22 2-2
ตอนที่30 หญิงสาวที่จิตใจอำมหิต
“ท่านาาหมาป่า์โปรดอภัยแก่นางด้วย!สาวน้อยคนนี้ยังเด็กนักย่อมไม่เข้าใจถึงกฎหมายบ้านเมืองและโทษต่อสิ่งที่กระทำลงไป!”
สีหน้าของเซี่ยอี้เฉินที่เพิ่งจะฟื้นตัวได้เพียงครู่หนึ่งยามนี้กลับต้องซีดเผือดอีกครั้ง เขารีบล้มตัวลงอยู่ในคุกเข่าขอโทษขอขมาต่อแทบเท้าไป๋หลี่หานไม่หยุดหย่อน
อิ๋งเอ๋อร์เองก็หน้าถอดสีซีดขาวไปเช่นกันรีบคุกเข่าขอความเมตตาไปอีกคน โทษของการลอบสังหารเชื้อพระวงศ์องค์เ้านั้นรุนแรงเกินจินตนาการต่อให้มีสักสิบชีวิตก็เกรงว่าจะไม่เพียงพอ!
“ท่านาาหมาป่า์มีฝีมือฉกาจกว่าข้านับหลายสิบทวีเท่าต่อให้อยากสังหารท่านเพียงใด ทว่าตัวข้ากลับยังไม่มีความกล้าถึงปานนั้น”
หันหน้าเข้าสบสายตาสีเย็นผ่านหน้ากากนั่นเซียถงเอ่ยตอบตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมทั้งแอบกระตุกข้อมือกลับมาอย่างแรง
“หากกล้ากว่านี้คงลงมือแล้วกระมัง?นี่เ้าทราบหรือไม่ว่าโทษของการลอบสังหารเชื้อพระวงศ์นั้นใหญ่หลวงปานใด? ถึงขั้นปะาเจ็ดชั่วโคตรล้างบางสายเืตระกูลจนสูญสิ้นมิให้สืบต่อที่ใดอีกต่อไป”
ไป๋หลี่หานจับจ้องมองเซียถง สายตาไม่คลายอ่อนเลยเช่นกัน
อีกฝ่ายลอบสังหารตัวเขายังทำเนาแต่หากเมื่อสักครู่นี้ ไป๋หลี่หานออกมาห้ามปรามไม่ทันคมมีดสั้นในมือของเซียถงคงปักทะลุขั้วหัวใจขององค์รัชทายาทเป็แน่แท้และเมื่อสถานการณ์พัฒนาไปถึงจุดนั้น ต่อให้นางมีสักสิบชีวิตก็ไม่พอกลับหารู้ไม่เลยว่า ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมันเป็อย่างไร
นิ้วมือห้าประสานของไป๋หลี่หานเข้ากลัดกุมแน่นไม่ว่าเซียถงจะพยายามชักมือกลับไปอย่างไร กลับเปล่าประโยชน์ทั้งยังถูกจับไว้แ่าเสมือนปราการเหล็กกล้า
“เรียนท่านาาหมาป่า์เหตุไฉนท่านถึงชอบกล่าวหาผู้คนใส่ความเท็จ? บอกข้ามีเจตนาลอบสังหารเชื้อพระวงศ์แล้วท่านเห็นมันกับตาตัวเองหรือไม่? หรือหากจะกล่าวว่าเห็นมีดสั้นเล่มนี้อยู่ในมือของข้า พึงทราบไว้ก่อนหน้าข้ากำลังใช้มีดหั่นผลไม้ทานในยามดึกเห็นหน้าจวนเกิดเื่วุ่นวายจึงรีบออกมา จนเผลอหยิบมีดติดมือมาด้วยก็เท่านั้น”
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้อีกฝ่ายมีอำนาจการต่อรองที่สูงกว่า ทั้งยังมีระดับฝีมือเหนือกว่ามากเซียถงจึงไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องยอมถอยปล่อยให้ไป๋หลี่หานกุมมือขวาไปทั้งแบบนั้น นางเลิกคิ้วเล็กน้อยแสร้งกล่าวดั่งว่าตนเป็ผู้เสียหายว่า
“ยามนี้ท่านกำลังจับมือของข้าหากใครเห็นและนำเอาไปแพร่งพราย อาจทำให้ตัวข้าเสื่อมเสียชื่อเสียงได้หรือปรากฏว่าท่านาาหมาป่า์ แท้จริงแล้วมีรสนิยมชอบรังแกสตรีเพศ?”
