เพราะทะนงในฝีมือตนเองจึงพลาดพลั้งเสียท่าอย่างน่าอับอายเช่นนี้
เจอหญิงบ้าตามตื๊อยัดเยียดตำแหน่งสามีเขาต้องหลบหนีเพราะไม่อยากทำร้ายสตรีแต่เมื่อประมือกันถึงรู้ว่านางมีวรยุทธ์ไม่ด้อยกว่าเขาเลยด้วยความที่ไม่้าทำร้ายสตรีเขาจึงออมมือแต่กลายเป็ตนที่ถูกนางซัดผงสีขาวใส่ใบหน้าเขาเผลอสูดเข้าไปอึกหนึ่งแล้วรีบกลั้นหายใจ
‘นี่มันอะไรกัน’
‘พิษราคะ’
‘อะไรนะ!’
‘ผงปลุกกำหนัด’
‘เ้าเป็บ้าหรือไร! เอายาถอนพิษมา!’
หญิงสาวหัวเราะร่าแล้วชี้ที่ใบหน้าตนเอง‘ข้าไง ยาถอนพิษของเ้า!’
‘เ้า!’
‘ก็ข้าชอบเ้าอยากได้เ้าเป็สามี เพราะฉะนั้นเ้าสามารถใช้ร่างกาย
ของข้าได้เต็มที่เลย’
‘เ้ามันเสียสติไปแล้ว!’
เขาเห็นท่าทีจริงจังของนางแล้วคิดว่าตนคงได้รับพิษจริงๆแต่จะให้เอาสตรีเสียสติเช่นนี้เป็ภรรยา เขาไม่ยินยอมเด็ดขาดอาศัยจังหวะนางเผลอจึงใช้วิชาตัวเบาลอบกระโจนหนีออกมา กระนั้นยังได้ยินเสียงนางะโไล่หลัง
‘นี่! ภายในสามวันถ้าเ้าไม่ได้เสพสังวาสเ้าจะเืออกจากทวารทั้งห้าตายสถานเดียว ทางที่ดีมาให้ข้า ซูหลี่น่า ถอนพิษให้เถอะ!’
เขาไม่ได้หันกลับไปอีก คนอย่างเขา ‘สวินเย่ว์’ จะหาสตรีร่วมหลับนอนมิใช่เื่ยากเพียงปรายตาก็มีสตรีคลานขึ้นเตียงแล้ว แต่เขาเป็คนช่างเลือกและเื่มากทว่าตอนนี้เขาอยู่ในป่าเขา เดิมทีคิดว่าจะทนต่อความรู้สึกปรารถนาอันรุนแรงนี้ได้ทว่ามันไม่ใช่เพียงแค่นี้ พละกำลังของเขาถดถอยไปเรื่อยๆ ดวงตาพร่าเลือนมองเห็นไม่ชัดเจน
นี่มันยาปลุกกำหนัดชนิดใดกันแน่!
เพราะต้องคอยหลบและกลบเกลื่อนร่องรอยของตนมิให้หญิงบ้าผู้นั้นตามตัวเขาพบกว่าจะออกจากูเามาได้ก็กินเวลาไปสองวันแล้ว มุ่งหน้าออกมาเห็นเพียงหลังคาหมู่บ้านขนาดเล็กอยู่ห่างๆกันราวยี่สิบหลังคาเรือน หมู่บ้านเล็กขนาดนี้คงไม่มีหญิงคณิกาหรือนางโลมหญิงชาวบ้านที่ไหนจะยอมขายตัวให้เขาได้เล่าจากนี้เข้าเมืองหลวงต้องใช้เวลาเท่าไหร่กัน
เพราะดวงตาที่มองแทบไม่เห็นและร่างกายที่ร้อนรุ่มเมื่อประสาทััที่เหลืออยู่รับรู้ว่ามีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆเขาจึงไม่ลังเลที่จะลงไปแช่น้ำหวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยลดทอนความร้อนรุ่มในร่างกายทว่าในขณะที่ดวงตาพร่าเลือนเหมือนมีหมอกจางๆ บดบังดวงตาเขากลับเห็นเรือนร่างเกือบเปลือยเปล่าของหญิงสาวแหวกว่ายในสายน้ำแรกทีเดียวเขาสะบัดศีรษะไปมา มันอาจเป็ภาพหลอนเพราะฤทธิ์ยาบ้าๆ นั้นก็เป็ได้จนกระทั่งแรงกระเพื่อมของผิวน้ำที่มากระทบเขาทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่ามีคนว่ายน้ำอยู่ใกล้เขา
แม้มองเห็นไม่ชัดแต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าชวนหลงใหลเส้นผมยาวสลวยในสายน้ำราวกับแพรไหมที่คลี่คลุมเรือนร่างขาวผ่องดุจหยกใสร่างนั้นดำผุดดำว่ายราวกับเป็มัจฉาตัวน้อย ยามนางโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำเพื่อหายใจเสียงหัวเราะสดใสปานระฆังเงินก็ดังขึ้น ก่อนนางจะดำน้ำลงไปอีกครั้งครั้งนี้นางดำน้ำลงไปนานกว่าครั้งก่อน จนเขาคิดว่านางอาจจมน้ำหรือเป็ตะคริวจึงรีบพุ่งร่างของตนไปทิศทางที่เห็นนางดำน้ำทว่านางกลับโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำพอดี ราวกับไม่อาจบังคับร่างกายของตนได้เขายื่นมือไปกอดรัดร่างอ่อนนุ่มไว้แนบอก เพียงนางเอี้ยวตัวหันมามองเขาก็โน้มหน้าลงประกบริมฝีปากที่เผยอขึ้นของนางเข้าให้แล้ว
ดวงตากลมเบิกกว้างฉายแววตระหนก
นี่นางฝันไปใช่ไหม
เหตุใดเป็เขา!
‘สวินเย่ว์! เขามาทำอะไรที่นี่!’
ร่างของเธอถูกรวบกอดราวกับจะรัดแน่นเข้าไปในร่างกายใหญ่โตทำให้เสิ่นฉางซีได้สติ
‘ประเดี๋ยวนะ! ปาก! เขาประกบปากนางอยู่’
พอได้สติเสิ่นฉางซีก็พยายามดิ้นรนขัดขืน ออกแรงสะบัดตัวออกจากวงแขนที่กอดรัดได้ ว่ายน้ำถอยห่างจากระยะที่เขาจะเอื้อมมือถึง
“แม่นาง”
น้ำเสียงเจือความเ็ปของเขาทำให้เสิ่นฉางซีขมวดคิ้ว
เขาจำนางไม่ได้สินะ...
มีแต่นางที่เคยเห็นเขาแม้จะมองไกลๆ นางไม่เคยลืมเลือนเขาเลย รูปร่างของเขาสูงใหญ่ขึ้น ใบหน้าคมคายคิ้วกระบี่ ริมฝีปากบางดวงตา...ดวงตาคู่นั้นที่เคยมองผู้อื่นอย่างหยิ่งยโสเป็ฝ้าขาวราวกับมีหมอกจางๆในดวงตา
ดวงตา?
“ท่าน...ถูกพิษหรือ?”
คำถามของนางทำให้เขาได้สติเป็ฝ่ายถอยห่างจากนาง แต่ไม่คิดว่าหญิงสาวจะว่ายน้ำกลับมาใกล้เขา
“อย่าถูกตัวข้า!”
เสิ่นฉางซีผวาเฮือกแต่พอคิดว่าในวัยเด็ก เขาก็ชอบตวาดเช่นนี้ นางกลับเม้มปากกลั้นหัวเราะขบขันเขายังเหมือนเดิม เขาจำนางไม่ได้ก็ไม่เป็ไร นางไม่ใช่สิ่งที่น่าจดจำอยู่แล้ว เด็กอัปลักษณ์อย่างนาง อย่าจดจำได้เลยเป็ดี
ถูกแล้วหากเขาจำได้ว่านางคือเด็กอัปลักษณ์คนนั้น เขาคงไม่ประกบปากกับนางกระมัง
เสิ่นฉางซีเม้มริมฝีปากพลางสั่งตัวเองไม่ให้คิดถึงเื่เมื่อครู่แม้ตนเองมีเพียงเอี๊ยมบังทรงและกางเกงชั้นใน แต่ดูท่าทางเขาจะมองนางไม่ค่อยชัด
“คุณชาย” นางเรียกเขาเบาๆ“ดวงตาของท่าน...”
เพราะเห็นเขาถอยห่าง นางจึงรีบว่ายน้ำเข้าไปใกล้ไม่สนใจ
เสียงตวาดเมื่อครู่เพียงยื่นมือไปแตะท่อนแขนของเขา นางใถึงกับชักมือกลับหัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
“ไฉนตัวท่านร้อนเช่นนี้!”ขนาดอยู่ในน้ำเขายังตัวร้อนราวเปลวเพลิงนางกังวลเื่ของเขามากกว่าเื่ที่ตนเองแทบจะเปลือยเปล่า เขาไม่เอ่ยตอบแต่หมุนตัวหมายจะว่ายน้ำไปขึ้นฝั่งแต่นางว่ายตามมาใกล้ๆ
“ท่านไม่สบายหรือ?”
“พูดมาก!เ้าเป็หมอหรือไร!” สวินเย่ว์ตวาด หวังให้หญิงแปลกหน้าหวาดกลัว ไม่เข้ามาใกล้เขา ทว่ากลิ่นอายของหญิงสาวกลับยิ่งปลุกเร้าจนเขาเ็ปไปทั่วร่าง
“ข้ามิใช่หมอ”นางว่ายน้ำตามเขาจนทัน “แต่ท่าทางของท่านหากไม่เจ็บป่วยก็ต้องพิษเป็แน่”
ถ้อยคำของหญิงแปลกหน้าทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเขามองร่างบอบบางที่ว่ายน้ำมาทันเขาแล้วคว้าข้อมือเขาไปจับไว้ แม้ดวงตาของเขาเห็นไม่กระจ่างชัดทว่าความจริงใจของนางนั้นเขาััได้
เสิ่นฉางซียังจับชีพจรไม่แม่นยำเหมือนเกาเทียนฉีแต่กระนั้นนางรู้สึกได้ว่าชีพจรของเขาสับสนยิ่งนัก นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็ปแต่ทนกลั้นหัวใจของนางพลันเ็ปไปกับเขาด้วย
นางผู้เคยผ่านความเ็ปอันแสนสาหัสทุรนทุรายมาแล้วย่อมไม่้าให้ผู้ใดมาเผชิญความเ็ปอีก โดยเฉพาะคนผู้นี้คือ...
ผู้มีพระคุณของนาง
“ท่านเดินไหวหรือไม่จากนี้ไม่ไกลจะถึงบ้านของข้า”
นางหมายถึงกระท่อมของตนข้างสวนสมุนไพรของเกาเทียนฉี“แต่แถบนี้ไม่มีชาวบ้านผ่านมาด้วย หากต้องหาคนประคองท่านไปคงต้องไปหาคนที่หมู่บ้านมาช่วย..”
“แถบนี้...ไม่มีคน...”
“อืม”
เส้นทางนี้ชาวบ้านมิค่อยมาใช้นักส่วนใหญ่จะไปใช้อีกเส้นทางหนึ่ง นางจึงชอบมาว่ายน้ำเล่นที่บริเวณนี้หญิงสาวขึ้นจากน้ำแล้วรีบคว้าเสื้อผ้าที่พับวางไว้ที่โขดหินมาสวมทับอย่างรวดเร็วทว่าร่างของนางกลับถูกรวบจากด้านหลัง รวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัวแผ่นหลังของนางก็ทาบทับไปบนพื้นหญ้าอ่อนนุ่มแล้ว
ดวงตากลมเบิกกว้างเงาร่างของชายหนุ่มทาบทับบดบังแสงตะวันที่ลอดผ่านเงาไม้สองขาแกร่งคร่อมร่างของนางไว้ สองมือของเขานั้นปลดสายคาดเอวแล้วคลายเสื้อชุดดำที่สวมอยู่เผยให้เห็นแผงอกกว้าง หยดน้ำจากร่างกายกำยำหยดลงบนใบหน้าของหญิงสาวร่างบอบบางสั่นระริก มิใช่เพราะหนาวแต่เพราะหวาดกลัว
ไม่ได้!นางจะกลัวเขาไม่ได้!
