F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    78.สะกดวิญญาณพญาเสือโคร่ง

    “เป็นไงบ้าง โลกใบใหม่”วิทย์ถามด้วยรอยยิ้ม“สวยมาก หนูไม่คิดเลยว่าคนเราจะสามารถทำแบบนี้ได้ ร่างจิตวิญญาณ ถอดจิต เคยได้ยินแต่ในเรื่องเล่าไม่เคยคิดเลยว่ามันจะทำได้จริงๆ ขอบคุณพี่มากๆ”เธอพูด “..รักพี่ที่สุดเลย..”เธอคิด“ไม่ต้องขอบคูณหรอก น้องเองก็เก่งมากๆ”วิทย์ยิ้ม“เอาละต่อไป มาเปิดเนตดวงที่ 2 กัน น้องเอานี้ไป”วิทย์ยื่นกลีบดอกดอกจิตวิญญาณดาวกระจาย ให้เธอไปสามกลีบ หมวยรับมาแล้วกินมันเข้าไปหนึ่งกลีบ พลังของดอกจิตวิญญาณดาวกระจายระเบิดออกเกิดไอความเย็นหลั่งไหลเข้าไปในทะเลสมาธิของเธอ เธอกระตุ้นอักขระวิชาเบิกเนตกลืนสวรรค์ทันทีไอความเย็นสีขาวเกิดหระกายเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรง เปลวเพลิงก่อตัวขึ้นเป็นดวงเนตดวงที่ 2 อย่างเลือนราง เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ดวงเนตค่อยๆเด่นชัดขึ้น ตอนนี้ตัวของเธอจมอยู่ในการฝึกของเธอเสียแล้ว  วิทย์ไม่ได้อยู่รบกวนเธอ เขาลุกขึ้นเบาๆก่อนจะจากไปพร้อมกับพิณหมาป่าสวรรค์ เพื่อทำการสะกดวิญญาณพญาเสือโครงลงไปในอักขระชุดแรกของพิณ... ชั้นที่ 2 หอคอยหมาป่าสวรรค์ เสียงบริกรรมคาถาดังก้องไปทั่วทั้งชั้น วิทย์ทำพิธีสะกดวิญญาณพญาเสือโครงลงในอักขระชุดที่ หนึ่งของพิณหมาป่าสวรรค์“อักขระยันตัง สันตังวิกะรึงคะเร สัพเพเทวาปีศาเจวะ กรึงตรึงแน่นแผ่นปฐพี อปลายันติ วิกะรึงคะเร วิกะรึงคะเร วิกะรึงคะเร”โฮก!!!วิญญาณเสือร้ายคำรามลั่นออกมา ร่างวิญญาณของมันหลุดลอยขึ้นจากเหรียญปากผี ร่างอันใหญ่โตของมันพุ่งเข้าโจมตีวิทย์อย่างอาฆาตแค้น วิทย์กระตุ่นยันต์ 9 ยอดของเขาเร็วปรื๋อ  ปั้ง! เสียงกรงเล็บของมันปะทะเข้ากับเกราะโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นมาป้องกันเอาไว้อย่างทันท่วงที“เจ้ามนุษย์ นี้เจ้า...โฮก!!”มันร่ำร้องออก เมื่อรู้ว่าการโจมตีของมันไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เสียงร้องของมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของมันแดงกล่ำ พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง อักขระอาคมตัวแล้วตัวเล่าพุ่งเข้าโจมตีร่างวิญญาณของมัน อย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่อักขระอาคมสะกด กระทบร่างวิญญาณของมัน พลังส่วนหนึ่งถูกดึงออกไป ทำให้มันอ่อนแอลงเรื่อยๆ เสียงต่อสู้ระหว่าหนึ่งคนกับหนึ่งวิญญาณเสื่อโครงดังก้องไปทั่วทั้งชั้นที่ 2 ของหอคอยหมาป่าสวรรค์แห่งนี้ มันโจมตีเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า วิทย์ก็ยังยืนหยัดป้องกันเอาไว้ได้ทุกครั้งไป