูซี่ก็เป็น้องสาวคิดว่าถามจากคนใกล้ตัวนี่แหละดีที่สุดแล้ว
“ก็ได้นะแต่ต้องมีค่าตอบแทนนะคะ”
“ง่า…ก็ได้ครับว่าแต่จะให้ตอบแทนอะไรหรอครับ” ลูซี่ยกยิ้มุมปากเล็กน้อย“เอาไว้พี่คิดออกแล้วเดี๋ยวบอกนะคะ”
“ก็ได้ครับ”ของตอบแทนหรอ คงเป็ของที่ไม่ยากอะไรหรอกมั้ง
เราเดินวนดูจนรอบห้างจนมาหยุดที่ร้านขายเกมส์และฟิกเกอร์ไทม์กับพี่ลูซี่แยกกันดูของขวัญเดินไปตามวอกซอยพร้อมกับกวาสายหาของที่คิดว่าจะเหมาะเป็ของขวัญให้พี่ลุคเดินวนอยู่สักพักจนไปหยุดอยู่ที่โซนเกมส์ผู้ใหญ่
เหล่าแผ่นเกมส์หลากหลายสีที่มีรูปทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่แต่งตัววาบหวิวมุมขวาล่างแปะสติ๊กเกอร์ 20+ เอาไว้ ดูก็รู้นี่มันเกมส์โป๊ชัดๆ!!
“อยากได้หรอคะ”เสียงกระซิบจากคนด้านหลังทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกพบว่าเป็ลูซีที่กำลังยกยิ้มมองเขาสลับกับเกมส์โป๊ที่อยู่บนเชลล์
ชิบหายแล้ว!!
“ป่าวนะครับ…คือ…ผมแค่เห็นแล้วก็…สงสัยเฉยๆ”เธอเลิกคิ้วรอคำตอบพร้อมกับยกยิ้มมุมปากต่างกับเขาที่กำลังเลิ่กลั่กกลัวอีกคนจะเข้าใจผิด “เอ่อ…จริงๆนะครับ”
“หึค่ะ พี่เชื่อค่ะ” มุมปากที่ยกยิ้มนั่นดูก็รู้ว่าคงไม่เชื่อเธอคงคิดว่าเขาเป็เด็กนิสัยไม่ดีชอบเล่นเกมส์โป๊แน่ๆ เลย ฮือ~
เดินหากันอยู่เกือบชั่วโมงในที่สุดก็ได้ของขวัญสักทีไทม์ได้ฟิกเกอร์อนิเมะเื่ดังรุ่นลิมิเต็ดส่วนลูซี่ก็ซื้อเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่หลังจากจ่ายเงินกันเสร็จตอนแรกก็กะจะกลับกันเลยแต่ด้วยความหิวและตอนนี้ก็บ่ายกว่าแล้วต้องหาอะไรกินก่อนไม่งั้นได้หิวตายแน่
ร้านที่เลือกเป็ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเปิดใหม่ภายในร้านตกแต่งโทนแดงสลับขาว มีป้ายมีตู้เกมส์ตั้งเป็ของตกแต่งดูๆแล้วนึกถึงพวกร้านอาหารฟาสฟู้ดในเกมส์เลย
ทันทีที่อาหารมาเสริฟด้วยความหิวผมก็รีบจัดการอาหารตรงหน้าทันทีต่างกับจานของลูซี่ที่ยังไม่พร่องเลยแม้แต่น้อย “พี่ลูซี่ไม่กินหรอครับ อร่อยนะ”
ลูซี่เท้าคางพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย“แค่เห็นหนูกินพี่ก็อิ่มแล้วค่ะ”
ประโยคนั่นทำให้มือที่กำลังจะเข้าปากหยุดชะงักทันทีเดี๋ยวนะ หนูหรอ “ทะ-ทำไมต้องเป็หนูด้วยล่ะครับ มันแปลกๆนะครับ”
“ทำไมล่ะคะน่ารักดีออก หนูไทม์ของพี่” ยิ่งฟังรู้สึกแปลกๆมันไม่ได้เชิงขนลุกแต่มันรู้สึกถึงใบหน้าที่เห่อร้อนหัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
บ้าเอ้ย!!นี่เราเขินหรอเนี่ย
“นะ-น่ารักอะไรล่ะครับผมหล่อต่างหาก” พูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพื่อกลบความเขิน “ค่ะ หล่อมากค่ะทั้งหล่อทั้งน่ารักจนพี่เลิกมองไม่ได้เลยค่ะ”
มุมปากที่ยกยิ้มกับน้ำเสียงนุ่มๆยิ่งทำให้ผมเขินมากขึ้นไปอีก
“ฮือ~~ พี่ลูซี่อ่ะอย่าแกล้งกันแบบนี้สิครับ ผมเขินนะ” ยกมือปิดหน้าตัวเองเพื่อปิดความเขิน “ค่ะๆพี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เดี๋ยวคนน่ารักแถวนี้จะเขินจนกินข้าวไม่ได้”
บึนปากเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกคนยังคงแกล้งไม่หยุด“พี่ลูซี่อ่ะ ฮือ” เขาจะเขินไม่ไหวแล้วนะ “ผมงอนละ-โอ๊ย!!”