แม้ไป๋หลี่หานจะช่วยนางไว้ครั้งหนึ่งแต่ก็มิได้หมายความว่า อีกฝ่ายจะทำอะไรกับนางก็ได้ตาม้า
เสื่อมเสียชื่อเสียง? ไป๋หลี่หานยืนนิ่งตัวแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่งมุมปากกระตุกโค้งงอขึ้นทันที นี่เป็เื่น่าขันที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา!น่าตลกขบขันอะไรปานนี้!
เมื่อจับจ้องไปที่ร่องรอยจุดด่างดำทั่วใบหน้าของเซี่ยถงสีหน้าท่าทีของเขาพลันมืดขรึมลงหลายส่วน เอ่ยน้ำเสียงขับขานวาจาฟังดูค่อนข้างแรงว่า
“ใบหน้าของเ้ามิได้งดงามไม่ว่าจะเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ เ้าก็ไม่มีทางแต่งงานได้อยู่ดี”
กล่าวออกไปเช่นนั้นแล้วมือข้างหนึ่งที่กลัดกุมข้อมือของเซียถงก็ยิ่งกระชับบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย
หญิงสาวนางนี้กล่าวราวกับว่าข้ากำลังทำให้นางเสื่อมเสียเชื่อเสียงงั้นรึ?แล้วเ้ามีชื่อเสียงอันใดให้ข้าทำให้เสื่อมเสียบ้างล่ะ?
เซียถงเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อยทันใดนั้นพลันยกเท้าขึ้น และเตะผ่าหมากหวดสวนขึ้นไปสุดแรงเกิด!
ข้าคือเสือที่ยังไม่ตื่นดี หาใช่แมวป่วยให้พวกเ้ารังแกกัน!
เซียถงในคราวนี้หวดเตะออกไปเต็มแข้งแรงฉีกอากาศผ่าสายลมเสียงดัง ‘หวืด!’ หวังเตะอัดรากเหง้าทำลายจุดศูนย์รวมชีวิตของาาหมาป่า์ให้แตกกระจายในชั่วอึดใจ!
เซี่ยอี้เฉินที่อยู่ในท่าคุกเข่าอยู่กับพื้นจับจ้องภาพฉากตรงหน้าด้วยสีหน้าซีดเผือดถึงขีดสุด ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดโซเซไม่มั่นคงอยู่หลายครา ก่อนที่สุดท้ายจะล้มคะมำลงทั้งแบบนั้นใจหายวูบแทบหยุดเต้นนังมารน้อยตัวนี้มีแผนที่จะฆ่าล้างบางเหล่าผู้คนในจวนเสนาบดีแห่งนี้อยู่รึไงกัน!
อิ๋งเอ๋อร์ดวงตาเบิกกว้างยกมือปิดปากแน่นราวกับกลัวว่า สุ้มเสียงกรีดร้องของตนจะเล็ดลอดหลุดออกมา
แต่ไป๋หลี่หานเคยเห็นลูกไม้เช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่งจะเห็นอีกรอบคงไม่แปลก
เขาคำนวณไว้หมดแล้วว่าหญิงสาวนางนี้จะต้องหยิบใช้ท่วงท่าดังกล่าวออกมาแน่นอนชั่วขณะต่อมาที่นางยกเท้าหวดเข้าใส่ ไป๋หลี่หานรีบเบี่ยงตัวหลบ ปล่อยให้ลูกเตะดังกล่าวหวดงัดขึ้นฟ้าพลาดเป้าคว้าน้ำเหลวไป
“เป็หญิงสาวที่จิตใจอำมหิตนัก”
ข้อมือขวาของเซียถงยังคงถูกกลัดกุมไว้แน่นจับจ้องลูกเตะดังกล่าวที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณจนล้นทะลัก ดูเหมือนว่านางคนนี้กะเอาตายจริงๆ!
เซียถงกลับปิดปากเงียบไม่พูดอะไรสักคำทว่าทันใดนั้น ท่วงท่าของนางกลับแปรเปลี่ยนไป พร้อมยกมือซ้ายกางนิ้วทั้งห้าขึ้นมาพุ่งเข้าตะปบลำคอของไป๋หลี่หานด้วยความเร็วสูงสุดประดุจสายฟ้า!
