ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 71 หอกเดียวพ่าย

            สังเวียนประลองยุทธ์ ลมเย็นโหมกระพือทั่วทิศทาง

            สายลมอ่อนเบายามสายัณห์พัดโชย แต่กลับแฝงไอเย็นมาด้วย

            เหรินชงท้าทาย ฉู่เหินรับคำท้า!

            เฮ่อเฉาผู้สังหารมาครึ่งทางต้องการคิดบัญชีหนี้เก่ากับฉู่เหิน

            ทิศทางที่ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงเป็นไปนั้นเหนือความคาดหมายของผู้คนมากนักแต่ไม่ว่าอย่างไรสำนักดาราสวรรค์ก็ตกอยู่ในสภาพ ‘ถูกรุมทึ้ง’ อยู่ร่ำไป

            ทั้งหมู่และเดี่ยว

            “สิ่งที่เจ้าทำพลาดที่สุดในวันนี้คือการโผล่หัวมาที่นี่”เฮ่อเฉาเหยียดยิ้มมืดมนน่าขนลุก

            ดวงตาฉู่เหินวาววามแสงเย็นน่าสะพรึงกลัว “คืนประโยคนั้นให้เจ้า”

            เสียงอึงคะนึงดังขึ้น คำเหน็บแนมเหยียดหยามไม่ไยดีแว่วมาให้ได้ยิน

            “ไอ้เจ้านั่นมันช่างอหังการยิ่งนัก!”

            “ข้าว่ามีละครเรื่องสนุกให้ดูแล้ว จำได้ว่าเมื่อสองเดือนก่อนฉู่เหินกับเฮ่อเฉาเคยประมือกันง่ายๆ ที่ประตูสำนักจันทร์สกาวอยู่ไม่มีใครได้เปรียบใครเลยนา”

            “ขอทีเถอะ เจ้าก็พูดเองว่าสองเดือนก่อน สองเดือนก่อนเฮ่อเฉาเพิ่งระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าบัดนี้เขาบรรลุถึงระดับเชื่อมหยวนขั้นสองแล้วฉู่เหินเพลานี้หรือจะเทียบเทียมเขาได้?”

            “ที่เจ้าว่ามาก็ถูก”

            ...

            นอกจากสำนักดาราสวรรค์แล้ว ก็มีเพียงเย่เหยา อวี๋เฉินอวี้ และคนส่วนน้อยที่ยืนอยู่ข้างฉู่เหิน

            ไม่ว่าผู้ใดในที่นี้ล้วนก็รู้ว่าเฮ่อเฉาเก่งกล้าสามารถผนวกกับความแค้นที่ทั้งสองมีต่อกันวันเก่าก่อน เขาคงไม่ยอมปล่อยให้ฉู่เหินลอยนวลไปได้แน่

            “คราวก่อนเจ้าหนีเร็วนักนะ คราวนี้ดูซิว่าจะหนีไปไหนรอด?”

            ชิ้ง!

            เฮ่อเฉาขยับฝ่ามือ กระบี่เล่มคมเผยโฉมในมือพลานุภาพเยียบเย็นของกระบี่ถ่ายเทออกมาจากกายพลังหยวนแท้เข้มข้นลุกลามไต่ตัวกระบี่เฉกเช่นเถาวัลย์สีทองลวดลายแสงทองพันรอบกระบี่ชั้นแล้วชั้นเล่า พราวระยับจับตารังสีพลานุภาพเฉียบคมดลอากาศธาตุให้กรีดร้องสั่นไหว

            เห็นรังสีพลังของเฮ่อเฉาแล้ว ผู้ชมทั้งหลายก็มั่นใจในความคิดตนยิ่งขึ้น

            เหรินชงใต้สังเวียนกอดอกยกยิ้มเหลาะแหละ

            เย่โยวนั่งอยู่ที่อัฒจันทร์สำนักวายุจักรพรรดิกลับเผยยิ้มบาง ในสายตาของนางนั้นนางและฉู่เหินได้อยู่กันคนละโลกไปเรียบร้อยแล้ว

            นางนั่งนิ่งอยู่ตรงนี้มองคนอื่นข่มเหงรังแกฉู่เหินตามใจปรารถนา

            อีกไม่นาน ฉู่เหินก็จะไม่มีโอกาสได้โงหัวขึ้นมาต่อหน้านางอีกเลย

            “ข้าไม่หนี” ฉู่เหินแค่นหัวเราะเย็นชา จิตเยือกแข็งซึมลึกถึงใจจนเอ่อล้นออกมานอกกาย“วันนี้ข้าจะคิดบัญชีที่แกทำกับศิษย์พี่ฮ่าวจึแบบทบต้นทบดอก”

            ฉู่เหินไม่อาจเข้าสำนักจันทร์สกาวได้ในคราวนั้น

            เฮ่อเฉาถึงได้ระบายโทสะที่มีกับฮ่าวจึจนหมดหากมิใช่เพราะฉู่เหินพบตัวเขาทันเวลา ผลลัพธ์จะกลายเป็นอย่างไร? คงสุดจะจินตนาการได้...ยามนี้ ฉู่เหินจะคิดบัญชีนี้ให้จงได้

            “ฮะๆ ก็คงต้องดูว่าแกมีปัญญาทำได้หรือไม่”

            ตูม!