นิ้วโป้งปัดผ่านริมฝีปากนุ่มสายตากวาดตามองจากริมฝีปาก ลำคองามระหง ไหล่ลาด ผิวกายละมุนและทรวงอกที่อยู่ในเอี๊ยมสีขาวไข่มุกที่ยามนี้เปียกชุ่มจนเห็นยอดถันสีชมพูราวหยกใส ปลายนิ้วโป้งที่หยาบกระด้างแตะที่ริมฝีปากของนางราวกับชั่งใจหรือต่อสู้กับความคิดของตนเองอยู่ นางขมวดคิ้ว แม้ไม่ได้พบกันห้าปี่ที่ไต้ซือซูรักษานางนั้น เขาอยู่ที่นั่นด้วย นิสัยหยิ่งยโสของเขานั้นนางย่อมรู้อยู่เต็มอกแม้เขาไม่ใช่สุภาพชนอ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยนิสัยของเขาแล้ว นางเชื่อว่าเขาไม่
ใช่บุรุษจำพวกบ้าตัณหาราคะคนอย่างสวินเย่ว์ไม่มีวันเป็เช่นนี้แน่ โดยเฉพาะกับหญิงอัปลักษณ์ที่ไม่มีใครสนใจเช่นนาง
“ท่าน...ถูกพิษสินะ”
ถ้อยคำของนางฉุดรั้งสติที่เหลือน้อยนิดของเขาไว้ร่างที่กำลังโน้มตัวลงถึงกับชะงักไป เขาดึงมือตัวเองกลับผงะไปด้านหลังแล้วลุกขึ้นหันหลังให้อย่างรวดเร็ว
‘บัดซบ! นี่เขาเกือบจะทำร้ายสตรีผู้หนึ่งไปแล้ว!’
เพียงเห็นเขาสะบัดตัวหันหลังให้เสิ่นฉางซีก็ผวาใรีบยันกายขึ้นจากพื้นหญ้าด้วยกลัวว่าเขาจะหนีไปเสียก่อนทั้งที่ดวงตาของเขาเป็เช่นนั้นสองมือยืนไปรั้งร่างสูงใหญ่ไว้ทันที
แผ่นหลังััร่างเนียนนุ่มทำเอาสวินเย่ว์ตัวแข็งทื่อเขาก้มลงมอง แม้เห็นไม่ชัดแต่รู้สึกได้ว่าสองแขนของนางโอบกอดเขาจากด้านหลังเนินเนื้อที่ยังเติบโตไม่เต็มที่แนบชิดแผ่นหลังพลันเืในกายของเขาเดือนพล่านจนต้องเผลอครางเสียงต่ำในลำคอราวสัตว์าเ็
“ท่านจะไปทั้งอย่างนี้มิได้!”
“ปล่อยข้า!เ้าไม่รู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่!” เขากัดฟันตวาดหญิงแปลกหน้าที่กอดรัดเขาไม่ยอมปล่อย
“ไม่!ข้าจะไม่ปล่อยท่าน!” เห็นเขาเ็ปทรมานเช่นนี้นางจะปล่อยเขาไปได้อย่างไร
“หญิงบ้า!”
เขาตวาดอย่างหัวเสียเหตุใดจึงพบเจอแต่สตรีแปลกประหลาดเช่นนี้ ไฟโทสะเข้าสติที่เหลืออันน้อยนิดเขาคำรามอย่างคลุ้มคลั่งแล้วพลิกตัวมาโถมร่างของตนทาบทับกับร่างหญิงสาวแปลกหน้าคราวนี้นางไม่มีสีหน้าแตกตื่นอีก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้โทสะในใจลดลงแม้รู้ดีว่าสตรีผู้นี้มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่เขาต้องพิษแต่การที่นางเสนอตัวเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด แต่ไหนแต่ไรคนอย่างเขา สวินเย่ว์มีสตรีหมายปองมิน้อยแม้ยามที่เป็ทหารชั้นผู้น้อยต่ำต้อยก็ยังมีสตรีมาเสนอตัวอย่างไร้ยางอายยิ่งเมื่อฐานะที่แท้จริงเปิดเผยแล้ว บรรดาแม่สื่อย่ำผ่านธรณีประตูแทบทุกวันแม้เขาจะต่อยใบหน้าองค์รัชทายาท แต่ความโปรดปรานที่องค์ฮ่องเต้มีต่อเขานั้นไม่น้อยยังไม่ลดละความพยายามที่จะให้เขาเป็ราชบุตรเขย
แล้วนี่...ออกมาทำภารกิจลับกลับถูกสตรีวิปริตใช้ผงปลุกกำหนัดหมายมั่นเอาเขาเป็สามีให้ได้!ครั้นมาพบหญิงสาวชาวบ้าน แทนที่นางจะหวาดกลัว แต่กลับเสนอตัวให้
ได้!เช่นนั้นอย่าหาว่าข้า สวินเย่ว์ ร้ายกาจ!
“อ๊ะ!”
เสิ่นฉางซีหลุดร้องเสียงหลงได้ครึ่งคำแล้วกัดริมฝีปากแน่นมองเห็นเพียงมือใหญ่กระชากเอี๊ยมตัวน้อยที่นางสวมอยู่ออกอย่างไม่ปรานีมือข้างหนึ่งกระชากกางเกงชั้นในหลุดออกอย่างง่ายดายร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าปกปิดถูกร่างใหญ่ของเขาทาบทับมือใหญ่เปะปะไปตามเรียวขาของหญิงสาวเสิ่นฉางซียื่นมือไปปัดมิให้เขาแตะต้องถูกรอยแผลเป็ของนางด้วยกลัวว่าเขาจะแสดงความรังเกียจออกมา
หญิงสาวกัดริมฝีปากตนเองแทบปริแตกแต่ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาร่างกายที่ไม่เคยถูกล่วงล้ำในเวลานี้เหมือนถูกฉีกขาดแต่หากจะเทียบกับความเ็ปที่นางได้รับเมื่อสิบขวบนั้นยังห่างไกลนักและยิ่งเห็นสีหน้าทุกข์ทรมานของเขาแล้วนางได้แต่กัดฟันอดทนต่อให้เขาขยับเคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายของนาง นางหลับตาลงปล่อยให้ความทรงจำในวัยเด็กกลับคืนมาอีกครั้ง
“ฆ่าตัวตาย?”เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นแล้วเอียงคออย่างงุนงง“ผู้ใดฆ่าตัวตายเ้าคะ”
“ก็เ้าไง”เขาใช้นิ้วชี้จิ้มที่หน้าผากของเด็กหญิง“ไม่เช่นนั้นเ้าจะเดินลงน้ำไปทำไม”
“ท่านผู้มีพระคุณเข้าใจข้าน้อยผิดแล้วเ้าค่ะ”เด็กหญิงรีบอธิบาย“นายท่านรองบอกให้ข้าน้อยลงไปแช่เท้าที่สระน้ำนี้บ่อยๆ เ้าค่ะให้ข้าน้อยฝึกเดินในน้ำ”
ได้ยินถ้อยคำของนางก็ทำให้เด็กหนุ่มหน้าตึงไปเขาก้าวเท้าถอยห่างนางออกมาเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็ดีแล้วอย่าได้ลืมเชียวว่าชีวิตเ้าเป็ของข้าแล้ว”
“เ้าค่ะข้าจะจำใส่ใจไว้”
สวินเย่ว์ที่เดิมทีไม่คิดสนใจว่าสตรีผู้นี้จะเป็เช่นไรแต่เมื่อความทรมานเบาบางลง เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่เคยจ้องมองเขากลับปิดลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้มนางกัดริมฝีปากกลั้นเสียงร้อง แต่กระนั้นเขาย่อมรู้ได้ว่านางกำลังสะอึกสะอื้นหัวใจของเขาอ่อนยวบลงจึงโน้มหน้าลงกระซิบ
“ผ่อนคลายประเดี๋ยวก็จบแล้ว”
น้ำเสียงแหบพร่าและลมหายใจร้อนระอุทำให้นางพยักหน้าแล้วเบือนหน้าหนีกลัวอีกฝ่ายจะเห็นรอยแผลเป็ที่หน้าผาก กลัวเขาผลักไส กลัวเหลือเกินว่าเขาไม่สนใจนาง
ชีวิตนางเป็ของเขา
แม้เื่ที่เกิดขึ้นจะเป็เื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นหากมันบรรเทาความทุกข์ทรมานของเขาได้ นางยินดีมอบให้เขา
นางยังบริสุทธิ์!
แม้จะเกลียดสตรีที่เสนอเรือนร่างให้เช่นนี้แต่เมื่อรู้ว่านางยังเป็หญิงพรหมจรรย์ เขาก็พยายามเคลื่อนไหวให้ช้าลงแรกทีเดียวช่องทางคับแคบนั้นแห้งผากนั่นเป็ความผิดที่เขาหุนหันพลันแล่นดึงดันแทรกแก่นกายแห่งบุรุษเพศอย่างไม่ปรานีเขาเป็คนเื่มากและเลือกมาก เื่เหล่านี้เรียนรู้ได้แต่ยังขาดการปฏิบัติจริงเขาไม่เคยจุมพิตสตรีนางใด หากแต่เมื่อครู่ที่เห็นนางในสายน้ำเขามึนเมาลุ่มหลงราวกับดื่มสุรารสแรงอาจเป็เพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทำให้เขาเผลอจุมพิตนางไป
ดวงตาดุจลูกไฟจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่อ่อนระทวยใต้ร่างแม้เขาจะมองเห็นไม่ชัดแต่รู้สึกได้ว่านางกลั้นเสียงร้องไห้เขายื่นมือไปหมายลูบผมปลอบประโลม แต่นางปัดมือของเขาออกการกระทำของนางทำให้เขารู้สึกว่านางรังเกียจเขา เมื่อครู่ก็เช่นกันหมายใจจะช่วยปลุกเร้าอารมณ์ของนาง แต่นางก็ปัดมือของเขาออกเมื่อเป็เช่นนี้เขาจึงขยับสะโพกรุนแรง ลึกล้ำและกระแทกกระทั้นจนใบหน้าของหญิงสาวสะบัดไปมา
นางไม่เคยรู้เลยว่าหลังความเ็ปผ่านพ้นจะกลายเป็ระลอกคลื่นอารมณ์ที่นางไม่เคยรู้จักเสียงหอบหายใจที่อยู่เหนือร่างของนาง ทุกการเคลื่อนไหวแม้หนักหน่วงรุนแรงแต่กลับพาให้นางได้รู้จักรสััอันน่าอัศจรรย์นี้
ความสัมพันธ์ของชายหญิงเป็เช่นนี้เองหรือ
นางมิอาจสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่กระแทกกระทั้นได้อีกร่างกายขยับรับสอดประสานกับเรือนร่างกำยำอย่างไม่รู้ตัว เสียงคำรามในลำคอก่อนที่จะซุกซบกับเส้นผมหอมกรุ่นของหญิงสาวเขาได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวของนาง เขาครางราวสัตว์ป่าแต่กลับผ่อนคลายจากความร้อนรุ่มทุกข์ทรมานที่ต้องเผชิญมาสองวันเต็มๆ
สวินเย่ว์รอจนร่างกายของนางผ่อนคลายแล้วจึงค่อยๆถอนตัวออกจากร่างบอบบาง กลิ่นคาวเืจางๆ และกลิ่นอายวสันต์คละคลุ้งรอบกายคนทั้งสองและเพียงความเงียบงัน
เสิ่นฉางซีรวบรวมเรี่ยวแรงยันกายขึ้นยื่นมือไปคว้าเสื้อผ้าของตนมาสวมทับร่างเปลือยเปล่าด้วยมือที่สั่นเทา
“จากที่นี่เดินเท้าแค่ครึ่งก้านธูปก็ถึงบ้านของข้าท่านไปพักที่นั่นก่อนเถิด หากนายท่านรองกลับมาแล้วจะให้นายท่านรองช่วยตรวจดูว่าท่านได้รับพิษใด”
ถ้อยคำเรียบง่ายของนางทำให้เขาหงุดหงิดนางควรอ้อนวอนขอให้เขารับผิดชอบนางแต่นางกลับ...ทำเหมือนเื่เมื่อครู่มิได้เกิดขึ้น เขาฮึดฮัดไม่พอใจแต่กลับเดินสะดุดก้อนหินเกือบจะล้มลงเสิ่นฉางซีหันไปเห็นพอดีรีบเข้าไปประคอง แต่ร่างนางก็แทบไม่มีแรงทรงตัว
สวินเย่ว์ก้มมองคนในอ้อมอกเดิมทีไม่คิดติดตามนางไปด้วยแต่จะปล่อยให้นางเดินกลับไปคนเดียวทั้งที่เรี่ยวแรงไม่กลับคืนก็กระไรอยู่
เขาแสร้งให้นางประคองเขาทั้งที่ตัวเองเป็ฝ่ายโอบเอวนางไว้ แล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนหลังน้อยที่นางเรียกว่าบ้าน.