มันไม่สามารถทำอะไรวิทย์ได้เลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเป็นแน่เวลาผ่านไป 2 วัน วิทย์จึงสามารถกำราบและสะกดมันลงได้  ในที่สุดอาคมโจมตีในอักขระชุดที่หนึ่งของพิณหมาป่าสวรรค์ก็เสร็จสมบูรณ์ ปรากฏอักขระขึ้นที่ตำแหน่ง"หัวหงส์"หลังสายพิณเส้นที่ 1 อ่านได้ความหมายว่า “พยัคฆ์เพลิงเมฆา”          เมื่อเสร็จสิ้นพิธีสะกด วิทย์แทบจะไม่มีพลังสมาธิเหลืออยู่เลย สองวันมานี้เขาต้องรับมือกับการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนของพญาเสือโครงตนนี้ และยังต้องแบ่งพลังสมาธิออกมาเพื่อร่ายคาถาสะกดวิญญาณอีก ทำให้เขาเหนื่อยล้าเต็มทน เขากลืนยาเม็ดฟื้นฟูที่ซื้อมาจากระบบเข้าไป หลายนาทีต่อมาอาการของเขาก็ดีขึ้น วิทย์ ขึ้นไปที่ชั้นที่ 3 ของหอคอยหมาป่าสวรรค์ หมวยยังนั่งอยู่ที่เดิม เธออยู่ในภวังค์สมาธิเหมือนกับครั้งก่อนที่วิทย์จากไป เขานั่งลงข้างๆเธอ หลับตาลง กระตุ้นอักขระวิชาเนตกลืนสวรรค์ขึ้น ร่างของเขาดูดเอา อณูวิญญาณธาตุความมืดเข้ามาในทะเลสมาธิของเขาอย่างต่อเนื่อง ทะเลสมาธิที่แห้งขอดและเจือจางของเขาค่อยๆถูกเติมเต็มขึ้นอีกครั้งเขากลับลงไปที่ชั้น 2 อีกครั้ง และเลือกซื้อศาสตราวุธ มาหนึ่งชิ้น มันเป็นกระบี่เล่มสีแดงเพลิง ธาตุไฟ เป็นอาวุธชั้นสูงที่มีราคาถึง 500,000 เหรียญ G เพื่อนำมันมาสะกดลงไปในอักขระสะกดวิญญาณ    วิทย์ทำพิธีเช่นเคย วิญญาณศาสตราปรากฏขึ้นแต่มันไม่ได้ทำร้ายเขาแต่อย่างไร มันถูกหลอมเข้าไปในอักขระชุดที่ 2 ของพิณหมาป่าสวรรค์อย่างไม่ยากเย็นนัก และปรากฏอักขระขึ้นที่ตำแหน่ง"หัวหงส์"อีกเส้นหนึ่งหลังสายพิณเส้นที่ 2 อ่านได้ความหมายว่า “ดาบมังกรเพลิง”อักขระชุดที่ 3 ของพิณหมาป่าสวรรค์วิทย์สะกดวิญญาณผีโครงกระดูกนักรพ ตนที่สู้กับ บัณฑิต ลงไป และปรากฏอักขระขึ้นที่ตำแหน่ง"หัวหงส์"อีกเส้นหนึ่งหลังสายพิณเส้นที่ 3 อ่านได้ความหมายว่า “โอเซอุส”เวลาผ่านไปเนินนานจนในที่สุดวันที่ 5 ก็สิ้นสุดลง          วิทย์ยืนอยู่ที่ลานกว้างบนรากของต้นพฤกษาบรรพกาล มีหมวยนั่งอยู่ข้างๆด้านหน้าของเธอมีพิณหมาป่าสวรรค์วางอยู่  ด้านหน้าของพวกเขามีนักรพทมิฬอยู่ 3 ตน ตึ่ง!ตึง!ตึ่ง!ตึ้ง! เสียงเพลงพิณบรรเลงขึ้น นักรพทมิฬวิ่งปรี่เข้ามา หมวยกวาดสายพิณออกไปด้านหน้าทันที พยัคฆ์เพลิงเมฆา พุ่งตัวออกไปโฮก!! มันร้องคำรามลั่น อุ้งเท้าของมันตวัดใส่ร่างของนักรพทมิฬตนแรก ปั้ง! ร่างของนักรพตนนั้นกระเด็นกลับออกไปราวกับว่าวสายปานขาด แล้วร่างพยัคฆ์เพลิงเมฆาก็เลือนหายไป นักรพตนที่ 2 และ 3 ปรี่ตามหลังเข้ามาติดๆ ตึง!ตึ่ง!