            สิ้นเสียง รังสีปราณแกร่งกล้าน่าพรั่นพรึงก็ปะทุออกมาจากกายเฮ่อเฉา

            คลื่นปราณไร้ตัวตนทำให้ดินทรายบนพื้นปลิวว่อน ปราณกระบี่ไร้ที่สิ้นพันร่างเฮ่อเฉาก่อเป็นวังวนปราณสีทองควบแข็ง

            เพียงพริบตา ฤทธานุภาพแข็งแกร่งก็อุบัติขึ้นกระบี่คมในมือเฮ่อเฉาเปล่งแสงสว่างไสว

            กึงๆ

            เสียงคลื่นปราณสั่นสะท้านเป็นระลอกทำให้อากาศธาตุเหนือสังเวียนปั่นป่วนรวนเรกระบี่ในมือเฮ่อเฉาเปล่งแสงสีทองโชติช่วง ปราณกระบี่ทวีจำนวนมหาศาล เพียงชั่ววินาทีเงากระบี่มายาสูงเกือบสิบเมตรก็อวดโฉมที่ด้านหลังของเฮ่อเฉา

            “นั่นมัน?”

            ผู้คนใต้สังเวียนมองเงากระบี่มายาหลังร่างของเฮ่อเฉาอย่างตื่นตกใจแสงคมที่แผ่ออกมานั้นอวลกลิ่นอายชวนอกสั่นขวัญแขวน

            “ขีดจำกัดสายเลือดกายสัประยุทธ์กระบี่วิญญาณร้ายกาจดังคาดถึงได้ควบรวมพลานุภาพกระบี่แกร่งกล้าเช่นนี้ได้”

            “เห็นทีเฮ่อเฉาคงคิดจะกำจัดเจ้านั่นในการโจมตีเดียว”

            “ศิษย์พี่เฮ่อเฉาเยี่ยมยุทธ์นัก”

            ...

            ท่ามกลางเสียงอุทานมากมาย พวกเขาเหมือนจะเห็นจุดจบอันน่าสยดสยองของฉู่เหินแล้ว

            ผ่าง!

            ขณะนั้นเอง ฉู่เหินเพ่งสายตา หอกพิชิตมารปรากฏในฝ่ามือ พลังหยวนแท้ปกคลุมตัวหอกในบัดดลรูปลักษณ์คึกคะนองไม่หยุดนิ่งก่อร่างเป็นเปลวอัคคีลุกโหมแผดเผา

            “ฮะ!” เฮ่อเฉายกยิ้มพิลึกดูเหี้ยมเกรียม ปราณกระบี่ที่พันกายรวมตัวไปยังกระบี่คมในมืออย่างว่องไวพลานุภาพปราณแหลมคมผิดธรรมชาติโยกคลอนกระแสอากาศทุกสารทิศ

            “ตายเสียเถอะ ไอ้โง่เง่าเต่าตุ่น!”

            “กระบี่ปักษาสะท้าน!”

            เฮ่อเฉาตวาดลั่น ปลายกระบี่ขยับไหวพลานุภาพกระบี่เกินต้านทานถ่ายเทดุจคลื่นคลั่ง

            กระบี่ไวดั่งฟ้าแลบ พลังโยกคลอนทั่วทั้งลาน

            ทันใดนั้น เงากระบี่ดุจของจริงก็ฉีกกระชากอากาศธาตุลากเป็นคลื่นปราณในความว่างเปล่ากรีดร้องเข้าหาฉู่เหินทุกผู้ทุกนามหรี่ตาอย่างไม่อาจห้าม เงากระบี่ยามเคลื่อนไหวทวีขนาดขึ้นกว่าเดิมห้าหกเมตรอย่างรวดเร็ววงคลื่นปราณสีขาววงแล้ววงเล่าวนเวียนอย่างว่องไวหน้าปลายกระบี่

            ลมแรงกล้าเกินต้านถาโถมเข้าใส่ฉู่เหิน

            กระบี่นี้ของเฮ่อเฉาอวลเปลวปราณมากพอที่จะสังหารฉู่เหินได้

            “พี่ฉู่เหิน...” เย่เหยาอดลุกขึ้นยืนไม่ได้ดวงหน้าน้อยตกใจกลัวจนซีดขาวราวกระดาษ

            ห้วงเวลาที่ทุกคนคิดว่าฉู่เหินต้องพ่ายในกระบี่เดียวแน่เปลวปราณสาดซัดน่าสะพรึงก็ล่องลอยออกมาจากกายของฉู่เหิน

            พลังหยวนแท้น่าขนลุกกวาดล้างไปทั่วจตุรทิศ        

            “อ๊า...”