ยังพูดไม่ทันขาดคำมือเ้ากรรมก็ดันไปกระแทกกับโต๊ะซะงั้นเวรเอ้ย กะจะแกล้งงอนซะหน่อยเชียว ไอ้มือบ้าให้ความร่วมมือหน่อยก็ไม่ได้
“เจ็บมากมั้ยคะ”
“เจ็บ…ครับ”เพราะความเจ็บทำให้ไทม์พูดได้ไม่เต็มเสียง ได้แต่นั่งกุมมือแล้วทำหน้าเบ้“พี่ขอมือหน่อยค่ะ”
“เอาไปทำไมอ่ะครับซี๊ด”
“พี่จะทายาให้ค่ะ”ถึงยังจะงงๆแต่ก็ส่งมือให้ ลูซี่จับมือไทม์เบาๆ ก่อนจะหยิบขวดเล็กๆบางอย่างออกมาจากกระเป๋า เขาหรี่ตามองพบว่ามันคือยาหม่องแบบน้ำ
“เจ็บก็บอกนะคะ”
“ครับ”เธอเปิดฝาขวดก่อนจะทาตรงจุดที่กระแทกกับโต๊ะพร้อมกับเกลี่ยยาให้ทั่วแผลแทนที่สายตาควรจะจดจ้องมือที่กำลังถูกทาแผลกลับกลายเป็มองหน้าเธอซะงั้น
ดวงตาคมขนตาเรียงสวย ปากเล็กสีแดงอวบอิ่มทุกอย่างตอบรับใบหน้าเรียวสวยได้เป็อย่างดีดูๆแล้วสวยจนละสายตาไม่ได้เลย
“จ้องพี่แบบนี้พี่คิดตังค์นะคะ”เสียงเรียกดึงสติผมให้หลุดออกจากภวังค์แล้วพบว่าอีกคนกำลังมองเขาอยู่ด้วยเช่นกัน
“ขอโทษครับผม-ผมไม่ได้ตั้งใจมองนะครับ คือ…ก็ พี่ลูซี่สวยเกินจนผมอดมองไม่ได้”
“ไทม์”
“ครับ”
“รู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาลนเราจะพูดสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกมา”ประโยคนั่นทำให้เขาต้องฉุกคิดก่อนจะยกมือที่ว่างจับหน้าของตัวเอง แย่ล่ะเผลอพูดสิ่งที่คิดออกไปซะได้ แล้วแบบนี้พี่ลูซี่จะคิดว่าเขาเป็คนยังไงเนี่ย ฮือ
“นี่ถ้าเจอพวกศัตรูแล้วเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราลนแบบเมื่อกี้พี่ว่าเราน่าจะโดนเก็บเป็คนแรกแน่ๆ”
“ง่ะ”ก็จริงอย่างที่พี่ลูซี่พูดนั่นแหละ ทุนเดิมไทม์ก็เป็คนซุ่มซ่ามอยู่แล้วแล้วยิ่งเวลาลนหรือถูกกดดันมากๆ มันจะทำให้เขาเผลอพูดสิ่งที่คิดออกมาทุกครั้งเลย
“แล้วมันดีหรือไม่ดีหรอครับ”
“มันมีทั้งข้อดีแล้วก็ไม่ดีค่ะข้อดีก็คือรับรู้ว่าคนๆ นั้นมีความจริงใจหรือเปล่าส่วนข้อเสียถ้ามีข้อมูลสำคัญอีกฝ่ายจะรู้หมด ไม่ก็ถ้ารู้ว่าเราไม่จริงใจโดนฆ่าแน่ๆค่ะ”
พอฟังแล้วมันเหมือนจะดูดีแต่ไม่ดูดีเลยสักนิดแบบนี้ถ้าอนาคตเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาเขาแย่แน่ๆ
“กังวลหรอคะ”ไทม์เงยหน้า เหมือนว่าลูซี่จะอ่านสีหน้าเขาออกก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบ“ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจริงพี่ไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำอะไรเราได้หรอกค่ะ”
“พี่ลูซี่จะปกป้องผมหรอครับ”
“ค่ะ”
“แต่พี่ลูซี่เป็ผู้หญิงนะครับ”
“แล้วเป็ผู้หญิงมันปกป้องใครไม่ได้หรอคะ”น้ำเสียงและสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกคนทำให้ไทม์รู้สึกผิดทันที เขาพูดอะไรผิดหรอหรือประโยคของเขามันไปสะกิดอะไรบางอย่างของเธอเข้า
“เอ่อ…คือผมไม่ได้ตั้งใจจะหมายความว่าอย่างนั้นนะครับคือ..” ไทม์ไม่ได้จะหมายความว่าเป็ผู้หญิงจะปกป้องใครไม่ได้เพราะั้แ่เด็กเขาก็มีแม่ที่คอยดูแลคอยปกป้องอยู่ตลอด คือจะอธิบายยังไงดีล่ะเขาพูดไม่ถูก ปกติเขาจะได้ยินว่าผู้ชายจะต้องปกป้องผู้หญิงเสมอพอมาได้ยินแบบนี้มันค่อนข้างที่จะไม่ชิน
“ผมขอโทษครับผม…ไม่คิดว่ามันจะทำให้พี่ลูซี่รู้สึกไม่ดี ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ”เม้มปากก้มหัวสำนึกผิดก่อนจะมีมือมาลูบศรีษะเบาๆทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพบว่าอีกคนกกำลังยกยิ้มบางๆ อยู่
“ไม่เป็ไรค่ะเื่แค่นี้เอง พี่ก็ขอโทษเหมือนกันค่ะที่พูดไปแบบนั้น”
“แต่…”
“อย่าคิดมากค่ะแค่นี้เอง”
“ก็ได้ครับ”
รถยนต์คันโปรดเทียบจอดบริเวณที่จอดรถก่อนจะหันไปหยิบของที่อยู่เบาะหลัง “ทำไมรถเยอะจังครับมีคนอื่นนอกจากเรามาด้วยหรอครับ”
“คงจะเป็เพื่อนลุคมันน่ะค่ะ”
“เยอะมั้ยครับ”ไทม์หันมาถามด้วยสีหน้าที่กังวล “ไม่ต้องกังวลค่ะ มีแค่สามคนค่ะ”
พอได้ยินคำตอบเขาก็ดูโล่งอกทันทีดูท่าจะกังวลน่าดู
เราเดินเข้ามาในตัวบ้านสิ่งแรกที่ได้เห็นทันทีที่เข้ามาก็คือความวุ่นวายและเสียงโหวกเหวกโวยวายของคนสองคน
“ไอ้เหี้ย!!อีกล่ะ มึงโกงกูป่ะเนี่ยไอ้ลุค”
“โกงห่าอะไรล่ะก็เล่นอยู่ด้วยกันมั้ยล่ะ”
“พวกมึงจะเสียงดังทำไมเนี่ยหนวกหู”
“หนวกหูก็อุดหูสิ”
“อีห่านี่”สาวสวยหนึ่งเดียวในแก๊งค์หยิบหมอนใบโตที่อยู่ใต้หัวของคนที่นอนอยู่ปาใส่คนหัวสีเบจที่นั่งด้านล่าง“โอ๊ย ปาใส่กูทำไมเนี่ย เจ็บ”
“กูสิต้องเจ็บไอ้สัส ดึงมาได้” คนที่นอนอยู่ผงกหัวขึ้นมามองเพื่อนด้วยสายตาที่หงุดหงิด “โทษๆ”
“สวัสดีค่ะ”ลูซี่ทักทายแทรกการสนทนาของคนทั้งสี่เพื่อตัดปัญหาการตีกันก่อนไจ๋เพื่อนสาวในแก๊งของลุคจะลุกจากโซฟาตรงดิ่งมากกอดเธอพร้อมกับโยกตัวเบาๆ“น้องลูของพี่~~”“คิดถึง”
“คิดถึงเหมมือนกันค่ะ”
“น้องลู~” เวลทำท่าจะลุกขึ้นจากพื้นเพื่อตรงมาหาลูซี่แต่ก็โดนลุคดึงคอเสื้อเอาไว้จนเขาต้องกลับไปนั่งตามเดิม“มึงดึงกูทำไมเนี่ย กูจะไปกอดน้อง”
“กอดตีนกูนี่”ประโยคนั่นทำให้เธอถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที “มึงนี่ยังหวงน้องไม่เปลี่ยนเลย”พี่ไจ๋พูดก่อนนจะปล่อยให้เป็อิสระ
“กูไม่ได้หวงแต่มึงเป็ผู้ชายไอ้ลูมันเป็ผู้หญิงจะให้ไปกอดกันได้ไง”
“หรอแต่กูก็กอดไอ้ไจ๋ได้ปกตินะ” ประโยคของพี่เวลทำลูซี่อดสงสัยไม่ได้“พวกพี่คบกันหรอคะ”
ทุกคนมองไปทางเวลกับไจ๋พร้อมกัน“บ้าน่าน้องลู พี่เนี่ยนะจะไปคบกับไอ้เวล โคตรเป็ไปไม่ได้เลยล่ะ”
“อ๋องั้นตอนนี้พวกพี่ก็เป็แค่เพื่อนกันสินะคะ”เน้นคำว่าเพื่อนเพื่อดูอากัปกิริยาของคนทั้งสองแล้วก็ตามคาดเวลที่กินน้ำอยู่ถึงกับสำลักไอ ต่างกับไจ๋ที่ยังคงนิ่งแต่ดูเหมือนเธอจะไม่รู้เื่เสียด้วยซ้ำ “แค่ก!!”
ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ทุกคนต่างรู้ว่าเวลชอบไจ๋แต่ติดตรงสถานะคำว่าเพื่อนและไจ๋ที่ไม่รู้เื่นี่แหละเลยทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองไม่มีความคืบหน้าสักที
“แล้วคนข้างหลังนั่นใคร”แซนลุกขึ้นนั่งพร้อมกับมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังของลูซี่ไทม์ที่ยืนอยู่ข้างหลังค่อยๆโผล่หน้าออกมาให้เห็นก่อนจะเอ่ยทักทาย
“เอ่อสวัสดีครับ”
“อ่าวมาคนเดียวหรอ แล้วไอ้สองคนนั้นล่ะ”ลุคถามขึ้นขณะสายตายังคงจับจ้องอยู่กับเกมส์บนจอทีวีอยู่ “ติดธุระมาไม่ได้ครับแต่ฝากอวยพรวันเกิดมาให้”
“น้องปีหนึ่งใช่มั้ย”ไจ๋ชะเง้อหน้ามาเพื่อคุยต่างกับคนที่อยู่ด้านหลังลูซี่ที่กำลังหดคอหนี “คะ-ครับ”
“ไอ้ไจ๋น้องมันกลัวแล้วน่ะ”เวลเอื้อมมือมาดึงมือไจ๋ให้เธอถอยห่างก่อนจะคว้าไหล่เธอจนนั่งลงไปกับพื้น“ไอ้เวลอย่าดึงสิ ฉันจะคุยกับน้อง!”
“ถ้าอยากคุยมากมาคุยกับกูนี่มา”
“ไม่!!กูไม่อยากคุยมึง”
“ว้ายมันไม่อยากคุยกับมึงว่ะ”
“ไอ้สัสนี่”ลุคหันมาล้อคนข้างก่อนจะโดนพี่เวลยกเท้าถีบแล้วเอนตัวหลบจนล้มกลิ้งลูซี่ที่ยืนดูได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ยังคงเป็แก๊งค์ที่วุ่นวายไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ
หลังจากที่วุ่นวายมามากพอลูซี่ก็ขอปลีกตัวแยกออกมาเพื่อช่วยแม่บ้านเตรียมของสำหรับเย็นนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าคนอย่างเธอที่ล้างจานไม่เป็แต่ดันทำอาหารเป็ซะงั้น เอาจริงๆก็ทำไม่เป็หรอก แต่ั้แ่วันนั้นที่ไปเฝ้าไทม์เพื่ออัพสกิลแม่บ้านเธอก็กลับมาให้ป้านวลสอนทำอาหารทันที
แน่ล่ะถ้าชอบน้องแล้วคิดจะจีบถ้าไม่ฝึกความเป็แม่บ้านจะจีบติดได้ยังไง จริงมั้ย?
“คุณหนูจะให้ป้าออกไปซื้อเค้กมั้ยคะ”ป้านวลหันมาถามขณะกำลังหั่นผักสำหรับทำอาหารเย็นนี้ “ไม่ต้องหรอกค่ะทำสปาเก็ตตี้แล้วปักเทียนเอาก็พอแล้วค่ะ”
ลุคไม่ชอบกินเค้กมันเคยบอกว่าเลี่ยนกินแล้วแสบคอส่วนที่เลือกเอาสปาเก็ตตี้แทนเค้กก็เพราะมันคือของโปรดของลุคกินเช้ากินเย็นกินได้ทุกวันจนไขมันจะอุดตันอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงกินต่อ
ก็มี่นี้แหละที่มันลดไปบ้างก็เพราะล่าสุดที่ไปตรวจสุขภาพประจำปีคุณหมอบอกว่าลุคกินแป้งเยอะเกินไปต้องลดแป้งลงบ้างไม่งั้นอาจจะเกิดโรคอ้วนในอนาคตได้แน่ล่ะพอมันได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับงอแงเลยทีเดียวเพื่อสุขภาพที่ต้องมาก่อนเลยต้องลดอย่างช่วยไม่ได้ แต่ไหนๆ วันนี้ก็วันเกิดลุคแล้วเธอจึงตัดสินใจที่จะทำสปาเก็ตตี้ของโปรดให้แทนเค้กวันเกิด แต่แค่วันนี้นะ