ตึ้ง! เสียงท่วงทำนองเพลงดังออกมาไม่ขาดสาย ดาบสีแดงเพลิงขนาดใหญ่พุ่งออกไปหานักรพตนที่ 2 มันแทงดาบสวยเข้ามาอย่างอาจหาญ เกิดเสียงปะทะกันของดาบทั้งสองดัง ปั้ง! ร่างของมันกระเด็นกลับออกไปเช่นกัน ตึง!ตึ่ง!ตึ้ง! มีร่างนักรพโครงกระดูกตัวใหญ่ยักษ์ตามหลังดาบเพลิงออกมามันเงื้อดาบขึ้นฟันเข้าใส่นักรพทมิฬตัวสุดท้ายที่ไม่ระวัง  เกิดเสียงดาบปะทะกับเสื้อเกราะดัง ปั้ง!ร่างของนักรพตนสุดท้ายกระเด็นหายลับไปในหมู่เมฆ ตึง!ตึ่ง!ตึ้ง! เสียงเพลงยังดังออกมาอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการโจมตีของวิญญาณศาสตราเปลี่ยนไปตามโน๊ตที่เธอเล่น สายที่หนึ่ง มีกระบวนท่าทั้ง 7 ของ“พยัคฆ์เพลิงเมฆา”อยู่ หนึ่งในนั้นคือ กระบวนท่าป้องกัน กำแพงแก้ว 7 ชั้นของมันวิญญาณศาสตรา ทั้ง 3 ต่างออกมาร่ายรำกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด 7 กระบวนท่าของพวกมันตามจังหวะของดนตรี เป็นอะไรที่สวยงามตระกาลตาอย่างยิ่ง วิทย์เห็นดังนั้นแล้วก็ได้แต่ยินดีกับเธอด้วยเพราะเธอได้ของดีไปดังที่อาจารย์เขาว่าจริงๆ หลายวันมานี้เธอเปิดเนตได้ทั้งหมด 4 ดวงแล้ว โดยอาศัยพลังของดอกจิตวิญญาณดาวกระจาย ทั้ง 3 กลีบ และเธอก็มาถึงข้อจำกัดของการกินแล้ว ตอนนี้ถึงเธอจะกินมันเข้าไปอีกก็ไม่เป็นผลอะไร เธอประสบความสำเร็จในการฝึกอย่างมากมายด้วยการแนะนำของอาจารย์ไนและวิทย์ที่ถือว่าเป็นอาจารย์ของเธอคนหนึ่งเช่นกัน พอจบเพลง พิณหมาป่าสวรรค์ก็ถูกม้วนพันด้วยหนังเสือโครงก่อนจะถูกเธอสะพายขึ้นไหว้บนหลังอย่างหวงแหน ทั้งคู่เดินลงไปชั้นล่างมุ่งหน้าออกจากหอคอยหมาป่าสวรรค์“ขอบคุณพี่มาก..”หมวยพูดขึ้น“ไม่เป็นไรไม่ต้องขอบคุณหรอก..”วิทย์ตอบ“อืม..พี่รู้ไหม พิณ 7 สายอันนี้คนจีนเรียกมันว่าอะไร”เธอพูดเปิดประเด็น“ไม่รู้สิ มันเรียกว่าอะไรเหรอ”วิทย์ถาม“มันเรียกว่า กูฉิน ต่อไปนี้หนูจะเรียกมันว่า กูฉินเทียนถางหลาง แปลว่า กูฉินหมาป่าสวรรค์” เธอพูด“ชื่อจำยากจัง”“ไม่เห็นจะยากเลย มันเป็นภาษาจีนละ”เธอตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม“แหงละก็น้องเป็นลูกครึ่งจีนมันก็ไม่ยากสำหรับน้อง แต่สำหรับลูกครึ่งอย่างพี่ก็ยากสิ”วิทย์ตอบ“หือ! พี่เป็นลูกครึ่งด้วยเหรอ”เธอถามออกมาด้วยความแปลกใจ“ใช่ พี่เป็นลูกครึ่ง ศรีสะเกษ กับ อุบล”เขาตอบหน้าตาย“ไม่ขำอะ มุขฝืดสุดๆ”หมวยพูดล้อเลียนออกมา“มุขแบบนี้อย่าเอามาใช้กับน้องเลย ได้ฟังที่ไรแล้วคันคอ”เธอพูด“ทำไม่ถึงคันคอ”วิทย์ถามต่อมุขถือว่าช่วยๆกันไป“คันคอยากไอ....ไอเลิบยูนะ”....กา...กา...กา เสียงการ้องขณะมันบินผ่านทั้ง 2 ไป“มุขฝืดพอกันแหละ”วิทย์พูดก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน“วันนี้พี่จะไปไหนต่อ” หมวยถาม“คงจะไปกินข้าวก่อนเป็นอันดับแรก 5 วันมานี้กินแต่ยาเม็ดรสชาติมันห่วยแตกมาก”วิทย์บ่น“หนูไปด้วยหนูก็หิวไม่มีป๋าเลี้ยง..”