ไป๋หลี่หานผงะ รีบคลายข้อมือขวาของเซียถงเร่งเร้าลมปราณ ใช้ท่าเท้าร่นถอยออกมาทันทีเพื่อเลี่ยงหลบกรงเล็บทั้งห้าเบื้องหน้า
บรรดาองครักษ์ยอดฝีมือที่อยู่เื้ัไป๋หลี่หานรีบชักดาบคมกระบี่ออกมาครบมือ ท่าเตรียมพร้อมโจมตีใส่เซียถงทุกเมื่อ
คล้อยหลังไป๋หลี่หานร่นถอยออกมาได้หลายก้าวเขาก็สาดสายตายิงใส่เซียถงเจือแววขุ่นเคืองเล็กน้อย โชคยังดีที่ปฏิกิริยาของเขายังค่อนข้างเฉียบคมมิเช่นนั้นแล้ว หากประมาทไปเสี้ยวพริบตาคงถูกกรงเล็บทั้งห้าของอีกฝ่ายตะปบถึงตายเป็แน่
ข้าเองก็ช่วยนางมาหลายครั้งแต่อีกฝ่ายถึงขั้นลงมือลงไม้เช่นนี้ เกรงว่าจะมากเกินไปหน่อย
“เวลาจะจัดการกับพวกหยาบกร้านก็จำเป็ต้องใช้วิธีหยาบกร้านเช่นกัน”
หลังจากทำให้ไป๋หลี่หานคลายพันธนาการออกจากข้อมือขวาของตนได้สำเร็จนางก็ชักมือเก็บกลับเข้าไปโดยไว ซ่อนคมมีดสั้นไว้ใต้แขนเสื้อดังเดิมพร้อมจับจ้องอีกฝ่าย ด้วยสีหน้าแสนภาคภูมิใจ
ทุกอากัปกิริยาของเซียถงก่อนหน้าทำเอาเซี่ยอี้เฉินร่างกายเป็อัมพาตไปชั่วขณะนั่งก้มจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นทั้งอย่างนั้น จับจ้องนางด้วยความหวาดหวั่นหัวใจเจียนจะหยุดเต้นไปโดยสมบูรณ์ภาพฉากที่นังมารน้อยลงมือลงไม้กับท่านาาหมาป่า์ยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่เสื่อมคลายทำเอาเขากลัวแทบตาย!
เมื่อเห็นว่า ไป๋หลี่หานปลอดภัยดีก็เสมือนว่า หัวใจของเซี่ยอี้เฉินเริ่มกลับมาเต้นอีกครั้งหนึ่งรีบตั้งสติคลานเข่าเข้าไปกราบแทบเท้าอีกฝ่ายโดยไว
“โปรดอภัยให้นางด้วย!โปรดอภัยให้นางด้วย! ทั้งหมดล้วนแต่เป็ความผิดของข้า ที่สั่งสอนนางมาไม่ดีพอ!”
จากนั้นเซี่ยอี้เฉินก็หันไปตวาดใส่เซียถงน้ำฟังโกรธเกรี้ยวสุดขีดสนั่นลั่นว่า
“นังเดรัจฉาน!ท่านาาหมาป่า์อุตส่าห์ช่วยชีวิตเ้าไว้! แต่เ้ากลับตอบแทนเช่นนี้รึ!?”
“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว”
ไป๋หลี่หานโบกมือให้ปัด หันไปบอกให้องครักษ์ทั้งหมดเก็บอาวุธลงและมองกลับไปทางเซียถง
เซียถงก่นเสียงเย็นคำหนึ่งอยู่ในลำคอคิดกับตัวเองไปว่า เพราะอีกฝ่ายเคยช่วยนางเอาไว้นั่นแหละจึงเคลื่อนไหวออกไปแค่เท่านี้
“นังเดรัจฉาน!!ยังไม่รีบคุกเข่าขอโทษอีก!!”
เมื่อเห็นว่าเซียถงไม่มีแม้แต่เจตนาขอโทษเลยเซี่ยอี้เฉินก็โพล่งลุกขึ้นจากพื้น ย่ำเท้าตรงเข้ามาหวดฝ่ามือตบหน้าหวังจะสั่งสอนให้หลาบจำ
เซียถงยืนนิ่งมองฝ่ามือของอีกฝ่ายที่กำลังจะฟาดลงมาสีหน้าการแสดงออกของนางช่างเ็ายิ่งกว่าอะไร และขณะที่ฝ่ามือนั่นกำลังจะลงมาถึงก็กลับโดนไป๋หลี่หานคว้าจับเอาไว้ หยุดกลางอากาศค้างอยู่ท่านั้น
เซียถงเพียงเหลือบหางตามองไป๋หลี่หานที่ตรงเข้ามาหยุดการกระทำของอีกฝ่ายเอาไว้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย บังเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่า เ้านี่คิดจะเล่นอะไรอีก?