            สิ้นเสียงกรีดร้องโหยหวนของผีร้าย หอกพิชิตมารในมือฉู่เหินก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทั่วหอกในพริบตากระทั่งปลายหอกก็ยังไม่เว้น

            “นั่นมัน?”

            หอกพิชิตมารสีแดงสดเตะตาราวอาบเลือด งามประหลาดอวลรังสีสังหาร

            คว้าง

            ทันใดนั้น ฉู่เหินพุ่งหอกพิชิตมารออกไปรังสีพลังคะนองศึกหาใดเปรียบดุจลาวาปะทุจากภูเขาไฟ แสงแดงโลหิตเตะตาบานสะพรั่งเหิมเกริมกลิ่นอายเย็นเฉียบปกคลุมไปทั่วสังเวียน

            “หอกสลาตันเงาโลหิต!”

            ตูม!

            เสียงสะท้านแรงหนักหน่วงกัมปนาทบนสังเวียนหอกพิชิตมารพุ่งชนเงากระบี่แกร่งกร้าว

            เงากระบี่สีทอง เงาหอกสีแดง

            คลื่นกระแทกน่าตกใจสองชนิดปะทะเข้าด้วยกันเหมือนน้ำหลากสองสายทะลักล้นรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว เศษหินแหลกสลายเหมือนฝูงแมงเม่าแตกตื่น

            “รับได้หรือ?”

            “เจ้านั่นรับกระบี่สุดกำลังของศิษย์พี่เฮ่อเฉาได้หรือ?”

            ...

            ผู้ชมใต้สังเวียนตกใจกับภาพที่ได้เห็น บ้างลุกขึ้นยืนจากที่นั่งเลยทีเดียว

            กระนั้น สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่ายังรออยู่…

            ฉู่เหินยกมุมปากเป็นยิ้มเย็น พลันนั้น อานุภาพปราณแกร่งกล้ายิ่งกว่าก็ปะทุจากในร่างรังสีนั้นกลบทับเฮ่อเฉาผู้ระดับเชื่อมหยวนขั้นสองเสียมิด

            อะไรกัน?

            ชั่ววินาทีนั้น แสงหอกคมปลาบบันดาลพลานุภาพเล่ห์ฝนฟ้าคะนอง

            ตูม!

            สิ้นเสียงกัมปนาท เงากระบี่สีทองป่นสลาย แตกเป็นเศษผลึกเต็มฟากฟ้าแต่การบุกของฉู่เหินกลับมิได้ลดละ แสงของหอกสามฉื่อทรงพลังผ่าไม้ไผ่ตะลุยเข้าหาเฮ่อเฉาที่เบื้องหน้า

            ผู้คนใจหายวาบ

            เฮ่อเฉาหน้าเปลี่ยนสี นัยน์ตาลนลานสะท้อนภาพแสงหอกอันแหลมคมไม่เหลือเวลาให้หลบลี้ ด้วยอารามรีบร้อนเฮ่อเฉาวางกระบี่เป็นแนวนอนหมายจะต้านรับการจู่โจมนี้

            ตึง!

            คมหอกพิชิตมารแทงเข้าที่ใจกลางกระบี่ของเขาพอดิบพอดี พลังกระแทกกระทั้นดุจขุนเขากระบี่เล่มยาวหักเป็นสองท่อน

            พลังจู่โจมอันเบ็ดเสร็จทะลักเข้าร่างศัตรู

            จากนั้น เฮ่อเฉาก็ลอยละลิ่วปลิวละล่องไปท่ามกลางสายตานับคู่ไม่ถ้วนปากกระอักเลือดสดๆ ออกมาร่ายรำในอากาศ กลายเป็นบุปผาโลหิตแสลงนัยน์ตา

            ตุบ!

            เฮ่อเฉาร่วงลงกระแทกพื้นสังเวียนอย่างแรง กระดูกอกแตกร้าวอวัยวะภายในเคลื่อนจากที่ เขาพยายามสั่นร่างแต่กลับไม่อาจตะเกียกตะกายลุกขึ้นได้

            ท่าเดียว แค่ท่าเดียวเท่านั้น!

            “หึ สวะที่รับการโจมตีครั้งเดียวของข้ายังไม่ได้ ยังมีหน้ามาเต้นแร้งเต้นกาต่อหน้าข้าอีกหรือ?”