เธอพูดออกมาเสียงอ้อน“ได้สิงั้นเราไปกินหมูกระทะกัน”วิทย์พูด“ที่ไหนอะ”“ร้านในอำเภอไง”“หือ!มันยังเปิดอยู่เหรอเห็นเจ้าของร้านถูกผีปอบกินไปแล้ว”หมวยพูด“อ่าวเหรอ พี่ไม่รู้เรื่องเลย”          ทั้งคู่เดินออกมาถึงหน้าหอคอยหมาป่าสวรรค์ ตอนนี้เป็นเวลาโพล้เพล้  ห่างออกไปไม่ไกลนักเป็นบ้านพักของพวกเขา ทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกมาท่ามกลางบรรยากาศสลัวๆ          ตรงรั้วบ้านของหมวย มีหญิงสาวคนหนึ่ง ยื่นอยู่ริมกำแพงรั้วบ้านที่สูงเพียงเอว  มือทั้งสองถูกวางเอาไว้บนกำแพง สายตาของเธอมองออกไปยังทิศตะวันตก ตอนนี้ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ทิ้งเอาไว้แค่เพียงก้อนเมฆสีแดงเลือดอยู่เบื้องหลัง เหล่าฝูงนกฝูงกามากมายโบยบินอยู่บนท้องฟ้า บ่ายหน้าเพื่อจะกลับมายังรังนอน เสียงริ่งเรไรร้องเซ็งแซ่ออกมาในยามโพล้เพล้  สายลมเอื่อยๆพัดปอยผมของเธอพลิ้วไสวไปตามลม ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าสองคู่กำลังใกล้เข้ามา ปลุกให้เธอหลุดออกจากภวังค์คิด“อ่าว พี่แพร กลับมาตั้งแต่เมื่อไร”หมวยถามออกมา แพรไปเยี่ยมแม่และพ่อของเธอที่ ป้อมบัณฑิต เมื่อสองวันที่แล้ว“กลับมาได้พักหนึ่งแล้วละ”เธอตอบ“เป็นไงพวกท่านทั้งหมดสบายดีไหม เห็นป๋ากับม๊าหนูหรือเปล่า”หมวยถามออกมาอีกครั้ง“สบายดี ทุกคนสบายดี ป้ากับม้าหมวยก็สบายดี แกฝากของมาให้ด้วยนะ”แพรพูด“แกฝากอะไรมาเหรอพี่”หมวยถามอย่างแปลกใจเพราะไม่คิดว่าทั้งสองจะฝากอะไรมา“นี้ไง ของพี่วิทย์ด้วย”แพรพูดพร้อมกับยื่นถุงบางอย่างไปให้หมวยกับวิทย์คนละถุง“ปลาท่องโก๋?โธ่ป๋านะป๋า นึกว่าจะฝากอะไรมาให้”เธอบ่นอุบออกมา ต่างจากวิทย์ที่ได้มาก็จับยัดเข้าปากกินอย่างเอร็ด อร่อย“เห็นอาจารย์ไนย์เล่าให้ฟังว่าท่านรับหมวยเป็นศิษย์ และ ให้พิณหมาป่าสวรรค์ กับเธอด้วย ไหนๆให้พี่ดูหน่อยสวยมากไหม”แพรถามออกมาอย่างตื่นเต้น สายตาก็จับจ้องไปยังพิณที่หมวยสะพายอยู่“มันสวยมากพี่ห้ามแย่งหนูนะ”หมวยขู่ออกมา เธอย่นจมูกอย่างน่ารัก“จะแย่งทำไมเล่า อาจารย์บอกว่าจะทำพิณพยัคฆ์เมฆาให้พี่เหมือนกัน แต่ตอนนี้แกไปตีไก่อยู่ แกนัดพี่อีก 2 วันและพี่วิทย์ก็ต้องไปกับหนูด้วย”เธอพูดกับหมวยก่อนจะหันมาหาวิทย์“งานเข้าอีกแล้ว”วิทย์คิด.. หมวยเอากูฉินของเธอออกมา“ว้าวววสวยจังเลย มีวิญญาณศาสตรา ตั้ง 3 ตนแล้วด้วย”เธอพูดออกมามือก็ลูบไล้ไปยังตัวพิณอย่างเบามือ“มันชื่อเทียนถางหลาง..กูฉินเทียนถางหลาง”เธอพูดชื่อของมันออกมาอย่างภูมิใจ“วิญญาณศาสตราทั้ง 3 พี่วิทย์เป็นคนหาให้”เธอพูดอวดออกมาราวกับเด็กน้อยที่กำลังอวดของเล่นเพื่อน

    error loadedกูฉินสีดำ