            วาจาดูแคลนถึงขีดสุดดังจากปากฉู่เหินทั้งหอจวินไหลตกอยู่ในความเงียบสงัดราวว่าตาย ทุกชีวิตเหมือนถูกตบบ้องหูอย่างแรงแรงเสียจนขวัญหนีดีฝ่อ

            พวกเขาตื่นตระหนกสุดขีด กระทั่งเหรินชง หยางอวี่ไท่ และซูเสวี่ยโหรวยังไม่วายขมวดคิ้ว

            อวี๋เฉินอวี้ มู่เฟิง หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ เป็นต้น คนส่วนน้อยเหล่านี้นอกเหนือจากตื่นตกใจแล้วก็ไม่แคล้วโล่งอกเย่เหยาที่เขตสำนักวายุจักรพรรดิอ้าปากค้างเล็กน้อยดวงตากลมโตสุกสกาวเต็มไปด้วยความทึ่ง

            เทียบกันแล้ว เย่โยวข้างนางนั้นกลับกันอย่างสิ้นเชิงดวงหน้างามลออราวปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งก็มิปาน

            ...

            “เจ้าเด็กนี่ ไม่เจอกันเดือนเดียวพลังแกร่งขึ้นถึงขั้นนี้เลยหรือ?”ที่นั่งติดหน้าต่างของชั้นสอง ซ่งเฉิงเลี่ยหน้าตาคาดไม่ถึงเขาทั้งทึ่งทั้งเปรมปรีดิ์

            กระทั่งอาจารย์อู๋อิ่งผู้ไม่ใคร่จะใส่ใจยังไม่วายอึ้งงันไปเล็กน้อย“เขาคือศิษย์ใหม่ที่เจ้าเรียกตัวเข้าดาราสวรรค์เองหรือ?”

            “อืม!”

            ซ่งเฉิงเลี่ยพยักหน้า ยามนี้เขาดีใจอย่างแท้จริงที่ตนพาฉู่เหินมาเข้าสำนักดาราสวรรค์ความจริงประจักษ์แล้วว่าเขาเลือกคนไม่ผิดฉู่เหินคือบุคคลฟ้าประทานที่หมายมั่นปั้นมือได้จริงแท้แน่นอน

            ...

            สังเวียนประลองยุทธ์

            ฉู่เหินกลายเป็นเป้าสายตาของคนนับหมื่นเรียบร้อยแล้วกำราบเฮ่อเฉาผู้เชื่อมหยวนขั้นสองในท่วงท่าเดียวสั่นคลอนจิตใจคนเสียยิ่งกว่าที่เหรินชงชนะหลิงชางสำนักแรดวิญญาณในสามท่าก่อนหน้านี้เสียอีก

            ฉู่เหินแบกหอกพิชิตมารไว้บนหลัง ย่างสามขุมเข้าไปหาเฮ่อเฉาเบื้องหน้า

            เฮ่อเฉาตื่นกลัว ความรู้สึกนี้ไม่ต่างกับมัจจุราชย่างกรายเข้ามาเลยเขากระเสือกกระสนจะลุกขึ้นจากพื้น แต่กลับไร้สิ้นเรี่ยวแรง

            “แก แกคิดจะทำอะไร?”

            “ฮะ!” ฉู่เหินคลี่ยิ้มร้าย น้ำเสียงเยียบเย็น“ยามอยู่สำนักจันทร์สกาวเป็นความแค้นระหว่างแกและข้า หากอยากแก้แค้นนักอย่างมากที่สุดก็แค่มาหาข้าให้มันรู้ดำรู้แดงแต่แกกลับระบายโทสะใส่คนที่ไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย คนพรรค์แก...ไม่คู่ควรจะเอากระโปรงผู้หญิงมานุ่งด้วยซ้ำไป”

            “แก...” เฮ่อเฉากัดฟันกรอด มือเท้ากับพื้น คำรามเสียงเหี้ยม “แกแกอย่าคิดจะแตะต้องข้าเชียว ไม่อย่างนั้นอาจารย์เบื้องสูงของสำนักจันทร์สกาวจะไม่มีวันปล่อยแกไปแน่”

            “ข้าพูดแล้วว่าวันนี้จะทวงหนี้แค้นที่เจ้าทำไว้กับศิษย์พี่ฮ่าวจึชนิดทบต้นทบดอก”

            ฉู่เหินดวงตาวาวโรจน์ แทงหอกพิชิตมารออกไป

            ฉัวะ!

            เสียงศาสตราวุธแทงทะลุเนื้อหนังน่าสยดสยอง เฮ่อเฉาตาถลน คมหอกพิชิตมารแทงทะลุมือขวาของเฮ่อเฉาทั้งเป็น

            แล้วเสียบตรึงไว้กับพื้นสังเวียน

            “อ๊าก”

            เลือดสดพุ่งกระฉูด เสียงกรีดร้องโหยหวนลอยเข้าทุกโสตประสาท

     

    ………………………..

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน